Gate of God - ตอนที่ 1109 ฉวยโอกาส
ตอนที่ 1109 ฉวยโอกาส
จูเหยียนและไป่เจ๋อตายติดๆกันไข่มุกอสูรของพวกมันก็ถูกฟางเจิ้งจือกินเข้าไป
ปี่ฟางก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของปิงหยาง
เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีเทพอสูรตนไหนคิดว่าจะได้เห็นฉากแบบนี้กับตาตัวเอง
มันทำให้เหล่าเทพอสูรรู้สึกโกรธเกรี้ยวมากยิ่งขึ้น
พวกมันรู้สึกอย่างชัดเจนว่า’ศัตรู’ของพวกมันนั้นโหดร้ายแค่ไหนหากพวกมันยังคงต่อสู้เพื่อตัวเองคงมีจุดจบไม่ต่างไปจากจูเหยียนและไป่เจ๋อ
ตายหรือกลายเป็นสัตว์เลี้ยง
พวกมันไม่ต้องการมีจุดจบเช่นนี้
พวกมันล้วนคำรามออกมาแต่ไม่มีใครกล้าทำตัวให้โดดเด่นเกินไปนัก
มันเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พวกมันรู้ว่าควรจะรวมพลังกันแต่ก็ยังคงหวาดระแวงว่าอสูรตนอื่นจะคิดเหมือนกันไหม
”เหล่าผู้อาวุโสอย่าพึ่งหงุดหงิดไปข้าได้กล่าวไปแล้วว่าขอเพียงครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้าเท่านั้น พวกท่านสามารถเลือกได้ว่าจะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเราหรือฝั่งตรงข้าม” ฟางเจิ้งจือเมินเฉยต่อเสียงคำรามของเหล่าอสูรที่โกรธเกรี้ยวและชี้นิ้วลงไปบนผืนดิน
มีเทพอสูรมากกว่าสี่สิบตนและอสูรมากกว่าครึ่งอยู่ในดินแดนฝั่งฟางเจิ้งจือใช้ดาบแสงลากเส้นแบ่งเอาไว้
”…”
ทั่วพื้นที่มีแต่ความเงียบ
แม้ว่าพวกที่ยืนอยู่อีกฝั่งจะรู้สึกโกรธแต่พวกเขาก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องตัดสินใจในตอนนี้
ในขณะเดียวกันพวกที่ยืนอยู่บนฝั่งของฟางเจิ้งจือ… ท่าทีของพวกเขาล้วนเปลี่ยนไป
หากพวกมันไม่จากไปในตอนนี้ก็หมายถึงยอมแพ้และหวาดกลัวต่อมนุษย์อย่างไรก็ตามถ้าพวกเขาไม่เคลื่อนไหวก็จำเป็นที่จะต้องสู้กับมนุษย์….
พวกมันควรต่อสู้หรือเคลื่อนไหว?
พวกมันไม่สามารถตัดสินใจได้
”พวกมนุษย์อย่าได้เหิมเกริมไปนัก!”ในที่สุดเทพอสูรตนหนึ่งก็ตะโกนออกมา
ร่างของมันนั้นคล้ายกับเสือดาวมีเขาหนึ่งเขาและหางห้าหางกล้ามเนื้อของมันดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
เจิ้งเทพอสูรโบราณ
มันเป็นอสูรที่มีความคล่องแคล่วว่องไวเป็นอย่างมากยิ่งไปกว่านั้นเขาของมันนั้นยังมีพลังโจมตีอย่างรุนแรง
”ดูเหมือนเจ้าต้องการตาย?”ฟางเจิ้งจือก้าวไปข้างหน้าสองก้าวพร้อมกับดาบในมือ
”…”ท่าทีของเจิ้งเปลี่ยนไปในฐานะเทพอสูรโบราณมันเป็นครั้งแรกที่เขาถูกข่มขู่โดยมนุษย์
ร่างของมันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเมื่อมองไปที่ใบดาบสีม่วง
เพราะเขาสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของฟางเจิ้งจือ
มนุษย์คนนี้…
โอหังเกินไปนั้น
เจิ้งรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยแต่มันไม่สามารถเอาชนะฟางเจิ้งจือและมุนษย์อีกสามคนที่เหลือได้
อย่างไรก็ตามมันยังคงเป็นเทพอสูรโบราณ
มันไม่ต้องการหลบหนี
”พวกเรามีเทพอสูรมากกว่าสี่สิบตนยู่บนดินแดนฝั่งนี้ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าสามารถสู้กับพวกเราทุกคนได้จริงๆ!” เจิ้งตะโกนออกไปด้วยความกล้าหาญ
มันกำลังเดิมพัน เดิมพันว่าเทพอสูรที่อยู่ๆรอบๆจะไม่ยอมให้มนุษย์มาคุกคามเดินพันว่าเทพอสูรตนอื่นก็กำลังโกรธอยู่เช่นกัน
โชคดีที่มันเป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้
”โฮก!”
