Gate of God - ตอนที่ 1086 ความน่ากลัวของเต๋าตี่
ตอนที่ 1086 ความน่ากลัวของเต๋าตี่
หยานฉิงต้องการจะหนีจากมือของหงโหย่ว
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีพลังให้ทำเช่นนั้นเพราะเหมือนมีพลังล่องหนบางอย่างจากมือของหงโหย่วไม่ว่าเขาจะดิ้นรนแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ฝ่ามือนั้นบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆใบหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นสีม่วงคล้ำ
”หยานฉิง!”ทันใดนั้นร่างหนึ่งที่มีแสงในดวงตาเป็นสีทองได้พุ่งเข้ามาหาหงโหย่ว
”โอ้?อีกคนงั้นรึ?” หงโหย่วเตะร่างนั้นโดยไม่คิดจะมองแม้แต่น้อย
”ปั้ง!”
ร่างนั้นกระเด็นออกไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตามเขายังไม่ยอมแพ้
เขาพุ่งเข้าไปหาหงโหย่วอีกครั้ง ”หืม?!”หงโหยว่แปลกใจกับความดื้อด้านของมนุษย์ตรงหน้าเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้นแสงสีทองในดวงตาของเขาทำให้เขาทั้งรู้สึกคุ้นเคยและแปลกๆในเวลาเดียวกัน
”ปั้ง!”
อย่างที่คาคเดาหนานกงมู่กระเด็นออกไปอีกครั้ง
ด้านหยานฉิงเขาพยายามหันหัวไปมองร่างที่ล้มลง”หนานกงมู่…ข้าคง…คงต้องลาเจ้าไปก่อนสินะ…”
”ไม่!”หนานกงมู่ตะโกนด้วยความตกตะลึง
อย่างไรก็ตามมือของหงโหย่วได้อ้าออกและทิ้งร่างของหยานฉิงไว้ใต้เท้าของเขา
”แครก!”เสียงกระดูกแตกร้าวดังขึ้น แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างของเขาจมลงไปในดิน
”ข้าจะตายแล้วใช่ไหม?”ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจของหยานฉิง
เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไปมีเพียงแต่โลกที่เงียบสงบ
”อ๊าก!ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!” หนานกงมู่ตะโกนออกมาขณะที่ดวงตาของเขาราวกับมีระลอกคลื่นบางอย่างปรากฎขึ้นเช่นกัน
วู่จวี้เอ๋อก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
”หยานฉิง?!ท่านอาจารย์เร็วเข้า…รีบช่วยหยานฉิง!” วู่จวี้เอ๋อตะโกนอย่างสิ้นหวังไปที่เซียนสวรรค์พักพิง
”เอ่อ…”เซียนสวรรค์พักพิงเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาน แต่เขากลับหยุดในทันทีที่เห็นร่างอันบิดเบี้ยวของหยานฉิง
เขาต้องการจะช่วยหยานฉิง
อย่างไรก็ตามเขาจะทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้
ต่อให้ช่วยได้หยานฉิงก็อยู่ในสภาพเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตแน่นอน
”อาจารย์!” ”จวี้เอ๋อไปกันเถอะ!”
”ไปไหน?!”
”หนีไปจากที่นี่ไม่อย่างนั้นมันจะสายเกินไป…”
”ท่านอาจารย์!”วู่จวี้เอ๋อขัดเซียนสวรรค์พักพิงขณะที่มองไปยังฟางเจิ้งจือ “ครั้งนี้ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าท่านอาจารย์ต้องการจะหนีก็เชิญท่านล่วงหน้าไปก่อนได้เลย!”
”จวี้เอ๋อเจ้า…”
”ท่านอาจารย์ไม่เข้าใจงั้นหรือถ้าเราแพ้ในวันนี้พวกเราจะไม่มีความหวังอะไรอีกต่อไป พวกเราจะกลายเป็นทาสหรือไม่ก็ต้องตาย!” วู่จวี้เอ๋อตะโกน
”ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ยังมีความหวังต่อให้แพ้วันนี้ในอนาคตก็ย่อมมีความหวัง” เซียนสวรรค์พักพิงส่ายหัว
”ไม่มีโอกาสนอกจากนี้แล้วท่านรู้อยู่แล้ว ท่านต้องรู้เรื่องนั้นดี!”
”…”เซียนสวรรค์พักพิงเงียบลง เขามองดูวู่จวี้เอ๋อที่ใกล้ชิดกับเขาราวกับเป็นครอบครัว
ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของเขา
ถ้าพวกเขาแพ้การต่อสู้ครั้งนี้จะมีความหวังอยู่อีกงั้นหรือ?
