Gate of God - ตอนที่ 1077 การมาถึงของอสูรโบราณ
ตอนที่ 1077 การมาถึงของอสูรโบราณ
จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้มองว่านางคือภัยคุกคามอีกต่อไป เพราะเขามีพลังมากพอที่จะเอาชนะตัวตนระดับเทพเจ้า
จิ้งจอกเก้าหางที่ยังไม่ได้เข้าถึงพลังระดับพลังเทพเจ้า…
เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
เขาจะไปที่ภูเขาสวรรค์และตัดหางจิ้งจอกเพื่อนำมาทำผ้าพันคอ
”อืม…เก้าหางหมายความว่าจะได้ผ้าพันคอเก้าผืนงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกถึงความตื่นเต้นไม่น้อย
”เจ้าพร้อมหรือยัง?”ซวนหยวนห้าพูดในขณะที่คว้าหนานกงมู่ซึ่งกำลังหมดสติ
”อืมไปกันเถอะ”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
ฟู่! แสงสีทองส่องประกายรอบล้อมฟางเจิ้งจือกลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์รวมถึงกองทัพอสูรและปีศาจ
กระจกคุนหลุนหนึ่งในสิบสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคโบราณ!
ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็รับรู้ว่ามันมีพลังมากแค่หนความอบอุ่นไหลผ่านหัวใจของเขา
เคลื่อนที่ไปยังที่ไหนก็ได้!
ครืน!
เกิดแรงสะเทือนขึ้นเล็กน้อยจากนั้นฟางเจิ้งจือก็รู้สึกได้ว่ามือของปิงหยางที่อยู่บนมือของเขามีความประหม่าเล็กน้อย
จากนั้นวู่จวี้เอ๋อเองก็กุมมือซ้ายของเขาเช่นกัน
ในทางกลับกันหยุนชิงวูไม่ได้ประหม่าเกินไป นางยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม
ฟางเจิ้งจือเผยยิ้ม
หยุนชิงวูเก่งกาจในเรื่องการแสดง! ”จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือข้าจะล้างแค้นเจ้า!”ฟางเจิ้งจือตะโกนเงียบๆก่อนที่สภาพแวดล้อมจะพร่ามัวและเริ่มบิดเบี้ยว
ราวกับได้เข้าสู่อีกมิติหนึ่ง
แม้จะสามารถหายใจได้แต่เขารู้สึกว่าแรงโน้มถ่วงหายไปอย่างมาก มันยิ่งกว่าการโผบินด้วยความเร็วสูง
ตู้ม!
ฟางเจิ้งจือตื่นตระหนกทุกสิ่งตรงหน้ากลายเป็นมืดสนิท เขาเกือบคิดไปว่าตัวเองหมดสติไปถ้าไม่ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของปิงหยางและวู่จวี้เอ๋อ
ฟางเจิ้งจือไม่ค่อยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เขาจึงเอื้อมออกไปและสัมผัสบางอย่างที่อ่อนนุ่ม
หืม?
มันคืออะไร?!
ในตอนนั้นเองสภาพแวดล้อมเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง ”เจ้าไร้ยางอายปล่อยข้า!”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านข้าง
”หา?ปิงหยาง!”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว จากนั้นมันทำให้เขารู้ตัวว่าได้สัมผัสโดนส่วนนั้นของปิงหยาง
วู่จวี้เอ๋อปิงหยางและหยุนชิงวูยืนอยู่ข้างๆ ถึงอย่างนั้นเขากลับเอื้อมมือไปสัมผัสปิงหยาง? นางยังเด็กและเป็นเหมือนผลแอปเปิ้ลที่ยังไม่โต
”แค่กแค่ก…”ฟางเจิ้งจือหน้าแดงและปล่อยมือทันทีจากนั้นเขาก็มองไปรอบๆและเปลี่ยนเรื่องทันที “ไป่ฉือ ข้ามาแล้ว จงออกมาเผชิญกับความตาย!”
”เผชิญกับความตาย…”
”…ความตาย!”
