Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 343 ข้ามาเพื่อหาคำตอบ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 343 ข้ามาเพื่อหาคำตอบ
นางกำนัลเดินไปอย่างรวดเร็วและไม่ได้มองไปข้างหน้า เมื่อ
นางสังเกตเห็นเฟิงหยูเองและหวงซวน มันก็ช้าเกินไปเมื่อ
นางชนเข้ากับพวกเขา
หวงซวนรีบหยุดนางอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ชนเฟิงหยูเอง แต่
นางกำนัลตื่นตระหนกและคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว พลางเอ่ย
ว่า “ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่บ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่ได้ตั้งใจเจ้า
ค่ะ ไว้ชีวิตข้าด้วยเจ้าค่ะ ! ”
เฟิงหยูเองมองนางซักพัก เมื่อเห็นว่านางทำท่ากระวน
กระวาย นางจึงถามว่า “เจ้ามาจากตำหนักไหน ? ทำไมเจ้า
ต้องเร่งรีบเช่นนี้ ? ”
บ่าวรับใช้ในพระราชวังกล่าวว่า “บ่าวรับใช้ผู้นี้มาจาก
ตำหนักฉิงอัน พระสนมอันป่วยหนักเจ้าค่ะ ข้ารีบไปเชิญหมอ
หลวงเจ้าค่ะ”
“พระสนมอัน ? ” เฟิงหยูเองกระพริบตาสองสามครั้ง การไป
เยี่ยมเยียนเทียบไม่ได้กับการมอบความเห็นอกเห็นใจในเวลา
ที่ต้องการ นางจึงกล่าวว่า “องค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้กำลังคิด
ว่าที่จะไปเยี่ยมพระสนมอัน ในเมื่อข้าได้ยินเรื่องนี้ ข้าคงนิ่งดู
ดายไม่ได้ ข้าจะไปกับเจ้าเพื่อตรวจอาการป่วยของพระสนม
อัน ! ”
ราชวงศ์ต้าชุนมีองค์หญิงแห่งมณฑลคนเดียวเท่านั้น นาง
กำนัลจะไม่ทราบได้อย่างไรว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้านาง
แม้ว่าการเชื้อเชิญองค์หญิงแห่งมณฑลให้ไปพบผู้ป่วยนั้นไม่
เหมาะสม องค์หญิงแห่งมณฑลเป็นหมอเทวดา นี่คือสิ่งที่ทุก
คนในเมืองหลวงรู้ดี นางต้องการให้ใครซักคนไปตรวจอาการ
ป่วยทางจิตของพระสนมอัน แต่นางรู้สึกว่าไม่เพียงแต่สำนัก
หมอหลวงอยู่ไกลเกินไป แต่นั่นยังไม่รับประกันว่าพวกเขาจะ
ยินดีไปที่ตำหนักฉิงอัน ดังนั้นนางจึงกัดฟันและคำนับเฟิงหยู
เอง พลางกล่าวว่า “บ่าวรับใช้ผู้นี้ขอบคุณองค์หญิงแห่ง
มณฑลสำหรับความเมตตาเพคะ ! องค์หญิงแห่งมณฑล
โปรดติดตามบ่าวรับใช้คนนี้ไปตำหนักฉิงอันเพคะ ! ”
เช่นนี้เฟิงหยูเองได้รับเชิญให้ไปยังตำหนักชิงอัน หลังจากเข้า
ไปในตำหนักแล้ว นางก็ได้ยินเสียงใครบางคนกรีดร้องราวกับ
ว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ “ฆ่าสัตว์ร้ายนั่น ! ฆ่า
มัน ! ” เสียงขวดและเหยือกดังตามมาทันที เมื่อติดตามสิ่งนี้
เสียงของคนที่ตะโกนด้วยความโกรธ “ข้าให้กำเนิดบุตรชาย
แบบนี้ได้อย่างไร ? ข้าไม่ได้ให้กำเนิดเขา ไม่อย่างแน่นอน ”
นางกำนัลที่เชิญเฟิงหยูเองมาทำอะไรไม่ถูก แล้วกล่าวว่า
“พระสนมอันเกิดอาการคลุ้มคลั่งมาแล้วระยะหนึ่ง โดยปกติ
แล้วพระสนมอันจะร้องเพลงหรือร้องไห้ หลังจากนั้นไม่นาน
