Gate of God - ตอนที่ 1108 ฟางน้อย
ตอนที่ 1108 ฟางน้อย
เสียบก้นมันทันที?
เอ่อ…
มันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยงั้นหรือ?
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่สิ่งที่เหยียนซิวคิดเขาคิดเพียงจัดการไป่เจ๋อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่ากลยุกทธ์อะไรเขาก็ต้องเอาออกมาใช้ให้หมด
โชคร้ายที่ไป่เจ๋อไม่ได้รู้เลยว่าชะตากรรมของตัวเองต้องจบลงเช่นนี้
ความเจ็บปวดนั้นแล่นไปถึงสมองแขนขาทั้งสองข้างถูกตัดขาด
มันดูน่างสารเป็นอย่างยิ่ง
”…”
”เฒ่าไป่!”ปี่ฟางทั้งตกตะลึงและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
บางทีอาจจะเป็นเพราะนางตกใจเกินไปทำให้นางหยุดอยู่ห่างจากปิงหยางห้าก้าว
ฉากตรงหน้านั้นโหดร้ายเกินไป
ปี่ฟางกลัวว่าชีวิตของนางจะต้องลงเอยเหมือนไป่เจ๋อโดยเฉพาะนางที่เป็นผู้หญิงย่อมมีความอ่อนไหวกว่าผู้ชายมากในบางเรื่อง
นอกจากปี่ฟางแล้วนั้นเทพอสูรที่อยู่ใกล้ๆต่างเหงื่อตก
วิธีที่มนุษย์ทั้งสี่ใช้ทำให้พวกมันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวทั้งเด็ดขาดและโหดร้าย
”ตู้ม!”เสียงระเบิดดังขึ้น
ไป่เจ๋อถูกชกที่หัวอย่างรุนแรงมันล้มลงกับพื้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือการที่คนรักที่เขาคอยปกป้องมาตลอดกับยืนนิ่งและไม่มีท่าทีจะช่วยมันเลยแม้แต่น้อย
ในใจของมันมีแต่ความสิ้นหวัง
ฟุ้บ!ทันใดนั้นดาบแสงได้ฟาดลงมา
หัวของมันกระเด็นขาดออกมาและไม่สามารถคิดอะไรได้อีกต่อไป
นั่นเป็นเพราะหัวของมันระเบิดออกแทบจะในทันทีสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงไข่มุกสีขาวนวล
อสูรโบราณอีกตัวได้ตายลง
มันตายลงด้วยน้ำมือของฟางเจิ้งจือและมนุษย์คนอื่นๆ
ฟางเจิ้งจือกลืนไข่มุกอสูรลงไปทันที
”อืม…ข้าน่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับเทพเจ้าได้ด้วยไข่มุกสองเม็ดนี้?”คลื่นอากาศสีขาวลองลอยอยู่ในมิติพิเศษของฟางเจิ้งจือ
คลื่นน้ำไหลเวียนอย่างรุนแรง
มหาสมุทรราวกับเกิดสึนามิและไต้ฝุ่น
อย่างไรก็ตาม….ฟางเจิ้งจือก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าไปสู่ระดับเทพเจ้าได้
บัดซบ!
ทำไมมันยากขนาดนี้!
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออกจากนั้นเขาก็หันไปมองปี่ฟางด้วยความตื่นเต้น “งั้นพวกเราจัดการปี่ฟางต่อเลยดีไหม?”
”…”
”…”
เทพอสูรที่ยืนอยู่รอบๆต่างตกตะลึงกับคำพูดของฟางเจิ้งจือ
หลังจากเห็นใบหน้าของฟางเจิ้งจือท่าทีของปี่ฟางก็เปลี่ยนไปทันที แทนที่จะก้าวไปข้างหน้า นางเลือกที่จะถอยหลังไปสามก้าว
”มนุษย์…พวกเจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้!”แม้นางจะดูหวาดกลัว แต่เสียงของนางยังเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองในฐานะเทพอสูร
”เราจะไม่ฆ่าเจ้า!”ฟางเจิ้งจือยิ้ม
”ฮึ่มแน่นอนพวกเจ้าไม่กล้า…”
”คุกเข่า”
”อะไรนะ?!”ปี่ฟางนิ่งไป
นางเป็นอสูรโบราณที่มีสายเลือดชั้นสูงนางจะทนอัปยศโดยการคุกเข่าให้มนุษย์ต่อหน้าคนจำนวนมากเช่นนี้ได้ยังไง?
