Gate of God - ตอนที่ 1083 น่าสมเพช
ตอนที่ 1083 น่าสมเพช
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
เสียงปะทะอันรุนแรงดังขึ้นตลอดเวลา
หนานกงมู่ค่อยๆเปิดตาของตัวเองขึ้นสัญลักษณ์ต้นไม้เทพเจ้าในดวงตาของเขายังคงกระจ่างใส
เขาหันไปมองรอบๆเห็นวู่จวี้เอ๋อยืนอยู่ข้างๆหยุนชิงวูขณะเดียวกันอสูรร้ายทั้งสี่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
เขาพยายามเคลื่อนไหวและกำลังจะยืนขึ้นแต่ในไม่ช้าเขาก็เห็นซวนหยวนห้าและฟางเจิ้งจือกำลังสู้อยู่กับฉงฉีและฮุนตุ๋นตามลำดับ
’ที่นี่ที่ไหน?’
’ข้าไม่ได้อยู่ในปราสาทหินสีดำที่ตีนเขาของศาลาเต๋าสวรรค์งั้นหรือ?’ ’ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’
หนานกงมู่สับสนเล็กน้อยเขาไม่รู้ว่าอสูรร้ายเหล่านั้นมาจากไหน เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำจนกระทั่งเขาเงยหน้าขึ้นไปและมองเห็นประตูเทพเจ้าทั้งสามบาน
ของเผ่าอสูรและปีศาจได้ถูกเปิดออกแล้ว
”ภูเขาสวรรค์!”หนานกงมู่ตกตะลึงและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ นั่นเป็นเพราะภูเขาสวรรค์นั้นอยู่ห่างจากศาลาเต๋าสวรรค์มาก
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมาถึงที่นี่ในเวลาอันสั้น
’นี่คือความฝันหรือเปล่า?’
หนานกงมู่ส่ายหัวอย่างรุนแรงแต่เขากลับรู้สึกอ่อนแอรง
รู้สึกเหมือนบางอย่างถูกผนึกเอาไว้
’ฝัน…’
’นี่ต้องเป็นความฝันแน่ๆ’
’ข้ามาอยู่ที่นี่อีกครั้งพี่ใหญ่ท่านตายลงที่นี่แต่ข้ากลับไม่สามารถทำสิ่งที่ท่านต้องการได้สำเร็จ’
ขอบตาของหนานกงมู่เปียกเล็กน้อย
เขาไม่เคยร้องไห้เพราะไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอของตนให้คนอื่นได้เห็นอย่างไรก็ตามตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปเพราะเขาอยู่ในความฝัน
”พี่ใหญ่!”หนานกงมู่ร้องตะโกนออกมาเขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป
”ข้ามันไร้ประโยชน์ไม่สามารถแบกรับชะตากรรมของตระกูลไว้ได้ตอนนี้เหลือเพียงข้าคนเดียว!” หนานกงมู่ตะโกนก้องขึ้นไปบนท้องฟ้า
แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่ามีดวงตานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองเขาอยู่
”…”
”…”
”หนานกงมู่ตื่นขึ้นมาแล้ว!”
แตกต่างจากหนานกงมู่ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินเสียงของหนานกงมู่
”อะไรนะ?!หนานกงมู่ตื่นแล้ว!…เร็วเข้า อย่าปล่อยให้เขาเข้าใกล้ประตูเทพเจ้า!” วู่จวี้เอ๋อเองก็ตกใจมากเช่นกัน
นางรู้ว่าหนานกงมู่นั้นมีผลไม้เทพเจ้าอยู่ในร่างกายหรือก็คือเขามีกุญแจที่ใช้เปิดประตูเทพเจ้า
มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวไม่น้อย
ถ้าหนานกงมู่เปิดประตูเทพเจ้าในตอนนี้โลกอาจจะกลับกลายเป็นนรกได้
”ใช่แล้วรีบหยุดเขา!”
”เดี๋ยวก่อนหนานกงมู่มีวิธีเปิดประตูเทพเจ้าของเหล่ามนุษย์นั่นหมายความว่าพวกเรามีวิธีกำจัดอสูรร้ายทั้งสี่ใช่หรือไม่?”
”เจ้าหมายความว่าพวกเราควรสู้กับอสูรพวกนั้นด้วยตัวตนระดับเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์งั้นหรือ?
”ใช่แล้ว!” ”ไม่มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถมั่นใจได้!”
ผู้คนเตรียมจะทำให้หนานกงมู่สลบไปอีกครั้งหลังจากฟังสิ่งที่วู่จวี้เอ๋อกล่าวอย่างไรก็ตามมีบางคนที่คิดต่างออกไป
”พวกเจ้าต้องการจะทำลายโลกงั้นรึ?พวกเราห้ามให้หนานกงมู่เปิดประตูเทพเจ้าเด็ดขาด!” วู่จวี้เอ๋อตะโกนออกมาด้วยความกังวลอีกครั้ง
”ฟังผู้นำนิกายวู่!”
