Gate of God - ตอนที่ 1084 การปรากฎตัวอันไม่คาดฝัน
ตอนที่ 1084 การปรากฎตัวอันไม่คาดฝัน
”เจ้าไม่เชื่องั้นหรือ?”
”ไม่แน่นอน!”หนานกงมู่ซึ่งเป็นสายเลือดของจักรพรรดิหยานพวกเขาจะเข้าใจผิดในภารกิจของตระกูลนานนับพันปีได้อย่างไร เขาไม่มีทางเชื่อ
”เจ้าไม่เชื่อจริงๆ?”หยานฉิงมองหนานกงมู่อย่างจริงจังและถามขึ้น
”ไม่!”หนานกงมู่ยังคงตอบกลับด้วยความหนักแน่นในขณะที่มองไปยังหยานฉิงจากนั้นก็หัวเราะและพูดขึ้น “เจ้าจะฆ่าข้าเพราะข้าไม่เชื่อใช่ไหม? ฮ่าฮ่า เอาเลย ข้าพร้อมแล้ว!”
”ฟางเจิ้งจือจะเป็นคนตัดสินว่าชีวิตของเจ้าจะอยู่หรือตายข้า …ไม่อยากฆ่าเจ้า”หยานฉิงส่ายหัว จากนั้นเขาก็เดินจากไป
”เดี๋ยวก่อน!”หนานกงมู่พูดขึ้น
หยานฉิงหยุดแต่ไม่หันหลังกลับ
”บอกข้านี่คือภูเขาสวรรค์งั้นหรือ?”หลังจากเงียบอยู่ชั่วขณะหนานกงมู่ก็มองไปที่หยานฉิงและเอ่ยถาม
”ใช่”หยานฉิงตอบอย่างไร้อารมณ์
อย่างไรก็ตามเหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างหวาดกังวลเพราะสีหน้าของหนานกงมู่ที่มองขึ้นท้องฟ้า
ประตูเทพเจ้าที่ลอยอยู่
แม้พลังของหนานกงมู่จะถูกยับยั้งแต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่สามารถเปิดประตูเทพเจ้าได้
”ฟางเจิ้งจือกำลังต่อสู้กับอสูรร้ายทั้งสี่งั้นหรือ?”หนานกงมู่ไม่สนท่าทีของเหล่าศิษย์และมองไปที่เต๋าตี่กับฮุนตุ๋น
”ใช่”หยานฉิงพยักหน้า
”ตามตำนานอสูรร้ายทั้งสี่มีพลังที่แข็งแกร่ง พวกมันแข็งแกร่งกว่ามังกรห้ากรงเล็บ เจ้าจะหยุดยั้งพวกมันยังไงกัน?”หนานกงมู่ถามขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ร่างของหยานฉิงค่อยๆหันกลับมา นอกจากนี้เขายังมองไปทางสนามรบผู้นำสำนักนับสิบกำลังต่อสู้ร่วมกับมู่ฉิงเฟิง
อย่างไรก็ตามมันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
เต๋าวูมีพลังมากเกินไป
ไม่ว่าด้านร่างกายหรือความเร็วมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆก็ไม่สามารถต่อกรกับเต๋าวูได้ ในการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งผู้นำสำนักสองคนก็ล้มกับพื้นและไม่มีใครรู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตรอดหรือไม่
”ผู้นำศาลามู่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้เราคงไม่สามารถต้านมันไว้ได้อีก!”
”ใช่…แผนของผู้นำมู่คืออะไร ถ้าปล่อยไว้แบบนี้พวกเราคงสู้ต่อไปไม่ไหว!”
”ผู้นำศาลามู่พวกเราต้องเว้นระยะห่างกับเต๋าวู พวกเราไม่สามารถเข้าสู้ระยะใกล้กับมันได้อีกต่อไป!”
