Gate of God - ตอนที่ 1081 ดึงดูดความสนใจ
ตอนที่ 1081 ดึงดูดความสนใจ
”ได้เลยพี่เหยียน”
”อืม”
ทั้งปิงหยางและเหยียนซิวพยักหน้าหลังจากได้ยินฉือกูเหยียนพูด
เต๋าอาชูร่านั้นเป็นพลังที่มีความแหลมคมเพราะคุณสมบัติของลม
ในขณะเดียวกันหอกเพลิงฉีหลินนั้นประกอบด้วยธาตุไฟ
ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าทำไมฉือกูเหยียนถึงวางใจหยุนชิงวูแต่ในเมื่อนางวางใจเขาก็ไม่คิดจะคัดค้าน
”ข้าอยู่ตำแหน่งสายฟ้าใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือถือดาบไร้ร่องรอยไว้แน่น การโจมตีของฟางเจิ้งจือส่วนมากนั้นอยู่ในรูปแบบสายฟ้า ดังนั้นตำแหน่งสายฟ้าจึงเหมาะกับเขามากที่สุด
การสร้างค่ายกลสี่ธาตุสังหารเสร็จสมบูรณ์
พวกเขาได้รับพลังเพิ่มเติมจากค่ายกล
”ไปกันเถอะ!ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนไม่น่าทนได้นานแล้ว!” ฟางเจิ้งจือหยุดลังเล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเตรียมสมบัติมากมายเพื่อใช้ในการต่อสู้
”ตาย!”ปิงหยางหยิบหินธาตุศักดิ์สิทธิ์สีแดงและเริ่มโจมตีในทันที เปลวไฟพุ่งสูงออกมาจากร่างของนาง เปลวไฟสีแดงที่มีแสงสีทองระยิบระยับอยู่รอบๆ
ฟางเจิ้งจือรู้ว่ามันคือพลังจากหินธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่
ตอนนี้พลังของปิงหยางนั้นเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกันกับเหยียนเฉียนหลี่
ด้านเหยียนซิวเขาไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่น้อย
เขาเพียงหยิบหินธาตุสีเขียวไปและเริ่มการต่อสู้สายลมก่อตัวขึ้นรอบๆตัวเขา
ฟางเจิ้งจือพยักหน้าและรับหินสีน้ำเงินมาจากฉือกูเหยียน
กลุ่มพันธมิตรสวรรค์กองทัพปีศาจและอสูรต่างตกตะลึงเมื่อเห็นพวกเขากำลังเข้าร่วมการต่อสู้
”ฟางเจิ้งจือเข้าร่วมการต่อสู้แล้ว!”
”ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวด้วย!”
”พวกเขาทั้งสี่จะสามารถรับมือกับฮุนตุ๋นและเต๋าตี่ได้ไหม?”
”ข้าหวังว่าพวกเขาจะทำได้!”
มีความหวังเล็กๆเกิดขึ้นในดวงตาของมนุษย์ฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขา
พวกเขาทั้งสี่คนสู้กับอสูรร้ายจากยุคโบราณสองตัว
ฟางเจิ้งจือปรากฎตัวขึ้นระหว่างเต๋าตี่และเมิ่งเทียนเขาเอามือวางลงไปที่ไหล่ของเมิ่งเทียนจากนั้นก็ชี้ดาบไปที่เต๋าตี่
”สวะ!”ฟางเจิ้งจือตะโกนใส่เต๋าตี่ ”โอ้มนุษย์ที่อ่อนแอเช่นเจ้ากล้าดูหมิ่นข้างั้นรึ?!” เต๋าตี่โกรธมาก เขาส่งคลื่นอากาศขนาดใหญ่โจมตีไปที่ฟางเจิ้งจือพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง
”ข้าขอโทษ”ฟางเจิ้งจือลดหัวลงทันที
”หืม?”เต๋าตี่แปลกใจมาก
ในความเป็นจริงแม้แต่มนุษย์ปีศาจและอสูรต่างมึนงงกับการตอบสนองของฟางเจิ้งจือ
ขอโทษ?
ฟางเจิ้งจือขอโทษเต๋าตี่งั้นหรือ?
เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!
ขณะที่ทุกคนกำลังสับสนผงสีขาวได้สาดลงบนใบหน้าของเต๋าตี่
”…”
โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบ
ในขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือได้ยกขาขวาขึ้นและเตะไปที่หัวของเต๋าตี่ ตู้ม!เสียงดังออกไปไกลกว่าหลายพันกิโลเมตร
”เจ้าเห็นไหมปิงหยาง?นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลอกล่อคู่ต่อสู้!” ฟางเจิ้งจือหันกลับไปขยิบตาให้ปิงหยาง
”…”
ทั้งโลกเงียบลงอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
”ระวัง!”ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเมิ่งเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังฟางเจิ้งจือ เพราะกรงเล็บอันแหลมคมของเต๋าตี่ได้พุ่งไปหาฟางเจิ้งจือแล้ว
มันเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ!
กรงเล็บของมันเข้าไปใกล้ใบหน้าของฟางเจิ้งจือ!
