Gate of God - ตอนที่ 1090 เวลาที่มาถึง
ตอนที่ 1090 เวลาที่มาถึง
ไม่มีเทพปีศาจคนไหนสนใจอสูรร้ายสองตัวที่กำลังทำลายภูเขาสวรรค์
นั่นเพราะพวกเขามีเพียงความคิดเดียวในใจจะทำยังไงให้เผ่าปีศาจกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งและทำภารกิจที่ในอดีตพวกเขาทำไม่สำเร็จ
หนานกงมู่คือเป้าหมายของพวกเขา
”พวกเราต้องรอต่อไป?”
”ใช่เราต้องรอพลังของเจ้าเด็กนั่นหมดเสียก่อนค่อยเริ่มโจมตี” หงโหย่วพยักหน้า การที่ได้ต่อสู้กับหนานกงมู่ก่อนหน้านี้ทำให้ได้รู้ว่าเขามีพลังใกล้เคียงกัน
เขาไม่อยากทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากและพลาดท่าเหมือนเต๋าตี่จนถูกมนุษย์สังหาร
”เข้าใจแล้ว”พ่อมดอีกคนกล่าวออกมา
ปล่อยให้อสูรร้ายทั้งสองตัวก่อกวนไปเรื่อยๆขณะที่พวกเขาคอยเฝ้าดูโดยไม่มีอันตรายอะไร
”เจ้ากำลังหยุดพวกเราไม่ให้ทำลายภูเขางั้นรึ?”เต๋าวู่โกรธมากเมื่อเห็นหนานกงมู่ตรึงภูเขาไว้ด้วยกิ่งไม้สีทอง
เขาสะบัดหางอีกครั้ง
ตู้ม!หินแตกกระจาย
ส่วนฮุนตุ๋นนั้นอ้าปากกลืนกินภูเขาเข้าไปอย่างต่อเนื่องหลุมขนาดมหึมาอยู่ใต้เท้าของมัน
ยิ่งไปกว่านั้นมันยังกัดกินกิ่งไม้สีทองเข้าไปด้วย
”ภูเขากำลังจะพังลง!”
”มันไม่สามารถทนได้อีกต่อไป!”
”เร็วเข้ารีบหนีลงจากภูเขา…”
ทุกคนรู้ว่าหนานกงมู่สามารถป้องกันภูเขาเซียนได้ไว้ไม่นาน
ตู้ม!
พื้นดินแตกออกอีกครั้งราวกับภูเขาพร้อมจะถล่มลงมาทุกเมื่อ
พวกเขาเริ่มวิ่งลงจากภูเขาอย่างรวดเร็ว
”ถอย!”
”วิ่งลงจากภูเขาเดี๋ยวนี้!”
”…”
จักรพรรดิหลินมู่ไป่เองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากถอยไม่เช่นนั้นทุกคนต้องตายแน่นอน
มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือเองก็ไม่คิดจะสู้อีกต่อไปพวกเขาเริ่มออกคำสั่งกับเหล่าศิษย์
”ถอยไปที่ตีนเขา!”
”วิ่งเร็วเข้า!”
