Gate of God - ตอนที่ 1085 ตัวตนจากยุคโบราณ
ตอนที่ 1085 ตัวตนจากยุคโบราณ
ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าศัตรูของตัวเองนั้นปรากฎตัวออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาไม่มีเวลาจัดการอสูรร้ายทั้งสี่และสิบสองพ่อมดแห่งเผ่าฉือโหย่ว
ยิ่งไปกว่านั้นจะมีตัวตนที่แข็งแกร่งปรากฎขึ้นมาอีกหรือไม่?
ฟางเจิ้งจือไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
ฆ่าพวกเขาทั้งหมด?
ฟางเจิ้งจือไม่ใส่ใจที่จะฆ่าพวกเขาทิ้งแต่ปัญหาคือฟางเจิ้งจือมีความสามารถพอที่จะฆ่าพวกเขางั้นหรือ?
แค่อสูรร้ายทั้งสี่ก็ทำให้เขาปวดหัวมากพอแล้วตอนนี้มีสิบสองพ่อมดโผล่มาอีก
ตู้ม!
ตู้ม!
”…” ขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังจมอยู่ในความคิดแสงสว่างได้ปรากฎขึ้นจากประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและปีศาจอีกครั้ง
จากนั้นหินสีดำก็ออกมาจากประตูและระเบิดออกทันทีตู้ม!
อสูรยักษ์ที่มีขนสีขาวราวกับเสือดาวปรากฎขึ้นหางยาวของมันกวัดแกว่งอยู่ด้านหลัง
ไป่เจ๋อ!
ไป๋เจ๋อ白泽 (bái zé)
สัตว์ในตำนานอีกหนึ่งตัวของประเทศจีนไป๋เจ๋อ มีลักษณะลำตัวเหมือนสิงโต มีเขาสองข้าง และมีเคราเหมือนแพะ เป็น
สัตว์ที่นับว่าเป็นสัตว์ประเสิรฐของประประเทศจีนอาศัยอยู่ที่เขาคุนลุ้น 昆仑山
มันเป็นสัตว์อสูรที่น่ากลัวไม่แพ้กัน
”สัตว์อสูรอีกตัวหนึ่ง?”
”พวกเราจะทำยังไงดีมนุษย์พวกเราควรทำเช่นไร?” เหล่ามนุษย์เริ่มตื่นตระหนกอย่างแท้จริงเมื่อเห็นไป่เจ๋อ
อสูรร้ายทั้งสี่บวกกับสิบสองพ่อมดจากนั้นก็เป็นไป่เจ๋อ….
ตู้ม!
จากนั้นเปลวไฟก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
จากนั้นเสียงหวีดแหลมได้ดังขึ้นนกสีแดงยักษ์ปรากฎขึ้นร่างกายของมันเป็นสีแดงและมีเพียงขาเดียว
”นั่นมันนกปี่ฟาง!”
”นี่มันคือจุดจบของมนุษย์งั้นหรือ?!”
นกปี้ฟัง(毕方 : bifang) คือ นกไฟในตำนานของจีน เป็นนกเทพ รูปร่างคล้ายนกกระเรียน แต่มี
ขาเดียว
มนุษย์เริ่มรู้สึกสิ้นหวังศัตรูมีจำนวนมากเกินไป
อสูรร้ายเริ่มออกมาจากประตูเทพเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งไปกว่านั้นด้านหลังของสิบสองพ่อมดยังมีร่างมหึมาปรากฎออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
”ท่านอาจารย์หงโหย่ว!”
”คารวะท่านฉิงซิน!”
”…”
เสียงทักทายเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าพวกเขาที่ปรากฎขึ้นทั้งหมดเป็นคนจากเผ่าฉือโหย่ว
ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ต้องตกตะลึงแม้แต่เผ่าอสูรและปีศาจเองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถนับได้อีกต่อไปว่ามีร่างขนาดยักษ์ที่ออกมาจากประตูเทพเจ้ามากแค่ไหน
ยุคโบราณ!
ตัวตนจากยุคโบราณจำนวนมากได้ออกมาจากประตูเทพเจ้า! แน่นอนว่าแสงยังคงส่องออกมาจากประตูเทพเจ้าอย่างต่อเนื่อง
”ต่อสู้กับตัวตนจากยุคโบราณด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้จะยังมีความหวังสำหรับมนุษย์อีกงั้นรึ?”หนานกงมู่เงยหน้าขึ้นมองแสงที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
หยานฉิงไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร
หากมีเพียงอสูรร้ายสี่ตัวพวกเขาอาจจะยังคงมีความหวัง
อย่างไรก็ตามตัวตนจากยุคโบราณจำนวนมากตรงหน้า…
ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้
แม้แต่จักรพรรดิฮวงจะอยู่ที่นี่เขาก็คงไม่กล้าพูดว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะกองทัพขนาดยักษ์ตรงหน้าได้ไม่ต้องพูดถึงฟางเจิ้งจือ
”ไม่มีคาวมหวังไม่มีความหวังสำหรับมนุษย์อีกแล้ว…” หนานกงมู่พึมพัมขณะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่สนใจเศษหินที่กระเด็นมาทางเขาแม้แต่น้อย
ปั้ง!เป็นหยานฉิงที่รับหินก้อนนั้น ฝ่ามือของเขามีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย
”หนานกงมู่ใจเย็นก่อนต่อให้ข้าตายข้าจะช่วยเจ้าออกไปจากที่นี่ให้ได้!” หยานฉิงกล่าวอย่างมุ่งมั่น
”ถ้าเจ้าตายแล้วจะช่วยข้าได้ยังไง?”หนานกงมู่ถามกลับ
”…”หยานฉิงพูดไม่ออกแม้แต่น้อย
”เจ้าไม่ต้องสนใจข้าข้าจะอยู่ที่นี่กับพี่ใหญ่…”หนานกงมู่โบกมือให้หยานฉิงและนั่งลงกับพื้น
ปั้ง!
