Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 88 : สัตว์ร้ายในแม่น ้า "ภีม"
- Home
- Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม
- ตอนที่ 88 : สัตว์ร้ายในแม่น ้า "ภีม"
ฝนตกลงมาอย่างหนัก
ฝนตกลงมาจากฟากฟ้าและสาดลงบนพื้นดิน เกิดเสียงกระทบดัง
ไปทุกที่
ต้นไม้ใบหญ้าสร้างเสียงขีดข่วนขณะที่พวกมันโดนฝน และใบไม้ที่
กระแทกลงมาผู้คนมีความรู้สึกว่าบางทีใบไม้ถูกเจาะทะลุผ่านจาก
หยดฝน
ท่ามกลางม่านฝน มีร่างเดินผ่านป่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่แท่งไม้จิ้ม
ฟันเหมือนเข็มหินเจาะผ่านม่านฝนและออกมาจากกิ่งก้านหนา
เมื่อเสียงดัง ‘ฟุบ’ มันแทงเข้าไปในไม้ราวแขวนที่มีขนาดสั้นและ
หนาที่แขวนไว้ที่นั่น
ในเวลานั้น มีเข็มหินที่คล้าย ๆ กันตรึงอยู่ในมุมที่แตกต่างกัน ซึ่ง
ทำให้สิ่งที่ปักอยู่เหมือนเม่น
แท่งไม้หลายแห่งเหมือนที่แขวนอยู่ใกล้ ๆ บางส่วนของพวกมันถูก
วางไว้ในพงหญ้าหนา ในขณะที่อีกส่วนถูกแขวนอยู่บนต้นไม้
ควับบ
มีเสียงดึงอย่างรวดเร็วและแท่งไม้ในสถานที่ต่างๆ ทันใดนั้นก็
เคลื่อนย้ายเข้ามาด้วยกันอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกมันเคลื่อนไหว
เข็มหินก็บินไปทางพวกมัน
ฟับ! ฟับ! ฟับ!
มีไม้แท่งอยู่ในกอหญ้า,ในพุ่มไม้และในอากาศ … ไม่ว่าพวกมัน
อยู่ที่ใด พวกมันมีเข็มหินจำนวนมากแทงพวกมัน
ฝนตกหนักเทลงมาจากฟากฟ้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางของ
เข็มหินที่บินไปแม้แต่น้อย!
วูบบบบบบ!
ร่างที่วิ่งอยู่ในป่าและกระโดดขึ้นท่ามกลางม่านฝน และร่อนลงมา
อย่างปลอดภัย หลังจากกระโดดข้ามกิ่งไม้ที่ขวางกั้นเขาไว้ เสียง
ขาแตะพื้นแทบจะไม่ได้ยินเพราะฝนตกบริเวณโดยรอบ
ฉาวซวนเช็ดใบหน้าของเขาแล้วก็ไปเก็บแท่งไม้ [เขาเช็ดใบหน้า
ของเขาในช่วงที่ฝนตกหนัก? ไร้จุดหมายมาก!]
เขาทำการฝึกซ้อมมาหลายวันแล้ว ตอนแรก เขาใช้ลูกดอกปลาย
แหลมและจากนั้นก็หินฝนซึ่งทำให้บางลง ตอนนี้ เขากำลังใช้เข็ม
หิน พวกมันผอมบางกว่าหินฝน
ขนสีขาวที่พวกเขาพบในอาณาจักรพืชสีเขียวในขณะที่ทำล่าพืช
เห็นได้ชัดว่านุ่มมาก แต่พวกมันก็สามารถเจาะผ่านแถบไม้หนา
และดูเหมือนจะไร้แรงต้านทานเมื่อพวกมันเจาะเข้าไปในร่างของ
นักรบระดับกลาง หนึ่งในเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังวัสดุของเส้นขนสี
ขาว แต่เหตุผลอื่น ๆ ที่สำคัญคือความเร็วของมันเร็วอย่างมาก!
