Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 199 : ชนเผ่าเรือยาว
เมื่อฤดูหนาวมาถึง ทุกคนในชนเผ่าเขาเพลิงได้
เตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาวแล้วเพราะหมอผีบอกพวก
เขาให้ทำล่วงหน้า
ฤดูหนาวนี้ หลายคนในเผ่าเขาเพลิงมีการตื่นตัวและมีพลัง
ไม่เงียบเท่าปีก่อน ๆ แม้ที่ตีนเขา หลายคนก็มีชีวิตชีวา นี่
หายากมาก
นักรบอยู่ในระหว่างการฝึกและพวกเขาก็พยายามล่าสัตว์
ที่รอบนอกของเผ่า ในอดีตที่ผ่านมา ความพยายาม
ดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระ เพลงล่าสัตว์บอกว่าการ
ล่าสัตว์ในฤดูหนาวเป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้นทุกคนจึง
หลีกเลี่ยงที่จะออกไปข้างนอกในช่วงฤดูหนาว
แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป และทุกคนดูเหมือนจะมี
พลังมากขึ้นจนต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเผาผลาญ
พลังงานของพวกเขา บางคนได้รับการฝึกฝนในสนามฝึก
เมื่อหิมะตก พวกเขาอาจให้ใครบางคนต่อสู้ด้วย บางคน
รู้สึกว่าการฝึกฝนน่าเบื่อเพราะฉะนั้นเป็นครั้งแรกที่พวก
เขาคิดหาหนทางในการล่าสัตว์ ตราบเท่าที่พวกเขา
หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ห่างไกลจากภูเขา พวกเขา
ควรจะปลอดภัยถ้าพวกเขาอยู่ที่รอบนอก
ตอนแรกบางคนกังวลว่าจะโดนดุ แต่เมื่อพวกเขาพบว่า
หลายคนที่อาศัยอยู่บนภูเขาก็ออกมาข้างนอกก็รู้สึกมั่นใจ
“เราสามารถกลับไปที่สถานที่เก่าแก่หลังจากที่เดินทาง
ข้ามแม่น้านี้?” นักรบถามเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เขา
“แน่นอน. เจ้าสงสัยว่าสิ่งที่หมอผีบอกใช่มั้ย? ”
“ไม่! ไม่อย่างแน่นอน… หมอผีได้บอกมาอย่างนั้นนิ?
“โอ้ เจ้าคิดไหมว่าคนชนเผ่าอื่น ๆ มีลักษณะเป็นอย่างไร?
พวกเขามีสองแขนหรือมีตาเพียงดวงเดียว? ” นักรบที่เข้า
มาและโพล่งสวนถามขึ้น
“ข้าได้ยินว่ามีแปดมือบนสัญลักษณ์ของชนเผ่าแปดขา
พวกเขาต้องมีแปดมือ! แน่นอน!”