”…”
ผู้คนเริ่มวิ่งไหลบ่าลงไปราวกับกระแสน้ำ
รวมถึงกองทัพอสูรและปีศาจด้วยเช่นกัน
ไม่มีใครเต็มใจที่จะอยู่บนยอดเขาขณะที่มันกำลังจะพังทลายลงมา
ฟางเจิ้งจือได้กางปีกสีดำออกและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับจับปิงหยางเอาไว้กลับกันฉือกูเหยียนนั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือของเขา
”ข้าหวังว่าท่านพ่อและคนที่เหลือจะสามารถหนีไปได้”ปิงหยางมองกองทัพของอาณาจักรเซี่ยที่กำลังล่าถอยออกไป
”ท่านป้าเองก็อยู่ไม่มีทางที่จะเกิดอันตรายขึ้นกับเขาหรอก” ฟางเจิ้งจือกล่าวปลอบปิงหยาง
”ใช่แล้วท่านแม่ต้องปกป้องท่านพ่อแน่นอนเหมือนที่ข้ากำลังปกป้องเจ้าอยู่” ปิงหยางพยักหน้าอย่างจริงจัง
”เจ้าปกป้องข้า?”ฟางเจิ้งจือถามปิงหยางกลับ
”เป็นข้าที่ฆ่าเต๋าตี่ไม่ใช่รึ?”ปิงหยางพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
”นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้อสูรร้ายสองตัวนั้นโกรธ”
”…” ”เจิ้งจือดูเหมือนว่าหนานกงมู่จะรั้งได้ไว้ไม่นาน ถ้าข้าเดาไม่ผิดเขาอาจจะโจมตีไปยังประตูเทพเจ้า” เหยียนซิวกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปยังต้นไม้สีทองและประตูเทพเจ้าที่ปิดอยู่
”ประตูเทพเจ้า?”ฟางเจิ้งจือรู้ว่าเหยียนซิวหมายถึงอะไร
ตอนนี้ผลไม้เทพเจ้านั้นอยู่กับหนานกงมู่มันเป็นกุญแจที่ใช้ในการเปิดประตูเทพเจ้า
อย่างไรก็ตามเหล่าเทพอสูรและเทพปีศาจจะยอมให้หนานกงมู่ทำเช่นนั้น?
ทันใดนั้นฟางเจิ้งจือก้มลงมองด้านล่างมีเงาจำนวนหนึ่งยังอยู่ที่ภูเขา
มู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆยังไม่จากไป?
นอกเหนือจากมู่ฉิงเฟิงแล้วเซียนสวรรค์พักพิง เหยียนเฉียนหลี่และผู้นำสำนักอื่นๆไม่ได้จากไป พวกเขากำลังป้องกันด้วยพลังทั้งหมดที่มี
ในขณะเดียวกันมู่ฉิงเฟิง เหยียนเฉียนหลี่และเซียนสวรรค์พักพิงยืมล้อมวู่จวี้เอ๋อและหยุนชิงวูเอาไว้
”วู่จวี้เอ๋อหนีไปซะ!” ฟางเจิ้งจือตะโกนออกมา
”ไม่ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” วู่จวี้เอ๋อตะโกนออกมา นางดึงผ้าคาดเอวออกมาปกป้องทุกคนรอบๆรวมถึงหยุนชิงวู
”เจ้าบ้าหรือไง?”
”ไม่พวกเราจะอยู่และตายด้วยกัน!”
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออกเขารู้นิสัยของวู่จวี้เอ๋อดี แม้นางจะดูเหมือนแม่ค้าเจ้าเล่ห์ แต่หัวใจของนางเต็มไปด้วยความแน่วแน่
เมื่อนางตัดสินใจทำบางอย่างแล้วนางไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน
ฟางเจิ้งจือตัดสินใจไม่สนใจเพราะด้วยการป้องกันของเหยียนเฉียนหลี่และมู่ฉิงเฟิงไม่มีทางที่วู่จวี้เอ๋อจะเป็นอะไร
ต้นไม้สีทองเติมโตอย่างรวดเร็วบดบังไปทั่วท้องฟ้า ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าฉากตรงหน้าดูคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
ในอดีตหนานกงเฮาเองก็เคยโจมตีแบบนี้เช่นกันตอนนั้นกิ่งไม้จากหนานกงเฮาได้แผ่ขยายไปยังประตูทั้งสามบาน
หากฟางเจิ้งจือไม่ได้กลืนกินผลไม้เทพเจ้าของเผ่ามนุษย์เข้าไปตอนนี้ประตูบานนั้นก็คงเปิดออกแล้ว
”หนานกงมู่เจ้าไม่สามารถเปิดประตูเทพเจ้าอีกบ้านได้!”แม้ว่าฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ประตูอีกบานถูกเปิด แต่เขามีลงสังหรณ์ว่าโลกใบนี้ต้องล่มสลายแน่นอนถ้าประตูอีกบานถูกเปิดออก
”เราจะป้องกันพวกอสูรและปีศาจได้ยังไงถ้าประตูเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์ไม่ได้เปิดออก?”ปิงหยางถามด้วยความสงสัย
”ข้าไม่รู้แต่ข้ารู้สึกว่าถ้าประตูบานนั้นเปิดออกต้องเกิดภัยพิบัติแบบในยุคโบราณขึ้นอีกครั้ง” ฟางเจิ้งจือส่ายหัวด้วยความสับสน ”เจ้าหมายถึงภัยพิบัติในยุคโบราณ?”
