Gate of God - ตอนที่ 1082 การต่อสู้อันตึงเครียด
ตอนที่ 1082 การต่อสู้อันตึงเครียด
”…”
ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าคำว่าไก่อ่อนนั้นจะมีผลกับอสูรโบราณหรือไม่?แต่เขามั่นใจว่าตอนนี้เต๋าตี่และฮุนตุ๋นกำลังบ้าคลั่งแล้วจริงๆ
พวกมันทั้งสองพุ่งเข้ามาด้วยความต้องการฉีกฟางเจิ้งจือเป็นชิ้นๆ
ฟุ้บ!ในเวลาเดียวกัน ฟางเจิ้งจือได้หายตัวไปในทันที เขาเปลี่ยนเป็นแสงสีฟ้าจางๆและหายไปในอากาศ
อสูรร้ายทั้งสองเหลือบมองไปรอบๆแต่กลับหาฟางเจิ้งจือไม่เจอทันใดนั้นเองดาบแสงอันเปล่งประกายตกลงมาจากท้องฟ้าใส่ร่างของพวกมันราวกับสายฝน
โฮก!พวกมันได้รับบาดเจ็บจึงหันไปหาฉือกูเหยียนอีกครั้งเพราะการโจมตีของนางไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามในตอนที่พวกมันหันไปหาฉือกูเหยียนกลับพบฟางเจิ้งจือแทน
”พวกเจ้ากำลังมองหาอะไรงั้นรึ?ข้าไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหนแต่พวกเจ้ากลับดูงงงวย?” ฟางเจิ้งจือยั่วยุอสูรร้ายทั้งสองอีกครั้ง
ครั้งนี้เต๋าตี่ไม่ได้โกรธ
เขากลับมองไปที่เหนือหัวของฟางเจิ้งจือจากนั้นดวงตาของมันก็สว่างขึ้น รอยยิ้มอันเยือกเย็นปรากฎขึ้นบนใบหน้าของมัน
”เป็นแบบนี้นี่เอง!”
”ฆ่ามัน!”ฮุนตุ๋นนั้นตรงไปตรงมามากกว่าเต๋าตี่ มันพุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือพร้อมกับอ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคม
ฟางเจิ้งจือคิดจะใช้เต๋าสวรรค์หลบหนีอีกครั้งอย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้ใช่เต๋าสวรรค์เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง
เหมือนมีอะไรจ้องมองเขาอยู่จากด้านหลัง
’ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการอสูรร้ายทั้งสี่!’
แม้ฟางเจิ้งจือจะไม่ได้เห็นเต๋าตี่ใช้พลังแต่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงดวงตานักล่าของมัน
เขาตัดสินใจโจมตีใส่หัวของเต๋าตี่โดยไม่ลังเล
ดาบไร้ร่องรอยเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อสายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าใส่ปากที่เปิดกว้างของมัน
ตู้ม!
ร่างของฮุนตุ๋นสั่นไหวและถอยหลังออกมาในทางกลับกันแขนของฟางเจิ้งจือรู้สึกเจ็บราวกับแขนของคนธรรมดาที่ชนเข้ากับก้อนหิน
พลังอันน่ากลัวทำให้เขารู้สึกแน่นหน้าอก
อวัยวะภายในของเขาได้รับบาดเจ็บมาก่อนแม้ได้รับการฟื้นฟูเล็กน้อยแต่อาการบาดเจ็บยังคงรุนแรง
เขารู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา
”เจิ้งจือเจ้าเป็นอะไรไหม?” เหยียนซิวกังวลเล็กน้อย แม้เขาจะยืนอยู่ในตำแหน่งของธาตุลม แต่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงผลกระทบจากการโจมตีของฮุนตุ๋น
”เจ้าไร้ยางอายถ้าเจ้าไม่ไหวเดี๋ยวข้ารับมือให้เอง!”ปิงหยางเองก็กังวลเช่นกันและนางก็ต้องการเปลี่ยนตำแหน่งกับเขา
”ฮ่าฮ่า…ไม่เป็นไรไม่เป็นไร” ฟางเจิ้งจือส่ายหัว เขามองไปที่ฮุนตุ๋นและเต๋าตี่ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
’ทำไมเต๋าตี่ถึงไม่ใช้โอกาสนี้โจมตีมาที่เขา?’