”พวกเจ้าเพียงไม่กี่คนกล้ายึดดินแดนเทพเจ้าไปได้เช่นไร?ฝันไปเถอะ!”
”ถ้าอยากตายมากก็ลองมาไล่พวกเราออกไปดูสิ!”
”…”
เทพอสูรรวมตัวกันเป็นพันธมิตรอย่างรวดเร็ว
มันทำให้เจิ้งชูหัวขึ้นด้วยความหยิ่งผยอง
ขณะเดียวกันอสูรร้ายทั้งสามมองหน้ากัน
ฉงฉีได้ผลไม้มาแล้วพลังของมันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันเต๋าวูเองก็ได้ผลไม้เช่นกัน
ในพวกมันสามตนมีเพียงฮุนตุ๋นเท่านั้นกำลังหิวกระหาย
อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องบังเอิญอย่างยิ่งที่ฮุนตุ๋นอยู่อีกฝั่งของดาบแสง
”โฮก”ฮุนตุ๋นคำรามและมองไปที่ฉงฉีเป็นเชิงขอสัญญานเพื่อโจมตี
ฉงฉีเหลือบมองฮุนตุ๋นหลังจากผ่านไปชั่วครู่มันก็ส่ายหัวและชี้ไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล
ฮุนตุ๋นเหลือบมองจากนั้นดวงตาของมันก็สว่างขึ้นทันที
ในฐานะหนึ่งในสี่อสูรร้ายจากยุคโบราณมันมีความไวต่อพลังานเป็นอย่างมากและมันสามารถสัมผัสได้ถึงความพิเศษของสถานที่แห่งนั้น
มันมีกลิ่นหอมอันเข้มข้น
ในเมื่อดอกไม้ต้นไม้ ผลไม้ จะเติบโตขึ้นไปบริเวณนั้น…
ทำไมพวกมันต้องมาแย่งชิงผลไม้กับคนอื่นด้วย
ฮุนตุ๋นคำรามพร้อมกับเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งนั้นอย่างช้าๆรอให้ผลไม้ปรากฎขึ้น
พ่อมดทั้งสิบสองเห็นการกระทำนี้
โดยเฉพาะหงโหย่ว
เขาเองก็ได้รับผลไม้แล้วเช่นกันและพลังกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่เผ่าอสูรที่จะไว้ต่อพลังงาน
แต่เขาฉลาดพอ
เขารู้ว่าใครจะตามไปกินผลไม้
”พี่ใหญ่ฮุนตุ๋นกำลังเดินไปทางนั้น” หนึ่งในสิบสองพ่อมดกล่าวออกมาเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของฮุนตุ๋น
”อืมเตรียมไปทางนั้น” หงโหย่วพยักหน้า
พูดตรงๆแล้วผลไม้ที่เขาได้มานั้นเกิดจากทิศทางที่พวกอสูรร้ายทั้งสามตรงไป
พ่อมดทั้งสิบสองรวมพลังเพื่อจัดการเต๋าวูและฮุนตุ๋น
หงโหย่วต่อยฮุนตุ๋นและแย่งผลไม้มาจากมันอย่างไรก็ตามโชคร้ายที่ผลไม้อีกลูกปรากฎขึ้นและเป็นเต๋าวูที่กินมันไป มันทั้งเจ้าเล่ห์และชาญฉลาดยากที่ใครจะต่อกรได้
แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นตอนที่ฟางเจิ้งจือตกลงไปด้านล่าง
สถานการณ์ระหว่างอสูรร้ายทั้งสามและสิบสองพ่อมดนั้นกำลังอยู่ในความตึงเครียด
”ไม่รู้ว่าพวกมันจะวางแผนอะไรไว้อีก”
”ไม่สำคัญตราบใดที่พวกเราสามารถรั้งฮุนตุ๋นไว้ได้จนถึงตอนที่ผลไม้ปรากฎขึ้นมันจะต้องกลายเป็นของพวกเราแน่นอน!” ดวงตาของหงโหย่วสว่างขึ้น
หลังจากกินผลไม้เขารู้ได้ว่าแหล่งพลังเทพเจ้ามีบางอย่างที่พิเศษออกไป
เขาไม่สามารถกินมันจำนวนมากโดยไม่ควบคุมได้
เหมือนกับยาบำรุงยาบำรุงอาจจะช่วยพัฒนาร่างกายแต่ถ้ากินมากเกินไปอาจจะทำให้พลังเอ่อล้นจนร่างกายระเบิดได้