คำว่าความหวังในอนาคตมันเป็นเพียงคำปลอบใจเท่านั้น
”ท่านอาจารย์ไปได้แล้วข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” วู่จวี้เอ๋อกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
”วู่จวี้เอ๋อรอข้าก่อน!”เซียนสวรรค์พักพิงกล่าวพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังสนามรบ เป้าหมายของเขาคือเต๋าวู
วู่จวี้เอ๋อไม่เข้าใจ
เต๋าวูนั้นแข็งแกร่งมากแม้แต่มู่ฉิงเฟิงกับโม่ฉานฉือก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ไม่ต้องพูดถึงพลังของเซียนสวรรค์พักพิงเลยแม้แต่น้อยแต่เขากลับเลือกที่จะสู้กับเต๋าวู? เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่? เขาคิดจะฆ่าตัวตายงั้นหรือ?
”ท่านอาจารย์ทำไมถึงทำเช่นนี้?!” วู่จวี้เอ๋อตะโกน นางรู้นิสัยของเขาดีว่าเขาไม่มีทางฆ่าตัวตาย
ศิษย์ฝ่ายมนุษย์เองก็สับสนเช่นกัน
”เซียนสวรรค์พักพิงกำลังจะทำอะไร?”
”เขาต้องการจะฆ่าตัวตายงั้นหรือ?”
ขณะที่เหล่าศิษย์กำลังพูดคุยเซียนสวรรค์พักพิงได้หันหลังกลับ
เขาวิ่งกลับมาด้วยความเร็วกว่าตอนที่วิ่งไปเสียอีก
”…”
”…”
เหล่าศิษย์ต่างพูดไม่ออกอย่างไรก็ตามพวกเขาพบสิ่งผิดปกติเพราะเซียนสวรรค์พักพิงไม่ได้กลับมาคนเดียว เขามาพร้อมกับโม่ฉานฉือ
”ผู้นำโม่!” ”เขาวางแผนจะทำอะไรกันแน่?”
”เขาแค่ต้องการจะนำตัวท่านโม่กลับมางั้นหรือ?”
เหล่าศิษย์ต่างพูดไม่ออก
ในตอนนั้นเองเซียนสวรรค์พักพิงพูดออกมา”หนานกงมู่ เจ้าไม่ต้องการจะช่วยหยานฉิงงั้นหรือ? ข้ามีโอกาสให้เจ้าได้ทำเช่นนั้น!”
”อะไรนะ?!”
เหล่าศิษย์ต่างประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้านเซียนสวรรค์พักพิงเขาตบไปที่ด้านหลังของโม่ฉานฉือ
”ท่านโม่พวกเราต้องลองเสี่ยงเพื่อชัยชนะ!”
”แค่ก…”โม่ฉานฉือหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าของเขาเป็นสีแดงก่ำ นั่นเป็นเพราะการตบของเซียนสวรรค์พักพิงทำให้เขารู็สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในน้ำที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต อาการของเขาดีขึ้นจากนั้นเขาก็หันไปหาหนานกงมู่
”หนานกงมู่เจ้าเองก็ยังถือว่าเป็นมนุษย์อย่าทำให้พวกเราผิดหวัง!” โม่ฉานฉือไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะเขารู้ว่าเซียนสวรรค์พักพิงกำลังคิดอะไรอยู่
กำจัดความวุ่นวายด้วยความวุ่นวาย!
คนเดียวที่สามารถต่อสู้กับอสูรร้ายและตัวตนในตำนานได้ย่อมเป็นหนานกงมู่
ผู้ที่ทรยศเผ่าพันธุ์มนุษย์!
การที่ปลดผนึกพลังของหนานกงมู่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
”อ๊าก!!”หนานกงมู่คลานไปบนพื้นขณะที่มือหนึ่งทาบไปบนหัวของเขา
มันเป็นมือของโม่ฉานฉือที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่เขารู้ว่ามีพลังไหลผ่านร่างของเขา
ตู้ม!
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักออกมาจากร่างของหนานกงมู่กลายเป็นแสงสีทองส่องสว่างไปทุกทิศทาง
”พลังของหนานกงมู่ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว?”
”เหลือเชื่อ!”
”พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว!”
