Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 1004 เพื่อนเก่าในอดีตตอนนี้กลายเป็นศัตรู
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 1004 เพื่อนเก่าในอดีตตอนนี้กลายเป็นศัตรู
แววตาของพระสนมหยวนชูทำให้จางหยวนคิดกับตัวเองว่า“ไม่ดีแล้ว”
สายตาของทุกคนมองตามสายตาของนางไปอย่างแน่นอน นางบอก
ด้วยความแค้นว่า “ข้าเป็นห่วงฝ่าบาท และเกี้ยวที่ส่งโดยห้องโถงจาว
เหอก็เกือบจะนำสนมผู้นี้ไปยังห้องโถง อย่างไรก็ตามขันทีจางหยวน
หยุดเกี้ยว ขันทีจางหยวนกล่าวว่าสนมผู้นี้เป็นตัวกาลกินีและนาง
ปีศาจจิ้งจอกที่ยั่วยวนให้ฝ่าบาทใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับข้า ทำให้ฝ่า
บาทพักผ่อนไม่เพียงพอ ขันทีจางหยวนยังบอกด้วยว่าถ้าข้าไปอีกใน
วันนี้ ฝ่าบาทจะทรงปราชวร ! ข้าไม่ได้ถามหรือต้องการอะไร ข้าแค่
หวังว่าฝ่าบาทจะมีสุขภาพที่ดี ถ้าการดำรงอยู่ของข้าเป็นอันตรายต่อ
ฝ่าบาทจริง ๆ ”
นางพูดผ่านนํ้าตาและความโกรธและมีรอยจาง ๆ จากเชือกที่คอ
ของนาง นางจะไอเป็นครั้งคราว สิ่งนี้ดูน่าสมเพชเท่าที่จะเป็นไปได้
ฮ่องเต้มองมาที่นางและรู้สึกว่าหัวใจของเขาเริ่มเจ็บปวด ขณะที่มือ
ของเขายังคงเชยหน้าพระสนมหยวนชูเพื่อพยายามเช็ดนํ้าตา แต่
นํ้าตาก็ไม่หยุดไหล ไม่ว่าเขาจะพยายามเช็ดให้แห้ง เขารู้สึกหงุดหงิด
มาก และกล่าวว่า “สนมรักอย่าร้องไห้ ใครก็ตามที่กล้าพูดกับสนมรัก
ของข้าว่าเป็นตัวกาลกินี ข้าจะทำให้พวกเขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป ! ”
จางหยวนได้ยินเช่นนี้และคุกเข่าลงเขามองพระสนมหยวนชูด้วย
ความสับสน และถามว่า “พระสนมหยวนชูนำเรื่องทั้งหมดนี้มาจาก
ไหนขอรับ ? ข้าพูดเรื่องนี้เมื่อไร ? ฝ่าบาททรงวินิจฉัยด้วย ข้าเพียง
แนะนำไม่ให้พระสนมหยวนชูไปที่ห้องโถงจาวเหอ แต่ไม่เคยพูดถึง
การเป็นตัวกาลกินีหรือนางปีศาจจิ้งจอก ! ข้าไม่กล้าที่จะสาปแช่งฝ่า
บาท ! ฝ่าบาทจะต้องสอบสวนอย่างรอบคอบพะยะค่ะ ! ”
วันนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนหากสิ่งนี้เกิดขึ้นในอดีตโดยไม่คำนึงถึง
ใครที่ทำให้จางหยวนเสื่อมเสียชื่อเสียง จางหยวนจะไม่กลัว นี่เป็น
เพราะเขาเชื่อมั่นว่าฮ่องเต้จะเข้าข้างเขาแน่นอน ไม่ว่าใครจะพูดอะไร
ฮ่องเต้ก็จะไม่เชื่อสิ่งนั้น แต่ตอนนี้ฮ่องเต้เปลี่ยนไปและฮ่องเต้ต้องเลือก
ระหว่างเขากับพระสนมหยวนชู อาจกล่าวได้ว่าพระสนมหยวนชูใน
ปัจจุบันอยู่ในสถานะที่คล้ายกันกับพราชายาหยุน เนื่องจากฮ่องเต้จะ
ไม่ยอมให้ใครพูดถึงนางในแง่ที่ไม่ดี
คำพูดของจางหยวนไม่ได้รับการตอบสนองจากฮ่องเต้แต่นาง
กำนัลในตำหนักชุนชาน หยูซู่คุกเข่าและพูดว่า “ทำไมขันทีจางหยวน
จึงไม่ยอมรับ ? เจ้าช่างแสนหยิ่งมากเมื่อไล่พระสนมออกไป ! บ่าวรับ
ใช้ของพระองค์สามารถเป็นพยานได้ ขันทีจางหยวนพูดอย่างนั้นจริง
ๆ เพคะ มันไม่ใช่แค่หม่อมฉันที่ได้ยิน ขันทีที่มาเชิญพระองค์ไปห้อง
โถงจาวเหอก็เป็นพยานได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผู้แบกเกี้ยวที่เป็น
พยานได้ ฝ่าบาท ถ้าฝ่าบาทไม่เชื่อ เราสามารถให้พวกเขามาได้เจ้า
ค่ะ หม่อมฉันสงสารพระสนม ก่อนที่จะถูกไล่กลับมา ไม่ต้องพูดถึง