หัวของหนานกงมู่ถูกกำปั้นโขกใส่อย่างแรงใบหน้าของเขาล้มคะมำลงกับพื้น เลือดไหลออกมาจากมุมปาก เป็นหยานฉิงที่โขกหัวเขา
หยานฉิงกำลังโกรธมาก
”เหอะเหอะ…”หนานกงมู่หัวเราะ
”เจ้าหัวเราะทำไม?มนุษย์กำลังจะพ่ายแพ้ อาณาจักรต่างๆย่อมล่มสลายไปด้วย!”
”อาณาจักร?เจ้ายังคงพูดถึงอาณาจักรต่างๆแม้ในเวลาเช่นนี้อีกงั้นหรือ?!” หนานกงมู่กลายเป็นบ้าไปอีกครั้ง เขาชกหมัดไปที่หยานฉิง
ปั้ง!
อย่างไรก็ตามเขาล้มลงกับพื้นอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็วเพราะหยานฉิงก็โจมตีมาที่เขาเช่นกัน
เขากระอักเลือดออกมาเล็กน้อยมุมปากของเขาบิดเบี้ยวสายตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
ราวกับเขาต้องการจะฆ่าหยานฉิง
”ไสหัวไปข้าอยากอยู่คนเดียว เจ้าไม่ต้องมายุ่งกับข้า!” หนานกงมู่ยังคงเหวี่ยงหมัดไปหาหยานฉิง
ปั้ง!
หยานฉิงทำให้หนานกงมู่ล้มลงกับพื้นอีกครั้งอย่างไรก็ตามหนานกงมู่ไม่สนใจเขาลุกขึ้นและพุ่งไปหาหยานฉิงอีกครั้ง
”หนานกงมู่เราเป็นเพื่อนกันนะ!”หลังจากเห็นความพยายามของหนานกงมู่หลายครั้ง หยานฉิงก็กล่าวเตือนออกมา
”เพื่อน?!”ร่างของหนานกงมู่สั่นไหวเล็กน้อย เขามองหยานฉิงด้วยสายตาแปลกๆ แต่ไม่นานเขาก็หัวเราะและพูดออกมา “เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรงั้นรึ? เจ้ากล้าบอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนของข้าได้ยังไง? เจ้าจะช่วยอะไรข้าได้? เจ้าไม่สามารถทำอะไรให้ข้าได้ในฐานะเพื่อนแม้แต่น้อย!”
”ใช่แล้วข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ อย่างไรก็ตามข้ายังนับเจ้าเป็นหนึ่งในเพื่อนอันน้อยนิดของข้า!” หยานฉิงตะโกนใส่หนานกงมู่ด้วยความโกรธ ”อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลยข้าหนานกงมู่ไม่ต้องการเพื่อนหน้าไหนทั้งนั้น! ฟางเจิ้งจือหลอกลวงข้า และเจ้าเองก็ต้องการจะหลอกลวงข้าเช่นกัน ข้าไม่มีทางตกหลุมพรางพวกเจ้าอีก!” หนานกงมู่ตะโกนออกไปอย่างโกรธแค้น
”ฟางเจิ้งจือไม่ได้หลอกเจ้า!”
”เขาหลอกข้า!”
”เขากำลังช่วยเหลือเจ้าช่วยเหลือเจ้ามาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ต้องการจะฆ่าเจ้าต่อให้เจ้าจะทรยศมนุษย์ทั้งหมดก็ตาม!”
”งั้นรึ?ไม่ใช่มังกรนั่นช่วยข้างั้นรึ?”
”เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสซวนหยวนห้าจะช่วยเจ้าได้งั้นรึ?ถ้าฟางเจิ้งจือต้องการจะฆ่าเจ้า เจ้าคงตายไปแล้ว!”
