Gate of God - ตอนที่ 1110 โง่เกินไป
ตอนที่1110 โง่เกินไป
อย่างที่ฟางเจิ้งจือพูดเจิ้งเป็นอสูรที่มั่นใจในความเร็วของตัวเองมาก ยิ่งไปกว่านั้นมีเทพอสูรนับร้อยที่อยู่ด้านหลังของเขา
เจิ้งเชื่อว่าถ้าฟางเจิ้งจือคิดโจมตีเขาในตอนนี้ เหล่าเทพอสูรคงไม่อยู่เฉยและไล่ฆ่าฟางเจิ้งจือย่างแน่นอน
เจิ้งสงบใจลงและกระโจนเข้าหาฟางเจิ้งจือด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า
มันคือการแสดงพลังของเขา
มันคือสัญญาณบอกฟางเจิ้งจือว่ามันรวดเร็วแค่ไหนและถ้าฟางเจิ้งจือกล้าโจมตี เขาต้องรับผลที่ตามมา
”เอาล่ะเจ้ามีข้อเสนออะไร?”เจิ้งหยุดอยู่ด้านหน้าฟางเจิ้งจือห้าก้าวและถามขึ้นอย่างระวัง
”ง่ายมากออกไปจากดินแดนที่ข้าแบ่งไว้แล้วข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้า”ฟางเจิ้งจือตอบอย่างเยือกเย็น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาพูดทำให้เจิ้งตกตะลึง
ออกจากดินแดน?
ข้อเสนออะไรกัน?
ถ้าเหล่าเทพอสูรยินดีที่จะออกไปพวกเขายังต้องเจรจาอะไรกันอีก?
”เจ้ามนุษย์เจ้าล้อข้าเล่นงั้นเหรอ?”เจิ้งไม่พอใจและมองฟางเจิ้งจือด้วยความเย็นชา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
”ไม่พวกข้าต้องการพื้นที่ครึ่งหนึ่งของดินแดนทั้งหมด เจ้ามีอะไรจะเสนอก็บอกมา นี่คือการเจรจา!”ฟางเจิ้งจือยิ้ม
”ฮึ่มเจ้าต้องการพื้นที่ครึ่งหนึ่งของดินแดน นั่นเป็นไปไม่ได้! ไม่มีอะไรต้องเจรจากันอีก พวกเราจะจัดการทั้งหมดเอง!”เจิ้งหยุดพูดกับฟางเจิ้งจือ ในขณะที่เขาตระหนักถึงกลิ่นที่ลอยโชยออกมาจากดินแดนส่วนนั้น
เขาเดาได้เลยว่าผลไม้จะปรากฎขึ้นในไม่ช้า
”เอาล่ะในเมื่อเจ้าพูดแบบนั้น …งั้นพวกเราจะตามหลังเจ้าไป”ฟางเจิ้งจือยักไหล่และทำหน้าเฉยเมย
”เจ้า…”ในที่สุดเจิ้งก็เข้าใจเจตนาของฟางเจิ้งจือ
เขาต้องการตามหลังเหล่าอสูรและฉวยโอกาสขณะที่ทุกคนกำลังแย่งชิงดอกไม้
”งั้นเริ่มเจรจากันอีกครั้งไหม?”รอยยิ้มของฟางเจิ้งจือปรากฎขึ้นอย่างสดใส
”เจ้าต้องการอะไร?มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ดินแดนครึ่งหนึ่งกับเจ้า ข้าและเหล่าเทพอสูรไม่ยอมออกไปอย่างแน่นอน”เจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธมาก
”ถ้าเช่นนั้นเรามาพูดถึงสิ่งที่เจ้าสามารถทำได้…”
”อะไรนะ?”
ฟุ่บ!
บางสิ่งห่อหุ้มร่างของเจิ้งและพวกของฟางเจิ้งจือในทันทีสีหน้าของเจิ้งเปลี่ยนไปและเตรียมจะหันหนี
”วางใจเถอะมันเป็นเพียงสิ่งที่เขตแดนที่กั้นเสียงได้ ข้าบอกแล้วว่าข้าสุภาพบุรุษพอ” ฟางเจิ้งจือยื่นมือข้างหนึ่งออกมาเพื่อส่งสัญญาณบอกเจิ้งว่าไม่ต้องกังวล
”ปิดกั้นเสียง?”เจิ้งสัมผัสที่เขตแดนนั้นด้วยกรงเล็บก่อนที่จะสงบใจลง
”เอาล่ะเรามาพูดถึงข้อเสนอกันเถอะ เจ้าจะยอมมอบครึ่งหนึ่งของดินแดนให้กับข้าได้หรือไม่?”