การที่ถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ แต่คำพูดที่ขันทีจางหยวนกล่าวว่ายังทำให้
ท่านรู้สึกเจ็บปวดยิ่งขึ้น ท่านไม่สามารถรับมือกับมันได้และพยายาม
ฆ่าตัวตายทันทีหลังจากกลับมา เราแทบจะไม่สามารถช่วยท่านได้ แม้
กระนั้นยังมีรอยที่คอจากเชือก หม่อมฉันขอร้องให้ฝ่าบาททวงความ
ยุติธรรมให้พระสนมหยวนชูด้วยเพคะ ! ”
จากการพูดคนเดียวของนางทุกคนในห้องก็คุกเข่าวิงวอนต่อ
ฮ่องเต้เพื่อสนับสนุนพระสนมหยวนชู ในเวลานี้เสียงร้องไห้ของพระ
สนมหยวนชูก็ดังขึ้น ในขณะที่ร้องไห้นางกล่าวว่า “อย่าขอร้องเลย
ข้าไม่สามารถทำอันตรายต่อฝ่าบาทได้ ตราบใดที่พระพลานามัยของ
ฝ่าบาทดีขึ้น ไม่ว่าข้าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ไม่สำคัญ”
“ไร้สาระ”ฮ่องเต้โกรธมาก “หากไม่มีสนมรักอยู่กับข้าแล้ว ข้าจะ
มีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ? ” หลังจากพูดแบบนี้เขาก็หันหน้ามาจ้อง
จางหยวนด้วยความโกรธแค้น ความดุร้ายในสายตาของเขาทำให้จาง
หยวนรู้สึกตื่นตระหนก นึกถึงเวลาที่ฮ่องเต้มองด้วยแววตาแบบนี้เมื่อ
เขาได้โยนพระสนมเอกบุ สำหรับความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็น
เวลาหลายปี มันก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากเป็นอุปสรรค
เดียว
จางหยวนยังคงคุกเข่าอยู่แม้กระนั้นขาของเขาก็เริ่มสั่น ทุกคน
บอกว่าการอยู่ใกล้ฮ่องเต้นั้นเหมือนกับการอยู่ใกล้พยัคฆ์ ก่อนหน้านี้
เขาสนิทกับฮ่องเต้มาก และเขารู้สึกว่าเขาและฮ่องเต้องค์นี้จะพึ่งพา
ซึ่งกันและกันเพื่อความอยู่รอด เขาจะดูแลฮ่องเต้จนกว่าฮ่องเต้จะ
สวรรคต หลังจากนั้นเขาจะตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย แต่ตอนนี้…“ฝ่า
บาท” เขาร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง “ขันทีผู้นี้ไม่เคยพูดอะไรแบบ
นั้นจริง ๆ พะยะค่ะ เชื่อกระหม่อมสักครั้งพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้กำหมัดแน่นในสายตาของเขา ยังมีการพิจารณาเรื่อง
ใดบ้างสำหรับมิตรภาพในอดีต ? โดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย เขาก็รีบ
พูดว่า “ลากเขาออกไปประหาร ! ”
ทุกคนตัวสั่นเมื่อได้ยินสิ่งนี้ในขณะที่จิตใจของพวกเขาเต็มไป
ด้วยความตกใจ ไม่มีใครคิดว่าหัวหน้าขันทีก็จะตกอยู่ในสภาพอย่าง
นี้ พระสนมหยวนชูได้รับความโปรดปรานโดยฉับพลัน
แต่อย่างที่ทุกคนคิดว่าจางหยวนอยู่เหนือความตายด้วยจาง
หยวนเองก็สิ้นหวัง พระสนมหยวนซึ่งนอนอยู่บนเตียงรู้สึกว่าการที่
จางหยวนตายเช่นนี้นั้นง่ายเกินไป นางได้รับความเดือดร้อนจาก
นํ้ามือของขันทีผู้นี้มามากแค่ไหน ? เพราะนางไม่ได้รับความโปรด
ปราน นางจึงทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อติดสินบนขันที เพียงเพื่อจะ
ได้พบฮ่องเต้ แต่ขันทีผู้นี้ก็ไม่ยอมร่วมมือ นางเสนอเงินให้เขา แต่เขา
ไม่ต้องการเงิน นางไว้หน้าเขา แต่เขาไม่ไว้หน้านาง สิ่งนี้ทำให้นางไม่
มีวิธีอื่นใดเลย ตอนนี้เขาตกอยู่ในนํ้ามือของนาง เพียงแค่ดูเขาถูก
ประหารชีวิต จะไม่เพียงพอที่จะให้นางได้ระบายความโกรธในช่วง
หลายปีที่ผ่านมา !
