Gate of God - ตอนที่ 1066 เจ้าเป็นเพียงแค่สวะเท่านั้น
ตอนที่ 1066 เจ้าเป็นเพียงแค่สวะเท่านั้น
มันเร็วมาก
กรงเล็บมังกรถึงตัวฉือกูเหยียนในทันทีราวกับย้ายตำแหน่งในพริบตา
ตูม!
กรงเล็บมังกรชนกับดาบไร้ร่องรอย
ร่างของฉือกูเหยียนกระเด็นถอยไปเหมือนอุกาบาตใบหน้าของนางกลายเป็นซีดขาว
”ทำไมนางไม่หลบ?”เฉียนยู่ตกใจมากเมื่อเห็นเช่นนั้น
นั่นเพราะฉือกูเหยียนไม่ใช่คนที่จะปราณีศัตรูอย่างแน่นอนแม้การโจมตีของมังกรจะรวดเร็ว แต่ถ้าเฉียนยู่เป็นฉือกูเหยียน นางยังมีโอกาสที่จะหลบการโจมตีได้
ถึงอย่างนั้นฉือกูเหยียนไม่ได้หลบ
กลับกันนางพุ่งเข้าหากรงเล็บ ถุย!ฉือกูเหยียนถ่มเลือดออกมาคำหนึ่ง ใบหน้าของนางซีดขาวลงมาก
”หืมเจ้าไม่มีโอกาสรอดไปได้!”เสียงของมังกรเต็มไปด้วยความเย็นชา
เฉียนยู่กำมือแน่นในฐานะผู้นำหอคอยหลิงหยุน นางไม่สามารถทนดูเหล่าศิษย์สละชีวิตเพื่อนางได้ ยิ่งกว่านั้นฉือกูเหยียนได้รับบาดเจ็บเพื่อถ่วงเวลาให้นางหนีไป
นางไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
หากต้องมีคนตายคนนั้นต้องเป็นนาง
”ฉือกูเหยียนในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าท่านป้า ข้าจะไม่มีวันทิ้งเจ้าแน่นอน!”เฉียนยู่เริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกับแสงสีเงินที่ส่องสว่างเหนือหัว
นางจับดาบสองเล่มแน่นดวงจันทร์ทั้งแปดส่องสว่างขึ้นในทันที
”ห็ก็แค่มดปลวดอีกตัวหนึ่ง”มังกรจูหลงจ้องมองที่ดวงจันทร์ทั้งแปดดวงเหนือหัวเฉียนยู่ เขาไม่คิดจะโจมตีเฉียนยู่แม้แต่น้อย
มันเป็นความเย่อหยิ่งของมังกร
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเองฉือกูเหยียนที่ล้มกับพื้นก็ลืมตาขึ้น
แครก!นางลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับกระแทกเท้าไปที่พื้นพร้อมกับโอบกอดร่างของเฉียนยู่เอาไว้และกระโดดออกไป
”ไปกันเถอะ!”ฉือกูเหยียนพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงพร้อมกับกอดเฉียนยู่เอาไว้
ท่าทีของเฉียนยู่เปลี่ยนไป
แม้ฉือกูเหยียนจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่เฉียนยู่สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง ฉือกูเหยียนไม่ได้สลบไปเพราะการโจมตีจากมังกรจูหลง
นั่นหมายความว่า…
ฉือกูเหยียนทำทุกอย่างไปเพราะมีเป้าหมาย
นางสู้กับมังกรจูหลงเพื่อเสี่ยงที่จะหลบหนีไปพร้อมกับเฉียนยู่ ”เป็นแผนที่ฉลาดมาก!”เฉียนยู่ตกตะลึง แม้แผนของฉือกูเหยียนจะมีความเสี่ยงมากก็ตาม
นั่นเพราะหากมังกรจู่หลงไม่เชื่อว่านางหมดสติสถานการณ์จะกลายเป็นเลวร้ายทันที
และด้วยอาการบาดเจ็บของนางหากโดนโจมตีอีกครั้งเท่ากับตายแน่นอน
อย่างไรก็ตามนางคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่ามังกรจู่หลงจะไม่โจมตีครั้งที่สอง?
