Gate of God - ตอนที่ 1089 พังทลาย
ตอนที่ 1089 พังทลาย
หยุนชิงวูไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมตัวตนระดับเทพเจ้าปรากฎตัวออกมาจากประตูด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีใครรู้ว่ามีหินยักษ์สีดำอยู่ในจักรวาลมากมายแค่ไหนกันแน่
สถานการณ์ตอนนี้หนึ่งในสี่อสูรร้ายจากยุคโบราณได้ตายลงเหลือเพียงสามที่กำลังต่อสู้กับฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆ ด้านหนานกงมู่ เขากำลังเผชิญหน้ากับสิบสองพ่อมดจากเผ่าปีศาจ
ตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้น…
เผ่าอสูรและปีศาจกำลังได้เปรียบเป็นอย่างมาก
แต่ความจริงก็คืออสูรหลายตัวและปีศาจหลายตนได้จากไป
ตัวอย่างเช่นมีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังค่อยๆเดินลงไปจากภูเขาทั้งร่างกาย และสีผมของนางล้วนเป็นสีแดงราวกับไฟ
บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยความร้อนระอุ
นางเป็นปีศาจแต่ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา นางเกิดมาพร้อมกับธาตุหรือที่เคยถูกเรียกว่าปีศาจสวรรค์
”นางเป็นใครกัน?!”
”นางดูแข็งแกร่งมาก”
”…”
กองทัพอาณาจักรเซี่ยต่างตกตะลึงเมื่อเห็นนาง
อย่างไรก็ตามนางกลับดูไม่สนใจรอบๆแม้แต่น้อยนางไม่แม้แต่คิดจะทักทายปีศาจคนอื่นๆ
นางจากไปแทบจะในทันที
ร่างกลายเป็นเปลวไฟและลอยหายไปบนท้องฟ้า
”นางเป็นปีศาจงั้นหรือ?”วู่จวี้เอ๋อถามด้วยความสงสัย
”ใช่นางคือปีศาจสวรรค์พวกนั้นเกิดมาพร้อมกับพลังอันแข็งแกร่งแตกต่างจากพวกฉือโหย่วโดยสมบูรณ์” หยุนชิงวูอธิบาย
”เจ้าคงรู้สึกยินดีมากที่ไม่ต้องตายอีกแล้ว”วู่จวี้เอ๋อรู้ว่าปีศาจสวรรค์นั้นแข็งแกร่งจนอดตัดพ้อออกมาไม่ได้ นางรู้ว่าตอนนี้ปีศาจได้เปรียบมาก
”ข้ายังคงต้องตายอยู่ดี”หยุนชิงวูกล่าว
”เจ้าไม่คิดจะหนีไปขณะที่เกิดความวุ่นวายขึ้นงั้นรึ?”วู่จวี้เอ๋อไม่เชื่อว่าหยุนชิงวูต้องการจะตาย
”ข้าจะไม่ไปไหน”หยุนชิงวูส่ายหน้า
”ทำไม?”วู่จวี้เอ๋อไม่เข้าใจ
”เพราะข้าผิด”
”เจ้าผิด?!”วู่จวี้เอ๋อแปลกใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินหยุนชิงวูกล่าวว่าตัวเองเป็นคนผิด
แล้วนางผิดอะไรกัน? ”ข้าคิดว่าจะสามารถทำให้เผ่าอสูรและปีศาจกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งอย่างไรก็ตามดูเหมือนข้าได้ทำผิดพลาดไป” หยุนชิงวูมองขึ้นไปบนทองฟ้ายังประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและปีศาจ
”เจ้าหมายถึงเรื่องพวกนี้?”วู่จวี้เอ๋อดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่หยุนชิงวูกล่าว
”งั้นข้าขอลองถามเจ้า”แทนที่จะตอบ หยุนชิงวูกลับถามวู่จวี้เอ๋อออกไปแทน
”เชิญ”วู่จวี้เอ๋อรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่นางก็พยักหน้า
”คนอ่อนแอจะทำให้คนที่แข็งแกร่งทำตามได้ยังไง?”หยุนชิงวูถาม
”เรื่องนี้…”วู่จวี้เอ๋อขมวดคิ้ว จานกนั้นนางก็ตอบออกมา “มีหลายวิธีที่ทำให้คนที่แข็งแกร่งฟังคนที่อ่อนแอ ตัวอย่างเช่นติดสินบนหรือควบคุมพวกนั้นด้วยคาถา อย่างไรก็ตามการที่จะทำให้พวกเขาเชื่อฟังอย่างแท้จริง…” ”มันเป็นเรื่องยากมาก”หยุนชิงวูกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจ “ตอนนั้นข้าคิดว่าจะทำให้อย่างไรก็ตามยิ่งผ่านไปข้ายิ่งรู้สึกไร้พลังมากขึ้นเท่านั้น”
”ไร้พลัง?”
