Gate of God - ตอนที่ 1101 ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ
ตอนที่ 1101 ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ
บรรยากาศที่ปล่อยออกมาจากหินทั้งห้าก้อนนั้นแข็งแกร่งเกินไปจนปิงหยางไม่สามารถเมินเฉยต่อมันได้นางเห็นภาพลวงตาจากกองหินทั้งห้าจนต้องเดินถอยหลังออกไป
ถ้าไม่เห็นกับตานางไม่มีทางเชื่อว่าฟางเจิ้งจือสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง
ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าปิงหยางคิดอะไรอยู่หลังจากที่เสียบดาบยาวลงบนกองหินทั้งห้าเขาก็มองไปรอบๆและยิ้มออกมา
”เสร็จแล้ว!ผลงานชิ้นเอกมนุษย์หินของข้า!” ฟางเจิ้งจือดูพอใจมากแต่เขาไม่รู้ว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง
เพราะเขาไม่รู้เรื่องค่ายกลและภาพวาดจริงๆ
เขาไม่ได้โกหกปิงหยางเขาเริ่มสร้างกองหินเหล่านี้เพราะความเบื่อหน่าย แล้วทำไมเขาต้องสร้างกองหินด้วย?แน่นอนว่าเพราะที่นี่มีหินจำนวนมากเกินไป
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าต้องเคยศึกษาเรื่องค่ายกลและภาพวาดมาก่อนแน่นอน เจ้ากำลังโกหกข้าใช่ไหม?”ปิงหยางถามขึ้นมาอีกครั้ง
”เจ้าคิดเช่นนั้นงั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือถามด้วยความแปลกใจ
”แน่นอนข้าฉลาดมาก มนุษย์หินทั้งห้านั้นดูแปลกออกไป มันเป็นค่ายกลที่แข็งแกร่งใช่หรือไม่ ค่ายกลห้าปีศาจ? ค่ายกลห้าหิน?” ปิงหยางเงยหน้าขึ้นและพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
”เปล่า”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”งั้น…มันคืออะไร?”ปิงหยางดูสงสัยยิ่งกว่าเดิม
”จุจุนี่คือค่ายกลอันทรงพลัง ชื่อของมันคือ’ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ!’” ฟางเจิ้งจือกระซิบใส่หูปิงหยางด้วยท่าทีอันจริงจัง ”ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ?!”ปิงหยางรู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจ “ชื่อนี้ฟังดูน่าประทับใจมาก เจ้ากำลังพยายามใช้ค่ายกลนี้ทำลาย’ต้นไม้ลายเมฆ’งั้นหรือ?”
”เอ่อ…”ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าตัวเองอาจจะพูดเกินจริงไปหน่อย
แต่เขาเลือกที่จะยิ้มอย่างใจเย็นพร้อมกับวางมือไว้ด้านหลัง
มันทำให้ปิงหยางมั่นใจมากขึ้น
เจ้าไร้ยางอายนั้นมักสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นเสมอเขาต้องกำลังช่วยหยุนชิงวูและฉือกูเหยียนอยู่แน่นอน!
ทันใดนั้นเองพื้นดินได้สั่นสะเทือนเมฆสีดำไหลเวียนอย่างรุนแรง
”ว้าวค่ายกลของเจ้านั้นแข็งแกร่งมาก!” ปิงหยางเองก็สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนได้เช่นกันและนางคิดว่ามันเป็นผลจากค่ายกลฟางเจิ้งจือ ”หืม?”เหยียนซิวได้สติและมองไปยังลวดลายสีดำบนก้อนเมฆที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปยังกองหินทั้งห้า “ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ?”
มันแข็งแกร่งขนาดไหนกันถึงสามารถทำให้เมฆสีดำเกิดปฏิกริยาได้?
นอกจากเหยียนซิวแล้วฉือกูเหยียนและหยุนชิงวูเองก็สังเกตุเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
”เจ้าไร้ยางอายกำลังทำอะไรอยู่?”ฉือกูเหยียนรู้จักฟางเจิ้งจือเป็นอย่างดี เขาได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นหลายอย่าง
อย่างไรก็ตามในเรื่องของค่ายกล…
ฟางเจิ้งจือไม่น่าจะเชี่ยวชาญได้
”มันคือ?”หยุนชิงวูแปลกใจมากและไม่เชื่อสายตาตัวเองแต่ลายเมฆนั้นมีปฏิกริยาจริงๆ
ฟางเจิ้งจือจะรู้เรื่องค่ายกลมากกว่านางได้ยังไง? ไม่มีทาง!