”ทำให้หนานกงมู่สลบไปก่อน!”
”ได้!”
ผู้คนต่างมองหน้ากันเพราะพวกเขาบางคนมีความคิดที่แตกต่างอย่างไรก็ตามพวกเขายังคงเลือกที่จะฟังความคิดของวู่จวี้เอ๋อ
”ทำให้หนานกงมู่สลบ!”ศิษย์บางคนยกสันดาบขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องหยุดเมื่อเห็นหนานกงมู่ลุกขึ้นยืน
ยิ่งไปกว่านั้นหนานกงมู่เดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับกำหมัดแน่น
”เขาลุกขึ้นแล้ว?!”
”เขายังมีพลังอยู่งั้นหรือ?”
”…”
เหล่าศิษย์ต่างถอยหลังออกไปด้วยความกังวลพวกเขายังจำได้ดีถึงตอนที่หนานกงมู่อยู่ในปราสาทหินสีดำ
”ฝัน…มันเป็นความฝันข้าหนานกงมู่ไม่มีทางยอมแพ้ พวกเจ้าคิดจะควบคุมข้างั้นรึ? เข้ามา!” หนานกงมู่ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้น
เขาก็ถูกเตะกระเด็นออกไป
นั่นเป็นเพราะมีหนึ่งในศิษย์โจมตีหนานกงมู่อย่างสิ้นหัวงเขาเหวี่ยงหมัดออกไปโดยไม่คาดคิด
”…”
”…”
คนอื่นๆต่างมองหน้ากัน ศิษย์ที่ชกหนานกงมู่มองมือขวาของตัวเองด้วยความไม่เชื่อ
”หนานกงมู่แพ้?ข้า…ข้า…เอาชนะหนานกงมู่ได้จริงๆฮ่าฮ่า ข้าคงแข็งแกร่งเกินไปสินะ!” ความประหลาดใจของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
”มังกรซวนหยวนห้าได้ผนึกพลังของหนานกงมู่เอาไว้!”
”ตอนนี้เขาเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น!”
”ถึงเวลาแก้แค้นแล้วแม้ซวนหยวนห้าจะบอกว่าพวกเราไม่สามารถฆ่าเข้าได้แต่พวกเราสามารถทำให้เขาบาดเจ็บเจียนตายได้!”
เหล่าศิษย์ต่างไม่ลังเลอีกต่อไป
ในความคิดของพวกเขานั้นนานกงมู่นั้นเป็นผู้ทรยศเผ่าพันธุ์มนุษย์
ปั้ง!พวกเขาวิ่งเข้าไปหาหนานกงมู่ หมัดจำนวนมากปะทะเข้ากับร่างของหนานกงมู่ เหล่าศิษย์ต่างระบายความโกรธเกรี้ยวออกมา
”อย่าฆ่าเขาเก็บอาวุธของพวกเจ้าซะ!”วู่จวี้เอ๋อจำคำพูดของซวนหยวนห้าได้ นางจึงรีบหยุดศิษย์เหล่านั้นทันที
”ใจเย็นท่านผู้นำวู่พวกเรารู้ว่าต้องทำอะไร พวกเราไม่ได้จะฆ่าเขา!”
”ถูกต้องแล้ว!”
”เราควรทำลายขาของเขาเสียก่อนเพื่อจะได้ง่ายต่อการควบคุม!”
”พวกเราจะจัดการหนานกงมู่เอง!”
เหล่าศิษย์ต่างตอบวู่จวี้เอ๋อทันที
”ปั้ง!”
”ปั้งปั้ง!..”
”…”
เหล่าศิษย์ไม่คิดจะแสดงความเมตตาต่อหนานกงมู่เพราะเขาคือคนทรยศ
”หักขาของเขา!”
”หักมือของเขาด้วย!”
”พวกเราจะทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ยังไม่ฆ่าเขา!” เหล่าศิษย์ราวกับเป็นบ้าพวกเขาต้องการระบายอารมณ์กับหนานกงมู่
เพราะตอนนี้หนานกงมู่ไม่สามารถต่อต้านพวกเขาได้แม้แต่น้อย
”ปั้งปั้ง…” อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องประหลาดใจเพราะไม่สามารถหักแขนและขาของหนานกงมู่ได้
”เกิดอะไรขึ้น?!”
”ทำไมเราถึงหักขาเขาไม่ได้?”
”ดูเหมือนร่างกายของเขายังมีความแข็งแกร่งอยู่ต่อให้จะถูกผนึกพลังไปก็ตาม”
”อย่ารีรอไปพวกเราต้องพยายามมากกว่านี้
”ปั้งปั้ง…”เสียงทุบตียังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนานกงมู่นอนขดตัวนิ่ง
เขาต้องการจะยืนขึ้นแต่เขากลับรู้สึกราวกับตัวเองได้สูญเสียพลังทั้งหมดไป ”ทำไม?ทำไมในความฝันข้าถึงยังรู้สึกเจ็บปวดอีก?!” หนานกงมู่ตะโกนด้วยความโกรธแค้น
’ภารกิจของตระกูลหนานกง…’
’ล้มเหลว!’