”ใช่ระดับบ่มเพาะของข้าไม่สูงนักมีปัญหามากมายที่ข้าต้องคอยรับมือ”
”ข้าเข้าใจได้”วู่จวี้เอ๋อพยักหน้า
”สุดท้ายข้าก็สามารถคิดวิธีเพื่อควบคุมตัวตนที่แข็งแกร่งได้”
”ในเมื่อเจ้าสามารถคิดวิธีได้ทำไมถึงยังรู้สึกไร้พลัง?”
”แล้วถ้าวันหนึ่งข้าตายไปละ?”หยุนชิงวูกำมือแน่น ผมสีขาวของนางพลิ้วไหวไปตามสายลม นางดูโดดเดี่ยวเป็นอย่างมาก
”…”ร่างของวู่จวี้เอ๋อสั่นสะท้าน
นั่นเพราะในที่สุดนางก็เข้าใจว่าหยุนชิงวูหมายถึงอะไร
แม้นางอาจจะสามารถควบคุมตัวตนที่แข็งแกร่งได้แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งนางที่อยู่บนจุดสูงสุดล้มลง
แน่นอนว่ามันจะตามมาด้วยความวุ่นวายและความขัดแย้ง
”ข้าผิดพลาดเพราะมั่นใจมากเกินไปว่าข้าสามารถควบคุมทุกอย่างได้แต่เป็นฟางเจิ้งจือที่ดึงข้าลงมาจากจุดสูงสุดทำให้ข้าเข้าใจเรื่องนี้” สายตาของหยุนชิงวูทอดมองไปยังฟางเจิ้งจือ
เขาชิงตัวนางที่อยู่ท่ามกลางเหล่าตัวตนเทพเจ้า
ตอนนั้นนางไม่มีทางเลือกนอกจากให้อำนาจกับฉินเซียนเพื่อหาโอกาสกลับไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูค่อยๆรับรู้…
ต่อให้นางหนีจากฟางเจิ้งจือได้ต่อให้นางจะสามารถควบคุมเผ่าปีศาจและอสูรได้อีกครั้ง ทุกอย่างจะจบลงที่ภัยพิบัติเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคโบราณ ทุกอย่างจะเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านางตอนนี้
หินสีดำตกลงมาไม่หยุดหย่อนราวกับโลกกำลังจะล่มสลาย
ภูเขาสวรรค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หลังจากที่เต๋าตี่ได้ตายลงสัญชาตญานดิบของฮุนตุ๋นและเต๋าวูได้ปรากฎออกมา พวกมันต้องการจะล้างบางมนุษย์ทั้งหมด
ตู้ม!