นั่นเป็นเพราะฟางเจิ้งจือล้มเหลวในการเตะเต๋าตี่ให้กระเด็นออกไป
”เจ้านั่นเจ้าเล่ห์ไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่อ่อนแอเกินไป!” เต๋าตี่ตะโกน มันได้รับรสชาติความแข็งแกร่งของฟางเจิ้งจือ จากลูกเตะของเขา
แน่นอนว่าฟางเจิ้งจืออ่อนแอกว่าเมิ่งเทียนมาก
ไม่มีทางที่มันจะเจ็บปวด
ฟุ้บ!เต๋าตี่ตวัดกรงเล็บลงไปที่ฟางเจิ้งจือ ใบหน้าของมันแสดงความไร้ปราณีออกมา “มนุษย์เจ้าเล่ห์ ไปลงนรก…”
”…”
คำว่า’นรก’ไม่ทันได้ออกจากปากของเต๋าตี่เพราะเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติร่างกายของฟางเจิ้งจือได้หายไปต่อหน้าต่อตา
’ภาพติดตางั้นรึ?’
ในเสี้ยววินาทีเต๋าตี่คิดจะหลบ
อย่างไรก็ตามมันคิดว่าฟางเจิ้งจือนั้นอ่อนแอมาก จนถึงตอนนี้เขายังไม่มีบาดแผลจากการโจมตีของฟางเจิ้งจือเลยแม้แต่น้อย เขาจำเป็นต้องหลบด้วยงั้นหรือ?
ในช่วงเวลาแห่งความลังเลเต๋าตี่รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลโจมตีเข้ามายังหัว
ตู้ม!
เต๋าตี่หล่นลงมาจากท้องฟ้าและพุ่งเข้าชนพื้นดินอย่างจัง
”…”
ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้งพวกเขาไม่คาดคิดว่าเพียงฟางเจิ้งจือเริ่มการต่อสู้เขาสามารถเตะเต๋าตี่ลงบนพื้นได้ทันที
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
”ข้า…ข้าอ่อนแอมากใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือกระโดดไปด้านข้างพร้อมกับถือดาบไร้ร่องรอยไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็แบกเมิ่งเทียนที่บาดเจ็บเอาไว้
”เจ้า…เจ้าวางแผนเอาไว้?!”เต๋าตี่ส่ายหัว เขารู้ในทันทีว่ามันเป็นแผนของฟางเจิ้งจือ
การโจมตีทั้งสองครั้งนั้นมีพลังต่างกันเกินไปมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือฟางเจิ้งจือแสร้งทำเป็นอ่อนแอในตอนแรก
”ข้าเข้าใจแล้วเจ้าทำแบบนั้นเพื่อช่วยเขา?” ในที่สุดเต๋าตี่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเห็นเมิ่งเทียนในมือของฟางเจิ้งจือ
เต๋าตี่รู้ว่าตัวเองประมาทเกินไปทำให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ด้านเมิ่งเทียนเขาหันไปมองคนที่ยืนอยู่ในอีกสามตำแหน่ง
ฉือกูเหยียนเหยียนซิวและปิงหยาง!
ร่างของพวกเขาปกคลุมด้วยสีเปลวไฟที่ต่างกัน
”งั้นเขาทำเพื่อซื้อเวลาให้ทั้งสามคนเข้าสู่ตำแหน่งของตัวเอง?”เมิ่งเทียนรู้ได้ในทันทีว่าแผนของฟางเจิ้งจือนอกจากเพื่อช่วยเขาแล้วยังช่วยซื้อเวลาให้ ฉือกูเหยียน เหยียนซิวและปิงหยาง
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว!
’ถึงแม้เจ้าเด็กนี่จะไร้ยางอายมากแต่ความสามารถในการวางแผนของเขาด้อยกว่าเพียงฉือกูเหยียนและหยุนชิงวูเท่านั้น!’ เมิ่งเทียนคิดอยู่ในใจ เขาพบกับฟางเจิ้งจือครั้งแรกที่โลกแห่งเซียนนี่เป็นครั้งที่สองที่ได้พบฟางเจิ้งจือ อย่างไรก็ตามเขารู้เรื่องของฟางเจิ้งจือไม่น้อย
”ผู้อาวุโสเมิ่งเทียน!”
”เมิ่งเทียน…ทำไมเขาถึงบาดเจ็บได้?!”ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงผู้หญิงและชายคนหนึ่งดังขึ้น เป็นจักรพรรดิหลินมู่ไป่กับเฉียนยู่
พวกเขาประหลาดใจกับสภาพของเมิ่งเทียนในปัจจุบัน
นอกจากเรื่องของเมิ่งเทียนแล้วหลินมู่ไปยังสังเกตุเห็นฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียน “เอ๊ะ?! ฟางเจิ้งจือ! เจ้าเป็นยังไงบ้าง…ฉือกูเหยียนก็ด้วย! ปิงหยาง…ทำไมพวกเจ้าถึง…”
”ฝ่าบาทช่วยเงียบปากได้ก่อนหรือไม่?ส่วนท่านป้า ท่านมาช่วยรับตัวผู้อาวุโสเมิ่งเทียนไปหน่อยได้ไหม ให้เขาได้พักและรักษาอาการบาดเจ็บเสียหน่อย?” ฟางเจิ้งจือไม่คิดว่าเฉียนยู่และหลินมู่ไป่จะปรากฎตัวขึ้น มันเหมือนเป็นการทำลายบรรยากาศเล็กน้อยสถานการณ์ที่ตึงเครียดหายไปในพริบตา
”…”การแสดงออกของหลินมู่ไป่เปลี่ยนไป เขาเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรเซี่ย
แต่ตอนนี้องค์ชายคังกลับชี้หน้าบอกให้เขาเงียบ!