ถ้าฟางเจิ้งจือเก่งเรื่องค่ายกลทำไมเขาถึงไม่แสดงให้นางเห็นตอนที่เขาอยู่ในสุสานซวนหยวน
”เจ้าไร้ยางอายมันคือค่ายกลอะไร?”ฉือกูเหยียนมองไปที่กองหินทั้งห้ากอง
”ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ!”ปิงหยางตอบแทนฟางเจิ้งจือ
”ค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ?”ฉือกูเหยียนหรี่ตาราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ “ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อค่ายกลนี้มาก่อน”
”มันถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าไร้ยางอาย!”ปิงหยางตื่นเต้นมาก
”สร้าง?”ฉือกูเหยียนพูดไม่ออก
กฎการสร้างค่ายกลนั้นมีหลายระดับฉือกูเหยียนไม่อยากจะเชื่อว่าฟางเจิ้งจือนั้นจะสามารถไปถึงระดับเชี่ยวชาญในเรื่องค่ายกลได้
อย่างไรก็ตามฉือกูเหยียนเชื่อใจฟางเจิ้งจือ
พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน
จากนั้นเมฆสีดำก็เริ่มไปรวมตัวกันที่ก้อนหินทั้งห้าราวกับดึงดูดด้วยพลังที่มองไม่เห็น
ราวกับกองหินเหล่านั้นกำลังดึงดูดเมฆเหล่านั้น
ไม่ใช่!พูดให้ถูกคือมันกำลังทำลายเมฆเหล่านั้น
”พวกมันกำลังถูกทำลายด้วยค่ายกลทำลายล้างจากการกลับชาติมาเกิดของตัวตนอมตะ!”หยุนชิงวูเองก็ไม่เชื่อว่าฟางเจิ้งจือจะเชี่ยวชาญค่ายกล
แต่เรื่องตรงหน้ามันเป็นความจริง
นางต้องเชื่อ!
”เหยียนซิวเจ้าไร้ยางอายโจมตีทางทิศใต้และตะวันออก ปิงหยางและข้าจะโจมตีในทิศเหลือและทิศตะวันตก พวกเราจะทำลายต้นไม้ที่เกิดขึ้นจากเมฆเหล่านั้น!” ดวงตาของฉือกูเหยียนสว่างขึ้น
ตอนนี้เมฆสีดำถูกค่ายกลของฟางเจิ้งจือดูดไปทำให้ความแข็งแกร่งเหลือเพียงเจ็ดในสิบส่วนเท่านั้น
พวกเขามีโอกาสสูงที่จะทำลายมันได้
”พวกเราจะสามารถทำลายเมฆเหล่านั้นได้จริงๆงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือมีสีหน้าซับซ้อนเมื่อมองไปยังกองหินตรงหน้า
เอาจริงดิ?
การกระทำไร้สาระของเขานั้นได้ผลจริงๆงั้นรึ?
”ไม่นะข้าไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของตัวเองพังเพราะเรื่องนี้!” ฟางเจิ้งจือรู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ทำไมเพียงเขาวางกองหินมั่วๆถึงสามารถกำจัดก้อนเมฆเหล่านั้นไปได้
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ
”เจ้าไร้ยางอายเจ้ารู้เรื่องค่ายกลจริงๆด้วย!” ปิงหยางยิ้มอย่างสดใสและเดินไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล
ในขณะเดียวกันเหยียนซิวและฉือกูเหยียนก็เริ่มเคลื่อนไหว
พวกเขาโจมตีไปยังหินที่บดบังรากไม้เอาไว้จากทิศทางที่ต่างกัน
ฟางเจิ้งจือไม่มีทางเลือกนอกจากไม่สนใจเรื่องที่เกิดและตามน้ำไป
เขาเริ่มโจมตีตามคำสั่งของฉือกูเหยียนพร้อมกับอีกสามคม
ตู้ม!