“จริงๆอะ ? ฟังดูตลก มาไล่จับกันเถอะ ”
ชนเผ่าเขาเพลิงเป็นเหมือน “คนป่า” ซึ่งหลายคนไม่รู้เรื่อง
เกี่ยวกับชนเผ่าอื่น ๆ และมีความคิดเก่า ๆ ดังนั้น ใน
ปัจจุบัน จากจิตใต้สำนึกเดิมของพวกเขาได้จำแนกคนจาก
ชนเผ่าอื่น ๆ เป็นดั่งสัตว์ดุร้าย แม้กระทั่งเมื่อพวกเขามา
รวมกันเพื่อหารือ มันฟังเหมือนพวกเขากำลังพูดถึงสัตว์
ป่า
เนื่องจากเหตุการณ์ที่หลุมไฟเกิดขึ้น หมอผีจึงตัดสินใจที่
จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เขาวาดภาพสัญลักษณ์ของเผ่าอื่น
ๆ และให้คำอธิบายง่ายๆ แม้แต่หมอผีก็ไม่รู้รายละเอียด
ข้อมูลที่เปิดเผยถูกคัดลอกมาจากชุดบันทึกหนังสัตว์ที่
บรรพบุรุษทิ้งไว้ หมอผีไม่แน่ใจว่าคนอื่นๆ ในเผ่ามีแปด
มือหรือไม่ เพราะบรรพบุรุษทิ้งข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาไว้
เพียงเล็กน้อย
ไม่เพียงแต่นักรบของชนเผ่าเท่านั้น แต่ยังมีผู้สูงอายุ,เด็ก
และหญิงที่มีกิจกรรมฤดูหนาวที่แตกต่างจากครั้งก่อน
แม้แต่เด็กที่อาศัยอยู่ในถ้าก็มีหลักสูตรฤดูหนาวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ใดก็ตามที่พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับคนของ
ชนเผ่าอื่น ๆ การสนทนาของพวกเขาฟังดูน่ากลัวเล็กน้อย
หมอผีแม้กระทั่งได้ไปเยี่ียมชมที่บริเวณตีนเขาอย่างลับๆ
เช่นกัน หลังจากได้ยินการพูดคุยของพวกเขา เขารู้สึก
กังวล ขณะขึ้นไปบนภูเขา เขายังคงถอนหายใจและงอ
หลังของเขา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรอให้
ฉาวซวนกลับมาหาเพื่อหาทางออก
และฉาวซวน ผู้ที่ออกจากเผ่าของเขา เคลื่อนที่ไปข้างหน้า
กับชาช่าและหยานซุ่ย ตามทิศทางของกองทัพเรือของเผ่า
เรือยาว พวกเขามาถึงสถานที่ที่เผ่าเรือยาวอาศัยอยู่ตามที่
คาดไว้
เมื่อฉาวซวนมาถึงที่นี่ ก็มีหิมะตกได้ครึ่งวัน มันไม่ได้
หิมะตกหนัก ดังนั้นสถานที่บางแห่งจึงไม่ได้ถูกปกคลุม
จากหิมะ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในชนเผ่าเขาเพลิง หากหิมะตก
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในเผ่าเขาเพลิง จะมีหิมะตก
มากมาย
ชนเผ่าเรือยาวมีอาณาเบตบนดินและบนน้า ไม่ไกลจากฝั่ง
แม่น้า พวกเขามักจะเหลือพื้นที่สำหรับนักเดินทาง แต่เมื่อ
เรือขนถ่ายสินค้าหรือบรรทุกของ พวกเขาจะปิดกั้น
เส้นทาง ในช่วงเวลาพิเศษ บางครั้งพวกเขายังทำเช่นนั้น
หากเส้นทางถูกปิดกั้น นักเดินทางต้องเดินอ้อมเมื่อเดิน
ผ่านสถานที่แห่งนี้
โชคดีที่ขณะนี้ ถนนริมฝั่งแม่น้าไม่ได้ถูกปิดกั้น ก่อนที่
ฉาวซวนจะมาถึงที่นี่ มีกลุ่มนักเดินทางจำนวนมากเดิน
ผ่านสถานที่แห่งนี้มาแล้ว
“ฉาวซวน, มาที่นี่เพื่อเรือหรือ?” หยานซุ่ยถาม
“ไม่ ข้ากำลังมองหาใครสักคน”
“กำลังมองหาใครซักคน? เจ้ารู้จักใครจากชนเผ่าเรือยาว?
”
“ข้ารู้ แต่ไม่ใช่พวกเขา”
“เจ้ากำลังมองหาใคร?” หยานซุ่ยถามและรู้สึกงุนงง
“บางคนจากเผ่าของเรา” ฉาวซวนหยุดชั่วคราวและกล่าว
ว่า “ถ้าพวกเขาอยู่ที่นี่ พวกเขาจะถูกเรียกว่าเป็นคนหลง
ทาง”
“คนหลงทาง? เจ้ามาที่นี่เพื่อหาคนหลงทาง?! ” หยานซุ่ย
รู้สึกประหลาดใจ
ผู้ที่ถูกเรียกว่าคนหลงทาง ผู้คนเหล่านี้ไม่เคยถูกจับเป็น
เชลยเมื่อชนเผ่าของพวกเขาถูกทำลายล้างและไม่อยาก
เป็นทาสใช่ไหม?