ฉาวซวนทดลองในจุดนั้น เขาหวังว่าบางทีสักวันหนึ่งในอนาคต
เขาก็สามารถเจาะเนื้อไม้หนาด้วยเข็มหญ้าบาง ๆ ได้ แต่ ตอนนี้
เขาได้แต่ทำตามขั้นตอนของเด็กทารก ถ้าเขาไม่สามารถเจาะไม้
ด้วยหิน เขาก็ไม่ควรที่จะพยายามทำกับหญ้าด้วย
ยังมีหนทางอีกยาวไกล
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉาวซวนไม่ได้ขอให้ลุงเค่อออกจากบ้านของเขา มัน
จะเป็นความทุกข์ทรมานล้วนๆ ถ้าเขาออกมาในสภาพอากาศ
เช่นนี้
ตอนนี้ ทุกครั้งที่ยีต้องการไปหาที่บ้านของชายชราเค่อสำหรับ
เครื่องมือหินบางตัว เขาจะตอดเล็กตอดน้อยชายชราเค่ออย่าง
ชนิดที่ “ละมุนละม่อม” ในอดีต ชายชราเค่อมักจะใช้ไม้เท้าของเขา
เพื่อช่วยตัวเองต่อสู้กับการขึ้นเขาเมื่อเขาต้องขึ้นไป นอกจากนี้
เขาจะไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ตอนนี้? ตอนนี้ชายชรา
เค่อขี่หลังของเจ้าซีซาร์เมื่อเขาออกไปข้างนอก และฉาวซวนจะพา
เขาไปเมื่อเขาต้องขึ้นไปบนภูเขา เมื่อเกิดฝนตก ชายชราเค่อจะไม่
ก้าวออกจากบ้านของเขา! นั่นแหละ มันเป็นห่าอะไรที่โคตรจะสาว
น้อยบอบบาง!!!!
ชายชราเค่อไม่ได้ตื่นตระหนกและเขาก็จะทำทุกอย่างที่เขาทำอยู่
โดยไม่คำนึงถึงความคิดเห็นของยีทั้งหมด ในความคิดของเขา ยี
เป็นเพียงคนที่ขี้อิจฉาและแสร้งทำเป็นปีศาจที่มีดวงตาสีเขียว!
ชายชราเค่อไม่อยากบอกยีว่าฉาวซวนขอสมุนไพรมาจากหมอผี
ตอนนี้ชายชราเค่ออยู่ในช่วงพักฟื้น ในอดีต เขาอยู่กับความคิดที่
เลวร้ายและไม่สนใจเกี่ยวกับชีวิตของเขา แต่ ตอนนี้เขามีความ
ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างยาวนาน เพราะ
เขาอยากจะมองดูฉาวซวนในขณะที่เขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ซีซาร์และชาช่าถูกทิ้งไว้ในบ้านชายชราเค่อ บางครั้ง ฉาวซวนจะ
คิดว่าเขาควรจะทำบางส่วนขยายในกระท่อมของเขาเพื่อให้ชาย
ชราเค่อสามารถมาพักและอยู่กับเขา อย่าลืมว่า ฉาวซวนอาศัยอยู่
คนเดียวและชายชราเค่อไม่มีใครอยู่กับเขาตอนนี้ ถ้าพวกเขาย้าย
เข้ามาอยู่ด้วยกันก็จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เพราะฉาวซวนจะ
ได้ไม่ต้องเดินทางระหว่างสองแห่ง
ในขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ ฉาวซวนกำลังรวบรวมท่อนไม้เหล่านี้
และเชือกฟางพันกัน
ปีที่ผ่านมา เหตุผลที่ตัวเปียกมีเพียงเกิดขึ้นจากออกเดินทางล่า
สัตว์อีกครั้ง แต่ น่าเสียดายที่โชคไม่ดี มันมาในช่วงต้นปีนี้ หมอผี
บอกกับทุกคนว่าอยู่เตรียมตัวให้พร้อม และทีมล่าสัตว์ที่กำลังจะ
ออกเดินทางต้องเลื่อนเวลาออกไป
ด้านหลังของฉาวซวน แมลงตัวหนึ่งเหมือนงูออกมาจากต้นไม้ ไม่
เหมือนงูจริงๆ มันมีจำนวนเท้ามากมายบนร่างกายของมัน
มันจ้องมองที่ ฉาวซวนในความเงียบ ในขณะที่แลบลิ้นสองแฉก
เหมือนงู ร่างของมันไต่เงียบๆไปตามลำต้น แต่เท้าที่ผอมบาง
ยินยอมให้มันแกะติดแน่นอยู่บนต้นไม้
เมื่อเข้าใกล้ฉาวซวน ร่างของมันบิดเป็นรูปตัว “S” กับลำตัว
ส่วนบนของมันที่ห่างจากลำตัว เล็งไปที่ฉาวซวน มันอ้าปากและ
พุ่งออกไปเพื่อกัดลำคอของฉาวซวนด้วยความเร็วเช่นลูกศร
ฉาวซวนไม่ได้มองย้อนกลับไป แต่ตั้งใจยกมือขึ้น เขากันแมลงเมื่อ
ปากของมันอยู่ห่างจากคอของเขาครึ่งช่วงแขน และใช้นิ้วมือคว้า
จับคอมันอย่างแน่น
นิ้วมือขยับเข้าหากันเล็กน้อย
กร๊อบ! ควับ!
