Gate of God - ตอนที่ 1106 การโจมตีอันโหดร้าย
ตอนที่ 1106 การโจมตีอันโหดร้าย
ใบหน้าที่ดูคุ้นเคย
รอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนเหยียดหยามไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องอยากจะชกชายตรงหน้า
อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถทำได้
นั่นเพราะน้ำตาที่ไหลอาบแก้มถูกเช็ดออกด้วยมือของเขา
บนเส้นทางแห่งความตาย…
พวกเขาได้พบกันจริงๆ
วู่จวี้เอ๋อได้แต่จ้องมองและไม่กล้าที่จะกระพริบตาเพราะนางกลัวว่าเขาจะหายไป
เวลาดูเหมือนจะหยุดลง
จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของนาง
”ไงเหตุใดผู้นำนิกายเงาจึงได้ร้องไห้เหมือนเด็กเช่นนั้น เห้อ…เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ? ถ้าเจ้าถูกทำร้ายก็ควรกรีดร้องออกมาอย่างไรก็ตามใช่ว่าจะมีคนมาช่วยเจ้าเพราะเจ้ามันเจ้าเลห่ห์เกินไป”
”…”
”มองอะไรของเจ้า?ไม่เคยเห็นคนที่หล่อเหลาอย่างข้างั้นหรือ?”
”…”
”หืม?ดูสิเหยียนซิว ดูเหมือนวู่จวี้เอ๋อจะกลายเป็นตัวโง่งมไปเสียแล้ว…”ฟางเจิ้งจือตะโกนหาเหยียนซิวหลังจากเห็นท่าทีของวู่จวี้เอ๋อ
ในขณะเดียวกันเหยียนซิวกำลังกดร่างของเทพอสูรที่โจมตีใส่เหยียนเฉียนหลี่จนกระเด็นออกไป
ตู้ม!
ตู้ม!
เขาโจมตีใส่เทพอสูรตัวนั้นอย่างต่อเนื่อง
ฉากนี้ทำให้มู่ฉิงเฟิงตกตะลึงแม้แต่จูเหยียนก็เช่นกัน เทพอสูรถูกมนุษย์ทำร้าย?
จูเหยียนต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนและพบเจอสถานการณ์ต่างๆมากมายอย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอเรื่องแบบนี้
ในขณะที่จูเหยียนรู้สึกตกใจอยู่นั้นเสียงก็ดังขึ้นจากอีกที่หนึ่ง
ดวงตาของจูเหยียนเบิกกว้าง
นั่นเพราะหลังจากเสียงดังขึ้นพื้นดินก็แตกออกเป็นสองส่วน พร้อมกับร่างกายของเทพอสูรตัวหนึ่งล้มลง ร่างของมันถูกแยกออกเป็นสองส่วน
นางผ่าร่างของเทพอสูรภายในการโจมตีเดียว?!
”ผู้หญิงคนนั้น…ยัง…ยังเป็นมนุษย์อยู่อีกงั้นรึ?!”จูเหยียนอ้าปากกว้างและมองไปยังหญิงสาวที่ถือดาบ
หญิงสาวที่สวมเกราะสีขาวราวกับหิมะ
นางทั้งเย่อหยิ่งและเย็นชา
ทั้งบรรยากาศและกลิ่นอายของนางจูเหยียนสัมผัสได้เลยว่านางน่ากลัวยิ่งกว่าเด็กหนุ่มที่กดร่างของเทพอสูรอีกตัว
นางเป็นใครกันแน่?
พวกมันมาจากไหนกัน?!
