Gate of God - ตอนที่ 1068 ชายผู้มาถึง
ตอนที่ 1068 ชายผู้มาถึง
ดาบไรร่องรอยส่งเสียงร้อออกมาเบาๆใบดาบสั่นไหวราวกับมันผ่านการรอคอยมาเนิ่นนาน
ด้านฉือกูเหยียนนางค่อยๆร่วงลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับบาดแผลที่มือและขา
นางหันไปมองดาบไร้ร่องรอยด้วยความกังวล
อย่างไรก็ตามนางพบว่ามันกำลังถูกเงาสีดำถืออยู่
”เจ้าไร้ยางอายงั้นรึ?”ฉือกูเหยียนพึมพัมพร้อมกับหลับตา อย่างไรก็ตามนางรีบลืมตาและตะโกนออกมาอีกครั้งทันที “ไม่! เจ้าเป็นใครกันแน่?!”
…
ภูเขาสวรรค์นั้นสูงชันมาก
แม้แต่ทหารที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมงในการเดินขึ้นมาถึงยอดเขา
แน่นอนว่าเฉียนยู่นั้นต่างออกไปนางเร็วมากจนไม่ทิ้งรอยเท้าไว้บนพื้นแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถเดินทางได้เร็วมากนักเพราะนางต้องดูแลศิษย์หอคอยหลิงหยุนที่ตามหลังมา
อย่างไรก็ตามทันใดนั้น
ร่างจำนวนมากได้ปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าของนาง
พวกเขายืนเรียงรายสุดลูกหูลูกตา
”อย่าบอกนะว่าจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือซ่อนกองทัพปีศาจไว้ที่ตีนเขาด้วย?!”ร่างของเฉียนยู่สั่นสะท้าน
”ทำไมถึงมีทหารมากมายขนาดนี้?หรือสวรรค์ต้องการจะให้หอคอยหลิงหยุนล่มสลายงั้นหรือ?!” เฉียนยู่มองดูทหารตรงหน้าด้วยสาตาคร่าวๆ อย่างน้อยก็มีทหารมากกว่าหมื่นนาย
หรืออาจจะมากกว่านั้น ”ยู่เอ๋อร์?!ยู่เอ๋อร์จริงๆด้วย!” ขณะที่เฉียนยู่กำลังกังวลอยู่นั้นเสียงอันคุ้นเคยได้ดังขึ้น
จากนั้นร่างหนึ่งได้พุ่งออกมาจากฝูงคน
”เจ้า?ทำไม…ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?!”เฉียนยู่จำชายคนนั้นได้ทันที ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซี่ย
หลินมู่ไป่
อย่างไรก็ตามนางไม่เข้าใจว่าทำไมหลินมู่ไป่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้
”ข้ามาช่วยเจ้ายู่เอ๋อร์!”หลินมู่ไป่โบกมือให้ทหารทั้งหมดหยุดเดิน
”ฝ่าบาท!”
”ท่านราชินี!”
”…”
ทหารต่างแสดงความเคารพต่อเฉียนยู่
”เงียบซะ!”เฉียนยู่ตะโกนและหันไปหาหลินมู่ไป่ “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้มาที่นี่ เจ้าคิดจะทำลายอนาคตของอาณาจักรเซี่ยงั้นรึ?!”
”ถ้าเราแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ยังมีอนาคตที่ดีรออยู่อีกงั้นรึ?” หลินมู่ไป่ถามกลับ
”แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”เฉียนยู่ถามกลับเช่นกัน
”ข้ายอมขัดความตั้งใจของอดีตองค์จักรพรรดิข้ายอมลืมสิ่งที่บรรพบุรุษได้สั่งสอน ตราบใดที่ข้าสามารถช่วยโลกใบนี้และสามารถช่วยเจ้าได้ ข้ายอมเสียทุกสิ่ง!” หลินมู่ไป่กล่าว
”เจ้ารู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา?”
”แน่นอนในฐานะจักรพรรดิของอาณาจักรเซี่ย ข้าต้องทำตามกฎดังนั้นข้าจึงได้ถ่ายทอดคำสั่งออกไปแล้วว่าจะมอบบัลลังก์ให้แก่หลิงหยุนในเดือนหน้า!” สายตาของหลินมู่ไป่เต็มไปด้วยความแน่วแน่
”มู่ไป่เจ้า…”ร่างของเฉียนยู่สั่นสะท้าน นางต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ นางปล่อยให้หลินมู่ไป่เข้ามาจับแขนของนางเอาไว้โดยไม่ต่อต้านแม้แต่น้อย
”ยู่เอ๋อร์มั่นใจได้เขาได้มาถึงแล้ว”
”เขา?ใครกัน?”
