Gate of God - ตอนที่ 1105 แต่งงานกับข้าแล้วเจ้าจะไม่เสียใจ
ตอนที่ 1105 แต่งงานกับข้าแล้วเจ้าจะไม่เสียใจ
….
ภูเขาสวรรค์นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ดอกไม้ผลิบานไปทั่วกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วอากาศ ก้อนเมฆสีขาวลอยไปมาในอากาศ บรรยากาศรอบๆภูเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณ
อย่างไรก็ตามสถานที่อันงดงามเช่นนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความขัดแย้ง
เทพปีศาจและเทพอสูรจำนวนมากออกมาจากประตูเทพเจ้าของอสูรและปีศาจไม่หยุดหย่อน
กองทัพขนาดใหญ่จากทั้งอาณาจักรเซี่ยอาณาจักรแสงจันทร์ จักรวรรดินักรบศักดิ์สิทธิ์ จักรวรรดินักรบสูงสุด ล้วนรวมตัวกันอยู่ที่นี่
”กลิ่นหอมนั้นรุนแรงมากข้ารู้สึกว่าพลังของตัวเองกำลังจะก้าวไปอีกขั้น”
”ที่นี่มันวิเศษมากพลังของพวกเราสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยการดมกลิ่นหอมของดอกไม้!”
”รีบปีนขึ้นไปบนภูเขา!”
เหล่าทหารจากทั้งสี่อาณาจักรล้วนตื่นเต้นเพียงได้กลิ่นพลังของบางคนก็เพิ่มขึ้นแล้ว
”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซี่ยเจ้ามาจากบนภูเขาใช่หรือไม่? ด้านบนเป็นเช่นไรบ้าง?” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ถามขึ้นมา
เขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นหอมนั้นพิเศษมาก
อย่างไรก็ตามเขายังถามออกมาด้วยความระมัดระวัง
”ข้าไม่แน่ใจนักแต่ว่าแหล่งพลังเทพเจ้านั้นได้ถูกเปิดออกแล้ว” หลินมู่ไป่ส่ายหน้า
”แต่ท่านกำลังลงจากภูเขางั้นรึ?”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดกล่าวขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ”ใช่แล้ว”หลินมู่ไป่พยักหน้า
”ข้าเข้าใจแล้วส่วนตัวข้านั้นคิดว่าการที่แหล่งพลังเทพเจ้าถูกเปิดออกนั้นเป็นโอกาสอันดีของพวกเรา ข้าจะมุ่งขึ้นไปบนนั้น อย่างไรก็ตาม…”
”ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านกังวลดีหลังจากขึ้นไปบนภูเขาแล้วพวกเราจะแยกทัพออกจากกัน แต่อาณาจักรล้วนเคลื่อนไหวอย่างอิสระ”
”ฮ่าฮ่าฮ่า…ยอดเยี่ยม”
”พวกเราจะทำตามที่ท่านบอก”
”ข้าเองก็ไม่มีข้อขัดข้อง”
จักรพรรดิองค์อื่นๆล้วนพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อมีโอกาสดีๆสิ่งที่พวกเขากังวลมากที่สุดคือการทะเลาะเบาะแว้งเพื่อแย่งชิงทรัพยากรเหล่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือแยกกันไปคนละทิศละทาง
…
อารมณ์ของมู่ฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความซับซ้อน หลังจากกินดอกไม้เข้าไปสิบกว่าดอกเขาสามารถสัมผัสได้ว่าพลังของตัวเองนั้นมากขึ้นจนเกือบจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเทพเจ้าได้แล้ว
มันเป็นเรื่องที่ควรเฉลิมฉลอง
อย่างไรก็ตามร่างจำนวนหนึ่งล้มอยู่บนพื้นตรงหน้าเขา
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศพของเหล่าผู้นำสำนักจำนวนหนึ่ง
พวกเขาถูกร่างของเทพอสูรขนายักษ์ที่ร่วงลมาจากประตูทับใส่และตายลงในทันที
มู่ฉิงเฟิงต้องการจะช่วยพวกเขาแต่ตอนนี้เขายังอยู่ในระดับเซียนการเข้าไปช่วยก็เท่ากับรนหาที่ตายเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นอสูรและปีศาจมีจำนวนมากเกินไป
ทุกคนล้วนต่อสู้เพื่อพลังอันยิ่งใหญ่
ในเวลาเดียวกันมีอสูรร้ายตัวหนึ่งกำลังจ้องมองไปที่พวกของมู่ฉิงเฟิง ”โฮก!!!”
มันเป็นอสูรที่มีเขาขนาดใหญ่อยู่บนหัวมีตัว แขนและขาเป็นสีขาว มันตบแขนลงไปบนพื้นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จูเหยียน!