ตั้งแต่เขาลงมาบนพื้นโลกเขายังไม่เคยพบกับฟางเจิ้งจือ ฉือกูเหยียนและเหยียนซิว
อย่างไรก็ตามจูเหยียนมั่นใจในเรื่องหนึ่ง
เทพอสูรสองตัวตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามตอนนี้เหยียนซิวหันกลับมาและมองไปที่จูเหยียนก่อนจะหันไปหาฟางเจิ้งจือ”ผู้นำวู่เป็นคนสุขุมเยือกเย็น นางไม่ควรจะตกตะลึงกับเรื่องเช่นนี้”
”อืมข้าก็คิดเช่นนั้น”หลังจากได้ยินเหยียนซิวพูด ฉือกูเหยียนก็พยักหน้าเล็กน้อย
”งั้นหรือ?นางไม่ควรตกตะลึงเช่นนี้? งั้นให้ข้า… “ฟางเจิ้งจือยื่นมือไปที่น่าอกของวู่จวี้เอ๋อ
”…” ฟุ่บ!มือของฟางเจิง้จือถูกปัดทิ้ง
จากนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือและร้องไห้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
”เจ้ายังไม่ตาย…เจ้าไร้ยางอาย เจ้ายังไม่ตายจริงๆ …กล้าดียังว่าข้าโง่ ข้า… ข้าจะกัดเจ้าให้ตาย!”
”หืม?เจ้าเป็นกลายเป็นตัวปัญหาเหมือนกับปิงหยางตั้งแต่เมื่อไรกัน?”ฟางเจิ้งจือตกใจและอยากจะดิ้นให้หลุดแต่วู่จวี้เอ๋อกอดเขาจนแน่น
จากนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ไหล่
ความจริงแล้ว…
วู่จวี้เอ๋อกำลังกัดเขาอยู่จริงๆนางทำราวกับตัวเองเป็นปิงหยาง
”นี่เจ้ากล้าว่าข้าเป็นตัวปัญหางั้นรึ?ทำไมพวกเจ้าถึงมีศัตรูให้จัดการแต่ข้ากลับไม่มี…เอ๊ะ? ดูเหมือนจะเหลือตัวใหญ่อยู่อีกตัวหนึ่ง ข้าจะจัดการมันเอง!” เสียงของปิงหยางดังขึ้น เห็นชัดเจนว่านางกำลังไม่พอใจ
ฟางเจิ้งจือตรึงร่างของหนึ่งในเทพอสูรไว้กับพื้นฉือกูเหยียนผ่าเทพอสูรออกเป็นสองส่วนด้วยการโจมตีเพียงดาบเดียว เหยียนซิวโจมตีใส่เทพอสูรที่ทำร้ายเหยียนเฉียนหลี่จนสมองของมันระเบิด
แล้วนางล่ะ?
นางอยู่ในระดับเทพเจ้าแต่กลับต้องมาดูแลหยุนชิงวูและหนานกงมู่ที่สลบอยู่
นางจะเต็มใจได้เช่นไร
”ย้าก!!!”ปิงหยางตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นพร้อมวิ่งเข้าไปเตะหน้าจูเหยียน
มู่ฉิงเฟิงตกตะลึง
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเหนือจินตราการของเขามากเกินไป
ไม่มีอะไรผิดปกติถ้าฟางเจิ้งจือ ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวสามารถลอบโจมตีเทพอสูรได้
แต่ปิงหยางกำลังทำอะไรอยู่? เด็กสาวตัวน้อยที่พึ่งอยู่ในระดับเซียนกลับกล้ายั่วยุจูเหยียนเทพอสูรจากยุคโบราณ
”ปิงหยาง…อย่าเข้าไป!”
”ได้โปรดองค์หญิงกลับมา!”
นอกเหนือจากมู่ฉิงเฟิงแล้วเหยียนเฉียนหลี่และเซียนสวรรค์พักพิงเองก็ตกใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามปิงหยางดูไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
นางกระโดดไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นสิ่งที่น่ากลัวได้เกิดขึ้น
แสงสีแดงส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าพร้อมกับลูกเตะที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
ปั้ง!