”คุกเข่าและเป็นสัตว์เลี้ยงของปิงหยางบางทีข้าอาจจะพิจรณาแบ่งแหล่งพลังเทพเจ้าให้เจ้าบ้างก็ได้นะ ไม่อย่างงั้นจุดจบของเจ้าคงไม่ต่างกับไป่เจ๋อ!” ฟางเจิ้งจือพูดออกมาตรงๆ
”หืมถ้าเจ้าเต็มใจเปป็นสัตว์เลี้ยงของข้า ข้ายืนยันจะไว้ชีวิตเจ้า” ปิงหยางพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
ปี่ฟางนั้นมีความสามารถในการสร้างไฟ
มันเหมาะกับพลังของปิงหยางมากถ้านางได้ปี่ฟางมาความสามารถในการต่อสู้ของนางคงพอสูสีกับเหยียนซิว
นางไม่ต้องการเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม
ปิงหยางภูมิใจในตัวเองมาก
อย่างไรก็ตามสำหรับปี่ฟางแล้วนั้นคำเหล่านี้เป็นการดูถูกนางไม่มีทางยอมเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์แน่นอน
”ดูเหมือนนางไม่เต็มใจเป็นสัตว์เลี้ยงพวกเราคงต้องเอาชนะนางก่อน” ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่านางไม่มีทางยอมง่ายๆ
”อื้มได้!”ปิงหยางเห็นด้วยและหันไปหาเหยียนซิว “เหยียนซิว งั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนั้นเพื่อจัดการกับสัตว์เลี้ยงของข้า!”
”วิธีไหน?”เหยียนซิวถามกลับ
”…”
”…”
ท่าทีของปิงหยางและเหยียนซิวแปลกไป
จริงๆแล้วนั้นเหยียนซิวไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปเขายังคงเป็นเหยียนซิวแต่ดูไร้เดียงสากว่าเดิมมากนัก
”ช่างเถอะต่อยหน้านางก็จบแล้ว” เหยียนซิวและปิงหยางเคลื่อนไหวเมื่อได้ยินคำสั่งของฟางเจิ้งจือ
ทั้งคู่เดินไปรอบๆปี่ฟางจากทางด้านซ้ายและขวาฉือกูเหยียนพุ่งเข้าหาปี่ฟางในทันที
”พวกเจ้าจะมากเกินไปแล้ว!”ปี่ฟางรู้สึกผิดหวังมาก หลังจากดูถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่านางยังต้องจะถูกทุบตีอีก นางจะไม่โกรธได้ยังไง?
แน่นอนว่านางไม่ได้โง่
ถ้าจูเหยียนไมได้มีพลังเท่ากับนางนางคงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของฟางเจิ้งจือเพราะตอนแรกนางมีไป่เจ๋อ
อย่างไรก็ตามตอนนี้นางอยู่ตัวคนเดียวแล้ว
นางรู้สึกราวกับจะเป็นลมพร้อมล้มลงไปบนพื้นทุกเมื่อ
เช่นนั้นนางก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้อีกต่อไปนางจึงค่อยๆกระพือปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
อย่างไรก็ตามเมื่อนางบินขึ้นไปประมาณห้าเมตรนางสัมผัสได้ว่ามีร่างหนึ่งลอยอยู่เหนือหัวของนาง ยิ่งไปกว่านั้นร่างนั้นมีปีก!
มันเป็นฟางเจิ้งจือ!
ขณะที่ปี่ฟางยังไม่รู้สึกตัวเท้าของฟางเจิ้งจือก็ได้เตะนางกลับไปที่พื้น จากนั้นหางงูขนาดใหญ่ก็พันรอบตัวของนางเอาไว้ทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
”ปั้ง!”
”ปั้งปั้ง…”
”…”
หมัดจำนวนมากต่อยลงบนร่างปี่ฟาง
นางไม่ได้ถูกฆ่าในทันทีแต่มันกลับรู้สึกทรมารยิ่งกว่า
”โฮก!”ปี่ฟางคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างกายของนางลุกโชนด้วยไฟสีแดง นางพยายามใช้ไฟเพื่อแผดเผาหางงู
อย่างไรก็ตามหางงูไม่มีท่าที่จะขยับแม้แต่น้อย
ฉือกูเหยียน
ตอนที่นางยังอยู่ในระดับเซียนนางสามารถเอาชนะเทพปีศาจและอสูรสามคนได้ภายในตัวคนเดียวไม่มีใครสามารถต้านทานนางได้
แต่ตอนนี้นางได้ทะลวงผ่านจากระดับเซียนมาแล้ว
นางอยู่ในระดับเทพเจ้าและมีพลังเพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่าเรียกได้ว่านางน่ากลัวกว่าอสูรร้ายจากยุคโบราณทั้งสี่เสียอีก
ปี่ฟางจะสามารถสู้กับนางได้ยังไง?
นางไม่สามารถเทียบกับฉือกูเหยียนได้เลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางกำลังต่อสู้กับคนสี่คนและหนึ่งในนั้นคือฟางเจิ้งจือ
สี่ต่อหนึ่ง
ปี่ฟางประเมิณความสามารถของพวกเขาต่ำเกินไป
ในที่สุดปี่ฟางก็รู้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง
มนุษย์ที่ดูอ่อนแอกลับโหดร้ายกว่าที่มันคิดมาก
”เจ้าอยากตายหรือมีชีวิตอยู่?”ฟางเจิ้งจือวางดาบไว้ที่คอของปี่ฟางพร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “คิดก่อนพูด เจ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่เช่นนั้นตาย!”