”…”
เสียงที่หยิ่งผยองดังก้องไปในอากาศ
บรรยากาศรอบๆยังเป็นเช่นเคยประตูขนาดยักษ์สองบานเหนือหัวพวกเขากำลังเปิดอยู่ ส่วนอีกบานยังคงปิด
ภูเขาสวรรค์
พวกเขามาถึงภูเขาสวรรค์ด้วยกระจกคนหลุน
ฟางเจิ้งจือต้องการจะตะโกนออกไปเต็มเสียงและชื่นชมกับสมบัติชิ้นนี้
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะพูดฟางเจิ้งจือต้องเงียบเสียงลง
อึก!ฟางเจิ้งจือกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่และเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างยักษ์ที่น่ากลัวตรงหน้า
มันคือตัวอะไรกัน?ร่างกายของพวกมันสูงกว่าภูเขาพวกมันมองลงมากจากยอดของภูเขาสวรรค์
ยิ่งไปกว่านั้น….
มีร่างสีดำที่มีกรงเล็บอยู่ใต้เท้าของสัตว์ประหลาดยักษ์นั้นอีก
ยิ่งไปกว่านั้นมันมีกรงเล็บอยู่ใต้ท้องและมีสี่กรงเล็บเหมือนกับซวนหยวนห้า ”…”ฟางเจิ้งจือมองดูสัตว์ประหลาดยักษ์
ในขณะเดียวกันพวกมันก็มองมาที่ฟางเจิ้งจือเช่นกัน ท่าทีของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อสบตากัน
ฟางเจิ้งจือรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง
เขาศึกษาและคุ้นเคยกับมันอย่างมากในหนังสือของโลกก่อน
มันคือหนังสือโด่งดังที่เขียนเล่าถึงเทพอสูรและตำนานภูเขาหนึ่งในนั้นมีความคล้ายกับร่างสีดำที่อยู่ใต้เท้าของสัตว์ประหลาดยักษ์
มังกรดำ
กระดูกสีขาวบนเกล็ดมังกรชื่อของมันคือมังกรจูหลง และมันมีสามตา
มันช่างน่าสะพรึงกลัว
อาจกล่าวได้ว่ามันคือตัวแทนของความชั่วร้ายและความรุนแรง
แต่…มังกรจูหลงตายไปแล้ว?! สัตว์ร้ายที่อยู่ตรงหน้าของเขามีร่างเป็นเสือที่ปกคลุมไปด้วยขนสีแดงเพลิงนอกจากนี้ยังมีปีกที่เป็นกระดูกอยู่ด้านหลัง
มันดูเหมือน…
ฉงฉี!
ความจริงแล้วในตอนแรกฟางเจิ้งจือไม่แน่ใจว่าสัตว์ร้ายตรงหน้าคือฉงฉีซึ่งเป็นเทพอสูรโบราณในตำนานและเป็นหนึ่งในสี่อสูรร้ายโบราณ
อย่างไรก็ตามมีอสูรร้ายอีกสามตัวอยู่ด้านหลังแล้วเขาจะพูดอะไรได้อีก
แม้เขาจะไม่อยากยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้!
ดังนั้นสัตว์ร้ายที่ดูเหมือนแกะนั้นคงเป็นเต๋าตี่ส่วนสัตว์ที่มีขนเหมือนสุนัขและมีสองเขี้ยวคงเป็นเต๋าวูงั้นหรือ?
และสุดท้ายเจ้าตัวที่เหมือนก้อนเนื้อนั้นคือ…ฮุนตุ๋น?
”จริงเหรอเนี่ย?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงตกตะลึงอยู่
เขารู้สึกเหมือนกำลังเป็นโรคหัวใจ
จากนั้นเขาก็ตระหนักว่ามีร่างๆหนึ่งที่ดูคุ้นเคยอยู่ใกล้ๆนางสวมชุดสีชมพูดที่เปื้อนไปด้วยเลือด
ฉือกูเหยียน!
”หาอะไรกัน?!”
”มัน…มันเป็น ….เป็นไป…”
”อสูรร้ายทั้งสี่?!อสูรโบราณ!”
”อา…เป็นไปได้ยังไง?”
”…”
เมื่อฟางเจิ้งจือกำลังตกตะลึงเหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ก็เริ่มกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว
พวกเขามาพร้อมกับความหวัง
พวกเขาคิดว่าเมื่อมาถึงภูเขาสวรรค์จะสามารถแสดงความกล้าและต่อสู้กับเหล่าอสูรและปีศาจเป็นครั้งสุดท้ายพวกเขาต่างคิดว่าจะสามารถฆ่ากองทัพที่เหลือลงได้
อย่างไรก็ตามพวกเขากลับเจอเข้ากับอสูรร้ายทั้งสี่ตัวตรงหน้า
ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์ทั้งสี่ยังเป็นอสูรในยุคโบราณนี่มันอะไรกัน?
กลุ่มพันธมิตรตกตะลึง
นอกจากพวกเขาแล้วกองทัพอสูรและปีศาจเองก็เช่นกันพวกเขามองดูอสูรร้ายทั้งสี่ด้วยปากที่อ้าค้าง
อสูรโบราณทั้งสี่
พวกเขากลับมายังโลกใบนี้อีกครั้ง!
”เจ้าไร้ยางอาย?”ฉือกูเหยียนดูตกใจมากเช่นกันนางไม่คิดเลยว่าฟางเจิ้งจือจะปรากฎตัวขึ้น
ยิ่งกว่านั้นเขาได้พากลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์มาด้วย
และ…
กองทัพอสูรและปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วน เกิดอะไรขึ้น?
แม้แต่คนฉลาดอย่างฉือกูเหยียนก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรอย่างไรก็ตามไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้ที่ฟางเจิ้งจืออยู่ที่นี่
”ด้วยเวลาสั้นๆ…พวกเจ้ามาถึงที่นี่ได้ยังไง?”
”ใช่แล้วทำไมพวกเรามาถึงได้ในเวลาอันสั้น? ฮ่าฮ่า พวกเราควรจะไปโผล่ที่อื่นหรือเปล่า?”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าและโบ้ยไปให้ซวนหยวนห้าที่ยืนอยู่ด้านหลังแทน
”…”ซวนหยวนห้านิ่งเงียบ
”ฮ่าฮ่าฮ่า…มาถึงเร็วเสียจริง สหายเก่าข้า? ซวนหยวนห้า!”ฉงฉีพูดด้วยความประหลาดใจขณะที่เหยียบร่างของมังกรจูหลง
เขารู้สึกประหลาดใจจริงๆ
แต่ไม่ใช่เพราะฟางเจิ้งจือหรือกองทัพด้านหลังแต่เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยของสหายเก่า มังกรทองที่ร่างเป็นประกายสีทองลอยอยู่ด้านหลังฟางเจิ้งจือ
ซวนหยวนห้า
สหายร่วมรบในยุคโบราณ
”เจ้า…เจ้ายังไม่ตายอีกเหรอ!”ซวนหยวนห้ามองดูที่อสูรทั้งสี่ด้วยความไม่มั่นคงทางอารมณ์
”แซ่กแซ่ก พวกเราจะตายได้ยังไง ในเมื่อเด็กน้อยเช่นเจ้ายังอยู่?”เต๋าตี่พูดพร้อมกับปล่อยกลิ่นอายสีเลือดออกมา
”ใช่แล้ว”ฮุนตุ๋นพยักหน้า
”ฮี่ฮี่…”เต๋าวู่หัวเราะพร้อมกับอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวทั้งสองข้างที่เหมือนกับหมูป่าพร้อมกับของเหลวบางอย่างที่ไหลออกมาจากปาก
”ตอนแรกข้าวางแผนจะเชยชมทิวทัศน์ของโลกแต่ตอนนี้…”ซวนหยวนห้ามองไปที่ฟางเจิ้งจือและอยากจะพูดว่า “เจ้าเด็กนี่เลือกสถานที่ได้เยี่ยมจริงๆ” อย่างไรก็ตามเขาพูดไม่ออกจริงๆ
นั้นเพราะเขาต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเอง
แต่แน่นอนว่าลืมชื่อเสียงนั่นไปได้เลยเมื่อมีคนที่เขาหวาดกลัวหรือคนที่เขาไม่ต้องการเห็นบนโลกใบนี้อย่างอสูรทั้งสี่ตรงหน้า
แค่พวกมันเพียงเพียงตัวเดียวก็สามารถทำให้เกิดภัยพิบัติอันรุนแรงขึ้น
ความสงบสุขชองโลกจะสูญสิ้น
”ทิวทัศน์ของโลกนี้ไม่เหมาะให้เจ้าเชยชมหรอก”ฉงฉีอ้าปากและเหวี่ยงมังกรจูหลงที่พื้นไปด้านหลัง
”โฮก!”
”โฮก!”
เต๋าตี่และเต๋าวู่กัดกินร่างกายของมังกรจูหลงอย่างตะกระตะกรามในไม่กี่วินาทีร่างทั้งหมดก็ถูกกลืนกินหายไป
”…” ”…”
กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์และกองทัพอสูรและปีศาจต่างเบิกตากว้างและหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง
”อสูรโบราณทั้งสี่!”ในขณะนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นและร่างที่สวมชุดสีดำก็ลุกขึ้นจากพื้น”ข้าไม่คิดเลยว่าอสูรทั้งสี่จะออกมาจากประตู…ข้า …ข้าประหลาดใจจริงๆ!”
ฟางเจิ้งจืออยากจะหนีไปในตอนแรกแต่อสูรที่ทรงพลังตรงหน้าที่ให้เขาไม่สามารถหนีไปได้ จากนั้นเขาเห็นชายเฒ่าที่ใบหน้าเหมือนต้นไม้เก่าๆยืนอยู่ด้านข้าง “ปู่เป็นใครกัน? ทำไมถึงมาอยู่บนยอดเขาสวรรค์นี้ได้ ที่นี่อันตรายมากนะ ถ้าจะเก็บสมุนไพรก็ไปที่อื่นเถอะ”
”ปู่?”เมิ่งเทียนตกใจกับคำคำนี้มากและหันมองไปที่ฟางเจิ้งจือก่อนจะถามว่า”เจ้าเป็นใคร”
”ข้าเป็นใคร?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ปู่คนนี้ไม่รู้จักเขามันเป็นเรื่องที่แปลกมาก “ปู่จะเชื่อไหมถ้าข้าบอกว่าข้าคือเทพสงครามเมิ่งเทียน”
ฟางเจิ้งจือตัดสินใจหลอกชายเฒ่าตรงหน้า
ชื่อของเมิ่งเทียนค่อนข้างเป็นประโยชน์
”เจ้าคือเมิ่งเทียนงั้นหรือ?แล้วข้าเป็นใครกัน”เมิ่งเทียนตกตะลึงอีกครั้งก่อนจะถือดาบไร้ร่องรอยขึ้นในมือ
”หรือว่าท่านขโมย…หืม? ดาบไร้ร่องรอย?!”ฟางเจิ้งจือกำลังจะพูดต่อแต่ก็หยุดลงเมื่อเห็นดาบไร้ร่องรอยในมือของเขา
เขาคิดว่าชายเฒ่านี้ขโมยสมบัติของเขาไป
เขาต้องการจะเอามันคืนทันที
อย่างไรก็ตาม
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เดี๋ยวก่อน
คนอื่นสามารถใช้ดาบไร้ร่องรอยได้ยังไงกัน?เขาสั่งให้ฉิงยี่ดูแลดาบไร้ร่องรอยไว้ หรือว่าตาเฒ่านี่คือฉิงยี่
ไม่เดี๋ยวก่อน!
เด็กสาวผู้น่ารักจะกลายเป็นชายเฒ่าได้ยังไงยิ่งกว่านั้นปู่คนนี้พูดว่า “ถ้าเจ้าเป็นเมิ่งเทียนแล้วข้าเป็นใคร?”
”บัดซบท่านคือเมิ่งเทียนงั้นหรือ?!”ฟางเจิ้งจือรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
”ใช่แล้วเจ้าคือฟางเจิ้งจืองั้นหรือ?”เมิ่งเทียนพยักหน้า
”…”
”…”
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออก
นอกจากเขาแล้วมู่ฉิงเฟิงโม่ฉานฉือ รวมไปถึงเหยียนซิว วู่จวี้เอ๋อและปิงหยาง และแม้แต่หยุนชิงวูเองก็มองเมิ่งเทียนด้วยความประหลาดใจ
เมิ่งเทียนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พระเจ้าช่วย!
”เจ้าคือฟางเจิ้งจือจริงๆหรือ?ไม่เลวเลย ยังเด็กและยังมีพลังที่ยอดเยี่ยม มาเถอะ หนีไปกับข้า!”หลังจากยืนยันในตัวของฟางเจิ้งจือ เมิ่งเทียนก็ยกดาบขึ้นและหนีไปอย่างไม่ลังเล
”…”
เกิดอะไรขึ้น?
เทพสงครามในตำนานเมิ่งเทียน…
เขาหนีไป?!
”เขาคือเทพสงครามเมิ่งเทียนจริงๆหรือ?”เหยียนเฉียนหลี่ที่เป็นทหารได้ยินเรื่องของเมิ่งเทียนมาตั้งแต่ยังเด็ก
เขาจะเชื่อเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?
”ท่านปู่ท่านไม่คิดอย่างงั้นหรือ? ยังไงก็ตามเขาถือดาบไร้ร่องรอยของเจิ้งจือ…”เหยียนซิวก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน แต่เมิ่งเทียนถือดาบไร้ร่องรอยอยู่จริงๆ
……………………………………..