“ฝ่าบาท! ” นางเรียกร้องอย่างอ่อนแรง และเอื้อมมือไปดึงแขน
เสื้อของฮ่องเต้ “ขันทีจางหยวนเป็นคนที่รับใช้ฝ่าบาทมานานหลายปี
แม้ว่าจะไม่มีความชอบ แต่ก็มีทำงานหนักเพื่อรับใช้ ฝ่าบาทจะ
พิจารณาจากการรับใช้เป็นเวลานานหลายปีและละเว้นโทษประหารให้
เขาเถิดเพคะ ! คนที่เข้ามาในพระราชวังในฐานะบ่าวรับใช้ไม่ใช่งาน
ง่าย ๆ ฝ่าบาททรงมีเมตตา ละเว้นชีวิตของเขาด้วยเพคะ”.Aileen-
novel.
ฮ่องเต้มองที่พระสนมหยวนชูและรู้สึกว่าสนมรักของเขาใจดี
เกินไปจางหยวนรังแกนางจนถึงขั้นนี้ แต่นางก็ยังอ้อนวอนขอให้เว้น
โทษประหารให้จางหยวน เมื่อมองไปที่รอยเชือกที่คอของนาง เปลวไฟ
แห่งความโกรธในใจของฮ่องเต้ก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมา เขาต้องการที่จะ
เพิกเฉยต่อสิ่งที่พระสนมหยวนชูพูดและยืนยันว่าจะประหารจางหยวน
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเขามีความคิดนี้ หัวของเขาก็เริ่มเจ็บ
อย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเขาต่อต้านมัน เรื่องนี้ทำให้เขางุนงงมาก
“ลืมมันไปเถิด”เขากล่าวว่า “สนมรักกล่าวเช่นนั้น เขาจะได้รับ
การละเว้นโทษประหาร แต่การลงโทษของเขายากที่จะหลีกเลี่ยงได้”
เขามองไปที่จางหยวนและพูดต่อ “เจ้าจะถูกโบย 30 ครั้ง จากนั้นมุ่ง
หน้าไปรับใช้ในฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มีความผิด ! ”
ฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มีความผิดคือที่ซึ่งบ่าวรับใช้ในพระราชวังที่ทำ
ผิดพลาดจะถูกส่งไปทำงานงานที่สกปรกน่าเบื่อหน่ายหรือ
ยากลำบากทั้งหมดจะถูกทิ้งไว้ให้คนที่อยู่ในฝ่ายนั้นจัดการ ทุกคนรู้
ว่าเมื่อบ่าวรับใช้พระราชวังทำผิดพลาดและถูกส่งไปยังแผนก บ่าวรับ
ใช้ผู้กระทำความผิดอัตราการรอดชีวิตตํ่ากว่าร้อยละ 30 แม้ว่าไม่มี
ใครตาย พวกเขาก็จะสูญเสียผิวหนัง คนดีคนหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามาใน
นั้นจะรู้สึกงุนงงจนถึงจุดที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากผิวหนังและกระดูก
ชีวิตจะเลวร้ายยิ่งกว่าตาย มีศพที่ถูกนำออกจากฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มี
ความผิด ไม่มีใครถามอะไรมากเกินไปเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาตาย
เพราะพวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ที่มีความผิด พวกเขาเสียชีวิตด้วย
เหตุผลที่ดี
เมื่อจางหยวนได้ยินว่าฮ่องเต้กำลังส่งเขาไปที่ฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มี
ความผิดเขาก็คิดกับตัวเองว่ามันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเขาตายขณะ
ถูกตี นั่นจะช่วยเขาไม่ต้องถูกส่งไปยังฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มีความผิด