แม้แต่ในความฝันเขายังไม่สามารถต่อสู้ได้ เขาทำได้แค่อยู่เฉยๆให้เหล่าศิษย์ทุบตี
เกลียด!
เขาเกลียดอย่างที่สุด!
”อา…ดูเหมือนที่นี่จะไม่ใช่ความฝันที่นี่คือภูเขาสวรรค์…”
ปั้ง!
ทันที่หนานกงมู่อ้าปากหมัดได้พุ่งไปที่ปากของเขาทันที
”ดูเหมือนเขาจะแข็งแกร่งเกินไป!”
”ใช่มือของข้าเริ่มเจ็บแล้วพวกเราต้องใช้อาวุธเพื่อจัดการเขา!”
”พี่ใหญ่ยกขาของเขาขึ้นเร็วเข้าข้าจะทำลายมัน!”
”ได้เลย!”
เหล่าศิษย์เริ่มแผนต่อไปของพวกเขา
ขาของหนานกงมู่ถูกยกขึ้น
ค้อนที่ทำขึ้นมาจากเหล็กถูกยกขึ้น
”ท่านพ่อ…”
”พี่ใหญ่ข้านั้นไร้ประโยชน์ข้าถูกคนเหล่านี้รังแกโดยที่ไม่สามารถสู้กลับได้”
”ข้าล้มเหลว…”
”อ๊าก!!!”
หนานกงมู่คำรามด้วยความโกรธแค้น
ในเวลาเดียวกันค้อนได้ทุบมาที่ขาของเขา
แคร่ก!
”ในที่สุดพวกเราก็หักมันได้!”
”เขาแข็งแกร่งเกินไปพวกเราต้องใช้อาวุธ!” ”ใช่แล้วพวกเรามาเปลี่ยนขาเขาเป็นอีกข้าง!”
เหล่าศิษย์ต่างโล่งใจเมื่อเห็นว่าขาของหนานกงมู่หักไปแล้ว
ด้านหนานกงมู่เขากัดฟันแน่น
เขาไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อยและใกล้จะสิ้นหวัง
”พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”ทันใดนั้นเสียงของใครบางคนได้ดังขึ้น จากนั้นร่างหนึ่งได้วิ่งมาขวางเหล่าศิษย์ที่กำลังจะหักขาอีกข้างของหนานกงมู่
”หยานฉิง!”
”สัตว์ประหลาดของจักรวรรดินักรบสูงสุด!”
”หยานฉิงแม้ว่าเจ้าจะเป็นหัวหน้าทหารส่วนตัวของท่านผู้นำวู่แต่เจ้าก็ยังเป็นเพียงสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังจำตอนที่หนานกงเฮา พี่ชายของหนานกงมู่แทงเจ้าที่ศาลาเต๋าสวรรค์ไม่ได้งั้นหรือ?”
”ทำไมเจ้าต้องช่วยเขาด้วย?”
เหล่าศิษย์ต่างถอยกลับไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นหยานฉิงวิ่งเข้ามา
”หนานกงมู่เจ้าเป็นอะไรไหม?”หยานฉิงไม่สนใจเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบๆ เขาก้มลงและแตะขาที่หักของหนานกงมู่
ขาที่หักอยู่ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน
”หยานฉิงเจ้ากำลังจะทำอะไร?”
”เจ้าคิดจะทรยศมนุษยชาติด้วยงั้นรึ?”
”หุบปาก!ถ้าใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกข้าจะฆ่าทิ้งซะ!” หยานฉิงตะโกนออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะช่วยหนานกงมู่ลงกับพื้น
”…”
”…”
เหล่าศิษย์ต่างเงียบลงทันที
ด้านหนานกงมู่เขาอยากจะหัวเราะออกมาเพราะสภาพอันน่าสมเพชของตัวเองเลือดสีแดงย้อมไปทั่วปาก เสื้อผ้าฉีกขาด
”หยานฉิงปล่อยข้าไปเถอะ!”
”ไม่!”
”ฮ่าฮ่า…เจ้าจะเยาะเย้ยข้าใช่ไหมข้าทำภารกิจของตระกูลไม่สำเร็จ ข้าไม่สามารถทำอะไรได้สำเร็จแม้แต่น้อย”
”ไม่เจ้าไม่ได้ผิดแต่ภารกิจของตระกูลหนานกงนั้นไม่ได้เหมือนที่เจ้าคิด!”
”หืม?!เจ้าพูดอะไรกัน?”
”ข้าไม่แน่ใจนักอย่างไรก็ตามที่สุสานของจักรพรรดิฮวง ข้าได้ยินว่าภารกิจของตระกูลหนานกงไม่ใช่การกลายเป็นผู้ครองโลกแต่เป็นการพาจักรพรรดิฮวงกลับมา เจ้าเข้าใจไหม?”
”ฮ่าฮ่า…นำจักรพรรดิฮวงกลับมา!หยานฉิงเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่งั้นรึ?”