มันเป็นเทพอสูรที่ดุร้ายมาก
ที่สำคัญมันฉลาดมากจนรู้ได้ในทันทีว่าพวกเขามู่ฉิงเฟิงทั้งสี่คนอ่อนแอแค่ไหน
”มันคือ…จูเหยียน?”เซียนสวรรค์พักพิงรู้สึกผิดเล็กน้อย เขากินดอกไม้ไปจำนวนมากแต่ยังกลับไม่สามารถไปถึงระดับเทพเจ้าได้
”มันกำลังตรงมาหาพวกเรา”เหยียนเฉียนหลี่ขมวดคิ้ว
เขาสามารถมองเห็นความกระหายเลือดในสายตาของมันได้
หลังจากที่เหยียนเฉียนหลี่พูดจบจูเหยียนก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
มันมาถึงพวกเขาแทบจะในทันที ”จวี้เอ๋อหนี!” คนแรกที่เซียนสวรรค์พักพิงกังวลมากที่สุดคือวู่จวี้เอ๋อ เขาผลักนางออกไปข้างๆและเขวี้ยงด้ายสีเงินออกไปในอากาศ
มันกลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ปกคลุมร่างของจูเหยียน
”อาจารย์!”วู่จวี้เอ๋อที่ถูกผลักออกไปไกลเป็นกังวลมาก
”หึ..”จูเหยียนยิ้มเยาะ มันจับตาข่ายเงินด้วยมือเปล่าและฉีกกระชากมันจนขาดเป็นชิ้นๆทันที
มันกำลังทดสอบพลังของพวกมู่ฉิงเฟิงและตอนนี้มันมั่นใจแล้วว่าเหยื่อของมันนั้นอ่อนแอแค่ไหน
มันยกหมัดและเหวี่ยงออกไปหาเซียนสวรรค์พักพิงทันที
”ปั้ง!”เสียงกระดูกแตกดังขึ้น
ร่างของเซียนสวรรค์พักพิงกระเด็นออกไปไกล
”เซียนสวรรค์พักพิง!”เหยียนเฉียนหลี่กังวลมาก เขาต้องการจะคว้าร่างของเซียนสวรรค์พักพิงเอาไว้
อย่างไรก็ตามจูเหยียนเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งร่างของมันกระโดดขึ้นไปสูงกว่าสิบเมตร
สีหน้าของเหยียนเฉียนหลี่เปลี่ยนไป
เขาไม่สามารถรับมือเทพอสูรด้วยตัวคนเดียวได้
”สวะ!”ก่อนที่กำปั้นของจูเหยียนจะกระทบกับใบหน้าของเหยียนเฉียนหลี่ เสียงของมู่ฉิงเฟิงก็ดังขึ้น
หลังจากนั้นนิ้วของเขาก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับมันเป็นดาบ
”ปั้ง!”ร่างกายของจูเหยียนเอนไปด้านหลัง ดวงตาสีแดงของมันแสดงให้เห็นถึงความตกใจ
มันรู้สึกว่าพวกเขามู่ฉิงเฟิงนั้นยังไม่ได้อยู่ในระดับเทพเจ้า
อย่างไรก็ตามวิชาดัชนีของมู่ฉิงเฟิงกลับทำให้มันถอยออกมาได้ ”โฮก!”จูเหยียนร้องคำราม
ด้านเหยียนเฉียนหลี่หลังจากคว้าร่างของเซียนสวรรค์พักพิงเอาไว้ได้เขารีบพุ่งออกไปให้ไกลที่สุดเพื่อรักษาระยะห่างจากจูเหยียน
”ท่านเหยียนปกป้องเซียนสวรรค์พักพิงและผู้นำนิกายวู่ ข้าจะรับมือกับมันเอง” มู่ฉิงเฟิงขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะสามารถทำให้จูเหยียนถอยหนีได้ แต่นิ้วของเขากำลังรู้สึกปวดอย่างรุนแรง
ความแตกต่างของระดับเซียนและระดับเทพเจ้านั้นใหญ่หลวงมาก
”อาจารย์ท่านเป็นอะไรไหม?” วู่จวี้เอ๋อกังวลมาก
”แค่กแค่ก…ตาเฒ่าเหยียน วู่จวี้เอ๋อ ไม่ต้องสนใจข้า หนีไปซะ!” เซียนสวรรค์พังพิงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดขาว
กระดูกหน้าอกของเขาแตกละเอียดและไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป
”เหอะ…มนุษย์อ่อนแอเช่นพวกเจ้ากล้าแย่งชิงแหล่งพลังเทพเจ้าได้เยี่ยงไร?ไม่รู้จักเจียมตัว!” จูเหยียนกล่าวด้วยความดูถูก
มู่ฉิงเฟิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว
จูเหยียนยิ้มอย่างเย็นชาเมื่อเห็นฉากนี้
”โฮก!”มันคำรามและตบพื้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เทพอสูรตัวอื่นๆที่กำลังแย่งชิงดอกไม้และผลไม้ต้องหันกลับไปมองมู่ฉิงเฟิง
โฮก!!!
เทพอสูรสามตัวพุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกของมู่ฉิงเฟิงเอาไว้ทันที
”โอ้พวกเราหนีไปไหนไม่ได้แล้ว!” เหยียนเฉียนหลี่ขมวดคิ้วด้วยความกังวลเมื่อเห็นอสูรร้ายทั้งสาม
จูเหยียนตัวเดียวก็ยากเกินที่จะรับมือแล้ว
ตอนนี้พวกมันมีสี่ตัวแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ
”ท่านมู่โปรดหนีไปก่อนท่านเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติแล้ว” เหยียนเฉียนหลี่กล่าว
ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางสู้กับเทพอสูรทั้งสี่ได้อีกต่อไปมีเพียงมู่ฉิงเฟิงเท่านั้นที่มีโอกาสหนีออกไปได้
มู่ฉิงเฟิงกำมือแน่น
เขารู้ดีว่าไม่สามารถรับมือกับเทพอสูรทั้งสี่ได้และทางออกเดียวคือการหนี
อย่างไรก็ตามเขาจะทิ้งเหยียนเฉียนหลี่และเซียนสวรรค์พักพิงไปได้งั้นหรือ?
”ท่านเหยียนรีบหนีไปพร้อมกับเซียนสวรรค์พักพิงและผู้นำนิกายวู่ก่อน ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง!”สัญชาตญาณบอกให้มู่ฉิงเฟิงหนีไป แต่เขาเลือกให้เหยียนเฉียนหลี่หนีไปก่อน
ไม่มีเหตุผลอื่น
เขาไม่ต้องการรู้สึกผิด
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้วเหยียนเฉียนหลี่เชื่อใจเขามาก หลังจากพบดอกไม้พวกเขาก็มอบให้มู่ฉิงในทันทีโดยไม่ลังเล ตอนนี้เขาจะเห็นแก่ตัวไม่ได้
เขาทำได้เพียงเดิมพัน!
เดิมพันว่าพลังของเขาจะทะลวงเข้าสู่ระดับเทพเจ้าได้ทันเวลาเพื่อช่วยทุกคน
”หนี?ฮ่าฮ่า… ไม่มีใครหนีไปไหนได้!”จูเหยียนพูดด้วยความเยือกเย็นและก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันอสูรร้ายอีกสามตัวก็เริ่มเคลื่อนไหว
พวกมันพุ่งเข้าหาเหยียนเฉียนหลี่และวู่จวี้เอ๋อด้วยความรวดเร็ว
”จวี้เอ๋อหนีไป!”เหยียนเฉียนหลี่ต้องการผลักวู่จวี้เอ๋อออกไป
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไปอสูรร้ายเข้าถึงตัวและอ้าปากกว้างพร้อมจะกลืนนางลงไปทั้งตัว
”เจิ้งจือจวี้เอ๋อกำลังจะไปหาเจ้าแล้ว!”วู่จวี้เอ๋อกัดฟันแน่นและดึงสายคาดเอวออกมา มันกลายเป็นลำแสงสามสี แสงสว่างพุ่งเข้าสู่ปากของอสูรร้าย
มันกลายเป็นดาบยาวสามเล่มแดง ฟ้าและทอง
ดาบแทงเข้าไปในปากของพวกมันทำให้ต้องถอยออกไปหนึ่งก้าว
จากนั้นวู่จวี้เอ๋อก็ทรุดลงกับพื้น
นางต้องใช้พลังทั้งหมดเพราะนี่คือโอกาสเพียงหนึ่งเดียวถ้าหากไม่สามารถฆ่าอสูรร้ายได้ นางก็คงไม่มีทางรอดแล้ว
อสูรร้ายที่ถอยหลังไปแววตาของมันเต็มไปด้วยความเย็นชาเพราะถูกทำร้ายโดยมนุษย์ที่อ่อนแอ
อสูรร้ายโจมตีอีกครั้งมันฟาดกรงเล็บไปที่หัวของวู่จวี้เอ๋อ
”จวี้เอ๋อ!”เซียนสวรรค์พักพิงร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด
เหยียนเฉียนหลี่หันมองด้วยสัญชาตญาณและต้องการช่วยนางอย่างไรก็ตามร่างของเขาถูกอสูรร้ายเตะออกไปไกล ในขณะเดียวกันวู่จวี้เอ๋อค่อยๆหลับตาลง
นางฟังเสียงลมและสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่พัดผ่านเส้นผมนางรู้ดีว่าไม่สามารถหลบได้ และไม่มีใครสามารถช่วยนางได้
นางกำลังจะตาย?
นางไม่รู้ว่าจะได้พบกับเขาอีกครั้งหรือไม่
นางหวังเพียงจะได้แต่งงานกับเขา
แม้จะเป็นนรกนางก็ไม่เสียใจและจะได้อยู่กับเขาตลอดไป
ตู้ม!
”นี่คือความตายงั้นหรือ?มัน …มันไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย”น้ำตาของวู่จวี้เอ๋อไหลอาบแก้ม
ความตาย
ข้าตายแล้วจริงๆ…
แต่ทำไมนางยังสามารถสัมผัสได้ถึงน้ำตาอุ่นๆบนใบหน้า? สายลม
สายลมพัดผ่านใบหน้าของนาง
วู่จวี้เอ๋อค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองโลกแห่งความตายแต่นางกลับเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส