Gate of God - ตอนที่ 1078 การผสานกันของคนและดาบ
ตอนที่ 1078 การผสานกันของคนและดาบ
”เขาคือผู้อาวุโสเมิ่งเทียนจริงๆ”ฉือกูเหยียนรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ ครั้งหนึ่งนางก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกับเหยียนซิวและคนอื่น
เทพสงครามเมิ่งเทียนยังไม่ตาย?
ใครจะเชื่อเรื่องนี้กัน?
”เมิ่งเทียน!”
”เขาคือเทพสงครามเมิ่งเทียน!”
”พระเจ้าช่วยเขายังไม่ตายงั้นหรือ?!”
”แต่ทำไมเขากำลังหนีล่ะ?”
เหล่ามนุษย์สามารถยืนยันตัวตนของชายชราตรงหน้าได้หลังจากฟังสิ่งที่ฉือกูเหยียนบอกอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เข้าใจ
ในเมื่อเขาคือเทพสงครามเมิ่งเทียน…
ทำไมเขาต้องหนีด้วย?
ฟางเจิ้งจือเองก็พูดไม่ออกเช่นกันเขาควรเป็นคนแรกที่หนีหรือเปล่า? ทำไมเมิ่งเทียนถึงหนีไปก่อนเขาเสียอีก?
อย่างไรก็ตามไม่นานฟางเจิ้งจือก็นึกบางอย่างออกด้วยความรวดเร็ว
”ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนเดี๋ยวก่อนข้าพามังกรที่เป็นอสูรรายอันดับหนึ่งจากยุคโบราณ มังกรห้ากรงเล็บ มันแข็งแกร่งมาก!”
”อสูรร้ายอันอับหนึ่งจากยุคโบราณ?”เมิ่งเทียนหันไปมองด้านหลัง “โอ้ เป็นมังกรทองจริงๆด้วย!”
”ใช่แล้วเพียงเขาคนเดียวก็สามารถจัดการอสูรร้ายทั้งสี่นั่นได้ พวกเราแค่นั่งดูการต่อสู้อันน่าตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” ฟางเจิ้งจือพูดด้วยความมั่นใจ
เขาเชื่อในตัวซวนหยวนห้าเป็นอย่างมาก
อสูรร้ายอันดับหนึ่งจากยคุโบราณจะแพ้ให้กับเทพอสูรจากยุคโบราณได้ยังไง?
แม้พวกมันอาจจะแข็งแกร่งแต่ก็คงไม่เหนือไปกว่าหนานกงมู่ที่กินผลไม้เทพเจ้าเข้าไป ยิ่งไปกว่านั้นซวนหยวนห้ายังไม่แสดงท่าทีที่จะหนีหลังจากเห็นอสูรร้ายทั้งสี่ตัว
มันทำให้เข้ามั่นใจมากยิ่งขึ้น
”ใช่ไหมซวนหยวนห้า?…เอ๊ะ?!”ฟางเจิ้งจือหันไปดูซวนหยวนห้าแต่ก็พบว่าเขาได้หายตัวไปแล้ว
เขาหายไปไหนกัน?
ฟางเจิ้งจือกำลังจะถามแต่ขอบตาของเขาเห็นแสงสีทองพุ่งผ่านไปแว้บๆ
”…”
”…”
เมิ่งเทียนฟางเจิ้งจือ ปิงหยาง วู่จวี้เอ๋อ เหยียนซิว ต่างจ้องมองแสงสีทองนั้นพร้อมกับอ้าปากค้าง
บัดซบ!
ซวนหยวนห้าสัตว์ร้ายอันดับหนึ่งจากยุคโบราณหนีไปแล้ว?
”ซวนหยวนห้าไอ้ทรยศ เจ้าคิดจะหนีไปไหนกัน!” ขณะที่ฉงฉีกล่าวมันก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาย่ำพื้นพร้อมกระโจนออกไปด้านหน้า
พื้นดินทั้งหมดทรุดตัวลง
ตู้ม!