ลูกเตะของนางพลาดเป้าไปจากใบหน้าของจูเหยียน
จูเหยียนในฐานะเทพอสูรจากยุคโบราณก็ใช่ว่าจะสามารถจัดการได้ง่ายๆเช่นกันมันสามารถตอบโต้กับอันตรายได้ทันเวลา
มันยกแขนมหึมาสองข้างของมันขึ้นมาป้องกันลูกเตะของปิงหยาง
มันสามารถสกัดไว้ได้
อย่างไรก็ตามเปลวไฟกลับดูลุกโชนมากยิ่งขึ้น
พวกมันกำลังเผาร่างกายของจูเหยียน
มันส่งเสียงร้องออกมาจากนั้นก็มีลำแสงสีทองพุ่งออกมาจากส่วนหัวของมัน
ตู้ม!บรรยากาศรอบตัวของมันกลายเป็นทรงพลัง เปลวไฟของปิงหยางหายไปในทันทีและนางต้องถอยออกมาอีกห้าก้าว
อย่างไรก็ตามแค่นี้ก็ทำให้มู่ฉิงเฟิง เหยียนเฉียนหลี่และเซียนสวรรค์พักพิงต้องตกตะลึง
ปิงหยาง?!
ปิงหยางผู้อ่อนแอสามารต่อสู้กับเทพอสูรโบราณได้โดยไม่บาดเจ็บ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
พวกเขาไม่รู้แต่ตอนนี้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความโกรธของจูเหยียน
”โฮก!!!!”มันคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าหาปิงหยางอีกครั้งเพื่อตบนางด้วยแขนมหึมาของนาง
”องค์หญิงหนี!” เหยียนเฉียนหลี่ตะโกนอย่างหมดหวัง
”ปิงหยาง!”เซียนสวรรค์พักพิงเองก็กังวลมากเช่นกัน
อย่างไรก็ตามก่อนที่หมัดของมันจะถึงร่างปิงหยางร่างหนึ่งได้ปรากฎขึ้นเหนือหัวของมัน
ชุดสีน้ำเงินโบกสะบัดไปตามสายลม
จากนั้นเขาก็ใช้กำปั้นทุบไปที่หัวของจูเหยียน
ตู้ม!
จูเหยียนตกลงมาจากท้องฟ้าก่อนที่มันจะได้ตอบสนองอะไรร่างของมันตกลงพื้นอย่างรุนแรง
ปั้ง!พื้นดินยุบลงกลายเป็นหลุมขนาดมหึมาพร้อมกับจูเหยียนที่กระอักเลือดออกมา
มันเป็นฉากที่น่าตกตะลึง
เขาสามารถจัดการจูเหยียนได้ภายในการโจมตีเดียว?
ทุกคนที่เห็นล้วนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ฟางเจิ้งจือ…
เจ้าเด็กเหลือขอนี่น่ากลัวขนาดนี้ได้ยังไง?
มันเป็นไปได้ยังไง?!
เป็นไปได้ไหมว่าเขานั้นอยู่ในระดับเทพเจ้าแล้ว?
มันไม่เพียงแตจะสร้างความตกใจให้กับพวกของมู่ฉิงเฟิงเท่านั้นแต่อสูรร้ายทั้งสามที่กำลังต่อสู้แย่งชิงดอกไม้ ผลไม้ รวมถึงพ่อมดทั้งสิบสองเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ”ฟางเจิ้งจือ?!”
พวกเขาล้วนคิดว่าฟางเจิ้งจือกับคนอื่นๆต้องตายไปแล้วอย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือกับปรากฎตัวตรงหน้าเขาอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเอาชนะเทพอสูรทั้งสี่ลงได้
มันเกิดขึ้นได้ยังไง?!
พวกเขามีพลังมากขึ้น!
”ฟางเจิ้งจือเจ้า…เจ้ายังไม่ตายงั้นรึ?!”จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน นางต้องการให้พวกเขาตายจริงๆ
แต่พวกนั้นกลับยังมีชีวิตอยู่
ชิงวู…
ชิงวูก็ยังไม่ตายใช่ไหม?