ช่างน่าสะพรึงกลัว
ยิ่งกว่านั้นนางกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งอย่างมังกรด้วยแรงกดดันเช่นนี้นางยังคงมีสติวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้
เฉียนยู่ประหลาดใจอย่างแท้จริง
นั่นเพราะตัวนางนั้นรู้ดีว่าในขณะที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลการที่จะต้องรักษาความสงบเอาไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย
สงบ นางต้องสงบลง
ถ้าฉือกูเหยียนทำได้ข้าก็ต้องทำให้ได้เช่นกัน!
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการมีสติ
”ถอยก่อน!”เฉียนยู่ติดสินใจ
เหล่าศิษย์หอคอยหลิงหยุนที่กำลังจู่โจมหยุดนิ่งชั่วขณะเมื่อเห็นฉือกูเหยียนและเฉียนยู่
พวกเขากลับออกมาอย่างไม่ลังเล
”พยายามหนีรึ?!ขวางพวกมัน!”ไป่ฉือไม่ชอบมังกรจูหลงนัก อย่างไรก็ตามเขาคือสัตว์โบราณของเผ่าอสูร
ยิ่งกว่านั้นเขาแข็งแกร่งมาก
หากมังกรจู่หลงไม่ปรากฎตัวขึ้นประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรคงถูกปิดไปแล้ว
ดังนั้นไม่ว่านางจะเต็มใจหรือไม่นางต้องร่วมมือกับมังกรจูหลงเพื่อขัดขวางฉือกูเหยียน เฉียนยู่และเหล่าศิษย์ไว้ให้ได้ ”โจมตี!”
”อย่างปล่อยให้พวกมันหนีได้!”
”ฆ่าพวกมันซะ!”
กองทัพอสูรร้องคำรามเมื่อได้ยินคำสั่งไป่ฉือและพุ่งเข้าหาเหล่าศิษย์หอคอยหลิงหยุนทันที
อย่างไรก็ตามพวกเขาเร็วกว่ามาก
มังกรจูหลงเองก็ไม่รีรอเช่นกัน
เมฆสีดำหมุนวนไปถึงฉือกูเหยียนและเฉียนยู่ทันทีร่างยักษ์ของมังกรปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
”โฮก!”เสียงคำรามดังก้องไปทั่ว
สัตว์ร้ายยุคโบราณเทพเจ้าที่แท้จริง
มังกรคือสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณ
อย่างไรก็ตามชื่อมังกรจูหลงนั้นราวกับเป็นชื่อจากขุมนรก มันชอบการเข่นฆ่าเป็นอย่างยิ่ง
แครก!กรงเล็บทั้งสี่ของมังกรสร้างรอยแตกที่พื้น
ในฐานะเทพเจ้าเขาจะทนต่อการเย้ยหยันของมนุษย์ได้ยังไง?