พระสนมก็จะดีขึ้น แต่คราวนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้
อาการพระสนมยังไม่ดีขึ้น พระสนมตีผู้คน ขันทีและนาง
กำนัลถูกตีจนตายเพคะ”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ ? ” เฟิงหยูเองสงสัยเล็กน้อย ใน
ตอนแรกนางคิดว่าพระสนมอันเพียงแต่ควบคุมอารมณ์
ตัวเองไม่ได้จนนำไปสู่ปัญหา อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองไม่คิด
ว่านางจะคลุ้มคลั่งถึงระดับนี้
นางเพิ่มความเร็วในการเดินของนางเข้าไปในห้อง เมื่อเข้าไป
ในห้องนอนของพระสนมอัน นางเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งกาย
ชุดราชสำนัก ผมยุ่งเหยิงนั่งอยู่บนพื้น ผ้าของชุดราชสำนัก
ค่อนข้างดี แต่สีซีดจาง และมันดูใหญ่ไปหน่อย
เฟิงหยูเองรู้ว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นพระสนมอัน และในเวลานี้
นางกำลังจับนางกำนัลที่ทำความสะอาดในพระราชวัง
ในขณะที่ดึงผมของนางกำนัล นางตะโกน “มีประโยชน์อะไร
ที่ข้าเลี้ยงดูเจ้า ? ทำไมเจ้าไม่ฆ่าเขา ทำไมเขายังมีชีวิตอยู่
อย่างมีความสุข ? อาจเป็นเพราะเจ้าทำงานไม่ดี และเจ้าก็
ร่ายรำได้ไม่เหมือนนาง ! ”
นางกำนัลตัวเล็กและมีใบหน้าที่สวยงาม เอวของนางเล็กมาก
จนมือผู้ชายสามารถโอบรอบได้ แม้ว่านางจะสวมเครื่องแบบ
นางกำนัลก็ยังสามารถเห็นว่านางมีความโดดเด่น
โชคไม่ดีที่ไม่ว่าคนผู้นั้นจะสวยงามเพียงใด พวกนางก็สูญเสีย
ความงามจากการถูกทำร้ายโดยพระสนมอัน นางคุกเข่าบน
พื้นไม่สามารถหลุดพ้นจากการเป็นอิสระ หรือหลบได้ นางไม่
สามารถตอบโต้พระสนมอันได้ นางทำได้แค่กัดฟันและทนกับ
มัน แม้จะถูกกดดันอย่างหนักนางก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา
เฟิงหยูเองจำนางได้ว่านางคือหงหยุน แน่นอนว่าเฟิงหยูเอง
ไม่เชื่อว่าเป็นชื่อจริงของนาง ดังนั้นนางจึงถามนางกำนัลที่อยู่
ข้าง ๆ นาง “คนที่พระสนมอันจับนั่นคือใคร ? ”
นางกำนัลตอบ “นั่นคือหยินหลานเพคะ พระสนมจะให้การ
สนับสนุนนางมากที่สุด แต่ทุกครั้งที่พระสนมอันล้มป่วย นาง
ก็เป็นคนที่ทนทุกข์ทรมานมากที่สุด”
เฟิงหยูเองพยักหน้าแล้วเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นาง
คว้าข้อมือของพระสนม นางได้ยินเสียงตะโกนดัง ๆ ว่า “อย่า
แตะต้องข้า ! ชิ ! ปล่อยข้า ! ” แต่เมื่อนางตะโกนสิ่งนี้
เปลือกตาของนางก็ปิด นางหลับไปแล้ว
ในที่สุดหยินหลานก็หลุดพ้นและได้แต่ถอนหายใจด้วยความ
โล่งอก เมื่อนางเงยหน้าขึ้นและเห็นเฟิงหยูเอง ความสงบ
ของนางหายไปในทันที “องค์หญิงแห่งมณฑล” นางคุกเข่า
และก้มหัวลง หลังจากพูดว่าองค์หญิงแห่งมณฑล นางไม่ได้
พูดอะไรอีกต่อไป
เฟิงหยูเองไม่สนใจนาง เนื่องจากนางให้นางกำนัลคนหนึ่ง
ของตำหนักฉิงอันนำพระสนมอันไปวางบนเตียง จากนั้นนาง
ก็ดึงเข็มสีเงินออกจากแขนเสื้อของนาง และเริ่มฝังที่หัวของ
พระสนมของอัน
เมื่อเห็นเช่นนี้ ในที่สุดนางกำนัลของตำหนักฉิงอันก็รู้สึกสบาย
ใจ หากพวกเขาไม่ได้วิ่งเข้าไปในพระราชวัง ไม่เจอองค์หญิง
แห่งมณฑลจี่อัน บางทีอาจจะมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องตกตาย
หมอหลวงส่วนใหญ่จะสั่งยาหลังจากพบนาง พระสนมอันถือ
ว่าเป็นพระสนมที่ถูกทอดทิ้ง ฮ่องเต้พระราชทานตำหนัก
ให้แก่นาง และไม่ลดตำแหน่งของนางก็ค่อนข้างดีอยู่แล้ว
เขาจะดูแลนางได้อย่างไร
หยินหลานคุกเข่าตรงกลางห้องโดยไม่ลุกขึ้นยืน นางกำนัลที่
พาเฟิงหยูเองไปที่ตำหนักฉิงอันรู้สึกว่ามันแปลกเล็กน้อย นาง
ต้องการไปและถาม อย่างไรก็ตามนางรู้สึกว่าองค์หญิงแห่ง
มณฑลจี่อันมีท่าทางเศร้าหมองแม้จะมาทำการรักษาพระสนม
อัน นางไม่กล้าถามมากเกินไป ดังนั้นนางทำได้แค่ยืนอยู่ข้าง
ๆ
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม เฟิงหยูเองก็เอาเข็มเงินทั้งหมดออก
จากหัวของพระสนมอัน จากนั้นนางก็ดึงขวดขนาดเล็ก
ออกมาจากแขนเสื้อของนาง และเทยาลงไปสองสามเม็ด
และป้อนเข้าไปในปากของนางสนมอัน จากนั้นนางก็สั่งการ
ว่า “ไปเอาน้ำมาป้อนพระสนม หลังจากนั้นไม่นานพระสนมก็
คงจะตื่น”
นางกำนัลปฏิบัติตามและออกไปเอาน้ำ เฟิงหยูเองยืนขึ้นแล้ว
เหลือบไปที่หยินหลาน จากนั้นก็เริ่มเดินออกไปพร้อมกับ
กล่าวว่า “ข้าอยากคุยกับเจ้า ตามข้ามา”
หยินหลานยืนขึ้นขณะที่นางเดินตามอย่างระมัดระวัง เดิน
ตามหลังเฟิงหยูเอง บ่าวรับใช้คนอื่นคิดเพียงว่าเฟิงหยูเอง
ต้องการถามเกี่ยวกับอาการป่วยของพระสนม ดังนั้นจึงไม่มี
ใครคิด ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป
เฟิงหยูเองไม่ได้ไปไกลนักเพราะนางนั่งลงที่ทางเดินใกล้
ๆ หยินหลานยืนอยู่ตรงหน้านางโดยที่ไม่หยิ่งจองหองเหมือน
ตอนที่นางเป็นหงหยุน เมื่อมองดูนางตอนนี้ นางยังดูเยือก
เย็นเล็กน้อย
หวงซวนรู้จักนางมานานแล้ว ก่อนที่เฟิงหยูเองจะพูด นางก็
รีบพูดขึ้น และพูดอย่างโกรธเคืองว่า “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าและ
แอบเข้าไปในคฤหาสน์เฟิง เจ้าตั้งใจทำอะไร ? ”
นางไม่พูด
หวงซวนจ้องมองนางอย่างโกรธเคือง “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้า
ฆ่าเจ้าได้”
นางยังไม่พูด
เฟิงหยูเองหัวเราะทันที “อารมณ์ของเจ้ายังคงเป็นของหง
หยุน แต่การช่วยมารดาที่บ้าคลั่งทำร้ายบุตรชายของนางเอง
เป็นสิ่งที่ทำให้ฟ้าพิโรธ”
ในที่สุดหยินหลานก็ตอบสนอง แม้กระนั้นดวงตาของนาง
เปลี่ยนเป็นสีแดงในขณะที่นางกำมือของนาง
เฟิงหยูเองกล่าวต่อว่า “ตบมือข้างเดียวนั้นไม่ดัง หญิงชาย
พร้อมใจกัน แม้ว่าคนหนึ่งตายไปแล้วก็ไม่ควรโทษว่าเป็น
ความผิดของอีกฝ่าย” นางเงยหน้าขึ้นมองหยินหลาน “มัน
ผ่านมาหลายปีแล้วนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ และจิตใจของ
พระสนมก็สับสน มันคงน่าเบื่อสำหรับเจ้าที่จะอยู่เคียงข้าง