”ผู้ที่สามารถช่วยโลกใบนี้ได้!”
”ไม่ไม่ หลินมู่ไป่ ข้ารู้ถึงความตั้งใจของเจ้า แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว มังกรได้ปรากฎตัวขึ้น สายเลือดอันทรงพลัง มังกรจูหลงในตำนาน เจ้ารู้จักมันไหม?”
”มังกรจูหลง?!”ท่าทีของหลินมู่ไป่เปลี่ยนไปในทันที
”ใช่แล้วถ้ามันไม่ได้ปรากฎตัวขึ้นมาอย่างกระทันหันกูเหยียนคงเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้แล้ว แม้แต่นางยังไม่สามารถเอาชนะมังกรจูหลงได้ก็ไม่มีใครทำได้อีกแล้ว!”
”เขาทำได้!”
”เจ้าหมายถึงฟางเจิ้งจือ?”
”ไม่นี่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของจักรพรรดิไท่ซือข้ารู้ว่ามันเป็นเพียง’คำสั่ง’ที่จักรพรรดิไท่ซือได้ทิ้งเอาไว้
”คำสั่ง?”
”ใช่แล้วตามความตั้งใจของจักรพรรดิไท่ซือ เขาบอกว่าไม่มีใครสามารถเปิดใช้งานมันได้…จนกว่าอาณาจักรเซี่ยจะอยู่ในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติที่แท้จริง”
”มันคืออะไรกันแน่?”
”ยู่เอ๋อร์อภัยให้ข้าข้าไม้สามารถบอกเจ้าได้ แต่ถ้าข้าเดาไม่ผิดเขาน่าจะอยู่บนยอดเขาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากเขาแล้วกองทัพจากทั้งสามอาณาจักรกำลังตรงมาที่นี่เช่นกัน ยู่เอ๋อร์โปรดเชื่อข้า มนุษย์ต้องชนะสงครามในครั้งนี้ พวกเราต้องชนะแน่นอน!” หลินมู่ไป่กล่าวด้วยความมั่นใจ
”อยู่บนยอดเขาแล้ว?!”เฉียนยู่หันไปมองทางยอดเขาสวรรค์ นางไม่เชื่อว่าจะมีใครผ่านไปได้โดยนางไม่สังเกตุเห็น
แต่หลินมู่ไป่เป็นคนยืนยันเรื่องนั้นเอง
เขาไม่มีทางโกหกนางในสถานการณ์เช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสี่อาณาจักรนับได้ว่าเป็นศัตรูกันแต่หลินมู่ไป่กลับบอกว่าสามอาณาจักรที่เหลือกำลังส่งกองทัพมาที่นี่
ใครกันที่มีอำนาจและความน่าเชื่อถือพอที่ทำให้ทั้งสี่อาณาจักรต้องส่งกองทัพออกมา?
