Gate of God - ตอนที่ 1099 ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้า
ตอนที่ 1099 ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้า
”เห้อน่ารำคาญจริงๆ” ฟางเจิ้งจือถอนหายใจขณะมองไปยังร่างของหนานกงมู่ที่ล้มอยู่ ก่อนที่เขาจะหันไปมองเถาวัลย์ที่งอกยาวไปทั่วช่องเขา
กลิ่นของดอกไม้ลอยไปตามอากาศ
ดูเหมือนที่นี่จะเป็นสถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยเรกิ
กลีบดอกไม้จำนวนมากร่วงลงไปที่พื้นและสลายหายไป
”ที่นี่พิเศษจริงๆเหยียนซิว เหยียนเอ๋อร์ ปิงหยาง พวกเจ้าไม่คิดว่าที่นี่นั้นคือแหล่งพลังเทพเจ้างั้นหรือ? เขารู้สึกว่ากลิ่นดอกไม้ที่นี่นั้นต่างออกไปเล็กน้อย!” ฟางเจิ้งจือกล่าวขึ้นมาอย่างสนใจ
”…”
”…”
ปิงหยางเหยียนซิว และฉือกูเหยียนมองหน้ากัน
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าบอกว่าที่นี่คือแหล่งพลังเทพเจ้างั้นหรือ?” ปิงหยางถามออกมาอย่างตื่นเต้น
ฟางเจิ้งจือนั้นยังไม่ตาย
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังคงไร้ยางอายเช่นเคย
ปิงหยางไม่เศร้าอีกต่อไปสภาพจิตใจของนางกลับมาเป็นเช่นปกติ
”งั้นแหล่งพลังเทพเจ้า…ถูกเปิดออกแล้วงั้นหรือ?”ทันใดนั้นเองหยุนชิงวูที่หมดสติค่อยลืมตาตื่นขึ้นมา
”ข้าไม่ค่อยแน่ใจนักแต่พวกเรายังไม่ตาย ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นของดอกไม้ เอ๊ะ บัดซบ?!”
”…”
ขณะที่ฟางเจิ้งจืออุทานด้วยความตกใจรอยแตกขนาดใหญ่ได้ปรากฎขึ้นบนพื้นเหนือจุดที่ฟางเจิ้งจืออยู่
”เจิ้งจือ!” ”เจ้าไร้ยางอาย!”
”…”
ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวต้องการจะคว้าตัวฟางเจิ้งจือเอาไว้แต่มันกลับทำให้รอยแตกขยายตัวขึ้นและตกลงไปข้างล่างพร้อมๆกัน
”ปั้ง!”
”…”
ทุกคนตกลงไปในรอยแตกแม้แต่หนานกงมู่ที่หมดสติและหยุนชิงวูที่พึ่งฟื้นขึ้นมา
อย่างไรก็ตามโชคดีที่พวกเขาไม่ได้ตกลงไปในรอยแตกที่ลึกเกินไปพวกเขาตกลงบนพื้นอย่างปลอดภัย
ฉือกูเหยียนที่อยู่ใกล้สุดล้มทับฟางเจิ้งจือแต่ปัญหาคือเมื่อนางลุกขึ้น นางกำลังนั่งอยู่บนหัวฟางเจิ้งจือ
”…”
”เจ้าเป็นอะไรไหมเจ้าไร้ยางอาย?” ”เจ้าช่วยยกก้นออกไปจากหน้าข้าก่อนได้หรือไม่?”
”ยกก้น…”ท่าทีของฉือกูเหยียนแข็งค้าง ตอนแรกนางกำลังจะลุกขึ้น แต่ตอนนี้นางกลับนั่งลงอีกครั้ง
”…”
ทำไมนางถึงนั่งลงอีกครั้งแทนที่จะลุกขึ้น?
ฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจจริงๆว่าฉือกูเหยียนคิดอะไรอยู่บางทีนางก็ดูฉลาด บางทีนางก็ดูไร้เดียงสา
’อะไรคือการที่นางนั่งทับเข้าอยู่และมองมาที่เขา?’
’คิดว่าเขาจะยอมให้รังแกง่ายๆงั้นหรือ?’