แม้ไป่ฉือจะประหลาดใจแต่เมื่อเห็นหยุนชิงวูนางก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นเต้น
ในฐานะแม่นางจะทนดูหยุนชิงวูตายไปได้ยังไง? ”ชิงวู…รีบมาหาข้า!”ไป่ฉือเคลื่อนตัวและพุ่งเข้าไปหาหยุนชิงวู
ในขณะเดียวกันซวนหยวนห้าที่เฝ้าดูอยู่กลางอากาศก็จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
”เจ้าเด็กนั่นยังไม่ตายอีกงั้นรึ?ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าเขาจะมีพลังมากขึ้น?มันเป็นไปได้ยังไง? เกิดอะไรขึ้นที่ใต้ภูเขาสวรรค์กันแน่?” ซวนหยวนห้าที่กินผลไม้มีพลังเพิมขึ้นอย่างรวดเร็ว
มันพุ่งไปหาพวกของฟางเจิ้งจือเร็วยิ่งกว่าไป่ฉือ
ด้านเทพอสูรและเทพปีศาจคนอื่นๆพวกเขาเองก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
”พวกมันเป็นมนุษย์ทั้งหมด…ไม่ใช่ตัวตนจากยุคโบราณด้วย?”
”แต่พวกมันแข็งแกร่งมาก!”
”ข้าคิดว่าอาจจะเป็นเพราะแหล่งพลังเทพเจ้า…” พวกมันล้วนอิจฉาพวกของฟางเจิ้งจือเป็นอย่างมาก
ถ้าพวกมันสามารถกินฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆเขาไปได้ก็อาจจะทำให้สามารถแย่งชิงพลังจากฟางเจิ้งจือมาได้
นั่นเป็นความคิดแรกของพวกมันแต่เมื่อเห็นฟางเจิ้งจือโจมตีใส่จูเหยียนความคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
”ลิง?”ฟางเจิ้งจือมองไปที่จูเหยียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
”ข้า…ข้าคือเทพอสูรจูเหยียน!”จูเหยียนโกรธมาก มันมีนิสัยหยิ่งผยองและไม่เต็มใจให้ใครเรียกมันว่าลิง
”จูเหยียน…อ้อ…”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ตบหัวมันไปอีกครั้ง
ปั้ง!
เสียงดังไปทั่วภูเขาสวรรค์
มันทำให้อสูรร้ายบางตัวหยุดเคลื่อนไหวไปด้วย ’มนุษย์คนนี้…’
’แข็งแกร่งมาก!’
”ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นราชาวานรเสียอีก?ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ใช่สินะ!” ฟางเจิ้งจือดูถูกและเตะไปที่เอวของจูเหยียน ร่างของมันกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า
ปั้ง!
ปั้ง!ปั้ง!
ปั้ง…
หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เห็นฉากอันแปลกประหลาด
แสงสีฟ้ากระพริบรอบๆตัวจูเหยียนขณะที่ร่างของมันลอยอยู่บนอากาศทุกครั้งที่แสงนั้นปรากฎขึ้นจะตามมาด้วยเสียงโจมตีอันรุนแรง
จูเหยียนกลายเป็นกระสอบทราย!
ด้านจูเหยีนมันโกรธมากแต่กลับไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แม้แต่น้อย หมัดของฟางเจิ้งจือรุนแรงมากจนทำให้กระดูกของมันแทบหักแต่ในฐานะเทพอสูรโบราณมันจะแพ้ง่ายๆได้ยังไง?
สุดท้ายมันก็สามารถหลบได้หลังจากถูกโจมตีไปเจ็ดถึงแปดครั้ง
”เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”ร่างกายของจูเหยียนเต็มไปด้วยความเต็บปวด ฟันเกือบทั้งหมดของมันหลุดออก มันดูน่าสมเพชมาก
มันพร้อมที่จะฉีกฟางเจิ้งจือออกเป็นชิ้นๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อมันยกแขนขึ้นได้มีดาบแสงเฉือนเข้าที่ร่างของมัน
แกร้ก!
ด้วยการโจมตีนั้นทำให้หัวของจูเหยียนลอยขึ้นไปบนอากาศ
มันก้มลงมองร่างที่ไร้หัวของมันด้วยดวงตาเบิกกว้าง
”อ้อข้าลืมบอกเจ้าไปว่าข้าถนัดใช้ดาบมากกว่า” พร้อมกับเสียงของฟางเจิ้งจือที่ดังขึ้น