เหล่าศิษย์ต่างเข้าใจในเหตุผลที่ต้องปลดผนึกพลังของหนานกงมู่
”หืม?เจ้าเด็กนั่นมีพลังนั้นอยู่กับตัวงั้นหรือ?” หงโหย่วแสดงความแปลกใจที่เห็นแสงสีทองส่องออกมาจากร่างของหนานกงมู่
”หยานฉิง?หนานกงมู่…” ฟางเจิ้งจือสัมผัสได้ถึงเหตุกาณ์บางอย่างจากอีกฝั่งของสนามรบแต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้
เพราะเขากำลังสู้อยู่กับเต๋าตี่และฮุนตุ๋น
อสูรร้ายทั้งสองไม่หยุดแม้สิบสองพ่อมดจะปรากฎขึ้น
”หนานกงมู่หลุดออกจากผนึกแล้วพวกเราควรทำเช่นไร?” หน้าของปิงหยางซีดขาวขณะพูด ”ไม่เป็นไร”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”ไป่เป็นไร?เจ้าบอกไม่เป็นไรงั้นหรือ?!”
”ใช่เซียนสวรรค์พักพิงทำถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นข้าก็คงทำเช่นกัน” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ปิงหยางระวัง!”ฉือกูเหยียนเตือน
พื้นดินใต้เท้าของปิงหยางระเบิดออกจากการโจมตีของฮุนตุ๋น
”ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ไปสู้กับสิบสองพ่อมดนั่นเล่า?”ปิงหยางหงุดหงิดและตะโกนออกไป
”สู้หาพระแสงอะไรกันเล่า?!”ฮุนตุ๋นตอบกลับทันที
ไม่มีใครเข้าใจความหมายของสิ่งที่มันพูด
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือสามารถคาดเดาได้นักล่ามักจะล่าเหยื่อทีละตัว
ฆ่าหนึ่งก่อนที่จะย้ายไปฆ่าอีกหนึ่ง!
”เหยียนซิวเจ้ายังจำการต่อสู้ของครึ่งเซียนคังหยางที่ดินแดนภูเขาทางใต้ได้หรือไม่?”ฟางเจิ้งจือหันไปหาเหยียนซิว
”หืมข้าเข้าใจแล้ว!” เหยียนซิวตอบกลับในทันที
ทันใดนั้นฟางเจิ้งจือและเหยียนซิวก็เคลื่อนไหว
พวกเขาย้ายไปยังตำแหน่งของลมและสายฟ้าพวกเขาโจมตีจากด้านซ้ายและหน้าของฮุนตุ๋นในเวลาเดียวกัน
”หืม?!”ฮุนตุ๋นตกใจ เขาคิดถึงสิ่งที่ฟางเจิ้งจือกำลังจะทำ
ขณะที่กำลังคิดฉือกูเหยียนได้พุ่งมาหาเขาจากตำแหน่งน้ำเช่นกัน
ทั้งสามคนโจมตีพร้อมกัน!
เขามีสองทางเลือกหนึ่งคือโจมตีฟางเจิ้งจือกับอีกสองคนอย่างเต็มกำลัง อีกตัวเลือกคือโจมตีปิงหยางที่ยังไม่ได้โจมตี
แน่นอนว่าเขาเลือกตัวเลือกที่สองโดยไม่ลังเล เพราะจริงๆแล้วเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของฟางเจิ้งจือเหยียนซิวและฉือกูเหยียน
ตู้ม!ร่างมหึมาของมันหันไปหาฉือกูเหยียน
”…”ปิงหยางอ้าปากค้าง นางคิดว่าร่างของนางกำลังจะถูกบดขยี้
นางวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที
”คิดหนีงั้นรึ?ตาย!” ฮุนตุ๋นรู้ว่าปิงหยางเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในทั้งสี่คน ไม่ว่าเป้าหมายของฟางเจิ้งจือคืออะไรแต่เขาต้องการฆ่าปิงหยางทิ้งในตอนนี้
เขาอ้าปากและพร้อมจะกินปิงหยาง
อย่างไรก็ตามทันใดนั้นเองแสงสีฟ้าส่องสว่างอยู่เหนือหัวของปิงหยาง
เต๋าสวรรค์สลับตำแหน่ง!
ปิงหยางหายไปและฟางเจิ้งจือที่สวมชุดสีน้ำเงินได้ปรากฎขึ้นแทน
”ในที่สุดเจ้าก็ต้องใช้มันฮ่าฮ่า…” เต๋าตี่ที่หมอบอยู่บนพื้นยิ้มราวกับได้เจอโอกาสอันสมบูรณ์แบบ
มันยื่นกรงเล็บออกไปข้างหน้าและถ่มน้ำลายทรงกลมออกมา
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือที่ปรากฎตัวก่อนหน้านี้ได้หายไป ขณะที่ปิงหยางกลับมายังที่เดิมอีกครัง
”…”
”อะไรกัน?!”
ทุกคนต่างประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ย้อนกลับ?!
พลังของเต๋าตี่คือการย้อนกลับ!
เขาย้อนกลับเต๋าสวรรค์ของฟางเจิ้งจือ