ฟางเจิ้งจือพลิกตัวและกดฉือกูเหยียนไว้ด้านล่างทันทีอย่างไรก็ตามเขาเห็นสายตาของ เหยียนซิว ปิงหยางและหยุนชิงวูกำลังจ้องมองมาที่เขา
”อะแฮ่ม…พวกเจ้าสบายดีไหม?” ”มีอะไรติดอยู่บนหน้าข้างั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกแปลกๆก่อนที่เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเหมือนคนอื่น เพราะที่พื้นด้านหลังฉือกูเหยียนมีบางอย่างคล้ายกับกลุ่มเมฆสีดำไหลเวียนอยู่
พวกมันดูราวกับมีชีวิต
”เราอยู่ที่ไหนกัน?”ฟางเจิ้งจือมองไปรอบด้วยความแปลกใจ พวกเขากำลังอยู่ในโลกใบเล็กๆที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีดำ
”แหล่งพลังเทพเจ้าที่นี่คือแหล่งพลังเทพเจ้า!” หยุนชิงวูพูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นไหว “และถ้าเขาเดาไม่ผิด…นี่คือ…”
”คืออะไร?”ฟางเจิ้งจือถาม
ในเรื่องของความรู้ไม่มีใครเทียบกับหยุนชิงวูได้แม้แต่ฉือกูเหยียนก็ตาม
”ใจกลางของแหล่งพลังเทพเจ้า!”หยุนชิงวูตอบโดยไม่ปิดบังอะไร
”ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้า?!”
”ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้า?!” ”…”
ปิงหยางและเหยียนซิวไม่สามารถปกปิดความตื่นเต้นเอาไว้ได้
”ไม่…ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้าควรมีต้นไม้อยู่ด้านขวาแต่ว่า…” หยุนชิงวูชะงักด้วยความลังเลเล็กน้อย
”ต้นไม้?”ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆนอกเหนือจากเมฆสีดำก็มีเพียงหินภูเขาเท่านั้น
ต้นไม้อยู่ที่ไหน?
หรือที่นี่ไม่ใช่ใจกลางแหล่งพลังเทพเจ้า?
ฟางเจิ้งจือสงสัยเขารู้ว่าหยุนชิงวูนั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งพลังเทพเจ้ามากที่สุดเพราะนางเคยอ่านบันทึกโบราณ… ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้อ่านมันจึงพูดอะไรมากไม่ได้นัก
”ตามบันทึกโบราณแหล่งพลังเทพเจ้านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้ที่เกิดจากการรวมตัวของเรกิ พวกเราสามารถเพิ่มพลังของตัวเองสู่ระดับเทพเจ้าได้ในทันที”
”มีพลังอยู่ในระดับเทพเจ้าในทันที?งั้นพวกเราก็ต้องหาผลไม้!” ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆ แต่ไม่พบผลไม้เทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย
เดี๋ยวก่อน
ทำไมมีกลิ่นผลไม้และดอกไม้…
แหล่งพลังเทพเจ้าอยู่เหนือหัวพวกเขา?
ใช่แล้ว!
ต้นไม้ผลไม้ ดอกไม้ต้องเติบโตอยู่บนภูเขาสวรรค์เหนือหัวพวกเขาแน่นอน
”เหนือหัวพวกเรา?”เหยียนซิวได้สติ
”…”
”…”
ฟางเจิ้งจือและปิงหยางรู้สึกพูดไม่ออก
ถ้าแหล่งพลังเทพเจ้าอยู่บนภูเขาสวรรค์ตอนนี้ด้านบนอาจจะกลายเป็นสนามรบไปแล้วก็ได้
มันคงสายเกินไปถ้าพวกเขาจะขึ้นไปตนนี้
”เจ้าไร้ยางอายดูลายของเมฆพวกนั้นสิ…”ปิงหยางพูดขณะที่ดวงตาส่องสว่าง
”ลายเมฆ?มีอะไรผิดปกติ”
”เจ้าไม่คิดว่ามันผิดปกติงั้นหรือ?”
”ลายเมฆดูเหมือน…” ร่างกายของฟางเจิ้งจือสั่นสะท้านเมื่อเห็นลายเมฆ
เพราะลายของพวกมันเหมือนต้นไม้จริงๆ
ต้นไม้ขนาดมหึมาทอดยาวไปทั่วหุบเขา
บางส่วนก้อนเมฆก็เหมือนกิ่งไม้เล็กๆบางส่วนก็เหมือนลำต้นขนาดใหญ่
ถ้าปิงหยางไม่เตือนฟางเจิ้งจือเขาก็คงไม่สังเกตเห็น
ต้นไม่ที่ถูกสร้างขึ้นจากลวดลายเมฆสีดำ?!