พระสนม และเตือนพระสนมตลอดเวลาให้เกลียดบุตรชาย
ของตัวเอง”
เมื่อหยินหลานได้ยินสิ่งนี้ นางตกใจในตอนแรก แต่หลังจาก
นั้นนางก็เริ่มหัวเราะ ราวกับว่านางเคยได้ยินเรื่องตลกที่สุด
นางชี้ไปที่เฟิงหยูเองและกล่าวว่า “องค์หญิงแห่งมณฑลจะ
รายงานความผิดเรื่องนี้ต่อองค์ชายห้าใช่หรือไม่ ? เป็นไปได้
หรือไม่ที่องค์หญิงลืมไปแล้วว่าคนแรกที่ผลักพระองค์ลงไปใน
น้ำคือองค์หญิง ! ”
เฟิงหยูเองพยักหน้าเพราะนางไม่ได้หลีกเลี่ยงความ
รับผิดชอบนี้ “ใช่ ข้าเป็นคนทำ” นางพูดว่า “ในเวลานั้นข้า
ต้องการผลักองค์ชายที่ต่ำช้าลงไปในน้ำ อย่างไรก็ตามความ
ผิดพลาดเนื่องจากสถานการณ์แปลก ๆ ทำให้เขาจมลงไปใน
น้ำเหล่านี้มากขึ้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการผลักเขาลงไปใน
น้ำนั้นถูกต้อง เขาควรจะตาย”
นางเพิ่งจะขว้างคำทั้งสองออกไปให้ตาย ทำให้หยินหลาน
สับสนเล็กน้อยขณะที่นางรีบพูดว่า “ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น”
เฟิงหยูเองบอกนางว่า “ความคิดของข้าที่บอกว่าเขาควรตาย
นั้นแตกต่างจากสิ่งที่เจ้าคิด สำหรับข้า เขาจะตายแน่นอน
แต่สำหรับเจ้า… พูดมา พระสนมที่จมน้ำตายในปีนั้น นาง
เกี่ยวข้องเป็นอะไรกับเจ้า ? ”
หยินหลานตกใจแล้วจ้องมองเฟิงหยูเอง นางรู้สึกว่าดวงตาที่
ลึกซึ้งของเฟิงหยูเองดูเหมือนจะสามารถมองเห็นทุกสิ่ง
แม้ว่านางจะไร้ความหวังใด ๆ ที่จะซ่อนมันจากทุกคน เฟิงหยู
เองชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของนางกับพระสนมผู้นั้น
โดยตรง ไม่เพียงแต่พบว่านางเป็นนางกำนัลที่ตำหนักฉิงอัน
ทำให้นางรู้สึกกลัวเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่านางลังเลและไม่พูดอะไร เฟิงหยูเองยิ้ม และดล่าว
ว่า “ศัตรูของเจ้าคือมิตรของเจ้า ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะ
ทำลายเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะพูดหรือไม่ก็ตาม นั่นขึ้นอยู่กับเจ้า ข้า
มาที่ตำหนักฉิงอันเพื่อค้นหาคำตอบบางอย่าง หากเจ้า
สามารถช่วยขจัดความสงสัยของข้า หยินหลาน หากเจ้าไม่
อยากตาย ข้าอาจช่วยเจ้าได้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของหยินหลานที่เป็นเหมือนทะเลสาบ
อันเงียบสงบ ทันใดก็เผยคลื่นบางอย่างเมื่อนางถามอย่างไม่
รู้ตัว “จริงหรือ ? ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “ใช่”
ความหวังในดวงตาของหยินหลานนั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น
นางคิดอยู่แล้วว่านางไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายได้ เข้าสู่
พระราชวัง และเดินไปตามเส้นทางนี้นางไม่เคยคิดจะออก
แต่ไม่ว่านางจะวางแผนหรือไม่ก็ตาม เมื่อนางได้ยินใครบอก