ผู้นำสำนักต่างหวาดกลัวเต๋าวูแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเขารู้สึกได้ชัดเจนว่าเต๋าวูยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของมันมันเพียงแค่เล่นกับพวกเขาอยู่เท่านั้น
มันแข็งแกร่งมากแม้จะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด…
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามัน…
ผู้นำสำนักต่างหนาวสั่นไปถึงกระดูกพวกเขาไม่สามารถรับผลที่ตามมาได้
…
หยานฉิงค่อยๆเหลือบมองที่มู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆก่อนจะหันมองหนานกงมู่อีกครั้งแล้วพูดขึ้น”พลังของเจ้าถูกยับยั้งไปแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”
”ปั้ง!”
ในตอนนั้นเองพวกเขาได้ยินเสียงดังขึ้นจากระยะไกลหนึ่งในผู้นำสำนักที่ต่อสู้กับเต๋าวูถูกส่งลอยออกไปด้ยกรงเล็บของมัน
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
ร่างของผู้นำคนนั้นถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆไม่มีทางที่เขาจะรอดชีวิตได้เลย
เหล่าศิษย์โดยรอบต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าปล่อยไว้แบบนี้งไม่มีผู้นำสำนักคนไหนรอดชีวิตไปได้
”เราควรทำยังไง?”
”พวกเราควรทำยังไงดี!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างกังวลอย่างมาก
ความแข็งแกร่งของเต๋าวูนั้นเกินกว่าที่มู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆจะจัดการได้ในขณะเดียวกันการต่อสู้ของฟางเจิ้งจือก็กำลังลำบากเช่นกัน
ฮุนตุ๋นไม่รวดเร็วเท่าเต๋าวู
อย่างไรก็ตามมันแข็งแกร่งมาก
ไม่ว่าฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนจะทำอะไรมันก็สามารถฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจืออีกครั้ง
นอกจากนี้เต๋าตี่ยังไม่เข้าร่วมการต่อสู้
เมื่อเต๋าตี่มีโอกาสโจมตีฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนอาจจะพ่ายแพ้ทันที
สถานการณ์กำลังแย่ลง
แม้ซวนหยวนห้าจะสามารถเอาชนะฉงฉีได้แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะอสูรโบราณทั้งสามมีพลังมากเกินไป
ตูม!
”…”
ในตอนนั้นเองได้มีบางอย่างเกิดขึ้น
สายฟ้านับไม่ถ้วนผ่าลงมาทำลายประตูเทพเจ้าทั้งสามบาน
”ดูที่ประตูเทพเจ้า!”
”อะไรน่ะ?!”
”มีแสงส่องสว่างออกจากประตู!”
”นี่มันแย่มากเราไม่สามารถทำอะไรกับอสูรร้ายพวกนี้ได้ ถ้ามีตัวตนระดับเทพเจ้าฝ่ายปีศาจหรืออสูรออกมาตอนนี้ มนุษยชาติคง…”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์เริ่มหวาดกลัว กองทัพอสูรและปีศาจต่างเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจแม้พวกเขาจะยอมจำนนต่อมนุษย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายอมรับความพ่ายแพ้
”ตัวตนเทพเจ้า?!”
”ความหวัง!”
”ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่เหมือนกับอสูรโบราณทั้งสี่!”
กองทัพอสูรและปีศาจต่างอ้อนวอน
จักรพรรดินีไป่ฉือและหยุนชิงวูมองดูประตูเทพเจ้าโดยเฉพาะไป่ฉือที่มีลางสังหรณ์ที่แข็งแกร่ง
”พวกเขาแข็งแกร่ง!”นางสัมผัสได้ถึงออร่าความแข็งแกร่งจากตัวตนเทพเจ้าที่กำลังจะปรากฎขึ้นความแข็งแกร่งที่เกือบจะอยู่ในระดับเดียวกับอสูรร้ายทั้งสี่
ตู้ม!