หัวของแมลงได้แยกออกจากร่างของมัน
ฉาวซวนสะบัดนิ้วมือของเขาขึ้น ซึ่งทำให้หัวแมลงตกบนพื้นหญ้า
ในขณะที่ร่างที่ไร้หัวของมันถูกโยนเข้าไปในป่าด้านข้าง ขณะที่
ฉาวซวนดึงมือกลับ
ทุกขั้นตอนทั้งหมด ฉาวซวนไม่ได้มองไปที่แมลง
เมื่อเสร็จจากการเก็บเข็มหินทั้งหมด ฉาวซวนลุกขึ้นและมองไป
รอบ ๆ
เขาได้พบกับแมลงชนิดนี้ไม่กี่ครั้งในสองสามวันนี้ มีการกล่าวกัน
ว่าทุกๆปีเมื่อฤดูฝนมาถึง พวกมันจะเจาะขึ้นมาจากพื้นดิน
ด้านล่าง ไม่เพียงแต่ชนิดนี้ สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ อาจจะเจาะขึ้นมา
จากพื้นดินเช่นกัน แต่นอกเหนือจากฤดูฝน พวกมันจะเห็นได้
เฉพาะในภูเขาที่ใช้ฝึกฝน
ฉาวซวนเดินบนถนนที่เต็มไปด้วยโคลน ขณะที่เขามุ่งหน้ากลับไป
ที่ชนเผ่า ทันใดนั้น เขาก็ยกเท้าข้างหนึ่งและเตะไปที่ก้อนกรวด
กรวดบินตรงไปที่ไหนสักแห่งบนพื้นหญ้า
มีแมลงที่เหมือนแมงป่องขนาดเท่าสองฝ่ามือยาวพุ่งออกมาจาก
พื้นดิน แต่มันถูกทุบด้วยก้อนกรวดทันที
ชายชราเค่อได้กล่าวว่าแมลงเหล่านี้จะปรากฏในช่วงฤดูฝนและ
มักจะโจมตีผู้คนอย่างอุกอาจ เกือบทุกตัวเป็นพิษ ดังนั้นผู้คนควร
ระวังไม่ให้ถูกกัดจากพวกมัน และพวกมันจะถูกฆ่าเมื่อใดก็ตามที่
พบโดยนักรบ
มีรายงานว่าแมลงบางตัวพยายามที่จะเข้าไปในชนเผ่า ดังนั้นเด็ก
ๆ ที่ไม่ได้ปลุกพลังสัญลักษณ์ของพวกเขาจึงมักถูกขังอยู่ในบ้าน
เมื่อถึงฤดูฝน ผู้ใหญ่จะโรยสารสกัดจากหญ้าบางชนิดรอบ ๆ บ้าน
และมันอาจทำให้หนอนและแมลงต่างๆ หนีห่างออกไป
“วู้ ~~~!”
