Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน - ตอนที่ 1326-2 การบริจาคของหลินเยวียนถูกเปิดเผย (2)
- Home
- Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
- ตอนที่ 1326-2 การบริจาคของหลินเยวียนถูกเปิดเผย (2)
ตอนที่ 1326-2 การบริจาคของหลินเยวียนถูกเปิดเผย (2)
……………
เมืองซู
คอนเสิร์ตของซุนเย่าหั่ว
เขายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยเสียงดังเต็มพลัง
“ควรจะถอดเปลือกหนักๆ นี้ลงดีไหม เสาะหาว่าฟ้าสีครามนั้นอยู่ที่ใดปล่อยให้สายลมอ่อนพัดพาให้ลอยไป บาดแผลทั้งหลายที่เคยผ่าน เหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
ฉันจะค่อยๆ ปีนขึ้นไป รอให้แสงแดดเงยหน้ามองฉันอย่างสงบนิ่ง ท้องฟ้าเล็กๆ มีความฝันอันยิ่งใหญ่เปลือกหนักๆ ห่อหุ้มความปรารถนาในใจ
ฉันจะค่อยๆ ปีนขึ้นไป โบยบินไปข้างหน้าบนใบไม้ที่อยู่ไกล
ให้สายลมพัดแห้งทั้งน้ำตาและเหงื่อที่เคยรินไหล สักวันหนึ่ง ฉันจะมีท้องฟ้าที่เป็นของฉันเอง”
เพลงนี้ชื่อว่า ‘หอยทาก’เป็นหนึ่งในเพลงปลุกใจจากอัลบั้มใหม่ของหลินเยวียน
ร้องมาจนถึงท่อนสุดท้าย
ดวงตาของซุนเย่าหั่วก็แดงก่ำ
…
ในไลฟ์สตรีมแห่งหนึ่ง
เฉินจื้ออวี่กำลังไลฟ์สดอยู่
เขาร้องว่า
“หยดน้ำค้างยามเช้าเย็นสบาย ทำให้ชุดสูทสีดำชื้น ถนนกรวดมีหมอกปกคลุม พ่อกำลังกระซิบ…”
เมื่อร้องจบ
เฉินจื้ออวี่ก็ยิ้มอย่างขมขื่น “พวกคุณเล่นฉันเกินไปแล้วนะ เพลงในนามของพ่อ นี่เป็นเพลงที่ร้องยากที่สุดในอัลบั้มใหม่เลย นอกจากเขาเองแล้ว คนอื่นร้องยังไงก็ยากจะร้องออกมาให้ได้อารมณ์แบบนี้”
‘แล้วประเมินเพลงนี้ว่ายังไงครัย?’
เฉินจื้ออวี่ตอบว่า
“นี่คือผลงานระดับยอดพีระมิดของเพลงพ็อป พวกคุณฟังครั้งแรกอาจรู้สึกว่าเมโลดีแปลกๆ แต่ฉันรับประกันเลยว่าฟังไปหลายๆ รอบแล้วมันจะยิ่งเพราะขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพลงที่ฟังได้ไม่เบื่อและล้ำสมัยมาก อีกสิบปี ยี่สิบปีต่อให้ย้อนกลับมาฟัง เพลงนี้ก็ยังไม่มีทางทำให้พวกคุณผิดหวังอย่างแน่นอน”
…
ที่บ้าน
จ้าวอิ๋งเก้อนั่งขดตัวบนโซฟา ใส่หูฟังแน่น
ในหูฟัง
เป็นเสียงเพลงจากอัลบั้มใหม่ของหลินเยวียน
เพลงเดียวที่ขับร้องด้วยภาษาฉู่
ชื่อเพลงว่า ‘ครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดจะจบทุกอย่าง’
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
น้ำตาจ้าวอิ๋งเก้อก็ไหลอาบแก้ม
ผู้จัดการที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “ทำไมอยู่ดีๆ ถึงร้องไห้ล่ะ?”
“ทำยังไงดีล่ะ”
สาวซ่าที่มักกล้าหาญและเปิดเผยเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวแทน เวลานี้กลับมานั่งร้องไห้ ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา
“เหมือนจะยิ่งชอบตัวแทนมากขึ้นกว่าเดิมอีก…”
……
โรงแรมแห่งหนึ่ง
หลังจากถ่ายรายการเสร็จ เจียงขุยที่อ่อนเพลียก็ทิ้งกายลงบนเตียง พลางเปิดมือถือ
เพลงที่ดังขึ้นมาคือเพลง ‘เหมาะสำหรับทุกคน’
เมื่อถึงท่อนไคลแม็กซ์ เสียงของหลินเยวียนฟังดูอืดอาดและผ่อนคลาย “พวกเขาบอกให้เขียนเพลงรักที่เหมาะสำหรับทุกคนมาสักเพลง…”
เจียงขุยหัวเราะเบา ๆ
เพลงที่เหมาะสำหรับทุกคนน่ะ เขาเขียนน้อยเสียที่ไหนกัน?
แต่เมื่อได้ยินท่อนที่ร้องว่า “ขึ้นได้ทั้งห้องโถง ลงได้ทั้งห้องครัว เหมือนหญิงสาวที่ฉันเฝ้าตามหา” กลับทำให้ใจเธอเต้นวูบหนึ่ง
เจียงขุยเอาคางเท้าฝ่ามือ ใจลอยไปไกล
ขึ้นได้ทั้งห้องโถง ลงได้ทั้งห้องครัว นี่หมายถึงฉันหรือเปล่านะ?
ก็ฉันทำขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็มได้ดีนี่นา
…
พี่ห่าวอวิ้นกำลังร้องเพลงกับหลานสาว
“ข้ามขุนเขาลูกแล้วลูกเล่า…”
“แม้เส้นผมจะขาวโพลนแล้วก็ตาม…”
ยิ่งร้อง
พี่ห่าวอวิ้นก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ
นี่คือเพลงที่เธอชอบที่สุดจากอัลบั้มใหม่ของตัวแทน
เพลงนี้ทำให้เธอคล้ายกับจะเข้าใจสภาพจิตใจของตัวแทนขึ้นมานิดหนึ่ง
เป็นความสบายใจและปล่อยวาง แบบคนที่มองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
ทั้งที่อายุของเธอมากกว่าท่านตัวแทน
แต่หลายครั้ง เวลาฟังเพลงที่เขาร้อง อ่านหนังสือที่เขาเขียนกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าทั้งความคิดและมุมมองก็ลึกซึ้งกว่า บนบลูสตาร์นี้มีคนแบบนี้ได้อย่างไรกัน
…
บนโลกออนไลน์
ผู้คนมากมาย
ในสถานที่แตกต่างกัน
ต่างกำลังฟังเพลงจากอัลบั้มเดียวกัน
‘วัยรุ่นย่อมมีความบ้าบิ่นของวัยรุ่น หัวใจดั่งตะวันแรงกล้า ทอแสงหมื่นบนนภา อุปสรรคอยู่ข้างหน้าพร้อมฝ่าไป วันนี้ฉันคือชายหนุ่มผู้ยืนหยัด…’
‘เด็กน้อยเอ๋ย เธอมีคำถามมากมายหรือเปล่า…’
‘ใครว่าต้องยืนอยู่ในแสงไฟถึงจะเรียกว่าวีรบุรุษ…’
‘ฉันคิดว่าถ้าร้องด้วยความตั้งใจจริง เธอคงจะสนใจฉันมากขึ้นสักหน่อย…’
‘นอกศาลา ข้างทางเก่าคร่ำคร่า ทุ่งหญ้าเขียวจรดขอบฟ้า…’
…
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นของอัลบั้ม
ในบล็อกของเซี่ยนอวี๋
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยการพูดถึงเขาและอัลบั้มนี้
‘คารวะพ่อเพลงอวี๋’
‘เทพตลอดกาล’
‘เขาก็เหมือนกับบทเพลงเหล่านี้ สมบูรณ์แบบ’
‘แค่ได้ยินเสียงก็หลงหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย’
‘ปกติฉันเกลียดการเป็นติ่งไอดอลมาก แต่ดันเผลอชอบเขามาหลายปีเฉยเลย’
‘เพลงสุดท้ายครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดจะจบทุกอย่างฟังแล้วน้ำตาไหลท่วม ไม่อยากเชื่อตัวเองเลย?’
‘ไม่มีใครแข็งแกร่งมาตั้งแต่เกิดหรอก พ่อเพลงอวี๋ก็คงเคยมีช่วงเวลาที่อยากยอมแพ้เหมือนกันสินะ’
‘ชอบเพลงในนามของพ่อมาก ผลงานระดับเทพชัดๆ !’
‘พ่อเพลงอวี๋มีเพลงระดับเทพเยอะมาก แต่จนวันนี้เขาก็ยังทำให้พวกเราประหลาดใจได้เรื่อยๆ ’
‘เพลงระดับเทพของจริงคือเพลงคือภูผา’
‘ใครว่าต้องยืนอยู่ในแสงไฟถึงจะเรียกว่าวีรบุรุษ เนื้อเพลงท่อนนี้กินใจมาก’
‘ฉันชอบท่อนเมื่อเยาวชนเข้มแข็ง บลูสตาร์ก็เข้มแข็ง พรสวรรค์ของเขาล้นเหลือจริงๆ !’
‘พูดถึงพรสวรรค์ เพลงอำลานี่ก็พรสวรรค์เหลือล้นเหมือนกัน ฟังแล้วน้ำตาท่วม ทั้งทำนองทั้งเนื้อร้อง นี่แหละงานศิลปะระดับเทพอย่างแท้จริง’
…
หลังจากหลินเยวียน เจียนอี้ และซย่าฝานกินข้าวเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากวิทยาลัยศิลปะฉินโจวอย่างเงียบเชียบ
ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขามาที่นี่
ระหว่างทางกลับ หลินเยวียนก็ได้รับโทรศัพท์จากจินมู่
“ดูข่าวหรือยังครับ?”
“ข่าวอะไรครับ?”
“หลิงคงถูกจับแล้ว”
“หา?”
“คดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่งถูกควบคุมตัววันนี้เอง นักข่าวถ่ายเพียบ ยังตามสัมภาษณ์กันให้วุ่น ผมส่งข่าวให้คุณแล้ว”
พอวางสาย
หลินเยวียนก็เปิดข่าวที่จินมู่ส่งมาให้
พาดหัวข่าวคือ
[หลิงคง อดีตทายาทแห่งปู้ลั่ว ถูกจับในข้อหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ!]
ด้านล่างมีวิดีโอ
หลิงคงถูกเจ้าหน้าที่พาตัวออกไป
ก่อนถูกนำตัวไป นักข่าวหลายคนล้อมเขาไว้ ยิงคำถามมากมาย หลายคำถามเกี่ยวกับหลินเยวียนทั้งนั้น
ตอนแรกหลิงคงไม่อยากตอบ
แต่สุดท้ายเหมือนจะทนไม่ไหว อารมณ์ระเบิดออกมา
“หลินเยวียนๆๆ ช่วยหยุดเอาชื่อเขามาพูดซ้ำๆ ต่อหน้าผมด้ไหมเขาเป็นเทพเจ้าของพวกคุณ ไม่ใช่ของผม!
บุคลิกที่สมบูรณ์แบบ?
ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่?
เหอะๆ เขามันวิเศษขนาดนั้นเลยหรือ!?”
ถ้าเขาวิเศษขนาดนั้นจริง ทำไมบนบลูสตาร์ถึงมีผู้คนมากมายที่ต้องทนทุกข์ทำไมไม่เห็นเทพเจ้าคนนี้ไปช่วยล่ะ?
อ้อ
ผมกำลังใช้กรอบศีลธรรมบีบคั้นคนอื่น
พวกคุณต้องพูดแบบนี้แน่นอน
แต่ต่อให้เขาไม่ไปช่วยกอบกู้บลูสตาร์ อย่างน้อย บริจาคเศษเงินสักหน่อก็ได้ล่ะมั้ง?
บนอินเทอร์เน็ตมีคนพูดกันตั้งมากว่าฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋หาเงินได้ตั้งมากมาย ทำไมไม่มีใครพูดว่าพวกเขาใช้ไปกับงานการกุศลเท่าไหร่?
ผมน่ะเป็นคนธรรมดา ชอบสร้างภาพก็จริง แต่ต่อให้เป็นการสร้างภาพ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมก็บริจาคเงินเป็นล้านๆ อย่างจริงจังนะ
แล้วเทพของพวกคุณล่ะ?”
นี่คือบทสัมภาษณ์สุดท้ายของหลิงคง
หลังจากพูดจบ เขาก็ถูกนำตัวเข้าไป
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะได้ออกมาอีกเมื่อไหร่
แต่คำพูดของเขา กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนอินเทอร์เน็ตทันที
บางคนบอกว่าหลิงคงกรรมตามสนอง
ยังจะมาพูดจาแย่ๆ พยายามกดดันหลินเยวียนด้วยศีลธรรมอีก
บางคนก็ว่า ถึงหลิงคงจะปากร้าย แต่สิ่งที่พูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว
หลินเยวียนเป็นทั้งเซี่ยนอวี๋ เป็นทั้งฉู่ขวง หาเงินตั้งมาก ทำไมไม่บริจาคเพื่อการกุศลบ้าง?
‘คนดังปกติก็ต้องบริจาคเงินกันไม่ใช่หรือ?’
‘จริงไม่จริงก็ช่างเหอะ’
‘อย่างน้อยแสร้งทำเป็นพิธีหน่อยก็ยังดี’
‘แต่เหมือนหลินเยวียนไม่สนใจแม้แต่จะทำพอเป็นพิธีด้วยซ้ำ’
‘เหอะๆ ’
‘ก็เขาตอนนี้เขากลายเป็นเทพเจ้าไปแล้วนิ’
‘พวกคุณกล้าดูหมิ่นเทพเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ?’
‘ระวังแฟนคลับเขาบุกมาถล่มนะ จะหาว่าเราตีกรอบศีลธรรมใส่เขาอีก’
‘คนเขาเป็นซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของบลูสตาร์เลยนะ พลังมวลชนระดับไร้เทียมทานขนาดไหนคงไม่ต้องให้บอก’
โลกออนไลน์ช่างแปลกประหลาด
แม้แต่หลินเยวียนเอง ก็ยังไม่อาจทำให้ทุกคนรักเขาได้หมด
เมื่อมีคนจับประเด็นว่าหลินเยวียนไม่เคยทำการกุศลขึ้นมา จู่ๆ เขาก็กลายเป็นเป้าวิจารณ์ แม้จะมีคนเพียงส่วนน้อยที่คอยค่อนแคะเขาเช่นนี้ แต่ก็พอที่จะสร้างกระแสเล็กๆ ในแง่ลบได้อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม กระแสวิพากษ์วิจารณ์นี้กลับถูกดับมอดไป ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
ขณะที่บทสัมภาษณ์ก่อนถูกจับกุมของหลิงคงกำลังสร้างกระแสฮือฮาอย่างมาก
สมาคมการกุศลบนบลูสตาร์ ได้ประกาศแถลงการณ์ที่สั่นสะเทือนทุกวงการ
‘เราไม่อาจทนเห็นหลิงคงกล่าวหาคุณหลินเยวียนเรื่องเงินบริจาคเพื่อการกุศลได้อีกต่อไป!