”…”ร่างของปี่ฟางชุ่มไปด้วยเหงื่อ
นางอยากจะสาปแช่งฟางเจิ้งจือที่เอาเปรียบนางด้วยคนที่มากกว่าอย่างไรก็ตามนางไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
สายตาของฟางเจิ้งจือนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
ยิ่งไปกว่านั้นจูเหยียนและไป่เจ๋อได้ตายลงต่อหน้านางเทพอสูรทั้งสองได้ตายลงเพราะฟางเจิ้งจือ นอกจากนี้ไข่มุกอสูรถูกฟางเจิ้งจือกลืนไป
เป็นไปได้ไหมที่ฟางเจิ้งจือจะไม่ฆ่านาง?
ปี่ฟางรู้ว่าจุดจบของนางคงไม่พ้นความตาย
นางไม่ต้องการย้อมจำนน
นางพึ่งได้รับอิสระภาพและออกมาจากประตูเทพเจ้า…
”มี…”ในที่สุดปี่ฟางก็เริ่มพูด”ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ข้ายังไม่อยากตาย!” ”สมบูรณ์แบบในที่สุดข้าก็มีสัตว์เลี้ยงแล้ว!” ปิงหยางกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นก่อนที่ฟางเจิ้งจือจะแสดงความเห็นใดๆออกมา
ฟางเจิ้งจือตบลงไปที่หัวของปี่ฟางทันที
”ปั้ง!”หัวของนางกระแทกลงกับพื้น ทำให้ท่าทีของนางเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
”เจ้า…เจ้าไม่ได้บอกงั้นรึว่าจะไว้ชีวิตข้า…ทำไมเจ้า…”ปี่ฟางต้องการจะถามแต่พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ไข่มุกอสูรของนางโซ่หลากสีค่อยๆพันรอบไข่มุกอสูรของนาง
”เจ้าน่าจะรู้จักเต๋าแห่งชีวิตหนึ่งในเต๋าแห่งการจุติ!”ฟางเจิ้งจือกล่าวก่อนที่จะยกหัวของปี่ฟางขึ้น “เมื่อเจ้าทรยศปิงหยางเจ้าต้องตาย ถ้าปิงหยางตายเจ้าก็ต้องตายไปด้วย ไม่ว่าอะไรเจ้าต้องอยู่กับนางไปตลอด เข้าใจไหม?”
”…”สีหน้าของปี่ฟางเปลี่ยนไป
เต๋าแห่งชีวิต! มันเป็นเต๋าที่ใช้พันธนาการอสูร
ตอนนี้มันถูกใช้งานกับร่างของนางนางสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของมันและไม่สามารถหลุดพ้นได้
”ข้าเข้าใจแล้วถ้านายของข้ามีชิวิตข้าก็ย่อมมีชีวิต ถ้าเจ้านายของข้าตายข้าเองก็ต้องตกตายตามไปเช่นกัน” ในที่สุดปี่ฟางก็ลดหัวลงไม่คิดจะต่อต้านอีกต่อไป
”อืมตอนนี้เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้า” ฟางเจิ้งจือไม่ได้ตั้งใจจะควบคุมปี่ฟางด้วยวิธีนี้ แต่ปิงหยางยังไม่มีพลังพอที่จะต่อต้านนางได้
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดไม่ให้ปี่ฟางทำร้ายปิงหยาง
”ฮ่าฮ่าสัตว์เลี้ยงของข้าเป็นถึงเทพอสูรเชียวนะ! ต่อจากนี้ไปข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่าฟางน้อย!” ปิงหยางตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
”ฟางน้อย?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกแปลกๆ
”…”ปี่ฟางไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ในใจของนางกำลังก่นด่าปิงหยางอยู่ เทพอสูรเช่นนนางจะพอใจให้ใครมาเรียกว่าฟางน้อยได้ยังไง?
อย่างไรก็ตามนางไม่มีทางเลือก
”พี่เหยียนโปรดปล่อยฟางน้อย”ปิงหยางกระโดดขึ้นไปบนปี่ฟางและลูบขนนางเบาๆ “ช่างเป็นขนที่เรียบเนียน”
”ขอบคุณมากคุณหนู”ปี่ฟางยิ้มอย่างมีความสุข
กลับกันด้านเทพอสูรคนอื่นๆพวกเขากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ฟางเจิ้งจือทำ
ตามมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
ความโกรธเกรี้ยวถึงที่สุด
”โฮก!”
”โฮก!”
”…”
เสียงของพวกมันดังก้องไปทั่วภูเขา