ต้นไม้ลายเมฆสั่นสะเทือน
หลังจากนั้นเมฆสีดำก็พวยพุ่งออกมาจากด้านหลังหินก่อนที่จะพุ่งไปรวมตัวกันที่ค่ายกลที่ฟางเจิ้งจือสร้างขึ้นราวกับมหาสมุทรขนาดย่อม
”พวกมันถูกกำจัดจริงๆงั้นหรือ?เพราะค่ายกลของฟางเจิ้งจือ?” หยุนชิงวูอดแปลกใจอีกครั้งไม่ได้ รูปแบบของต้นไม้ลายเมฆนั้นซับซ้อนเกินไปเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจมันได้ง่ายๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพลังงานที่เป็นก้อนเมฆเหล่านั้นกำลังถูกกองหินทั้งห้าดูดเข้าไป
กองหินทั้งห้านั้นเหมือกับฝ่ามือที่คอยดึงเมฆสีดำออกมาจากต้นไม้ตลอดเวลา
”ข้าเข้าใจแล้วมันคือความแตกต่าง!” ดวงตาของหยุนชิงวูสว่างขึ้น
ในที่สุดนางก็เข้าใจรูปแบบของกองหินทั้งห้าความแตกต่าง กองหินทั้งห้ากลายเป็นค่ายกลห้าอย่างที่แตกต่างกัน พวกมันกำลังสู้กันเพื่อแย่งชิงพลังงานจากต้นไม้ลายเมฆ
พลังงานเจ็ดในสิบส่วนถูกแย่งชิงที่เหลืออีกสามส่วนไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆได้
ตู้ม!
ในที่สุดหินก็แตกออกมา
เมฆสีดำราวกับน้ำหมึกไหลออกมาจากหินที่แตกออก มันคือรากของต้นไม้ลายเมฆทั้งหมด
มันเหมือนกับน้ำทะเลที่ไหลลงมายังแม่น้ำและไหลบ่าไปสู่กองหินทั้งห้า
ทันใดนั้นกองหินทั้งห้าก็ส่องส่วาง
เมฆสีดำปกคลุมก้อนหินทั้งห้าราวกับพวกมันกำลังจะกลืนกินกองหินเหล่านั้น
”โอ้ดูเหมือนว่าค่ายกลของฟางเจิ้งจือจะไม่สามารถทนได้อีกต่อไป?”ท่าทีของหยุนชิงวูเปลี่ยนไปเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
”จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกมันไม่สามารถทนได้?”ปิงหยางถามออกมา
”มันจะ…”
”มันจะระเบิด!”การแสดงออกของฉือกูเหยียนเปลี่ยนไป
ตู้ม!
ก่อนที่หยุนชิงวูและฉือกูเหยียนจะพูดจบกองหินทั้งห้าได้ระเบิดออกเพราะพวกมันไม่สามารถทนต่อพลังอันยิ่งใหญ่ของต้นไม้ลายเมฆได้อีกต่อไป เมฆสีดำกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
”ข้า…ข้ามีลางร้าย…”ปิงหยางกล่าวออกมาพร้อมเบิกตากว้าง
”ลางร้ายบ้าอะไรของเจ้า?!วิ่ง!” ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าค่ายกลที่ทุกคนพูดถึงแล้วนั้นแท้จริงเป็นเพียงกองหินที่เขาวางแบบสุ่มๆเท่านั้น
ไม่มีค่ายกลอันทรงพลังอะไรทั้งนั้น!
ฟางเจิ้งจือต้องการสบถออกมา
แม้วาตอนนี้พลังจะถูกดึงออกมาจากต้นไม้ลายเมฆแต่วิธีที่พวกเขาใช้นั้นไม่ถูกต้องทำให้พลังของต้นไม้ลายเมฆกลายเป็นบ้าคลั่ง
”เจิ้งจือไปกับปิงหยางเดี๋ยวข้าจะพาหนานกงมู่ไปเอง” เหยียนซิวได้สติและวิ่งไปอุ้มหนานกงมู่ที่หมดสติขึ้นไหล่
”ข้า…ข้าคิดว่าพวกเราไม่สามารถวิ่งได้อีกต่อไป!”ฟางเจิ้งจือตระหนักถึงเมฆสีดำที่อยู่ตามเท้าของเขา
นอกจากนั้นเมฆสีดำยังพุ่งไปหาฉือกูเหยียนและหยุนชิงวู
ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าถ้าเขาไม่สามารถทนต่อพลังนี้ได้เขาก็จะมีสภาพไม่ต่างไปจากกองหินทั้งห้า