น่าเสียดายว่าสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นแบบที่เขาต้องการ ? ในเมื่อ
ฮ่องเต้ได้กล่าวเขาจะถูกส่งไปยังฝ่ายบ่าวรับใช้ที่มีความผิดที่ต้องทน
ทุกข์ทรมาน บ่าวรับใช้ที่เป็นคนโบยก็ไม่กล้าที่จะตีเขาจนตาย ผู้คนใน
ห้องนอนได้ยินเสียงร้องจากข้างนอก เสียงเริ่มดังและค่อย ๆ อ่อนแอ
ลง เสียงนี้ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นไหว
พระสนมหยวนชูยังคงนอนบนเตียงในขณะที่กุมมือของฮ่องเต้
เปลือกนอกนางดูน่าสงสารมาก อย่างไรก็ตามหัวใจของนางเบ่งบาน
ด้วยความสุข นางคิดกับตัวเองว่าในที่สุดจางหยวนก็ประสบปัญหา
เช่นนี้ เพียงแค่รอดู ! ทุกคนที่ทำให้นางต้องทุกข์ทรมาน นางจะทำให้
พวกเขาต้องชดใช้ ! แน่นอนว่านางจะต้องจัดการสิ่งต่าง ๆ ใน
พระราชวังของฮ่องเต้ตามที่นางชอบ มันจะเป็นรากฐานสำหรับเมื่อโม
เอ๋อของนางเมื่อปกครองราชวงศ์ต้าชุน
หากปราศจากจางหยวนกีดขวางพวกเขาพระสนมหยวนชูและ
ฮ่องเต้ก็ยิ่งรักกันมากยิ่งขึ้น เมื่อฮ่องเต้เห็นพระสนมหยวนชู
ความรู้สึกปลอบโยนอยู่ในตัวเขา เนื่องจากพระสนมหยวนชูได้รับ
บาดเจ็บจากการพยายามแขวนคอตัวเอง เขาก็อยู่ในตำหนักชุนชาน
เขาไม่ต้องกังวลเรื่องพระสนมหยวนชูที่จะไปห้องโถงจาวเหออีกต่อไป
ความรู้สึกรักใคร่กันอย่างลึกซึ้งของพวกเขาทั้งสองกระตุ้นความริษยา
จากผู้อื่น มีบางคนที่เริ่มตั้งตารอคอยว่าพระสนมหยวนชูจะตั้งครรภ์
มังกรให้ฮ่องเต้อีกคนหรือไม่ สิ่งนี้ทำให้เกิดอาการปวดหัวสำหรับหมอ
หลวง เนื่องจากพวกเขากลัวว่าฮ่องเต้จะมีความคิดเช่นนั้นจริง ๆ นั่น
จะทำให้งานยุ่งมากจริง ๆ
จางหยวนไม่สามารถเดินได้หลังจากถูกเฆี่ยน30 ครั้ง แม้ว่าเขา
จะยังมีชีวิตอยู่ แต่เขาเกือบเสียชีวิตจากการถูกโบยครั้งนี้
วันรุ่งขึ้นฮ่องเต้เข้าร่วมราชสำนักตอนเช้าและขันทีที่ติดตาม
เขาเปลี่ยนไปมันเป็นคนที่ช่วยพระสนมหยวนชู ชื่อของเขาคือหวู่หยิง
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการเปลี่ยนขันทีแต่ผู้คนในราชสำนักก็
สามารถเข้าใจได้ว่าสถานการณ์ได้พัฒนาไปอีกขั้น ผู้ที่ใกล้ชิดกับ
องค์ชายแปดก็ชื่นชมยินดีในสิ่งนี้ ในขณะที่ฝ่ายองค์ชายเก้าก็ขมวด
คิ้ว
การปราชุมในราชสำนักไม่เหมือนเมื่อก่อนตอนนี้ผู้คนฝ่ายของ
องค์ชายแปดนั้นมีชีวิตชีวามาก ด้านขององค์ชายเก้าก็เศร้าใจ ไม่ใช่
ว่าพวกเขาต้องการลง แต่ฮ่องเต้ก็เพิกเฉยต่อพวกเขาโดยสิ้นเชิง ไม่
ว่าพวกเขาจะพูดอะไรก็ตาม ฮ่องเต้ไม่เคยมองพวกเขาดี มีหลายครั้ง
ที่เขาปฏิเสธที่จะยอมให้พวกเขาพูด มันเป็นเช่นนั้นจะมีบางครั้งที่ทั้ง
เสนาบดีฝ่ายซ้ายและเสนาบดีฝ่ายขวา ขุนนางขั้นหนึ่งไม่สามารถพูด