”ข้าไม่แน่ใจแต่มันเป็นไปได้สูงมาก!” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
ปิงหยางเงียบเสียงลง
การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ทั้งสามทำให้เกิดหายนะขึ้นบนโลกอุกาบาตก้อนใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
หากมารดาแห่งโลกไม่ได้นำตัวตนระดับเทพเจ้าจากทั้งสามเผ่าพันธุ์ออกไปปกป้องโลกคงล่มสลายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงบันทึกเท่านั้น
ความจริงคืออะไร?
ทำไมถึงเกิดภัยพิบัติระดับจักรวาล?
เหตุใดทั้งสามเผ่าพันธุ์ถึงต้องร่วมมือกันปกป้องจักรวาล?มีคำถามมากมายเกินไป
อย่างไรก็ตามเทพปีศาจและเทพอสูรต่างไม่สนใจเกี่ยวกับการเบื้องหลังของสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาชอบเพียงการต่อสู้เท่านั้น หงโหย่วอสูรโบราณทั้งสี่ รวมไปถึงตัวตนระดับเทพเจ้า พวกเขาต้องการที่ควบคุมและปกครองโลก
มันแปลกเกินไป
หากเป็นไปตามจารึกของมารดาแห่งโลกจริงๆเหตุใดพวกเขาถึงทำเช่นนั้น?
ยิ่งกว่านั้นทำไมจักรพรรดิฮวงซวนหยวนถึงออกไปยังจักรวาลอีกครั้ง?
ไม่มีหนังสือเล่มไหนบันทึกเอาไว้มันกลายเป็นความสงสัยข้อใหญ่หลังจากที่พวกเขาออกจากสุสานมา
จุดประสงค์ที่จักรพรรดิฮวงซวนหยวนออกไปยังจักรวาลคืออะไร?
ไม่มีใครรู้!
”ข้าเชื่อฟางเจิ้งจือในเมื่อเขาบอกไม่ให้เปิดประตูเทพเจ้า พวกเราก็ไม่ควรเปิดมัน!”เหยียนซิวไม่ถามอะไรเพิ่มเติม
”อืมข้าก็คิดเช่นนั้น”ฉือกูเหยียนพยักหน้าในเวลาต่อมา ”เอาล่ะในเมื่อพี่เหยียนคิดว่าไม่ควรเปิดประตู เราก็ไม่ควรเปิด”ปิงหยางกล่าวขึ้นพร้อมแลบลิ้นออกมา
”แต่ทว่าหนานกงมู่จะยอมฟังหรือไม่?”ฟางเจิ้งจือมองดูต้นไม้เทพเจ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคำตอบของคำถามนั้นชัดเจน
หนานกงมู่ไม่มีทางยอม
แม้หนานกงมู่ไม่ได้ตั้งใจต่อต้านมนุษยชาติแต่ความมุ่งมั่นที่จะเปิดประตูก็ไม่เปลี่ยนแปลง
เหมือนที่หนานกงมู่พูดกับหยานฉิงเขาไม่เชื่อ!