นางว่านางไม่ต้องตาย นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ด้วยเหตุผลบางอย่างนางเชื่อมั่นในตัวเฟิงหยูเอง แม้ว่าเฟิง
หยูเองจะอายุน้อยกว่านางมาก แต่นางก็เชื่อใจทุกคำที่องค์
หญิงแห่งมณฑลจี่อันกล่าว
หยินหลานไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง นางพูดอย่าง
ตรงไปตรงมา “ดี ข้าจะพูด พระสนมที่ตายไปคือพี่สาวของ
ข้า เมื่อนางเข้าไปในพระราชวังตอนแรกนางเป็นแค่นางรำ
อย่างไรก็ตามนางเหมือนพราชายาหยุนเล็กน้อย ครั้งหนึ่ง
ฮ่องเต้เมาและทรงโปรดปรานนางเป็นเวลา 1 คืน แต่น่า
เสียดายที่ฮ่องเต้เริ่มรู้สึกเสียใจหลังจากคืนนั้น และรู้สึกผิด
ต่อพราชายาหยุน พระองค์จึงไม่เคยไปเยี่ยมพี่สาวของข้า
แม้กระนั้นพระองค์ทรงพระราชทานตำแหน่งพระสนมเพื่อที่
นางจะได้เข้าไปในพระราชวัง และอยู่อย่างไร้กังวล ใครจะรู้
ว่าองค์ชายห้าจะรนหาที่ตายและตกหลุมรักพี่สาวของข้าด้วย
! เมื่อเขาทำดีกับนางทุกอย่าง พี่สาวของข้าก็ประทับใจ
อย่างไรก็ตามกำแพงของพระราชวังนั้นบาง หลังจากที่
เหตุการณ์ผ่านไป พี่สาวของข้าถูกประหารชีวิตในความลับนี้
แต่องค์ชายห้ายังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข บอกข้าทีว่านี่
ยุติธรรมหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองคิดกับตัวเองว่าการคาดเดาของนางถูกต้อง เมื่อ
นางสังเกตเห็นว่าหงหยุนได้รวมตัวกันในตำหนักฉิงอัน นาง
รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติ จิตใจของพระสนมอันสับสน
ในขณะที่นางใช้เวลาทุกวันเพื่อหาวิธีฆ่าบุตรชายของตัวเอง
หงหยุนไปสอนเฟินไดว่าจะร่ายรำอย่างไร ทำให้เห็นได้ชัดว่า
พระสนมอันกำลังพยายามทำร้ายองค์ชายห้า ถ้ามีคนกล่าว
ว่าหงหยุนเป็นคนอื่นและไม่มีเป้าหมายของตัวเอง นางคงไม่
เชื่ออย่างแน่นอน การร่ายรำบนหิมะที่สวยงามไม่ใช่สิ่งที่ทุก
คนรู้วิธีการแสดง พระสนมจะสอนหงหยุนโดยบังเอิญได้
อย่างไร?
หยินหลานพูดต่อ “ข้าไม่ได้เกลียดฮ่องเต้ และข้าไม่ได้เกลียด
พราชายาหยุน หากไม่มีองค์ชายห้า พี่สาวของข้าจะยังคงอยู่
ในตำหนักของนาง ดำเนินชีวิตอย่างมีเกียรติ ทั้งหมดนี่เป็น
ความผิดขององค์ชายห้า นั่นเป็นเหตุผลที่เขาสมควรตาย”
เฟิงหยูเองไม่ได้พูดอะไรอีก ความเกลียดชังของหยินหลาน
สำหรับซวนเทียนหยานนั้นไม่เกี่ยวข้องกับนาง หากหยิน
หลานร่วมมือกับพระสนมอันเพื่อฆ่าซวนเทียนหยาน นางก็จะ
ได้รับโทษน้อยลง
“ข้าได้ยินมาว่าคฤหาสน์ขององค์ชายห้าเคยมีนางสนมมาจาก
ชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? ” นางถามหยิน
หลาน “แม้ว่าพระสนมอันจะเกลียดบุตรชายของตัวเอง แต่
องค์ชายห้าก็ยังรักพระสนมอันอยู่ พูด ถ้าพระสนมอันทำไม่ดี
กับองค์ชายห้า องค์ชายห้าจะยอมหรือ ? ”
เมื่อพูดแบบนี้ หยินหลานดูเหมือนจะเข้าใจความหมาย โดย
ไม่ตอบกลับ นางชี้ไปที่มุมหนึ่งแล้วพูดกับเฟิงหยูเอง “องค์
หญิงแห่งมณฑลมองไปที่นั่นเพคะ”