เหยียนซิวเองก็สังเกตุเห็นมันเช่นกันเขาเองนั้นมีความรู้มากมายเกี่ยวกับศิลปะ
อย่างเช่นภาพภูเขาและแม่น้ำบนพัดของเขาคือความพยายามของบรรพบุรุษตระกูลเหยียน นอกจากเหยียนซิวแล้วฉือกูเหยียนยังมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาดเพียงนางมองลวดลายไม่กี่ครั้งนิ้วของนางก็เริ่มเคลื่อนไหว
”กิ่งไม้…”
”ลำต้น”
”ยอดต้นไม้…”
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าขยับไปหน่อย…”
”โอ้…”ฟางเจิ้งจือยืนขึ้นอย่างรวดเร็วและขยับขาออกไปด้านข้าง
”รากอยู่ตรงนั้น”หยุนชิงวูชี้ไปยังจุดหนึ่งที่มีหินภูเขา
”อืมรากน่าจะถูกหินภูเขาบังเอาไว้อยู่”ฉือกูเหยียนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ส่องสว่าง
”เราจะหารากไปทำไม?”ปิงหยางไม่เข้าใจ
”ที่นี่คือศูนย์กลางของแหล่งพลังเทพเจ้ามันอาจจะมีอะไรที่ดีกว่าผลไม้เหล่านั้น!” ฉือกูเหยียนอธิบายอย่างอดทน
”งั้นพวกเราจะรออะไรอยู่ล่ะ?ลองทำลายหินพวกนั้นกันเลย!” ปิงหยางวิ่งไปยังรากไม้ทันที
นางไปถึงหินภูเขาและยกกำปั้นชกไปยังหินทันที
ตู้ม!
พื้นดินสั่นสะเทือน
จากนั้น…
ปิงหยางก็กระเด็นกลับมาด้านหลัง
”…”
”…”
หยุนชิงวูและฉือกูเหยียนขมวดคิ้ว
ฉือกูเหยียนไม่ได้หยุดปิงหยางเพราะนางเห็นด้วยกับสิ่งที่ปิงหยางทำ
อย่างไรก็ตามนางไม่ได้คาดหวังว่าปิงหยางจะถูกแรงกระแทกกระเด็นกลับมา
”ข้าไม่เชื่อว่าแค่ก้อนหินจะหยุดข้าได้?!”ปิงหยางหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและพุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง
”น่าจะเป็นเพราะลายเมฆสีดำ”ฟางเจิ้งจือดึงปิงหยางกลับมาด้วยมือข้างหนึ่ง
”ลวดลายเมฆ?”ปิงหยางไม่เข้าใจ
”ถ้าลวดลายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้เทพเจ้าพวกมันก็ไม่น่าจะถูกทำลายง่ายๆ”
”เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้เทพเจ้า?”
”ใช่พวกเราต้องทำลายต้นไม้เทพเจ้าทั้งหมดแทนที่จะเป็นหินก้อนหนึ่ง” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”งั้นเจ้ากำลังรออะไรอยู่?มาลงมือกันเถอะ” ปิงหยางเข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือกล่าว
พลังของนางนั้นไม่ได้สูงส่งมากนักการรวมพลังของคนไม่กี่คนจะเพียงพอหรือไม่?
มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของปิงหยาง
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้มีความตั้งใจจะโจมตีพร้อมกับปิงหยางเขาหันไปหาหยุนชิงวูแทน “หยุนชิงวู เจ้าน่าจะรู้ว่าควรทำเช่นไร?”
”…”หยุนชิงวูเงียบไป
ในทางกลับกันปิงหยางรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยนางหันไปมองหยุนชิงวูด้วยสายตาอันดูถูกเหยียดหยาม “นาง? ปีศาจจะดีกว่าข้าได้ยังไง? นางจะไปรู้ได้ยังไงว่าควรทำอะไรต่อไป”
”ปิงหยาง”ฉือกูเหยียนเรียกปิงหยางพร้อมส่ายหัว
”…”ปิงหยางแลบลิ้นออกมาและเงียบเสียงลง
”หยุนชิงวูเนื่องจากพวกเรายืนยันได้แล้วว่านี่คือแหล่งพลังเทพเจ้าเจ้าบอกได้ไหมว่ามีอะไรเขียนไว้ในบันทึกโบราณบ้าง?” ฟางเจิ้งจือกล่าว
��