มีเสียงดังมาจากแม่น้า
นักรบทุกคนที่อยู่ในสนามฝึกรู้สึกหนาวสั่นคืบคลานไปตามกระดูก
ไขสันหลัง พวกเขาทั้งหมดหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำ และกระโดด
ขึ้นไปเพื่อมองริมแม่น้า
ฉาวซวนเกือบถึงเขตที่อยู่อาศัย ดังนั้นจึงไม่มีเนินเขาขวางสายตา
ของเขา เขาปีนขึ้นต้นไม้และมองไปทางทิศของแม่น้าถัดจากเผ่า
หลังม่านฝน มีร่างที่กำลังกระโจนขึ้นเหนือแม่น้าอย่างพล่ามัว
เนื่องจากระยะไกล แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าร่างที่กำลังกระโดดนั้นไกล
จากชนเผ่า และไม่ได้มองเห็นอย่างชัดเจน แต่ผู้คนยังคงสามารถรู้
ได้ถึงขนาดรูปร่างตัวที่ใหญ่
นั่นคือเหตุผลที่ชี้ขาดว่าทำไมถึงกันผู้คนในเผ่าออกจากการสำรวจ
แม่น้า
มันเป็นสัตว์น้าที่มีชื่อว่า ” ภีม (ภาษาบาลี/สันสกฤตคือ น่ากลัว) ”
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงตำแหน่งที่โดดเด่นในแม่น้าแห่งนี้ตลอดมา
ความกลัวของผู้คนต่อเจ้าตัวนี้อาจเห็นได้จากวิธีที่พวกเขาตั้งชื่อ
ว่า ภีม-ที่แปลว่าน่ากลัว
ผู้คนไม่รู้ว่าภีมมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่
ยักษ์และเสียงอันน่ากลัวผู้คนจึงรู้สึกเหมือนถูกกดขี่ที่ยากจะต่อสู้
ได้
เมื่อพวกมันปรากฏตัว นั่นหมายความว่าเข้าสู่ฤดูฝนอย่างแน่นอน
และมันก็ไม่ใช่พายุปกติธรรมดา เช่นเดียวกับการคาดการณ์ของ
หมอผี
ฤดูฝนมาก่อนที่จะถึงหน้าฤดูของมัน
เมื่อภีมกระโจนขึ้นสูงเสียงกรีดร้องของพวกมันจะดังมากจน มัน
เหมือนเสียงหวีดไอน้าอยู่ข้างหู ซึ่งเยื่อแก้วหูเกือบจะฉีกขาด แต่
เมื่อภีมยักษ์ตกลงไปในน้าอีกครั้ง พวกมันจะส่งเสียงคำราม
เหมือนสายฟ้าฟาดดังสนั่น คราวนี้ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ มันอาจจะ
ทำให้รู้สึกอึดอัดมากขึ้น ผู้คนจะรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังถูก
เจาะที่หน้าอกซ้า ๆ ถ้าเจ้าวางถ้วยน้าไว้ในห้อง เจ้าอาจเห็นน้าสั่น
กระเพื่อมรุนแรง
เมื่อปีที่แล้วในฤดูฝน ฉาวซวนกำลังซ่อนตัวอยู่ในถ้าเด็กกำพร้า
ด้วยมือทั้งสองข้างปิดหูของเขา เหมือนคนอื่นๆ ทุกคน เสียง
เหล่านั้นเป็นความทรมานที่แท้จริงสำหรับพวกเขา และเด็ก ๆ
หลายคนก็ตัวสั่นอยู่ตลอดเวลา
ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ ในถ้าเด็กกำพร้า ทุกปีเมื่อถึงฤดูฝนเด็ก ๆ ในเผ่า
จะอยู่ในบ้านพร้อมกับสิ่งที่ปิดกั้นหูของพวกเขา มันช่วยได้
เล็กน้อย แต่ยังไม่สามารถช่วยพวกเขาให้รอดพ้นความทุกข์
ทรมานจากเสียง เด็กบางคนอาจจะมีเลือดออกจากจมูกและหู
บางที ฤดูฝนก็เป็นความยินดีสำหรับภีมเหล่านั้น สำหรับพวกมันที่
กระโดดเล่นน้าอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนจะมีความสุข เผ่าไม่ได้อยู่
ใกล้กับแม่น้า แต่ผลกระทบของภีมยังคงชัดเจนมาก สำหรับชน
เผ่านั้น ฤดูฝนเป็นเพียงภัยพิบัติ สิ่งเดียวที่ผู้คนควรรู้สึกโชคดีคือ
การที่ภีมไม่สามารถเข้ามาใกล้ชายฝั่งได้ นับประสาอะไรกับบน
บก หรือไม่เช่นนั้นเผ่าอาจจะถูกกวาดล้างไปนานแล้ว
เมื่อภีมยักษ์มาถึง การประชุมเร่งด่วนจะจัดขึ้นภายในเผ่า ผู้นำทีม
ของทีมล่าทั้งสองจะแบ่งนักรบบางส่วนให้รับผิดชอบดูแลป้องกัน
เผ่า นั่นคือการตรวจตราเฝ้าระวังยามฤดูฝนมาประจำปี
ในช่วงฤดูฝน บางสิ่งบางอย่างอาจออกมาจากแม่น้า และนั่นก็
เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทีมล่าจึงเลื่อนกำหนดการล่าช้าออกไป พวก
เขาต้องปกป้องเผ่าจากสิ่งมีชีวิตในแม่น้า