’หรือมันมีเป้าหมายอื่น?’
ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงดูความสนใจของพวกมันโดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บยิ่งเขาดึงความสนใจมามากเท่าไรเขาจะยิ่งถูกโจมตีมากขึ้นเท่านั้น
’หรือเต๋าตี่กำลังรอ?’
’รอให้ข้าใช้เต๋าสวรรค์?’
”ใครจะสนตายซะ!” ฟางเจิ้งจือเลิกคิด เต๋าตี่ดูเหมือนจะมีแผนบางอย่าง อย่างไรก็ตามมันก็ทำให้เขามีโอกาสในการจัดการฮุนตุ๋นลงได้ในการต่อสู้หนึ่งต่อเนื่อง
โฮก!ฮุนตุ๋นคำรามและพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง ร่างกายขนาดใหญ่ราวกับก้อนเนื้อของเขาเต็มไปด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อ
ตู้ม!
พื้นดินสั่นสะเทือน
ฟางเจิ้งจือถือดาบไร้ร่องรอยที่ปกคลุมด้วยสายฟ้าอย่างมั่นคงพร้อมกับจมีใส่ฮุนตุ๋น
ตู้ม!
ฟางเจิ้งจือโจมตีไปที่หัวแทนที่จะเป็นปาก
”อุ้ก…”ฮุนตุ๋นกลิ้งลงไปบนพื้นอย่างไรก็ตามผ่านไปไม่นานแผลบนหัวของมันได้หายไป
”บัดซบ!”ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าอสูรนั้นมีพลังในการรักษาตัวเองแต่เขาไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวขนาดนี้
ฮุนตุ๋นพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้ว
เขาไม่สามารถฆ่าฮุนตุ๋นได้ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นเต๋าตี่ดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่
แม้เขาจะไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของมันแต่เขามั่นใจว่าเต๋าตี่นั้นคือภัยคุกคามที่แท้จริงของเขา
อสูรโบราณทั้งสี่!
แต่ละตัวล้วนมีความสามารถพิเศษเป็นของตัวเองฉงฉีนั้นสามารถสร้างความโกรธและเกลียดชังเพื่อควบคุมจิตใจของผู้คนได้
ในทางตรงกันข้ามดูเหมือนว่าฮุนตุ๋นจะมีความสามารถในการรักษาตัวเองที่น่ากลัว
งั้นความสามารถของเต๋าตี่คืออะไร?
ในขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังสงสัยน้ำตกสีฟ้าได้ปรากฎขึ้นด้านหน้าเขา มันถูกสร้างขึ้นมาจากดาบแสงจำนวนมาก
ตู้ม! ตู้ม!
”…”
ดาบแสงพุ่งเข้าหาฮุนตุ๋นอย่างต่อเนื่องทำให้มันไม่สามารถกลิ้งเข้ามาใกล้ฟางเจิ้งจือได้มากกว่านี้
”ทั้งสี่ธาตุนั้นจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน!”เสียงของฉือกูเหยียนดังขึ้นราวกับนางมากระซิบข้างๆหูเขา
’น้ำสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้!’
’พายุสายฟ้านั้นเกิดขึ้นจากทั้งน้ำและสายฟ้า!’
ฟางเจิ้งจือเข้าใจเป้าหมายของฉือกูเหยียนทันทีค่ายกลสี่ธาตุสังหาร ลมและไฟสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกัน น้ำและสายฟ้าเองก็ย่อมส่งเสริมกัน
”ดาบผ่ามังกร!”