ภารกิจที่สืบทอดในตระกูลหนานกงเขาไม่เชื่อว่าเหล่าบรรพบุรุษจะโกหก
เช่นเดียวกับเหยียนซิวที่ไว้ใจฟางเจิ้งจืออย่างไร้ข้อกังขา
ตู้ม!ต้นไม้สีทองยังคงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะเดียวกันบนพื้นดิน เต๋าวู่และฮุนตุ๋นโจมตีภูเขาสวรรค์ด้วยพลังทั้งหมด แครก!รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นบนพื้นซึ่งไม่ใช่รอยแตกธรรมดาเหมือนก่อนหน้านี้
มันคือพื้นที่แยกออกโดยสมบูรณ์
มู่ฉิงเฟิงและเหยียนเฉียนหลี่พาวู่จวี้เอ๋อขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างปลอดภัยส่วนหยุนชิงวูถูกรัดไว้ข้างกายของวู่จวี้เอ๋อ
”ฟางเจิ้งจือมาจัดการฉงฉีกับข้า!”ในตอนนั้นเองเสียงคำรามดังขึ้นบนท้องฟ้า นั่นไม่ใช่เสียงใครอื่นนอกจากซวนหยวนห้า
”ฮ่าฮ่า …ซวนหยวนห้า เจ้าร้องให้คนช่วยงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าพวกมนุษย์จะสามารถฆ่าพวกเราทั้งสี่ได้จริงๆหรือ?”ฉงฉีหัวเราะเย้ยซวนหยวนห้า
”แน่นอนไม่ใช่ว่าเต๋าตี่ได้ตายไปแล้วงั้นหรือ? ถ้าเจ้าไม่ต้องการมีจุดจบเช่นเขา ข้าแนะนำให้เจ้าหยุดเสียเดี๋ยวนี้!”ซวนหยวนห้ายืนยัน
”…”ฉงฉีพูดไม่ออกขณะที่เต๋าตี่ถูกฆ่าด้วยฝีมือของฟางเจิ้งจือ
มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับฉงฉี
นั่นเพราะเต๋าตี่แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเต๋าตี่มีร่างกายที่อ่อนแอกว่าเล็กน้อยอาจกล่าวได้ว่าอ่อนแอที่สุดในบรรอสูรทั้งสี่ อย่างไรก็ตามเขายังคงมีทักษะที่พิเศษทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าใคร
เขาสามารถย้อนกลับเต๋าสวรรค์ได้
นั่นคือเหตุผลที่เขาได้เป็นหนึ่งในสี่อสูรโบราณ
”ซวนหยวนห้าข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถจัดการฉงฉีได้!”ฟางเจิ้งจืออยากช่วยซวนหยวนห้าแต่หนานกงมู่โจมตีออกไปแล้ว
ในขณะเดียวกันหงโหย่วและเทพปีศาจต่างเฝ้ามองอยู่ด้านบน
ถ้าเขาไปช่วยซวนหยวนห้าจัดการฉงฉีในตอนนี้หนานกงมู่อาจจะสร้างปัญหาโดยการเปิดประตูเทพเจ้าหรือถูกพวกหงโหย่วจับตัวไป
ไม่ว่าจะทางไหนก็เลวร้ายไม่แพ้กัน
”…”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออกในฐานะมังกรทองห้ากรงเล็บ เป็นสิ่งที่หาได้ยากในการขอความช่วยเหลือจากพวกมนุษย์
กระนั้นเขายังถูกปฏิเสธ!
ปฏิเสธ!
ซวนหยวนห้าอยากจะสาปแช่งฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามฉงฉีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
”ฮ่าฮ่าฮ่า…เจ้าเด็กนั่นไม่ยอมมาช่วยเจ้า ฮ่าฮ่าฮ่า…”
”หุบปาก!”ซวนหยวนห้ากลายเป็นบ้าเขาเหวี่ยงหางมังกรขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้าใส่ฉงฉี
เขาโกรธมาก
อย่างไรก็ตามตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า
นั่นเพราะต้นไม้เทพเจ้าหยุดเติบโตแล้วร่างหนึ่งปรากฎขึ้นบนยอดต้นไม้ ร่างสีดำ
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนานกงมู่
หนานกงมู่ไม่สามารถอยู่ภายในต้นไม้ตลอดได้หากต้องการเปิดประตูเทพเจ้า
อย่างไรก็ตามปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเวลา
”ฮ่าฮ่าในที่สุดเขาก็ออกมา?”หงโหย่วยิ้มเมื่อเขาเห็นเช่นนั้นพร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นเย็นชา”ไปกันเถอะ อย่าให้เขาเข้าไปในต้นไม้ได้อีก!”
”รับทราบ!”เหล่าพ่อมดแห่งเผ่าปีศาจต่างพุ่งเข้าหาหนานกงมู่ในทันที