ฟางเจิ้งจือไม่คิดจะรักษาหน้าเขาหน่อยหรือไง?
แม้หลินมู่ไป่จะคิดเช่นนั้นเขาก็ไม่กล้าพูดออกไป
”นั่นเมิ่งเทียนตัวจริงงั้นรึ?เทพสงครามเมิ่งเทียน?” ด้านเฉียนยู่นางเดินเข้ามาใกล้และถามออกมา
”แน่นอน”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”มู่ไป่กล่าวไว้ว่าพวกเราต้องชนะสงครามครั้งนี้แน่นอนถ้ามีเทพสงครามเมิ่งเทียน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น” เฉียนยู่กล่าวออกมา
ใบหน้าของเมิ่งเทียนกลายเป็นสีดำคล้ำทันที ”พวกมนุษย์กล้าดูหมิ่นพวกเรางั้นรึ?”ทั้งเต๋าตี่และฮุนตุ๋นโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันทีที่เห็นฟางเจิ้งจือพูดคุยกับเฉียนยู่และหลินมู่ไป่อย่างหน้าตาเฉย
มันเหมือนการดูหมิ่นพวกเขา
”ข้าไม่กล้า!”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว “พวกเราแค่เมินเฉยพวกเจ้าเท่านั้น ไม่ได้ดูหมิ่นพวกเจ้าเสียหน่อย!”
”เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
โฮก!
เต๋าตี่และฮุนตุ๋นพุ่งไปหาฟางเจิ้งจือ
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติฟางเจิ้งจือคงเลือกที่จะหนีแต่ครั้งนี้เขาไม่ทำเพราะต้องการเบี่ยงเบนความโกรธของเต๋าตี่และฮุนตุ๋นมาที่เขา
ฟางเจิ้งจือแข็งแกร่งที่สุดในทั้งสี่คนเขาต้องการให้ปิงหยาง ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวสร้างความเสียหายแก่พวกมันให้ได้มากที่สุดขณะที่พวกมันกำลังเล็งมาที่เขา ”ตาย!”ปิงหยางโจมตีเต๋าตี่ทันทีที่เห็นมันเคลื่อนไหว เพลิงพุ่งออกมาจากหอก
เหยียนซิวก็เคลื่อไหวเช่นกันเขากางพัดสีเงินสายลมทำให้ไฟของปิงหยางโหมกระหน่ำขึ้นเรื่อยๆ
ตู้ม!
ตู้ม!
ท้องฟ้าลุกโชนไปด้วยไฟอย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้เต๋าตี่และฮุนตุ๋นสนใจ
เพราะพวกมันกำลังสนใจฟางเจิ้งจือโดยสมบูรณ์
”เข้ามาเจ้าพวกงี่เง่าข้ายืนอยู่ตรงนี้แล้ว!” ฟางเจิ้งจือตะโกนออกไปพร้อมกับสีหน้าที่ถูกเหยียดหยาม ขณะเดียวกันกงล้อแห่งการจุติได้ปรากฎขึ้นที่เหนือหัวของเขา
ในขณะเดียวกันฉือกูเหยียนได้เคลื่อนไหว
แสงดาวนับหมืนปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าทางฉากเผือกไหลลงมาจากท้องฟ้าราวกับน้ำตก
ตู้ม
ตู้ม!
แสงดาบนับไม่ถ้วนโจมตีไปที่เต๋าตี่และฮุนตุ๋นจนทำให้พวกมันไม่สามารถเพิกเฉยได้
โฮก!เต๋าตี่หันไปหาฉือกูเหยียน มันรู้สึกถูกคุมครามจากการโจมตีของนาง
”หืม?ฉือกูเหยียนดูเหมือนจะไม่รู้จักวิธีการดึงมอนสเตอร์?” ฟางเจิ้งจือรู้ว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปความสนใจของเต๋าตี่และฮุนตุ๋นต้องหันไปหาฉือกูเหยียนแทนแน่นอน เขาต้องทำอะไรสักอย่าง “พวกอสูรร้าย! มาฆ่าข้าเสียสีถ้าพวกเจ้าทำได้ พวกเจ้ากล้าเรียกตัวเองว่าเป็นอสูรร้ายจากยุคโบราณงั้นรึ? ข้าคิดว่าพวกเจ้าเป็นเพียงไก่อ่อนจากยุคโบราณเท่านั้น!”
……………………………………..