ด้านล่างนี้คือบันทึกการบริจาคทั้งหมดของคุณหลินเยวียน ตั้งแต่สิบปีก่อนจนถึงวันนี้ เขาเริ่มบริจาคให้สมาคมของเราอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตอนอายุ 19 ปี เมื่อเริ่มมีรายได้หลังจากการเดบิวต์ ยอดรวมทั้งหมด เป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านล้านหยวน
ไม่ว่าจะในนามบุคคลหรือนามองค์กร!
นี่คือยอดบริจาคสูงสุดที่เราเคยได้รับ!
นอกจากนั้น คุณหลินเยวียนยังบริจาคโดยไม่คาดหวังผลตอบแทนใด และจำนวนเงินก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามรายได้ของเขา!
คงไม่เกินจริงนักหากจะบอกว่ามีผู้คนมากมายทั่ว ทั้งบลูสตาร์ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากคุณหลินเยวียนในระดับที่แตกต่างกันไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว!
เพียงแต่คุณหลินเยวียนไม่เคยป่าวประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เขาขอเราไว้เองว่าไม่ต้องประกาศ
นี่คือเรื่องของความถูกต้อง!
คุณหลินเยวียนต้องมาแบกรับความอยุติธรรมเช่นนี้ได้อย่างไร!!?
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกคนที่เคยตามกระแส กล่าวร้ายคุณหลินเยวียน จะรีบลบคำกล่าวที่ไม่เหมาะสมของตนเองออกเสีย เราไม่อาจทนเห็นคนที่อ่อนโยนขนาดนี้ ต้องถูกใส่ร้ายแบบไม่เป็นธรรมได้อีกต่อไป!’
ในวันนี้
ในวินาทีนี้
ทั้งโลกจับจ้องไปยังรายการเงินบริจาคมหาศาลและตกอยู่ในความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน!
ในเอกสารนั้นระบุละเอียดทุกบาททุกสตางค์ ว่าเขาบริจาควันไหน เท่าไหร่และเงินถูกนำไปใช้ที่ไหนบ้าง!
เช่น เขาบริจาคสร้างโรงเรียนประถมแห่งความหวังหลายพันแห่ง ในพื้นที่ยากจน ทั้งยังให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาผู้ยากไร้โดยไม่หวังผลตอบแทนอีกนับไม่ถ้วนแม้แต่โรงเรียนที่ไม่มีเงินพอจะแจกทุนการศึกษา ก็ยังพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากเขา เพื่อให้เด็กๆ ได้รับเงินสนับสนุนกันถ้วนหน้า…
เขาบริจาคเงินพัฒนายารักษาโรค เพื่อให้ยาที่มีประสิทธิภาพเท่ากัน สามารถจำหน่ายในราคาที่ประชนชนเอื้อมถึงได้มากขึ้น…
เขาบริจาคเงินสำหรับปูถนนอีกนับไม่ถ้วน เพื่อนให้คนในพื้นที่ภูเขา ไม่ต้องเสี่ยงเดินข้ามเขาให้ลำบากอีกต่อไป
เขาสร้างโรงพยาบาล บ้านพักคนชรา และศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการ…
ทุกครั้งที่มีภัยพิบัติ เขาจะอยู่เบื้องหลังเสมอ ดาราคนอื่นบริจาคทีไร ก็มักข่าวขึ้นหน้าหนึ่งทุกครั้ง ส่วนเขาบริจาคมากที่สุดทุกครั้ง แต่ไม่ต้องการให้ใครรู้
หลังจากความตะลึงผ่านไป!
ผู้คนทั่วทั้งบลูสตาร์ต่างน้ำตารื้น!