”เป็นไปไม่ได้!”เจิ้งปฏิเสธโดยไม่ลังเล
”อย่ารีบร้อนนักลองคิดดูว่าหากเจ้ายอมรับข้อเสนอ พวกเราสามารถช่วยเจ้าชิงผลไม้ได้ คิดว่ายังไง?”
”พยายามหลอกล่อข้างั้นหรือ?ข้าไม่ยอมรับหรอก!”
”จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเจ้าจะทำหรือไม่ทำเป็นเรื่องของพวกเรา ตอนนี้ผลไม้ปรากฎขึ้นมาแล้ว เจ้าจะยอมทิ้งโอกาสนี้ไปงั้นหรือ?”
”นั่นมัน…”เจิ้งลังเล
เขารู้ดีว่าด้วยพลังของเขาเขาไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับอสูรโบราณทั้งสามและสิบสองพ่อมดได้
เขาต้องพึ่งโชคเท่านั้น
อย่างไรก็ตามผลไม้จะส่งกลิ่นของมันก่อนที่จะปรากฎขึ้นมานั่นหมายความว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไปถึงมันทันเวลา
อย่างไรก็ตามถ้าให้ฟางเจิ้งจือและพวกของเขาช่วย…
ผลลัพธ์จะต่างกันโดยสิ้นเชิง
เจิ้งเห็นความสามารถของฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆแล้วพวกเขาสังหารจูเหยียน ไป่เจ๋อและทำให้ปี่ฟางยอมจำนนได้ รวมไปถึงสามารถต่อกรกับอสูรร้ายโบราณทั้งสามและสิบสองพ่อมดได้ด้วย
โอกาสดีๆกำลังเข้ามาหาเขา? แต่เขาไม่เชื่อ
เขารู้สึกว่าต้องมีบางอย่างเบื้องหลังเพราะการร่วมมือกันจะเกิดขึ้นเมื่อได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
”ฮึ่มข้าไม่เชื่อ พวกเราไม่ได้มีเป้าหมายเหมือนกัน ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้า?”เจิ้งตอบอย่างเย็นชาและเลือกที่จะไม่ช่วยฟางเจิ้งจือ
”มันก็แล้วแต่เจ้า…ว่าจะร่วมมือหรือไม่”ฟางเจิ้งจือพูดต่ออย่างไม่แปลกใจ
”แล้วแต่เข้า?”
”แน่นอนข้าให้ผลไม้กับเจ้าแลกกับครึ่งหนึ่งของดินแดน มันไม่ปกติงั้นหรือ?”
”ฮ่าฮ่า…”เจิ้งหัวเราะและมองไปที่ฟางเจิ้งจือด้วยความสงสัย “ฟางเจิ้งจือเจ้าคิดจริงๆหรือว่าเหล่าเทพอสูรจะยอมฟังข้า?”
”เจ้าจะบอกว่าพวกเขาไม่ให้ข้าเจ้างั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือประหลาดใจเล็กน้อย
”ไร้สาระ!”เจิ้งตะโกน
”โอ้ะถ้าเป็นเช่นนั้นก็มีทางออกเดียวเท่านั้น”
”อะไร?”
”เราจะให้ผลไม้กับเจ้าและเมื่อพลังของเจ้าเพิ่มขึ้นพวกเราจะควบคุมพวกเขาด้วยกัน นั่นจะทำให้เหล่าเทพอสูรเชื่อฟังเจ้า!”
”หื้ม?!”ท่าทีของเจิ้งเปลี่ยนไป
มันเป็นข้อเสนอที่ดีราวกับอาหารฟรีที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า
ข้อตกลงนี้ยอดเยี่ยมมาก
ช่วยให้เขาได้ผลไม้ก่อน?
เจิ้งกำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมากแม้เขาจะไม่เชื่อใจฟางเจิ้งจือแต่ข้อเสนอนั้นมันช่างน่าเย้ายวนเกินไป
มันเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมของเขา
ถ้าพลาดไปแล้วใช่ว่าเขาจะมีโอกาสดีๆแบบนี้อีก
ราวกับคนยากจนที่เห็นทองคำมาวางอยู่ตรงหน้า ”หากเจ้าไม่ยอมรับข้อตกลงนี้พวกเราก็คงไม่มีทางเลือกต้องสู้กัน ไม่ต้องคิดจะต่อรองกับข้า ข้าเพียงต้องการครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้า ถ้าเจ้าช่วยข้า ข้าจะช่วยเจ้าชิงผลไม้มาแน่นอน” ฟางเจิ้งจือส่ายหัวด้วยความผิดหวังเมื่อเห็นเจิ้งนิ่งเงียบ
”ได้!”เจิ้งตะโกนออกมา
”โอ้?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกประหลาดใจ
”ถ้าเจ้าสามารถช่วยให้ข้าเอาผลไม้มาได้ข้าจะช่วยทำให้เจ้าได้ครึ่งหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ อย่างไรก็ตามข้าสามารถพูดได้แค่ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ ข้าไม่มีคำสัญญาใดๆให้เจ้า” เจิ้งกัดฟันแน่น จากนั้นเขาก็กล่าวเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้ฟางเจิ้งจือผิดสัญญา “หลังจากที่เจ้าได้ครอบครองครึ่งหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ พวกเจ้าจะได้รับผลไม้มากกว่าหนึ่งผล สุดท้ายพวกเจ้าจะกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด”
”ฮ่าฮ่างั้นนี่คือข้อตกลงของเจ้า?”