จากนั้นแสงสีแดงก็พุ่งออกไปในอากาศ
การกระโดดเพียงครั้งเดียวของมันเร็วยิ่งกว่าซวนหยวนห้ามันไปถึงร่างของมังกรทองและขวางทางเอาไว้ทันที
อสูรร้ายอีกทั้งสามตัวก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
พวกมันหายตัวไปในเสี้ยววินาทีจากนั้นพวกมันก็ปรากฎขึ้นอีกครั้งและล้อมรอบซวนหยวนห้าเอาไว้
”ทำไมต้องทำเช่นนี้พวกเรานั้นมีจุดกำเนิดเดียวกัน ทำไมต้องทำเรื่องโหดร้ายต่อกันด้วย?” ท่าทีของมังกรทองเปลี่ยนไป
”ในเมื่อสหายเก่าได้กลับมาพบกันทำไมไม่คิดจะใช้เวลาร่วมกันหน่อยงั้นหรือ?” ฉงฉีกล่าวพร้อมกับกระทืบกรงเล็บไปบนพื้น แสงสีแดงพุ่งออกมาจากพื้นดินและโอบร่างของเขาเอาไว้
ทันทีที่แสงสีแดงปรากฎท่าทีของมนุษย์ ปีศาจและอสูรได้เปลี่ยนไป
จากความประหลาดใจกลายเป็นความหงุดหงิด
ดวงตาของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอารมณ์ของพวกเขาพลันไม่มั่นคง
”มันเป็นความโกรธแค้นและความเกลียดชัง!”ฉือกูเหยียนรู้สึกประหลาดใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
”ความโกรธแค้น?”ร่างกายของฟางเจิ้งจือสั่นสะท้าน
เขารู้เรื่องเกี่ยวกับฉงฉีเล็กน้อยเท่านั้นจากหนังสือมีบันทึกไว้ว่าฉงฉีนั้นชอบความชั่วร้ายและไม่ชอบสิ่งดีๆ เขาจะฆ่าคนดีๆทิ้งทุกครั้งที่เห็น
ผู้คนรู้จักเขาในฐานะผู้ลงโทษความดีและผู้ให้รางวัลแก่ความชั่วร้ายดังนั้นเขาจึงถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในสี่อสูรร้าย
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่คาดคิดความเกลียดชังอันรุนแรงจะฝังอยู่ในร่างของฉงฉี
ฉั๊วะ!
ฉึก!
”…”
”อ๊าก!!”
”ตายพวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”
”เลือด…ข้าต้องการเลือด…”
เสียงของมนุษย์ปีศาจ อสูร ดังขึ้น
จากการชี้นำของฉงฉีทำให้บุคคลิกของผู้คนเปลี่ยนไปพวกเขาสูญเสียการควบคุมตัวเอง
ขณะที่การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้นเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้า ความโกรธเกลียดเข้มข้มขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่แปลกออกไปคือแสงที่เปล่งออกมาจากร่างของฉงฉีนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
”น่ากลัวมากเขาสามารถควบคุมจิตใจคนได้ พวกเราจะรับมือเขาได้ยังไง? ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้เขาได้?” ปิงหยางนั้นเป็นคนหนึ่งที่ชอบความวุ่นวายอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตามเมื่อนางเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าการแสดงออกของนางกลับแย่ลง
”พวกเราควรทำเช่นไรเจ้าไร้ยางอาย?แม้แต่มังกรตัวนั้นยังหนีเลย?” ปิงหยางถามฟางเจิ้งจือด้วยความกังวล
วู่จวี้เอ๋อก็มองไปที่ฟางเจิ้งจือ
แม้แต่เหยียนซิวเหยียนเฉียนหลี่ โม่ฉานฉือและมู่ฉิงเฟิงก็เช่นกัน
แม้ว่าสภาพจิตใจของพวกเขาจะมั่นคงกว่าคนทั่วไปแต่พวกเขารู้ว่าไม่นานภูเขาสวรรค์จะต้องนองไปด้วยเลือดแน่นอน
”พวกเราหนีไปไม่ได้!”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”หนีไปไม่ได้?”ปิงหยางแปลกใจ ฟางเจิ้งจือไม่เคยมีความคิดเช่นนี้
เพราะปกติเขามักจะเป็นคนแรกที่หนีไปเสมอ
แต่ตอนนี้เขากลับบอกว่าไม่สามารถหนีไปไม่ได้?
”ถ้าเราจากไปตอนนี้สถานที่แห่งนี้จะจบลงด้วยการกลายเป็นทะเลเลือด เราต้องฆ่าพวกมันก่อนที่พวกมันจะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้” ฟางเจิ้งจือกำหมัดอย่างเด็ดเดี่ยว
อสูรร้ายจากยุคโบราณทั้งสี่
พวกมันจะมีพลังอันน่าหวาดกลัวแค่ไหน?