”…”หนานกงมู่เงียบไปทันที
เขาไม่ได้หัวเราะอะไรออกมาอีกเพราะรู้ว่าที่หยานฉิงพูดนั้นเป็นความจริง
เขารู้นิสัยของฟางเจิ้งจือ แม้เขาจะไม่ชอบการฆ่าฟันแต่ถ้าเขาต้องฆ่าใครบางคนเขาจะมีความเด็ดขาดมาก
อย่างเช่นตอนที่ฟางเจิ้งจือได้ฆ่าห้าเซียนที่ตีนภูเขาศาลาเต๋าสวรรค์
”หยานฉิงเจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่?หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยว่ามันไม่มีทางจะเกิดขึ้นแน่นอน!” หนานกงมู่จ้องมองหยานฉิง
”เจ้าไม่มีความคิดดีๆเลยงั้นหรือ?”ดวงตาของหยานฉิงสว่างขึ้นเล็กน้อย
”ไม่!”
”เจ้าคือหนานกงมู่ลูกหลานของจักรพรรดิหยานในเมื่อเจ้ารู้เกี่ยวกับยุคโบราณ เจ้าก็ควรจะมีความคิดดีๆใช่ไหม?”
”เจ้าผิดแล้วข้าไม่รู้เรื่องอื่นนอกจากภารกิจที่ข้าได้รับ!” หนานกงมู่ส่ายหัว
”อืมดูเหมือนข้าจะเข้าใจผิด อย่างไรก็ตามข้ายังคงจะปฏิบัติกับเจ้าในฐานะเพื่อนต่อให้เจ้าจะไม่นับข้าเป็นเพื่อนก็ตาม” หยานฉิงส่ายหัวและไม่คาดคั้นหนานกงมู่อีกต่อไป
”เหอะตลกสิ้นดี” หนานกงมู่กล่าวพร้อมกับหันไปมองร่างมหึมาจำนวนมากที่ยืนอยู่ห่างออกไป “สิบสองพ่อมดพร้อมกับนักรบจากเผ่าฉือโหย่ว อสูรร้ายสี่ตัว ปี่ฟาง ไป่เจ๋อ…มนุษย์คงใกล้จะจบสิ้นแล้ว!”
”เจ้าพูดถูก”หยานฉิงพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินไปยังสนามรบด้วยสายตาอันแน่วแน่
”เจ้าจะไปไหน?”
”ข้าจะไปฆ่าพวกมัน!”
”ด้วยตัวเองเนี่ยนะ?”
”ใช่”
”เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
”มันก็แค่ความตายมีอะไรต้องกลัว?อย่างน้อยข้าก็ได้ทำสิ่งที่สมควรทำเพื่อมนุษย์ ต่อให้ข้าตายข้าก็ไม่เสียใจ!” หลังจากพูดจบหยานฉิงก็พุ่งไปยังเหล่าปีศาจอันทรงพลัง ยิ่งไปกว่านั้นเขาเล็งไปที่หงโหย่ว
มันทำให้กลุ่มพันธิมิตรสวรรค์ที่ยืนอยู่ๆรอบแปลกใจ
ด้านหงโหย่วที่ยืนอยู่ท่ามกลางนักรบจากเผ่าฉือโหย่วเองก็แปลกใจเช่นกันเขาไม่คาดคิดว่ามนุษย์ผู้อ่อนแอจะกล้าท้าทายเขา
”หืม?”หงโหย่วเหยียดยิ้มจากนั้นเขาก็ค่อยๆยกมือขวาขึ้น
ควับ!
หงโหยวคว้าตัวหยานฉิงไปได้อย่างง่ายดาย
ราวกับหยานฉิงถูกแรงดึงดูดอันรุนแรงไปที่มือของหงโหย่ว
”หยานฉิง!”หนานกงมู่ตะโกน
ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาไม่ต้องการให้หยานฉิงตาย อาจเป็นเพราะครั้งหนึ่งเขาเคยร่วมสู้กับหยานฉิง หรือบางทีหยานฉิงอาจจะเป็นหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนของเขา
หยานฉิงนั้นเป็นสัตว์ประหลาดที่โตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวในป่า
หนานกงมู่… ผู้ที่ถูกตระกูลเพิกเฉยแต่ต้องแบกรับภารกิจของตระกูล
ชะตากรรมของพวกเขาคล้ายกันมาก
มันทำให้หนานกงมู่มีความคิดหนึ่งในใจ
ถ้าหยานฉิงตายไปจริงๆจะมีใครเข้าใจตัวตนของเขาอีกไหม?”
”เจ้ายังไม่ตายอีกงั้นรึ?ร่างกายของเจ้าค่อนข้างเยี่ยม” หงโหย่วบีบคอของหยานฉิงปล่อยให้เขาดิ้นรนอยู่ในมือ จากนั้นรอยยิ้มอันเยือกเย็นก็ค่อยๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา “ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับสายเลือดของฉือโหย่วไปเล็กน้อย หืม…ถ้าเจ้าพูดว่าจะจงรักภักดีกับข้า ข้าอาจจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตต่อไป”
”ฝัน…ฝันไปเถอะ!”หน้าของหยานฉิงแดงก่ำเพราะหายใจลำบาก พลังของเขาทั้งหมดราวกับถูกควบคุมเอาไว้