แสงส่องสว่างลงมาที่ภูเขาสวรรค์
ตามด้วยลำแสงที่สองสาม …สี่ … แสงนับไม่ถ้วนสาดส่องลงมาราวกับฝนดาวตก
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากแม้แต่ฟางเจิ้งจือเองก็เช่นกัน
”ตัวตนที่แข็งแกร่งกำลังจะลงมา?!”มู่ฉิงเฟิงตกตะลึง
พวกเขาอ่อนล้าจากการต่อสู้ถึงตายกับอสูรร้ายทั้งสี่ถ้ามีพวกมันเพิ่มอีกในตอนนี้คงเลวร้ายเกินไป
ตราบใดที่ประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและเผ่านปีศาจยังไม่ถูกปิดพวกที่แข็งแกร่งจะปรากฎขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด
”พวกเราจะทำยังไงดี?”ผู้นำสำนักต่างรู้สึกสิ้นหวัง
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าสงครามได้จบลงแล้วมนุษย์ได้ปกครองโลกและเหล่าอสูรและปีศาจถอยกลับไปที่หนองน้ำใหญ่และเมืองเงาเลือดอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนว่า… ทุกอย่างพึ่งเริ่มต้นอสูรที่แข็งแกร่งกำลังเข้าสู่โลกใบนี้และมนุษย์ไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้
ความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง…
อารมณ์นับไม่ถ้วนพวยพุ่งขึ้นในใจของพวกเขา
ในตอนนันเองเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งหัวหน้าสำนักอีกคนถูกหางของเต๋าวูส่งลอยออกไป
”ปั้ง!”
ผู้นำสำนักคนนั้นตายลง
ดวงตาของเต๋าวูเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บดูเหมือนมันไม่กลัวแสงที่ส่องสว่างลงมาแม้แต่น้อย มันโจมตีมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆในตอนที่พวกเขาหวาดกังวล
”ครืน!”เสียงฟ้าร้องดังสนั่น
เต๋าวูเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและพุ่งไปท่ามกลางผู้นำสำนักทั้งหมดก่อนจะฟาดกรงเล็บทั้งสี่ลงไป ”ปั้ง!”
ในไม่ช้าผู้นำสำนักคนอื่นก็ถูกส่งลอยออกไปแขนขาถูกฉีกกระชาก เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
”ท่านปู่ระวัง!”ในตอนนั้นเองเหยียนซิวสังเกตุว่าเต๋าวูกำลังพุ่งเข้าหาเหยียนเฉียนหลี่จึงร้องตะโกนเพื่อเตือนเขา
ตูม!
เหยียนเฉียนหลี่หลบการโจมตีได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตามเขาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีนักเพราะกรงเล็บของเต๋าวูกระแทกเข้าที่ต้นขาของเขาจนมีเลือดไหลออกมา ใบหน้าของเหยียนเฉียนหลี่ซีดขาวลงมาก
”ท่านเหยียน!”มู่ฉิงเฟิงตะโกนอย่างกังวล
”อย่าใส่ใจรีบจัดการเจ้าอสูรร้ายนั่นเถอะ!”เหยียนเฉียนหลี่สังเกตุลำแสงจำนวนมากที่สาดส่องลงมาจากประตูเทพเจ้าของเผ่าปีศาจ เขากังวลเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือหยุดยั้งเต๋าวู
…
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
แสงจำนวนมากส่องลงมาพวกมันเป็นก้อนหินขนาดยักษ์เหมือนกับที่ถูกล่ามโซ่ก่อนหน้านี้
เหล่าศิษย์ตะลึงงันโดยสมบูรณ์
มู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ปล่อยออกมาจากก้อนหินพวกนั้น
แสงส่องสว่างไปทั่วภูเขาสวรรค์
ตูม!หนึ่งในหินยักษ์ระเบิดออก เศษหินนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายไปทางเหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์
”อ้า…”
”หนี!”
”อาาา….” ในเวลาไม่นานศิษย์นับสิบคนถูกเศษหินพุ่งทะลุร่างจนตายพวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้ทัน
มันน่ากลัวเกินไป!
เหล่าศิษย์ที่เหลือทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
ในขณะเดียวกันร่างขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฎขึ้นท่ามกลางเศษฝุ่นเขาคือชายร่างใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อและเปลือยกายครึ่งท่อน
ลวดลายสีทองไหลอยู่ทั่วร่างของเขาและดูทรงพลังอย่างมาก
สิ่งสำคัญที่สุดคือร่างกายของเขาใหญ่เป็นพิเศษเขาสูงสามถึงสี่เมตรราวกับหอคอยขนาดยักษ์
”ยักษ์?!”