ฉาวซวนเป็นนักรบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเปลวไฟของชนเผ่า
เขาเพลิงยังคงมีอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมคนเหล่านั้น
กลายเป็นคนหลงทาง? ถูกขับไล่ออกมาหรือไม่?
ฉาวซวนไม่ได้พูดอะไรอีก หยานซุ่ยไม่เข้าใจ แต่เขาไม่ได้
ตั้งใจจะถามเขาอีก ตอนนี้เขาต้องการหาเรือที่เช่ามาเป็น
พิเศษเพื่อให้นักเดินทางเช่าห้องนอนหลับ เขาอยากจะกิน
อาหารร้อน ๆ และมันจะดีกว่าถ้ามีซุปร้อนๆ
เช่นเดียวกับชนเผ่าขนาดใหญ่ เผ่าเรือยาวยังมีที่พักสำหรับ
นักเดินทางและผู้ที่เดินผ่านทาง แต่พวกเขาต้องให้อะไร
บางอย่างเพื่อแลกกับที่พักหรูหรา
หยานซุ่ยเลือกเรือที่กลุ่มเดินทางมาพักด้วยเช่นกัน เขาได้
มอบเหรียญเปลือกหอยให้แก่ชนเผ่าเรือยาว เขาก็เดินเข้า
ไปในห้อง ไม่เต็มใจที่จะออกไปข้างนอก
ฉาวซวนดื่มน้าร้อนเล็กน้อย และตัดสินใจที่จะออกไปหา
คนที่เขากำลังมองหา
“เฮ้ย ฉาวซวน อย่าออกไปข้างนอกนานเกินไปนะ ถ้าเจ้า
ออกจากเผ่าเรือยาว บอกข้า และข้าจะไปกับเจ้า มิฉะนั้น
ข้าจะถูกฆ่า ถ้าข้าอยู่ที่นี่คนเดียว อยู่กับข้าและข้าสามารถ
เป็นคนนำทางให้เจ้า. ” หยานซุ่ยกล่าว
ฉาวซวนตอบอย่างรวดเร็วและออกไป เขาไม่เชื่อว่าหยาน
ซุ่ยจะถูกฆ่าถ้าเขาถูกทิ้งไว้ตามลำพังเนื่องจากเขาได้ออก
เดินทางมาเป็นเวลานาน
ชาช่ากำลังหาอาหารอยู่ในป่าโดยรอบ และฉาวซวนไม่
ต้องห่วงมัน เขารู้ว่าชาช่ารู้สึกอึดอัดถ้ามันอยู่ในเผ่าเรือ
ยาว ดังนั้นจึงควรปล่อยให้มันอยู่ข้างนอกเพื่อล่าสัตว์
หลังจากออกจากเรือแล้ วฉาวซวนก็มองกลับไปที่เรือ
ใหญ่ที่ริมฝั่ง เขาได้วิเคราะห์อย่างรอบคอบและพบว่า
แม้ว่าเรือไม่สวยงาม แต่ก็มีความแข็งแรงพอที่จะบรรทุก
ผู้คนจำนวนมาก
ฉาวซวนมองไปและเดินต่อไปในทิศทางเดียวกัน เขาถาม
ถึงสถานที่นั้น และรู้ว่าคนหลงทางอาศัยอยู่ที่นั่น
กลุ่มลาดตระเวนของชนเผ่าเรือยาวมองเห็นนักเดินทาง
แปลก ๆ ทุกคนที่ตื่นตาตื่นใจในบริเวณโดยรอบ ตราบใด
ที่นักเดินทางข้ามผ่านพรมแดน พวกเขาจะฆ่าเขาหรือเธอ
อย่างไร้ความปราณี การข้ามพรมแดนหมายถึงการเข้าถิ่น
ที่อยู่ของเผ่าเรือยาวหรือการขึ้นเรือของพวกเขาโดย
พลการ
เมื่อฉาวซวนเดินผ่านมา พวกเขาก็จ้องมองเขา แต่พวกเขา
อาจคิดว่าเขาไม่เป็นภัยคุกคามและไม่ได้แต่งกายที่ดูดี
ดังนั้นจึงไม่ให้ความสำคัญกับเขามากนัก ตราบเท่าที่เขา
ไม่ได้ข้ามเส้นเขตแดนที่พวกเขาขีดขึ้น พวกเขาจะไม่มอง
เขาอีกต่อไป
หิมะตกเร็วกว่าตอนนี้ แต่ไม่หนัก
ฉาวซวนกำลังเดินอยู่บนพื้นดินโดยปราศจากเสื้อคลุมใด
ๆ ดังนั้นหิมะจึงตกลงมาบนร่างของเขา