เขาตะโกน
มังกรพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าร่างของมันประกอบด้วยแสงสีม่วง มังกรกลืนกินน้ำตกขณะที่มันพุ่งขึ้นไปราวกับมันกำลังดื่มน้ำ
จากนั้นมันก็พุ่งลงมาอ้าปากปลดปล่อย’ลมหายใจมังกร’หรือก็คือปลดปล่อยน้ำตกของฉือกูเหยียน
ตู้ม!
ตู้ม!
ตู้ม!
แสงดาบผสานเข้ากับสายฟ้าระเบิดใส่ฮุนตุ๋นทำให้มันต้องถอยหลังออกไป
”มันได้ผล!”
”การผสานกันระหว่างสายฟ้าและน้ำ!”
”ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีวิชาดาบเช่นนี้ด้วย!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นพวกเขาเต็มไปด้วยความหวัง
ทันใดนั้นเองเต๋าวูที่นอนหลับอยู่เริ่มขยับจากการรบกวนของมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆทำให้มันไม่สามารถหลับได้อย่างสงบ
ดวงตาของเต๋าวูเบิกกว้าง
เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีความสุขจากการรบกวนของมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆมันเหวี่ยงหางยาวของมันไปที่ผู้นำนิกายหลี่อย่างไร้ปราณี
ปั้ง!
ร่างของผู้นำหลี่กระเด็นออกไปแม้เขาจะใช้ผ้าไหมสามสีแต่ก็ไม่สามารถยืนหยัดสู้กับเต๋าวูได้อยู่ดี
”ทุกคนระวัง!อย่าสู้กับมันตรงๆ!” มู่ฉิงเฟิงรับร่างของหลี่เมิ่งจงด้วยลำแสงสีเขียวพร้อมตะโกนเตือน
”รับทราบ!”
”พยายามอย่าเข้าไปใกล้มันจนเกินไป!”
”ก่อกวนเขาอย่างเดียว!”
โม่ฉานฉือและเหยียนเฉียนหลี่กล่าวสมทบ พวกเขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับอสูรร้ายเพียงตัวเดียวดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือคอยก่อกวนและไม่สู้กับมันตรงๆ
”อย่าสู้กับข้าตรงๆ!ฮ่าฮ่า…”เต๋าวูหัวเราะออกมา จากนั้นมันก็กระโจนขึ้นไปบนอากาศหาซวนหยวนห้า
”บัดซบ!มันกำลังหนี!”
”อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!หยุดมัน!”
”ข้าจัดการเอง!”โม่ฉานฉือคำราม จากนั้นก็กระโจนขึ้นไปบนอากาศตามเต๋าวู
”ตาเฒ่าโม่ระวังมันอาจจะเป็นกับดัก!” มู่ฉิงเฟิงตกตะลึงกับการกระทำของโม่ฉานฉือ
นิสัยของเต๋าวูนั้นแปลกมากเกินไป
โฮก!
เสียงคำรามดังขึ้น
ทันทีที่โม่ฉานฉือกระโดดตามไปเต๋าวูหันหลังกลับมาทันที
”มันเจ้าเล่ห์มาก!”โม่ฉานฉือประหลาดใจและป้องกันตัวเองอย่างรวดเร็วด้วยค้อนสีดำขนาดยักษ์ของเขา อย่างไรก็ตามมันสายเกินไปเพราะหางของเต๋าวูได้มาถึงด้านหลังเขาแล้ว
มันไม่ได้โจมตีมาจากด้านหน้า!
”ปั้ง!”
โม่ฉานฉือกระเด็นออกไปเขากระอักเลือดออกมา ใบหน้ากลายเป็นสีดำคล้ำ
”ตาย!”เต๋าวูเคลื่อนไหวอีกครั้ง มันกระโจนไปบนท้องฟ้าราวกับดาวตก มันเคลื่อนไหวราวกับมีบันใดอยู่ใต้ฝ่าเท้า
มันว่องไวมาก
”เฒ่าโม่!”มู่ฉิงเฟิงกังวลมาก เต๋าวูนั้นเร็วเกินไป
ขณะที่เต๋าวูกำลังจะกัดโม่ฉานฉือแสงสีแดงกระจ่างใสได้ปรากฎขึ้นด้านหน้าเต๋าวูอย่างกระทันหัน
ปั้ง!หัวของเต๋าวูประทะเข้ากับแสงสีแดงจนมันแตกออกกลายเป็นเศษเล็กๆ ในเวลาเดียวกันเหยียนเฉียนหลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังแสงสีแดงก็กระอักเลือดออกมา
”เหยียนเฉียนหลี่!”หัวใจของมู่ฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทั้งโม่ฉานฉือและเหยียนเฉียนหลี่ได้รับบาดเจ็บ โม่ฉานฉือนั้นไม่สามารถสู้ได้อีกต่อไป
มันน่ากลัวเกินไป!
แม้เหยียนเฉียนหลี่จะช่วยโม่ฉานฉือไว้ได้แต่ก็แลกมาด้วยอาการบาดเจ็บสถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ
มู่ฉิงเฟิงพุ่งไปถึงตัวของโม่ฉานฉือและเหยียนเฉียนหลี่พร้อมกับโยนยาเม็ดเข้าปากพวกเขาอย่างรวดเร็ว
”มัน…ดูเหมือนมันเดินบนอากาศได้จริงๆ!”โม่ฉานฉือยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงผู้นำสำนักใหญ่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ถึงอย่างนั้นเขาก็พ่ายแพ้เต๋าวูหลังจากถูกมันโจมตีเพียงครั้งเดียว
”ข้าคิดออกแล้วใจเย็นข้ามีความคิดดีๆอยู่!” มู่ฉิงเฟิงพยักหน้าและวางโม่ฉานฉือลง จากนั้นเขาก็หันไปมองรอบๆ “ผู้นำนิกายต่างๆพวกเจ้าเต็มใจจะเชื่อข้าไหม?”
”ท่านผู้นำศาลามู่พูดสิ่งที่ท่านคิดอยู่ออกมาได้เลย!”
”เข้าไปใกล้ๆมัน!”
”เข้าไปใกล้ๆมัน?!”ผู้นำนิกายต่างเบิกตาด้วยความไม่เชื่อ การต่อสู้กับเต๋าวูในระยะประชิดนั้นดูเป็นไปไม่ได้แม้แต่น้อย
”ได้พวกเราจะเข้าไปใกล้มัน” เหยียนเฉียนหลี่ก็ตกใจเช่นกัน อย่างไรก็ตามเขาเห็นด้วยโดยไม่ถามอะไรออกมาในทันที
”พวกเราต้องเข้าไปใกล้มนันจริงๆงั้นหรือ?”
”ข้าเชื่อใจท่านมู่เขาต้องมีเหตุผลดีๆแน่นอน!”
”อืมงั้นก็มาลงมือกันเถอะ!” ในไม่ช้าผู้นำนิกายทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
…
การต่อสู้เริ่มตึงเครียดมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของซวนหยวนห้า ฟางเจิ้งจือ หรือมู่งฉิงและเหยียนเฉียนหลี่ก็ตาม
อสูรร้ายทั้งสี่ยังคงปลดปล่อยพลังอันน่าหวาดกลัวออกมาเรื่อยๆ
แม้ว่าฉงฉีจะเสียเปรียบซวนหยวนห้าแต่ก็ใช่ว่าการต่อสู้จะจบลงง่ายๆ
ฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนได้เปรียบฮุนตุ๋นแต่เต๋าตี่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ทำให้สถานการณ์แปลกไปมาก
ด้านมู่ฉิงเฟิงนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าหลายคนได้รับบาดเจ็บ
คนที่เหลือกำลังเฝ้ามองการต่อสู้
แม้แต่ไป่ฉือและหยุนชิงวูเองก็กังวล
การต่อสู้นั้นรุนแรงเกินไป อย่างไรก็ตามไม่มีใครสังเกตุเลยแม้แต่น้อยว่าดวงตาของหนานกงมู่ที่ปิดอยู่ได้เปิดขึ้นอีกครั้ง