”ยักษ์เผ่าปีศาจ?”
”ปีศาจจะร่างใหญ่ยักษ์ขนาดนั้นได้เช่นไร?”
เหล่าศิษย์ต่างอุทานออกมา แม้แต่หยานฉิงเองก็ประหลาดใจกลับบรรยากาศอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากร่างเหล่านั้น
”เขาเป็นหนึ่งในชนเผ่าฉือโหย่ว!”หนานกงมู่กล่าว
”ฉือโหย่ว?!”หยานฉิงแข็งค้าง เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับฉือโหย่วเพราะเขาเองก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสายเลือดนั้นเช่นกัน
จากตำนานมี่ถิ่นฐานหนึ่งที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากและผู้นำคือฉือโหย่ว
ฉือโหย่วเป็นชายร่างยักษ์ตามตำนานความสูงของเขาสูงประมาณ7-8เมตร แขนของเขานั้นมีแรงอันทรงพลัง เขาสามารถแยกสัตว์เทพที่ทรงพลงออกเป็นสองส่วนได้ด้วยแขนนั้น
แม้เขาจะถูกเอาชนะโดยจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงแต่พวกเขากลับถูกขับไล่แทนที่จะเป็นฆ่าทิ้งทั้งหมด
”สายเลือดของฉือโหยว่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของปีศาจงั้นหรือ?!”หยานฉิงนั้นตกตะลึงอย่างแท้จริง เขาไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าปีศาจ
”แล้วพวกเราควรทำเช่นไรดี?”หนานกงมู่ไม่ได้ตอบหยานฉิง เขาเพียงยืนมองฉากตรงหน้าเงียบๆ
เผ่าของฉือโหย่วนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจจริงๆ
นอกจากนี้พวกนั้นดันกลับมายังโลกในเวลาเช่นนี้
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
หินขนาดยักษ์ได้ระเบิดออกเผยให้เห็นร่างที่มีขนาดใหญ่
แต่ละคนนั้นมีความสูงประมาณสามถึงสี่เมตร
แต่มีร่างหนึ่งที่สูงถึงห้าเมตรร่างของเขาทั้งหมดเป็นสีแดง ใบหน้าปกคลุมด้วยลวดลายสีทองราวกับเทพโบราณ
”อสูรร้ายจากยุคโบราณ?มังกรทองซวนหยวนห้า ที่แห่งนี้…ช่างมีชีวิตชีวาเหลือเกิน!” ชายคนนั้นกล่าวออกมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
เสียงของเขาดังจนทำให้ป่าสั่นสะเทือน
ซวนหยวนห้าที่สู้กับฉงฉีอยู่บนอากาศก้มลงมองด้านล่างก่อนที่ท่าทีของเขาจะเปลี่ยนไปทันที
”หงโหย่ว!”ซวนหยวนห้าระบุตัวตนของชายร่างใหญ่นั้นได้ทันที
ฉงฉีเองก็หยุดเคลื่อนไหวเช่นกัน
”อืมที่นี่กำลังครื้นเครงอย่างไรก็ตามสิบสองพ่อมดจากเผ่าปีศาจเช่นพวกเจ้าพวกเราไม่ต้อนรับ!”
”…”
”อะไรนะ?!”
”พวกเขาคือสิบสองพ่อมดเผ่าฉือโหย่ว?!” เหล่ามนุษย์ต่างตอบสนองต่อคำพูดของฉงฉีในทันที
ตู้ม
ตู้ม!
การระเบิดยังคงดำเนินต่อไปร่างขนาดใหญ่จำนวนมากปรากฎออก ไม่นานสิบสองพ่อมดก็ปรากฎตัวขึ้น
พวกเขายืนเรียงรายอยู่บนภูเขาสวรรค์แม้แต่ฟางเจิ้งจือก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น