หลายคนของเผ่าเรือยาวใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเรือ
แม้กระทั่งเมื่อพวกเขากลับมาที่เผ่า พวกเขายังคงอาศัยอยู่
บนเรือ พวกเขาคุ้นเคยกับชีวิตบนเรือ ดังนั้นพวกเขารู้สึก
ไม่สบายใจหากพวกเขาอาศัยอยู่บนบก ดังนั้นระหว่างทาง
ของเขา ฉาวซวนพบเกือบไม่มีใครอยู่ไกลจากริมฝั่งแม่น้า
ซึ่งอยู่ใกล้กับชายป่า หลายคนอยู่บนเรือที่จอดอยู่ใกล้ฝั่ง มี
เสียงดื่มกินอยู่มากมาย ได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเขา
เช่นกัน
ใกล้ริมฝั่ง เรือจอดเกือบเต็ม ส่วนใหญ่เป็นชาที่ขนกลับมา
และเรือก็จอดบีบอัดกันอยู่ที่แม่น้ากว้าง เรือจอดกลายเป็น
กลุ่มใหญ่ ฉาวซวนเดินมานานกว่าสิบนาที และไม่เห็น
จุดสิ้นสุดของกลุ่ม นั่นเป็นเรือแม่น้าจริงๆ
หลังจากผ่านเรือขนาดใหญ่ ฉาวซวนมาถึงที่ว่าง
นี่เป็นพรมแดนระหว่างเผ่าเรือยาวกับพื้นที่อยู่อาศัยของ
คนหลงทาง
ฉาวซวนมองไปรอบๆ เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่มี
ชีวิตชีวาในเรือของชนเผ่าเรือยาว ที่พำนักของผู้หลงทาง
รกร้างว่างเปล่ามากขึ้น แม้ว่าบางคนพูด,หัวเราะและส่ง
เสียงคำราม แต่บรรยากาศแตกต่างกัน มันเหมือนกับสลัม
ในมุมมืดของเมืองที่คึกคัก
ยังมีบ้านอยู่บนผืนดิน คนหลงทางมีพื้นที่จำกัด เพราะ
พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ของชนเผ่าเรือ
ยาว พวกเขาไม่สามารถเข้าไปในป่าได้และมีผู้หลงทาง
จำนวนน้อย ดังนั้นพื้นที่อยู่อาศัยของพวกเขาจึงขยาย
ออกไปไม่ได้ในแนวนอน แต่เป็นแนวตั้ง เป็นผลให้ พื้นที่
แคบสำหรับผู้มาชม
ริมฝั่งแม่น้ามีเรือจอดอยู่หลายลำ แต่เมื่อเทียบกับเรือของ
ชนเผ่าเรือยาว เรือที่นี่มีขนาดเล็กมากและง่ายกว่ามาก
ในเรือลำเล็ก ๆ ที่มีความยาว 4-5 เมตร สร้างกระท่อมไว่
เพื่อให้บางคนอาศัยอยู่ พวกเขายังใช้เวลาช่วงฤดูหนาวใน
เรือ
บางครั้งถ้ามีลมแรงเรือเหล่านั้นจะสั่นคลอน ถ้าเรือไม่ได้
ผูกยึดแน่นกับริมฝั่งพวกมันอาจจะลอยออกไปไกล
ผู้คนที่นี่ทำงานกับชนเผ่าเรือยาว พวกเขาแบกไม้,ฟัน
ต้นไม้และส่งสิ่งอื่น ๆ พวกเขาทำงานสกปรกทั้งหมด
และพวกเขาทำงานเพื่อแลกกับการได้รับอนุญาตให้อยู่
ที่นี่และเงินเพียงน้อยนิดถ้านายจ้างพอใจ มิฉะนั้นพวกเขา
จะไม่ได้อะไร
หยานซุ่ยได้บอกฉาวซวนเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่บางทีความ
เป็นจริงอาจรุนแรงมากกว่า
ฉาวซวนมาที่นี่เพื่อลองมองหาผู้หลงทางบางคนจากชน
เผ่าเขาเพลิงแต่เขาไม่แน่ใจว่าจะหาเจอได้หรือไม่
จะหาพวกเขาอย่างไร? เขาควรจะเขียนป้ายที่นี่หรือ
ตะโกนไปทั่วสถานที่?