ฉงฉีนั้นรักความชั่วร้ายและความเกลียดชังเต๋าตี่นั้นตะกละตะกราม ฮุนตุ๋นนั้นชอบการฆ่า เต๋าวู่นั้นมีนิสัยแปลกๆและมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคง อสูรร้ายที่สี่เป็นต้นตอแห่งความชั่วทั้งปวง
”ใช่แล้วพวกเราไม่สามารถหนีไปไหนได้!” ฉือกูเหยียนพยักหน้าและเดินไปข้างๆฟางเจิ้งจือพร้อมกับลูบหัวปิงหยางเบาๆ ”ใช่พวกเราต้องฆ่าพวกมันทั้งสี่ตัว!” แม้แต่ดวงตาของวู่จวี้เอ๋อก็เต็มไปด้วยความตั้งมั่น
”ใช่พวกเราต้องร่วมมือกัน”เหยียนซิวเดินไปข้างๆฟางเจิ้งจือเช่นกัน
”ฮ่าฮ่า…ถ้าทุกคนจะต่อสู้ข้าเหยียนเฉียนหลี่ก็จะร่วมสู้ด้วย!” เหยียนเฉียนหลี่เดินไปยืนข้างๆเหยียนซิว
”ใช่พวกเราต้องสู้!”มู่ฉิงเฟิงพยักหน้า
”ฮ่าฮ่า!”โม่ฉานฉือหัวเราะออกมาและเดินไปข้างๆมู่ฉิงเฟิง
”เจ้าไร้ยางอายข้าเองก็จะร่วมต่อสู้ด้วยข้าไม่กลัวอสูรร้ายทั้งสี่ถ้าข้าต้องตายข้าก็อยากจะตายกับเจ้าและพี่เหยียน!” ดวงตาของปิงหยางกลับมาสงบอีกครั้ง
”ใช้สู้ไปด้วยกัน!”
”สู้ไปด้วยกัน!”
”…”
ทุกคนต่างตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียง
”ฟางเจิ้งจือ?น่าสนใจ เซียนสวรรค์…เจ้าไม่ได้เลือกคนผิดจริงๆ!” เมิ่งเทียนมองไปที่ดาบไร้ร่องรอยและกล่าวออกมา “ข้าคิดเสมอว่าสงครามครั้งนี้ต้องการข้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนรุ่นลูกหลานจะเยี่ยมยอดกว่าข้าเสียอีก!”
ฮื้ม!ดาบไร้ร่องรอยส่งเสียงออกมาเบาๆ
เมิ่งเทียนยิ้ม
ยิ้มอย่างสดใสต่างจากก่อนหน้านี้ดวงตาของเขากลายเป็นแหลมคม มันคมยิ่งกว่าดาบในมือเขาเสียอีก
จากนั้นเขาก็เขวี้ยงดาบขึ้นไปบนท้องฟ้าแสงสีม่วงลอยขึ้นไปในอากาศก่อนที่จะพุ่งไปหยุดอยู่ด้านหน้าฟางเจิ้งจือ
”ผู้อาวุโสเมิ่งเทียน?”ฟางเจิ้งจือมองดาบไร้ร่องรอยตรงหน้าก่อนจะหันไปหาเมิ่งเทียนที่ยืนอยู่ไกลออกไป
”จากนี้ฉายาเทพสงครามจะกลายเป็นของเจ้าข้าจะช่วยเจ้าห้านาที ในเมื่อทุกคนเลือกที่จะต่อสู้ข้าก็จะสู้กับพวกเจ้า
”ท่านไม่ได้จะหนีไปงั้นรึ?”
”ฮ่าฮ่า…ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น!”
”มันไม่ได้เป็นนิสัยของท่านงั้นหรือ?”
”เปล่าที่ข้าหนีเพราะรู้ว่าเจ้าต้องหนีแน่นอน ข้าเคยเห็นเจ้าทำแบบนั้นมาก่อนที่โลกแห่งเซียน!”
”…”ฟางเจิ้งจือนิ่งอึ้งไป เขานึกถึงการทดสอบกฎแห่งเต๋าที่เขาต้องเข้าไปยังโลกแห่งเซียน ตอนนั้นเขาผ่านไปหลายด่าน ในด่านสุดท้ายเขาได้พบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
นั่นเป็นอาจจะเป็นเทพสงครามเมิ่งเทียน!
เขาอยู่ในโลกแห่งเซียนมาตลอด!
เขาไม่ได้ตายหรือฟื้นคืนชีพเขาถูกขังอยู่ในโลกแห่งเซียนและอยู่ในมิติพิเศษของฟางเจิ้งจือ?!
ตู้ม!เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งของเจ้าข้าจะช่วยเจ้าห้านาที ในเมื่อทุกคนเลือกที่จะต่อสู้ข้าก็จะสู้กับพวกเจ้า
”ท่านไม่ได้จะหนีไปงั้นรึ?”
”ฮ่าฮ่า…ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น!”
”มันไม่ได้เป็นนิสัยของท่านงั้นหรือ?”
”เปล่าที่ข้าหนีเพราะรู้ว่าเจ้าต้องหนีแน่นอน ข้าเคยเห็นเจ้าทำแบบนั้นมาก่อนที่โลกแห่งเซียน!”
”…”ฟางเจิ้งจือนิ่งอึ้งไป เขานึกถึงการทดสอบกฎแห่งเต๋าที่เขาต้องเข้าไปยังโลกแห่งเซียน ตอนนั้นเขาผ่านไปหลายด่าน ในด่านสุดท้ายเขาได้พบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
นั่นเป็นอาจจะเป็นเทพสงครามเมิ่งเทียน!
เขาอยู่ในโลกแห่งเซียนมาตลอด!
เขาไม่ได้ตายหรือฟื้นคืนชีพเขาถูกขังอยู่ในโลกแห่งเซียนและอยู่ในมิติพิเศษของฟางเจิ้งจือ?!
ตู้ม!เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ฟางเจิ้งจือหันไปมองและพบว่าเสียงนั้นมาจากเมิ่งเทียนร่างของเขาส่องแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ผิวที่เหี่ยวย่นของเขาเริ่มแตกออก
กระดูกของเมิ่งเทียนขยายใหญ่ผิวหนังบนใบหน้าราวกับถูกแทนที่ใหม่ทั้งหมด
ชายวัยกลางคน!
ชายที่ฟางเจิ้งจือพบในโลกแห่งเซียน
”ห้านาทีเพราะ…ข้าอยู่ได้ไม่นานนัก!”เมิ่งเทียนคำรามพร้อมพุ่งเข้าไปหาฉงฉี
ฟุ้บ!ร่างของเขากลายเป็นลำแสงที่แหลมคมราวกับดาบ ผสานร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับดาบนั่นคือจุดสูงสุดของวิชาดาบ!
โฮก!ฉงฉีตกตะลึงเมื่อเห็นลำแสงพุ่งเข้ามา เขาไม่คาดคิดว่าเมิ่งเทียนจะเป็นคนแรกที่เข้ามาโจมตีเขา
”สวะ!”ฉงฉียกกรงเล็บขึ้และตบไปที่ร่างของเมิ่งเทียน เขาต้องการจะบดขยี้เมิ่งเทียนเหมือนที่เขาทำกับมังกรจูหลง อย่างไรก็ตามเขาต้องแปลกใจ…
เมื่อเขาย่ำเท้าลงไปยังเมิ่งเทียนลำแสงดาบแตกสลายกลายเป็นดวงแสนนับไม่ถ้วนทันที
จากนั้นพวกมันก็พุ่งผ่านร่างของฉงฉีและตรงไปที่คอของมัน
ฉั๊วะ!
ดวงแสงเหล่านั้นกลับมารวมกันกลายเป็นดาบยักษ์อีกครั้ง
”น่าประทับใจ!”
”ฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว?นี่หรือคือเทพสงครามเมิ่งเทียน?!”
ผู้คนต่างเต็มไปด้วยความหวังเมื่อเห็นเรื่องที่เกิดขึ้น
เมิ่งเทียนหลบการโจมตีของฉงฉีจากนั้นก็กลายร่างเป็นดาบและปรากฎขึ้นที่ลำคอถ้าเขาสามารถแทงฉงฉีได้มันต้องบาดเจ็บหนักแน่นอน
ทุกคนกำลังตื่นเต้น อย่างไรก็ตามฉงฉีที่ร่างมีขนาดเท่ากับภูเขาขนาดย่อมๆได้หายวับไปต่อหน้าพวกเขาก่อนที่ลำแสงสีแดงจะโจมตีไปที่ดาบขนาดยักษ์
ปั้ง!
ใบดาบแตกออกเป็นสองส่วน
เมิ่งเทียนล้มลงบนพื้นด้วยใบหน้าอันซีดขาวมีอสูรร้ายตัวหนึ่งที่สูงไม่ถึงสองเมตรเหยียบอยู่บนร่างของเขา
ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นฉงฉีที่ตัวเล็กลง
”ห้านาที?เจ้าทำได้งั้นรึ? เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น!” ฉงฉีมองเมิ่งเทียนด้วยความดูถูกก่อนที่จะโยนร่างของเมิ่งเทียนไปยังเต๋าตี่และฮุนตุ๋น
��