หงโหย่วเข้าใจเรื่องนี้ได้ แม้แต่ซวนหยวนห้าหรือจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือก็รู้เรื่องนี้ดีรวมถึงฉงฉี พวกเขาจึงเลิกแย่งชิงผลไม้
แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่หนีไปจากที่แห่งนี้…
แหล่งพลังเทพเจ้านั้นคือโอกาส!นอกจากผลไม้แลวมันอาจจะมีอย่างอื่นอยู่ก็ได้
นั่นคือเหตุผลที่ซวนหยวนห้าทำข้อตกลงกับฟางเจิ้งจือว่าจะปกป้องพวกวู่จวี้เอ๋อเป็นเวลาสองชั่วโมง
ซวนหยวนห้าเองก็อยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ใต้ภูเขาสวรรค์
มีผลไม้อีก?
ไม่!
ซวนหยวนห้ามั่นใจว่าจะต้องมีอย่างอื่นอยู่อีกแน่นอนไม่เช่นนั้นฟางเจิ้งจือคงไม่ต้องการครอบครองครึ่งหนึ่งของดินแดนเทพเจ้า
… ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าทุกคนสามารถกินผลไม้ได้เพียงแค่หนึ่งผล
ดังนั้นเขาเลยไม่รู้ว่าซวนหยวนห้าและคนอื่นๆคิดเช่นไร
ที่เขาแบ่งครึ่งดินแดนก็เพื่อต่อรอง
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจะมีอไรผิดพลาดด้วยความสามารถของพวกเขาและฉือกูเหยียนการหลบหนีไม่ใช่ปัญหา…
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าต้องการยั่วโมโหพวกมันทั้งหมดเลยงั้นรึ?” ปิงหยางเคลื่อนตัวไปใกล้ฟางเจิ้งจือและถามออกมาเบาๆ
”อืม”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”งั้นเราต้องสู้กับพวกมันทั้งหมดในคราวเดียวงั้นหรือ?”ปิงหยางมั่นใจแต่หลังสู้กับจูเหยียน นางรู้สึกว่ามันบ้าบอที่จะต้องสู้กับปีศาจและอสูรทั้งหมดในคราวเดียว
”ข้าไม่ได้โง่”ฟางเจิ้งจือส่ายหน้า
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ฟางเจิ้งจือและปิงหยางจะสามารถเอาชนะเทพอสูรทั้งหมดได้หรือไม่เขาไม่มีทางทำเรื่องที่ทำให้มือที่สามฉวยผลประโยชน์ไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับสิบสองพ่อมดและอสูรร้ายทั้งสาม
หากเขาต้องสูกับพวกนั้นทั้งหมดในครั้งเดียวผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมชัดเจน
”งั้นพวกเราควรทำยังไง?”ปิงหยางยังคงถามต่อไปด้วยความกังวล
ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวแค่มองไปที่ฟางเจิ้งจือเงียบๆพวกเขาต่างจากปิงหยางที่ถามฟางเจิ้งจือออกมาตรงๆ
”พี่เหยียนท่านมีความคิดดีๆบ้างไหม?”ปิงหยางเชื่อใจฉือกูเหยียนและหันไปถามนางหลังจากเห็นท่าทีของฟางเจิ้งจือ
”ให้เขาจัดการ”ฉือกูเหยียนส่ายหัว
”แต่ว่า…”
ปิงหยางกำลังจะพูดต่อแต่พบว่าฟางเจิ้งจือเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเขาก้าวไปข้างสองก้าวจนเกือบจะถึงตัวของเจิ้ง
ปิงหยางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ หรือฟางเจิ้งจือจะมีแผนดีๆแล้ว?
ทันใดนั้นปิงหยางเห็นฟางเจิ้งจือยกมือข้างหนึ่งขึ้นและชูนิ้วกลางใส่เจิ้ง
มันทำให้เจิ้งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นเสียงหายใจของมันหนักขึ้นเรื่อยๆ
”เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”เจิ้งมองฟางเจิ้งจือด้วยท่าทีอันดุร้ายแต่มันยังมีสติพอที่จะไม่พุ่งเข้าไปในตอนนี้เพราะแม้อสูรตัวอื่นจะสนับสนุนมัน แต่ถ้าพุ่งเข้าไปคนเดียวก็เท่ากับรนหาที่ตาย
”ข้าไม่รู้ว่าข้ากำลังรนหาที่ตายหรือเปล่าแต่ถ้าเจ้าไม่ออกไปจากดินแดนของข้า มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้นรออยู่”
”ทางเลือก?”
”หนึ่งคือสู้แต่พวกเราจะแพ้ทั้งสองฝ่ายและปล่อยให้มือที่สามได้ประโยชน์ไป”
เจิ้งนิ่งเงียบเพราะฟางเจิ้งจือกำลังพูดความจริง
แม้เทพอสูรทุกตัวจะสนับสนุนเจิ้งแต่จะมีสักกี่ตนที่ตั้งใจจะสู้อย่างเต็มที่
แหล่งพลังเทพเจ้านั้นพร้อมจะมีโอกาสดีๆปรากฎขึ้นตลอดเวลา
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดจะสร้างศัตรู
ถ้าฟางเจิ้งจือไม่หยิ่งผยองจนเกินไปและกล้าขอครึ่งหนึ่งของดินแดนเทพเจ้าพวกเขาคงไม่คิดจะสู้กับฟางเจิ้งจือ
”ตัวเลือกที่สองคืออะไร?”เจิ้งถามออกมาอีกครั้งหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
”การเจรจาต่อรองเนื่องจากเจ้าเป็นตัวแทนของเทพอสูร เจ้าสามารถเจรจากับข้าได้ มั่นใจได้ว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้า มีเทพอสูรมากมายเฝ้าดูอยู่ และข้าเองก็เป็นสุภาพบุรุษพอไม่หลอกลวงเจ้าแน่นอน”
”พวกเราคุยกันที่นี่ไม่ได้งั้นรึ?”เจิ้งรู้สึกสับสนมาก
”มีข้อตกลงบางอย่างที่ไม่สามารถพูดคุยกันได้ที่นี่เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าหมายถึงอะไร” ฟางเจิ้งจือเหยียดยิ้ม ”ข้าไม่มีทางตกหลุมพรางของเจ้าหรอกพวกเราจะคุยกันที่นี่” เจิ้งมองไปรอบๆและสบถออกมา
พวกเขาเป็นเทพอสูรไม่ใช่คนโง่
”เจ้าไม่ตกลงงั้นหรือ?น่าเศร้า งั้นพวกเราก็รอต่อไป” ฟางเจิ้งจือโบกมือ จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังพื้นที่หนึ่ง “ว้าวดูตรงนั้นสิ พวกเขากำลังจะแย่งชิงบางอย่างกันแล้ว!”
”อะไรนะ?!”
”…”
เจิ้งและเทพอสูรตนอื่นหันกลับไปมองและพบว่าเทพอสูรบางตนได้กินดอกไม้ไปแล้วนอกจากนั้นยังมีแสงบางอย่างที่ค่อยๆปรากฎ
ผลไม้!
”วิธีที่ดีที่สุดคือการเจรจาน่าเศร้าที่พวกเราต้องรอ” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”งั้นทำไมเจ้าไม่มาฝั่งพวกเรา?”เจิ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมา ”มีอสูรร้ายจำนวนมากอยู่ฝั่งของเจ้า…ข้าจะป้องกันตัวเองได้ยังไง?ต่างจากเจ้าที่แข็งแกร่งและมีเทพอสูรจำนวนมากหนุนหลัง”
”ได้ข้าจะลองเชื่อเจ้าสักครู่!” ในที่สุดเจิ้งก็พยักหน้า