หางของเต๋าตี่ฟาดลงไปบนพื้นเศษหินแตกกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ
ปากอันมหึมาของฮุนตุ๋นได้เปิดออกราวกับจะกลินกินทุกอย่าง
”…”
”…”
มนุษย์ล้วนตกตะลึง
อสูรร้ายจากยุคโบราณนั้นแข็งแกร่งเกินไปยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกมันกำลังบ้าคลั่ง ”พวกมันบ้าไปแล้ว!”หงโหย่วเองก็สังเกตุเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน เต๋าวูและฮุนตุ๋นกำลังจะทำลายภูเขาสวรรค์
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้แปลกใจมากนัก
เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็สามารถทำลายภูเขาสวรรค์ได้เช่นกัน
”พี่ใหญ่พวกเรายังคงต้องรอต่อไปงั้นหรือ?”
”พวกเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้นเก็บพลังเอาไว้เถิด รอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปบนท้องฟ้า!” หงโหย่วกล่าว
”รับทราบ!”
สิบสองพ่อมดของเผ่าปีศาจรวมถึงเหล่าทหารเริ่มบินขึ้นไปบนท้องฟ้าจากนั้นพวกเขาก็ยืนนิ่งราวกับเป็นรูปปั้น
ฝ่ายมนุษย์ตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหินจำนวนมากกระเด็นมาทางพวกเขาทำให้ได้รับบาดเจ็บ บางคนถึงกับล้มลงกับพื้น ”อสูรร้ายทั้งสี่พวกเจ้ากล้าทำลายภูเขาสวรรค์ได้เช่นไร?!” ดวงตาของมังกรทองซวนหยวนห้าเต็มไปด้วยความเย็นชาหลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
”ซวนหยวนห้าเจ้ากังวลเกี่ยวกับตัวเองดีกว่า!”ฉงฉีกล่าว
…
”เจ้าไร้ยางอายพวกเราควรทำเช่นไรดี?”ปิงหยางถามด้วยความกังวล
ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้ว
พวกเขาใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมากในการฆ่าเต๋าตี่
แต่ตอนนี้ภูเขาสวรรค์กลับกำลังถูกทำลาย
นั่นเท่ากับว่าชีวิตของมนุษย์จำนวนมากต้องจบลงที่นี่
พวกเขาจะต้องตายจริงๆงั้นหรือ?
”พวกสวะ!หยุดเดี๋ยวนี้!” มู่ฉิงเฟิงเองก็ตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง แต่เขาเองก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้เช่นกัน เต๋าวูไม่คิดจะต่อสู้กับมนุษย์ มันเพียงฟาดหางของมันเพื่อที่จะทำลายภูเขา
”มนุษย์ทุกคนต้องตายเพื่อเต๋าตี่!”ดวงตาของเต๋าวูเป็นสีแดงเลือด
ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
ยอดเขาสวรรค์พังทลายลงมา
เกิดรอยแตกขึ้นตรงใจกลางพร้อกับแท่นบูชาสีขาวที่จมหายลงไปภูเขาสวรรค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แกร้ก!
แกร้ก!
”…”
ทันใดนั้นกิ่งไม้สีทองนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากพื้นดินและยึดก้อนหินต่างๆเอาไว้
”หนานกงมู่!” ”เขากำลังช่วยพวกเราอยู่ใช่ไหม?”
”ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย?!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างแปลกใจมากพวกเขาไม่คิดวาหนานกงมู่จะช่วยพวกเขา
”เจ้าเด็กนั่นแข็งแกร่งมากเขาสามารถหยุดการทำลายล้างของอสูรร้ายทั้งสองได้” ดวงตาของหงโหย่วส่องสว่างขึ้น
”อืมข้าก็คิดเช่นนั้น”หนึ่งในสิบสองพ่อมดกล่าวออกมา
”ถ้าเราสามารถชิงลมหายใจแห่งชีวิตมาได้เผ่าปีศาจต้องกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง!” หงโหย่วตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ในอดีตเผ่าปีศาจนั้นแข็งแกร่งพอที่จะสู้กับกองทัพของจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวง
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ที่ฉือโหย่วตายไปเผ่าปีศาจก็ไม่แข็งแกร่งเช่นเดิม
ตอนนี้ความหวังได้กลับมาเพราะหงโหย่วเห็นต้นไม้สีทองจากหนานกงมู่