”ใช่แล้ว!”เจิ้งยืนยัน ”ในเมื่อพวกเราพอใจกันทั้งสองฝ่ายเจ้าไม่คิดจะแสดงความจริงใจให้พวกเราเห็นหน่อยหรือ?” ฟางเจิ้งจือยื่นมือไปหาเจิ้ง
”ความจริงใจ?ความจริงใจอะไร?” เจิ้งมองไปที่มือของฟางเจิ้งจือและต้องการก้าวไปข้าง แต่เขาเลือกที่จะหยุดนิ่ง
เขาระวังตัวมาก
แม้ว่าสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูดจะฟังดูดีมากแต่เจิ้งก็ไม่เชื่อเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีแผนเป็นของตัวเองนั่นคือรอให้ฟางเจิ้งจือและคนอื่นช่วยให้เขาได้ผลไม้มาจากนั้นเขาก็จะทรยศพวกมันซะ!
”แผนแผนที่ทำให้พวกเราได้ครึ่งหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ไงละ อย่าบอกนะว่าเจ้ายังไม่มีแผน?” ฟางเจิ้งจือถอนมือออก แต่ไม่ได้มีท่าทีโกรธเกรี้ยวอะไร
”พูดถึงแผน…ข้าต้องมีแล้วแน่นอน!”เจิ้งตัวแข็งค้าง ก่อนที่มันจะพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
”งั้นแบ่งให้ข้ารู้หน่อยได้ไหม?”ฟางเจิ้งจือกล่าว
”อืม…”เจิ้งไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้น แต่เขาต้องสร้างแผนขึ้นมาเพื่อหลอกฟางเจิ้งจือ “ข้าจะออกไปเจรจากับพวกของข้า เจ้าจะได้ครึ่งหนึ่งของครึ่งหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ พวกนั้นต้องตกลงแน่นอน”
”เจ้าหมายความว่าข้าจะได้ดินแดนเพียงหนึ่งในสี่?”
”อย่ากังวลไปเจ้าแค่เอาหนึ่งในสี่ไปก่อน หลังจากเจ้าช่วยให้พวกเราได้ผลไม้ พวกเราจะช่วยเจ้าสู้เอง!”
”เจ้ากำลังโกหกหรือเปล่า?”
”ไม่มีทาง!”เจิ้งเอามือตบหน้าอกด้วยความมั่นใจ
”ถ้าอย่างนั้นบอกข้าเรื่องหนึ่ง”
”อะไรงั้นรึ?”
”เทพอสูรตนไหนที่เจ้าจะจัดการเป็นตัวแรกหลังจากที่ได้ผลไม้?”
”เรื่องนี้…”เจิ้งไม่เข้าใจเป้าหมายของคำถามนี้แต่เขาก็ยังหันไปมองเหล่าเทพอสูรด้วยสายตาอันเย็นชา “คุนเผิง เขาแข็งแกร่งมากสามารถสู้กับเทพอสูรสามตัวได้พร้อมกัน เขาบินได้ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะจับตัว แต่ถ้าข้าลอบโจมตีจากด้านล่างพร้อมกับความช่วยเหลือของเจ้า ข้ามั่นใจมากว่าจะสามารถฆ่าเข้าได้!”
”ไม่เลวแล้วเจ้าจะจัดการใครต่อ?” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”จากนั้นก็เป็นเฮยคานเขามีพลังและดื้อรั้นมาก ถ้าเขาไม่ตายก็ยากที่พวกเจ้าจะได้ครึ่งหนึ่งของดินแดนเทพเจ้า ดังนั้นพวกเราต้องฆ่าเขาเพื่อไม่ให้เทพอสูรตัวอื่นต่อต้าน” เจิ้งกล่าวอย่างใจเย็น
”เยี่ยมมากข้าเลือกไม่ผิดจริงๆ งั้นพวกเรามาร่วมมือกันเถอะ” ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างพอใจและยื่นมือขวาออกไป
”ใช่แล้ว…พวกเราต้องร่วมมือกัน”เจิ้งยิ้มอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่หยุดนิ่งแต่ยื่นกรงเล็บขวาออกไปเพื่อจับมือกับฟางเจิ้งจือ
เจิ้งกำลังมีความสุขมาก
มีคนกล่าวไว้ว่ามนุษย์นั้นเจ้าเล่ห์แต่ชายตรงหน้าเขากลับโง่เง่ามาก ต่อให้แข็งแกร่งแล้วยังไง? ฟางเจิ้งจือคิดว่าเขาจะยอมช่วยหลังจากได้ผลไม้ไปงั้นรึ?
คงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อ!
ขณะที่เจิ้งกำลังคิดอยู่นั้นเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ถูกปล่อยออกมาจากมือที่เขาจับ ราวกับโลหะที่รั้งกรงเล็บของเขาเอาไว้
มันทำให้การแสดงออกของเจิ้งเปลี่ยนไป…
ไม่!
นี่มันกับดัก!
เจิ้งไม่เข้าใจว่าทำไม่ถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นนอกจากนี้เขายังไม่รู้ว่าทำไมฟางเจิ้งจือถึงผิดคำพูด
อย่างไรก็ตามด้วยสังหรณ์บางอย่างทำให้ร่างของมันหนาวสั่น ผู้คนรอบๆฟางเจิ้งจือเช่นฉือกูเหยียน เหยียนซิวและปี่ฟางเคลื่อนไหว
มนุษย์สี่คนอสูรอีกหนึ่งตัวล้อมรอบเขาเอาไว้ทุกทิศทาง
”เจ้า…ฟางเจิ้งจือเจ้าต้องการอะไร?!”เจิ้งตกใจและโกรธมาก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาต้องการจะหนีแต่ไม่สามารถทำได้
”เหยียนซิวเจ้าต้องการสัตว์เลี้ยงด้วยหรือไม่?”ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างสดใสและหันไปถามเหยียนซิว
”สัตว์เลี้ยง?!เจ้า…แม้เสียงจะถูกปิดกั้นแต่เทพอสูรไม่มีทางทิ้งข้าแน่นอน!” เจิ้งกังวลมาก
แต่เขาก็ต้องเสี่ยงมีเทพอสูรอยู่ด้านหลังเขานับร้อย เขาไม่เชื่อว่าฟางเจิ้งจือจะกล้าทำให้เขากลายเป็นสัตว์เลี้ยงในตอนนี้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เจิ้งแปลกใจคือ…
เหยียนซิวส่ายหัวและกล่าวออกมา”ไม่เจ้านี่โง่เกินไป”
”โง่เกินไป…”
”โง่…”
เสียงของเหยียนซิวดังก้องไปในอากาศ
ท่าทีของเจิ้งเปลี่ยนไป
เขาหันไปด้านหลังเขตแดนป้องกันกันเสียงได้หายไป เทพอสูรทั้งหมดกำลังจ้องมองมาที่มันอย่างเย็นชา
ทำไมแขตแดนป้องกันเสียงถึงหายไป…
มันเกิดขึ้นตอนไหน?!
”มันหายไปตอนที่เจ้าพูดแผนของเจ้าออกมา!”ปิงหยางลูบหัวของปี่ฟางและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
”อะไรนะ?!ตอนที่…” เจิ้งหน้าซีด
เขาคิดว่าตัวเองระมัดระวังมากแต่สุดท้ายกลับพบว่าตัวเองเดินเข้าไปในกับดัก
”ฆ่าข้าก่อนลอบโจมตี? ไม่เลวเลยเจิ้ง!” เสียงอันแหลมคมดังมาจากฝั่งเทพอสูร มันเป็นนกร่างยักษ์ที่มีปีกสีทองสามารถบดบังได้ทั้งท้องฟ้า
คุนเผิง!
นับได้ว่าเป็นเทพอสูรที่ทรงพลังและรวดเร็วเป็นที่สุดมันเร็วเกือบจะเท่ากับสี่อสูรร้ายโบราณ ความสามารถของมันก็แทบจะเทียบได้กับซวนหยวนห้า
หลังจากคุนเผิงกล่าวจบก็มีเทพอสูรอีกตนหนึ่งเดินออกมา
มันเป็นอสูรร่างยักษ์ที่เต็มไปด้วยขนสีเงินรูปร่างคล้ายเสือมันมองเจิ้งเงียบๆด้วยดวงตาสีฟ้าของมัน
”ข้าเฮยคานเชื่อใจและดูแลเจ้าราวกับเป็นพี่น้องแต่เจ้ากลับต้องการจะฆ่าข้าต่อจากคุนเผิง?” เฮยคานเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย