Gate of God - ตอนที่ 1113 สัญญาแลกเปลี่ยน
ตอนที่ 1113 สัญญาแลกเปลี่ยน
”หยุนชิงวู?!”
”ทำไมธิดาอสูรและปีศาจถึงอยู่ที่นี่ได้?”
”…”
จักรพรรดิจากทั้งสามอาณาจักรล้วนแปลกใจเมื่อเห็นหยุนชิงวูยิ่งไปกว่านั้นทำไมนางถึงเดินออกมาจากหลังวู่จวี้เอ๋อ
วู่จวี้เอ๋อนั้นเข้าใจความคิดของจักรพรรดิทั้งสามดีนางจึงกล่าวออกมาเรียบๆ
”ตอนนี้นางเป็นคนรับใช้ของพวกเรานางไม่ได้อยู่ฝั่งอสูรและปีศาจอีกต่อไป”
”อ้อข้าเข้าใจแล้ว”
”นางเป็นคนรับใช้…”
”…”
จักรพรรดิทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมหยุนชิงวูถึงขัดพวกเขา การแสดงออกของหยุนชิงวูไม่ได้เปลี่ยนไปนางยังคงเดินออกมาอย่างนิ่งสงบ
”ฟางเจิ้งจือเจ้าไม่อยากรู้งั้นหรือว่าแผนที่สู่สวรรค์ชิ้นที่เหลือนั้นอยู่ไหน?”
”หืม?!”ฟางเจิ้งจือตอบสนองต่อสิ่งที่นางพูดทันที เฉียนยู่และหลินมู่ไป่เคยกล่าวไว้ว่าศิลาเซียนหรือแผนที่สู่สวรรค์นั้นหายไปและกระจายไปทั่วทั้งสี่อาณาจักรและดินแดนศักดิ์สิทธิ์
”ถ้าเจ้าเชื่อข้าเจ้าสามารถถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้” หยุนชิงวูไม่ได้กล่าวอะไรอีกและถอยกลับไปด้านหลังวู่จวี้เอ๋อ
ฟางเจิ้งจือหัวเราะออกมาอย่างยินดี
ไม่มีใครคาดคิดว่าหยุนชิงวูจะมีข้อมูลที่มีค่าเช่นนี้อยู่อีก
ความหมายของสิ่งที่นางพูดคือแผนที่สู่สวรรค์ชิ้นที่เหลืออยู่กับทั้งสามอาณาจักร
”ข้าฟางเจิ้งจือองค์ชายคังแห่งอาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่ ยินดีที่ได้พบฝ่าบาททั้งสามแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ อาณาจักรนักรบสูงสุดและอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์!” ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมาด้วยใบหน้าอันสดใส
”…”
”…”
จักรพรรดิทั้งสามตัวแข็งค้างไปในทันที
พวกเขาไม่ได้ยินสิ่งที่หยุนชิงวูพูดเพราะดูเหมือนว่านางจะสร้างเขตแดนป้องกันเสียงกันเอาไว้
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาเห็นรอยยิ้มของฟางเจิ้งจือพวกเขารู้สึกกระอักกระอวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปีศาจร้ายหยุนชิงวูคุยอะไรกับฟางเจิ้งจือ?
พวกเขาหวาดกลัวจนรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวพวกเขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฟางเจิ้งจือมามากมาย
โดยเฉพาะความไร้ยางอายของเขา!
”เอ่อ…องค์ชายคังแม้ข้าจะเป็นจักรพรรดิแต่ข้าก็ไม่กล้ารับคำทักทายของท่าน” หน้าผากของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์เต็มไปด้วยเหงื่อ
”ใช่แล้วองค์ชายคัง…”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดกล่าวอย่างสุภาพ
”ท่านไม่กล้ารับคำทักทายของข้างั้นหรือ?แต่ที่พวกท่านกล่าวออกมาเช่นนั้นก็เท่ากับยอมรับแล้วไม่ใช่งั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือยิ้มพร้อมถือดาบไร้ร่องรอยเอาไว้ในมือ
”…”
”…”
จักรพรรดิทั้งสามตัวสั่น
’เจ้าเป็นคนที่อยากจะทักทายพวกเราแต่ตอนนี้กลับมากล่าวหาว่าพวกเราเป็นคนยอมรับคำทักทายแต่โดยดีงั้นเหรอ?’
จักรพรรดิทั้งสามมองหน้ากันแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอยู่ดี
ฟางเจิ้งจือสามารถบอกได้ว่าจักรพรรดิทั้งสามกำลังคิดเช่นไร ”เนื่องจากพวกท่านทั้งสามยอมรับคำทักทายของข้าก็ควรทักทายข้ากลับหน่อยใช่ไหม?” ฟางเจิ้งจือส่งคำเตือนอันเป็นมิตรให้กับจักรพรรดิทั้งสาม
”ทักทายกลับ?แน่นอน!” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ที่สับสนในตอนแรกเข้าใจได้ในทันที ฟางเจิ้งจือเพียงต้องการให้พวกเขาทักทายกลับเท่านั้น
พวกเขาโค้งคำนับโดยไม่ลังเล
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถงอหลังได้ราวกับมีแรงบางอย่างตรึงร่างของพวกเขาเอาไว้
”…”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ตกตะลึง
เขารู้ว่าฟางเจิ้งจือมีพลังอันน่ากลัวแต่มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อได้เจอกับตัวเอง
ราวกับถูกขุนเขาทั้งลูกกดทับเอาไว้
ร่างของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อแม้เขาจะอยู่ในระดับจุติขั้นสูงสุดแต่ก็เปรียบได้กับมดเมื่ออยู่ต่อหน้าฟางเจิ้งจือ
”องค์ชายคัง…ท่าน…”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์แห่งอาณาจักรแสงจันทร์พยายามพูดบางอย่างออกมา
”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์ข้าหมายความว่าข้าต้องการของขวัญตอบแทนต่างหาก” ฟางเจิ้งจือโบกมือและสลายเต๋าสวรรค์ที่พันธนาการร่างของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์เอาไว้
”เอ่องั้น…?”
”ของขวัญใช่แล้วของขวัญ” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”…”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ตัวแข็งค้าง
นี่คือการปล้นใช่หรือไม่เขากำลังถูกปล้นกลางวันแสกๆ? อย่างไรก็ตามเขาไม่กล้าปฏิเสธฟางเจิ้งจือ
”ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?ข้าไม่ได้ขอมากไปใช่ไหม?” ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างเป็นมิตร ”ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอนแล้วท่านต้องการสิ่งใด?” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ปาดเหงื่อก่อนจะตอบออกมา
”ศิลาเซียน!”ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมา
”อะไรนะ?!”
”ศิลาเซียน?!”
”ท่าน…”
นอกเหนือจากจักรพรรดิอาณาจักรแสงจันทร์แล้วนั้นจักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดและอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์เองก็ตกตะลึงเช่นกัน
พวกเขามองหน้ากันอีกครั้ง
ไม่มีใครคาดคิดว่าฟางเจิ้งจือจะขอศิลาเซียนในทันที
”ฟางเจิ้งจือท่านรู้หรือไม่ว่าศิลาเซียนคือสิ่งใด?”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นก่อน
”ท่านเต็มใจจะให้ข้าไหม?”ฟางเจิ้งจือไม่อยากเสียเวลา ”ฮึ่ม!ข้ามศพข้าไปก่อน!” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างแน่วแน่
จักรพรรดิอีกสองอาณาจักรก็แน่วแน่เช่นกันมันต่างกับความกลัวก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ฟางเจิ้งจือค่อนข้างตกใจ
แสดงว่าเรื่องนี้สำคัญสำหรับทั้งสามอาณาจักรอย่างแท้จริง
”องค์ชายคังที่เคารพไม่ว่าท่านจะขออะไรข้ายอมทุกสิ่ง ยกเว้นศิลาเซียน!” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดกล่าวออกมา
”ถูกต้อง!”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์กล่าวสนับสนุน
”ท่านจะฆ่าข้าก็ได้แต่ศิลาเซียนนั้นจักรพรรดิรุ่นก่อนของพวกเราใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อเอามันมา พวกเราไม่มีทางมอบให้ท่าน!”
”แม้ว่าจะทำลายอาณาจักรทั้งสามท่านก็ไม่มีทางได้ศิลาเซียน!” ”องค์ชายคังท่านกำลังถูกนางปีศาจนั่นหลอก!” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดเตือนฟางเจิ้งจือ
”ใช่แล้ว!”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์สนับสนุน
ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาไม่คิดจะฆ่าจักรพรรดิทั้งสาม แต่ผลจะเป็นเช่นไรถ้าเขาทำแบบนั้น?
กองทัพนับแสนของทั้งสามอาณาจักรไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ
ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเกิดการแก้แค้นไม่รู้จบ
”จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าจะแลกเปลี่ยนกับแผ่นดินของอาณาจักรเซี่ย?”ในที่สุดหลินมู่ไป่ที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวขึ้นมา
”ท่านหมายความว่าต้องการแลกดินแดนอาณาจักรเซี่ยกับศิลาเซียน?!”
”…”
จักรพรรดิของทั้งสามอาณาจักรตกตะลึง ใช้ดินแดนเพื่อแลกเปลี่ยนกับศิลาเซียน!
แม้มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีมากนักแต่มันก็นับได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม
”ถ้าข้าเดาไม่ผิดอาณาจักรแสงจันทร์และอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์มีศิลาเซียนหนึ่งแผ่น อาณาจักรนักรบสูงสุดมีสองแผนใช่ไหม?” หลินมู่ไป่กล่าวอีกครั้ง
”…”จักรพรรดิทั้งสามมองหน้ากันเงียบๆ
”ถ้าข้าแบ่งสองภาคจากดินแดนของอาณาจักรเซี่ยโดยหนึ่งส่วนให้กับอาณาจักรนักรบสูงสุดอีกส่วนให้อาณาจักรแสงจันทร์และนักรบศักดิ์สิทธิ์แบ่งกันคนละครึ่งเป็นเช่นไร?” หลินมู่ไป่เสนอ
”สองภาค?!”จักรพรรดิทั้งสามต้องแปลกใจอีกครั้ง
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าหลินมู่ไป่อาจจะมอบดินแดนอันห่างไกลได้พวกเขาแต่หลินมู่ไป่กลับเสนอสองภาคให้กับพวกเขา?
ในความจริงแล้วอาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่มีเพียงสี่ภาคเท่านั้นสองภาคนับได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของอาณาจักรเซี่ย
”ถ้าพวกท่านไม่ต้องการแลกเปลี่ยนข้าคงพูดได้ว่าแค่โชคดีในการต่อสู้ ผลลัพธ์ที่ตามมาข้าเชื่อว่าพวกท่านต้องรู้ดี” หลินมู่ไป่กล่าวอย่างเย็นชา
”ท่านจะทำอะไร?”การแสดงออกของจักรพรรดินักรบศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนไป
”ฆ่า!ข้าจะฆ่าท่านก่อนจากนั้นข้าก็จะแลกเปลี่ยนดินแดนของข้ากับทายาทของเจ้า!” หลินมู่ไป่กล่าวตรงๆ
”ฮ่าฮ่า…วุ่นวายจริง!”จักรพรรดิอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์หัวเราะและหยักหน้า “ข้ายอมรับข้อแรกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามข้าต้องการสองเมืองในภาคเหนือรวมถึงเมืองเกล็ดทอง!”
”เอาละงั้นอีกสามเมืองมอบให้กับอาณาจักรแสงจันทร์!” หลินมู่ไป่กล่าวโดยไม่ลังเล ”่ท่านจริงจังงั้นรึ?”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดกล่าวออกมา “ข้าต้องการภาคตะวันออกของอาณาจักรเซี่ย”
”ฮ่าฮ่า…ได้!”หลินมู่ไป่กล่าวโดยไม่ใส่ใจ
อย่างไรก็ตามปิงหยางดูไม่พอใจนางทำหน้ามุ่ย
นางรู้ว่าภาคตะวันออกหมายความว่าอะไร
เมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ยตั้งอยู่ทางส่วนล่างถัดลงมาจากภาคตะวันออกการที่ยกภาคตะวันออกให้กับอาณาจักรอื่นเท่ากับว่าทางเข้าสู่เมืองหลวงนั้นเปิดโล่ง
”ภาคตะวันออกคือ…”
”หยางเอ๋อร์”เฉียนยู่ดึงปิงหยางและปิดปากของนางพร้อมกับส่ายหน้า
”หึ…น่ารำคาญจริง!”ปิงหยางดิ้นหลุดจากมือของเฉียนยู่และบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
ด้านเฉียนยู่การแสดงออกของนางเปลี่ยนไป
เพราะเมื่อปิงหยางต่อต้านนางนางกลับไม่สามารถหยุดนางได้เลยแม้แต่น้อย
’ลูกสาวของข้า…’
’เจ้าเติบโตขึ้นมาก…”
”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซี่ยท่านจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าท่านจะทำจริง?ท่านกล้าลงนามในสัญญาหรือไม่?” จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์กล่าว
”เอาพู่กันกับกระดาษมาให้ข้า!”หลินมู่ไป่กล่าว
”รับทราบ!”ม้วนกระดาษสีทองถูกส่งให้หลินมู่ไป่
เขาเขียนรายละเอียดการแลกเปลี่ยนทุกอย่างโดยชัดเจน
จักรพรรดิทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอกพวกเขาไม่ต้องการสู้กับฟางเจิ้งจือเพราะฟางเจิ้งจือสามารถเทียบได้กับเทพอสูรหรือเทพปีศาจ ไม่มีทางที่พวกเขาจะรักษาศิลาเซียนได้ตลอดไป
การแลกเปลี่ยนนั้นเป็นหนทางที่คุ้มค่าที่สุด
สัญญาถูกทำขึ้นเสร็จสิ้นจักรพรรดิทั้งสามพอใจมาก หลังจากลงนามแล้วพวกเขาก็หยิบของบางอย่างออกมา
หนึ่งในนั้นคือหยกที่ห้อยอยู่ตรงเอวของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์
จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิสิทธิ์เองก็ดึงกระดุมเสื้อของเขาออกมา
ด้านอาณาจักรนักรบสูงสุดเองก็ดึงไข่มุกสองเม็ดออกมาจากมงกุฎ
ฟางเจิ้งจือสัมผัสสิ่งของเหล่านั้นและบอกได้ทันทีว่ามีศิลาเซียนอยู่ด้านใน
”ไม่มีอะไรผิดปกติ”ฟางเจิ้งจือมองไปที่หลินมู่ไป
”สมบูรณ์แบบ”หลินมู่ไป่พยักหน้า จากนั้นเขาก็หันไปหาจักรพรรดิทั้งสาม “โอ้ ข้าลืมไปว่าข้าได้สละบัลลังก์ไปแล้ว ข้าไม่ได้เรียกตัวเองว่าจักรพรรดิอีกต่อไป พวกท่านไม่สังเกตุงั้นรึ?”
”…”
”…”