”เจ้ากล้าล้อเล่นกับเทพเจ้าเช่นข้างั้นรึ?เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ” มังกรจูหลงอ้าปากพร้อมกับกางกรงเล็บที่เปล่งประกายสีน้ำเงิน
”อย่างเจ้าเรียกว่าเทพเจ้าด้วยงั้นรึ?เจ้าเป็นได้แค่เพียงสวะที่ชื่นชอบการสังหารเท่านั้น” ฉือกูเหยียนหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกับขมวดคิ้ว
มังกรจูหลงนั้นแข็งแกร่งเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วของมันก็ไวมาก
”เจ้ากล้าเรียกข้าว่าสวะงั้นรึ?!”มังกรจูหลงร้องคำรามพร้อมกับดวงตากลางหน้าผากที่เปิดออก
มันเหมือนหลุมดำที่มืดสนิทไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเองความสว่างบนโลกดูเหมือนจะหายไปอย่างสมบูรณ์โลกทั้งใบมืดครึ้มราวกับว่ามันกลายเป็นกลางคืน
เทพแห่งภูเขาจูหลง
เขาสามารถเปลี่ยนกลางวันเป็นกลางคืนกลางคืนเป็นกลางวันได้
”ฉือกูเหยียนรีบหนีไปข้าจะจัดการเจ้าสัตว์ร้ายนี้เอง!”เฉียนยู่ดิ้นหลุดจากแขนของฉือกูเหยียนและยืนบังฉือกูเหยียนเอาไว้
นางตระหนักทันทีว่ามังกรจูหลงไม่ใช่ตัวตนระดับเทพเจ้า
แต่มันคือเทพเจ้าที่แท้จริง
”ท่านป้าเชื่อใจข้าไหม?”ฉือกูเหยียนไม่ตอบเฉียนยู่กลับกันนางค่อยๆก้าวไปด้านหน้าและมองไปยังดวงตาที่มืดสนิทของมังกรจูหลง
”อะไรกัน?”เฉียนยู่ไม่เข้าใจ
”ถ้าเชื่อใจข้าก็ทิ้งข้าไว้แล้วไปเสีย ถ้าข้าอยู่ที่นี่หอคอยหลิงหยุนและท่านป้าจะสามารถมีชีวิตต่อไป แต่ถ้าท่านป้ายังอยู่ …ทุกคนจะต้องตาย”ฉือกูเหยียนพูดด้วยความสงบ
”ถ้าข้าอยู่…ทุกคนจะตาย…”สีหน้าของเฉียนยู่เปลี่ยนไปทันทียัง
ถูกต้อง!
แม้นางไม่อยากยอมรับแต่ที่ฉือกูเหยียนพูดนั้นเป็นความจริง
ด้วยพลังของนางไม่เพียงแต่จะไม่สามารถถ่วงเวลามังกรจูหลงไว้ได้ความจริงแล้วมันจะทำให้เหล่าศิษย์หอคอยหลิงหยุนโดนไปด้วย
มีเพียงฉือกูเหยียนเท่านั้นที่จะสามารถสู้กับสัตว์ร้ายนี้ได้ดังนั้นนางจะถ่วงเวลาเพื่อให้เฉียนยู่และเหล่าศิษย์หนีไป
”ท่านป้าได้โปรดหนีไป”ฉือกูเหยียนกล่าวอย่างสงบ
”เข้าใจแล้ว!”เฉียนยู่กัดริมฝีปากจนเลือดไหลออกมานางรู้ดีว่าฉือกูเหยียนมีค่าต่อเหล่ามนุษย์มากกว่าตัวนางมาก
ถ้าเป็นไปได้นางอยากจะเสียสละตัวเองเพื่อช่วยฉือกูเหยียนอย่างไรก็ตามนางไม่มีความสามารถพอ
นางไม่มีทางเลือก
นั่นเพราะการตายของคนคนหนึ่งคุ้มค่ากว่าการสูญเสียทั้งหมดอย่างแน่นอน
”ไม่มีใครไปจากที่นี่ได้พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”มังกรจูหลงเรื่มเคลื่อนไหว เมฆสีดำแผ่ออกไปด้วยความรุนแรงกว่าเดิม
เฉียนยู่ตกตะลึงอีกครั้ง
ดวงตาของมังกรจูหลงกำลังหมุนวนและกลายเป็นจันทร์เสี้ยวสีเงิน
เขาสามารถเปลี่ยนตะวันจันทราได้?!
ไม่เขากลืนกินพวกมัน
เฉียนยู่เองก็มีพลังของดวงจันทร์เช่นกันนางจึงรู้ว่ามันทำงานยังไง อย่างไรก็ตามดวงจันทร์ทั้งแปดของนางต่างกับดวงจันทร์ในดวงตาของมังกรจูหลง
”กูเหยียนเจ้าต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้นะ!”เฉียนยู่หันกลับและหนีไปอย่างไม่ลังเลเพราะมังกรจูหลงเริ่มโจมตีเข้ามาแล้ว เมฆสีดำกำลังปกคลุมทั่วทั้งภูเขา
นางรู้ดีว่าหากเมฆสีดำปกคลุมทั่วภูเขาสวรรค์มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะหนีออกไป
”เจ้าสวะคู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!”ฉือกูเหยียนยิ้มเมื่อเห็นเฉียนยู่หนีออกไปก่อนจะหันมองมังกรจูหลง
แสงสว่างทั้งห้าส่องประกายบนท้องฟ้า
เงาขนาดยักษ์ปรากฎขึ้นด้านหลังและปกคลุมไปทั่วร่างของนางทันที
จากนั้นฉือกูเหยียนก็พุ่งไปด้านหน้า
แสงสีม่วงส่องประกาย
หางยาวสีดำของงูงอกออกมาที่ด้านหลัง
”หืม?!”ท่าทีของมังกรจูหลงเปลี่ยนไปกลิ่นอายที่คุ้นเคยถูกปล่อยออกมาจากฉือกูเหยียนทำให้เขาชะงัก
แต่ไม่ได้ทำให้เขาหยุดเพราะตอนนี้มังกรจูหลงกำลังโกรธมากเขาตะปบกรงเล็บไปด้านหน้าอีกครั้ง การโจมตีทำให้พื้นที่เปิดโล่ง
มังกรจูหลงปรากฎตัวด้านหน้าฉือกูเหยียน
อย่างไรก็ตามครั้งนี้กรงเล็บไม่ได้โจมตีใส่ฉือกูเหยียนแต่เฉียวไหล่ของนางไป
ในขณะเดียวกันดาบของฉือกูเหยียนก็โจมตี
ดาบที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า
แสงสีม่วงนับไม่ถ้วนพุ่งโจมตีหัวของมังกรจูหลง
โฮก!
จันทร์ในดวงตาที่เปิดออกเริ่มส่องสว่างเมฆสีดำลอยปกคลุมไปทั่ว ทำให้ฉากตรงหน้าเป็นเหมือนกับจันทร์เสี้ยวยามค่ำคืน
ดาบตกกระทบกับเมฆสีดำโดยตรง
จากนั้น…
มันหายไป
จากนั้นจันทร์เสี้ยวสาดแสงสีเงินผ่านเมฆหนาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ตูม!เสียงฟ้าร้องดังสนั่น
ในท้องฟ้ายามค่ำคืนร่างหนึ่งปรากฎขึ้นท่ามกลางแสงดาบสีม่วง ในขณะเดียวกันก็พ่นเลือดออกมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามร่างนั้นปรากฎขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
ไม่นานก็หายไปในท้องฟ้าและกลายเป็นแม่น้ำสีเงินที่ไหลผ่านท้องฟ้าพร้อมประกายแสงราวกับดวงดาว
”ข้าขอดูหน่อยว่าเจ้าจะทำได้สักแค่ไหน!”เมฆสีดำปกคลุมทั่วกรงเล็บทั้งสี่มังกรจูหลงพุ่งเข้าหาแม่น้ำสีเงินบนท้องฟ้า
เขาไม่สนใจเฉียนยู่และเหล่าศิษย์อีกต่อไป
บรรยากาศเงียบสงบ
เฉือกูเหยียนไม่ตอบมังกรจูหลง
อย่างไรก็ตามแม่น้ำสีเงินกำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆไหลเข้าหามังกรจูหลง
แม้ว่าแม่น้ำสีเงินจะไหลอย่างช้าเชื่องแต่ประกายแสงของดวงดาวนับไม่ถ้วนทำให้เห็นว่ามันกำลังปกคลุมเมฆหนาสีดำทั้งหมด
……………………………………..