…
บนยอดภูเขาสวรรค์ฉือกูเหยียนจ้องเขม็งไปยังเงาดำตรงหน้า นางตกตะลึงเมื่อเห็นดาบไร้ร่องรอยในมือของเขา
มีเพียงฟางเจิ้งจือเท่านั้นที่สามารถใช้ดาบไร้ร่องรอยได้
ที่ตัวนางใช้ได้ก็ต้องขอบคุณฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามตอนนี้…
ดาบไร้ร่องรอยกลับอยู่ในมือของบุคคลลึกลับยิ่งไปกว่านั้นมันไม่มีการต่อต้านแม้แต่น้อย ราวกับมันกำลังยินดี
”เจ้าเป็นใคร?”ฉือกูเหยียนท่านขึ้นมาอีกครั้ง
”ฉือกูเหยียน?ธิดาของฉือเฮ่างั้นรึ?” เงาดำตรงหน้ากล่าวออกมา เสียงของเขาฟังดูโบราณและห่างไกล
”เจ้า…”
”มั่นใจได้ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า” เงาดำส่ายหัวเมื่อเห็นสีหน้าของฉือกูเหยียน จากนั้นเขาก็ดึงผ้าคลุมออกมาจากหัว
เป็นใบหน้าของชายชรา
ริ้วรอยมากมายบนใบหน้าผมเป็นสีขาวทั้งหมด
อย่างไรก็ตามดวงตาของเขา…
คมราวกับใบดาบ
การปรากฎตัวของเขาทำให้มังกรจูหลงแปลกใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือที่อยู่ใกล้ๆเมื่อนางเห็นหน้าของเขาร่างของนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นั่นเป็นเพราะนางคือจิ้งจอกเก้าหาง
ลางสังหรณ์ของนางบอกว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีพลังอันยิ่งใหญ่
”นี่คือมังกรจูหลงงั้นรึ?สัตว์ร้ายจากยุคโบราณ…เทพแห่งขุนเขา? ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะมีตัวตนอยู่จริง” ชายชรากล่าวออกมาด้วยความสนใจ
”มดปลวกอย่างเจ้ากล้าเอ่ยนามของข้าได้เช่นไร?”มังกรจูหลงคำรามออกมาพร้อมกับสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากปาก
มันจู่โจมไปที่หัวของชายชรา
สายฟ้าสีดำกระทบร่างของเขาจากหัวจรดเท้า
อย่างไรก็ตามชายคนนั้นยังคงยืนนิ่ง
มือที่ถือดาบไร้ร่องรอยไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อยเขามองอย่างสงบไปที่มังกรจูหลงปล่อยให้สายฟ้าสีดำไหลผ่านไปทั่วร่างกาย
”หืม?!”มังกรจูหลงตกตะลึง สายฟ้าของมันสามารถทำให้ฉือกูเหยียนบาดเจ็บได้ แต่กลับทำอะไรชายตรงหน้าไม่ได้แม้แต่น้อย
หรือเขาจะเป็นตัวตนระดับเทพเจ้า?
มังกรจูหลงเลื่อนสายตาไปทางประตูเทพเจ้าของมนุษย์ที่ปิดอยู่
ไม่มีทางเป็นไปได้!
”ฉือกูเหยียนให้ข้าจัดการที่เหลือเอง ฝ่าบาทมาถึงที่นี่แล้ว เจ้าไปพักก่อนเถอะ” ชายชรากล่าวพร้อมมองไปที่ฉือกูเหยียน
”ขอบคุณมาก…ผู้อาวุโส”ฉือกูหยียนพยักหน้า
นางไม่ปฏิเสธและนั่งลงบนพื้นทันทีนางสัมผัสได้ว่าแม้ชายตรงหน้าจะแข็งแกร่งแต่เขาก็จะไม่มีทางทำร้ายนาง
”เจ้ามนุษย์บอกชื่อของเจ้ามา!” มังกรจูหลงยื่นกรงเล็บออกมา แสงสีดำไหลไปตามกรงเล็บของมัน
”ชื่อของข้า?หืมมม…นานแล้วที่ไม่มีคนถามชื่อของข้า พูดตามตรงข้าเองก็เกือบจะลืมชื่อตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำ” ชายชรายิ้งพร้อมกับชี้ดาบไร้ร่องรอยไปที่มังกรจูหลง
เขาชี้ไปยังตาที่สามของมังกรจูหลง
จิตสังหารแผ่ออกมาจากใบดาบ
โฮก!!
มังกรสีม่วงพุ่งออกมาจากดาบไร้ร่องรอย
”สหายเก่าวันนี้พวกเราจะได้ต่อสู้ด้วยกันอีกครั้ง!” ชายชรากล่าวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับก้าวเดินไปข้างหน้า
แสงสีม่วงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าฉีกระชากความมืดมิดออก
”ดาบผ่ามังกร!”
”ฉั๊วะ!”
เสียงของชายชาดังก้องไปทั่วอากาศขณะเดียวกันมังกรสีม่วงก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้า
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
สายฟ้าพาดผ่านไปทั่วท้องฟ้าฝนสีม่วงเริ่มตกลงมมาบนร่างของมังกรจูหลง
ดาบผ่ามังกร?มันคือวิชาที่ฟางเจิ้งจือใช้ไม่ใช่รึ..เดี๋ยวก่อน ฟางเจิ้งจือไม่สามารถมาปรากฎตัวที่นี่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีทางที่เขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เจ้า…เจ้าคือเมิ่งเทียนงั้นรึ?!” ไป่ฉือเงยหน้ามองท้องฟ้าราวกับมีบางอย่างทำให้นางตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
……………………………………..