คิดหาวิธีที่จะพบคนเหล่านั้น ขณะที่ฉาวซวนเดิน เขาให้
ความสนใจกับสถานการณ์ด้านข้างของเขา
ในสถานที่ ฉาวซวนได้ยินบางคนโต้เถียงในบ้านไม้
เช่นเดียวกับเสียงของไม้ถูกทำลาย
“เจี่ยวอู่หยุด!” มีคนตะโกนออกมา
เจี่ยว?
หยานซัวได้บอกเพิ่มเติมฉาวซวนว่าผู้หลงทางบางคนของ
ชนเผ่าเขาเพลิงได้เติมชื่อ “หยาน” หรือ “เจี่ยว” ไว้ในชื่อ
และชื่อของลูกหลานของพวกเขา หลายคนที่มีชื่อ
“หยาน” หรือ “เจี่ยว” ในชื่อของพวกเขาอาจไม่ได้เป็น
สมาชิกของชนเผ่าของเขา แต่ฉาวซวนยังคงถามว่าเขาได้
พบกับพวกเขาหรือไม่ เขารู้สึกผิดหวังมากและตอนนี้เขา
วางแผนที่จะถามคนอื่น [หยานเจี่ยวความหมายคือเขา
เพลิง]
แค่ไปที่นั่น ฉาวซวนเห็นชายคนหนึ่งสูงและแข็งแรงกว่า
คนทั่วไปที่กำลังเดินออกจากบ้านไม้ เสื้อหนังสัตว์ของ
เขาไม่หนาและหยาบ และขนบนเสื้อคลุมก็ขาด เสื้อคลุม
ตัวนี้ขาดชำรุด ชายคนนี้มีหนวดเครา แต่ถ้าเจ้ามองเขา
อย่างรอบคอบ เจ้าก็จะพบว่าเขายังอายุน้อย ไม่มากไปกว่า
ฉาวซวน
ผู้ชายคนนี้มีอารมณ์กรุ่นโกรธ ใบหน้าที่แดงขึ้นเพราะ
ความโกรธหรือสายลมหนาว ชายคนหนึ่งไล่ตามเขาและ
ตะโกนว่า “เจี่ยวอู่” แต่คนที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้มอง
ย้อนกลับไป แต่รีบหนีไป
“โอ้ ทำไมถึงโกรธมากอย่างนี้?” ชายคนหนึ่งพูด
“อย่าถาม โอ้ ชายคนนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น ” มีบางคนใน
บ้านพูดขึ้น
การฟังบทสนทนาของพวกเขา ฉาวซวนมองไปที่ผู้ชายที่
กำลังเดินไกลออกไป และเร่งเพื่อไล่ตามพวกเขา
“เฮ้ พวกเจ้านะ” ฉาวซวนตะโกน
ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้หยุด แต่เร่งหนีให้เร็วขึ้น
“เจี่ยวอู่!”
ชายที่อยู่ข้างหน้าก็วิ่งหนีไป