ได้โดยฮ่องเต้ สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัดใจและผิดหวังมาก
หลังจากที่เลิกราชสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้ายหลู่ซ่งไม่สามารถทน
ได้และไล่ตามหลังเสนาบดีฝ่ายขวา, เฟิงชิง เขาถามอย่างเงียบ ๆ
“การทำเช่นนี้ต่อไปจะไม่มีทางทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ! ”
เฟิงชิงไม่ได้ปฏิเสธหลู่ซ่งเหมือนเมื่อก่อนนอกจากนั้นพฤติกรรม
ของหลู่ซ่งในปีที่ผ่านมานั้นดีมาก ทั้งสองทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง
ความหงุดหงิดให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่มขององค์ชายแปด ด้วยเหตุนี้
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงใกล้ชิดกว่าในอดีต ฟังหลู่ซ่งพูดอย่างนี้ เฟิง
ชิงก็ถอนหายใจแต่ก็ไม่ตอบโดยตรง สายตาของเขามองไปในทิศทาง
ของซวนเทียนหมิง อย่างไรก็ตามเขาเห็นซวนเทียนหมิงส่ายหน้า
เล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าไม่มีอะไรที่สามารถทำได้ จากนั้นเขาก็พูด
ว่า “ลองทำทีละขั้นตอนกันเถิด ! ฝ่าบาทเป็นผู้ปกครองและเราเป็น
ขุนนางของฝ่าบาท หากผู้ปกครองไม่ยอมให้พูด ไม่มีอะไรที่ขุนนาง
สามารถทำได้”
หลู่ซ่งพูดอย่างไร้ปัญหา“ใช่ ! แม้แต่ผู้ตรวจการก็ไม่สามารถพูด
ได้ ดังนั้นเราจะทำอะไรได้บ้าง ข้าแค่กังวลว่าหากสิ่งนี้ดำเนินต่อไป
เช่นนี้ อาณาจักร… จะไม่ใช่อาณาจักรอีกต่อไป ! ” เขาถอนหายใจ
แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องการพูดกับคนอื่นอีกต่อไป
การที่หลู่ซ่งจะพูดบางอย่างเช่น อาณาจักรจะไม่ใช่อาณาจักร
อีกต่อไปแล้ว เสนาบดีเฟิงชิงจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ? เพียงว่าการ
เปลี่ยนแปลงของฮ่องเต้นั้นยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ ในขณะนี้เขาไม่มี
วิธีที่จะจัดการกับมัน
หลังจากเลิกราชสำนักซวนเทียนหมิงกลับตำหนักหยูโดยตรง
ซวนเทียนฮั่วก็ไปที่ตำหนักหยูด้วยเช่นกัน ไม่ได้มีแขกเพียงคนเดียว
ในตำหนักหยู เมื่อพวกเขากลับมา พวกเขาเห็นว่าเหยาเซียนอยู่ด้วย
และตอนนี้เขากำลังพูดคุยกับเฟิงหยูเอง
ทั้งสองให้ความเคารพต่อเหยาเซียนมากเมื่อเห็นเขา พวกเขาจึง
เริ่มที่จะคำนับและเหยาเซียนตอบกลับด้วยมารยาท เขาไม่ได้ทำสิ่งใด
ต่อและกล่าวโดยตรงว่า “ก่อนหน้านี้ข้าไปเสี่ยวโจว ข้าพึ่งกลับมา อา
เองบอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์กับฮ่องเต้ ข้ากำลังคิดหาเหตุผลที่จะ
เข้าไปในพระราชวัง เมื่อก่อนฮ่องเต้ได้มอบป้ายประจำตัวแก่ข้าเพื่อ
เข้าสู่พระราชวัง อย่างไรก็ตามข้าไม่รู้ว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ หาก
ไม่สามารถใช้งานได้ ข้าสงสัยว่าองค์ชายจะจัดการให้ข้าได้หรือไม่”