Gate of God - ตอนที่ 1114 พัฒนาการและความลับที่ถูกเปิดเผย
ตอนที่ 1114 พัฒนาการและความลับที่ถูกเปิดเผย
จักรพรรดิทั้งสามอ้าปากค้าง
สละบัลลังก์…
หลินมู่ไป่กล่าวว่าตัวเองได้สละบัลลังก์ไปแล้ว?
เขาหมายความว่ายังไง?!
จักรพรรดิทั้งสามมองหน้ากันใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำ
”ไม่ต้องกังวลข้า หลินมู่ไป่รักษาสัญญาเสมอ ข้าได้ลงชื่อในสัญญา พวกท่านสามารถส่งต่อมันให้กับหยุนเอ๋อร์ได้ ข้าคิดว่าเขาไม่น่าจะมีข้อคัดค้านใดๆ” เมื่อเห็นการแสดงออกของจักรพรรดิทั้งสาม หลินมู่ไป่อยากจะกุมท้องและหัวเราะออกมา แต่เขาก็สามารถควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี
’รักษาสัญญา?!’
เรื่องบัดซบอะไรกัน? คิดว่าพวกเขาโง่หรือไง?
ไม่มีจักรพรรดิคนไหนเชื่อคำพูดไร้สาระเช่นนี้แน่พวกเขาคิดว่าหลินมู่ไป่จงใจอย่างแน่นอน
”หลินมู่ไป่เจ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วทุกอย่างจะจบง่ายๆงั้นหรือ?!” อาณาจักรนักรบสูงสุดกล่าว ในฐานะอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในสี่อาณาจักร เขามีความมั่นใจเป็นอย่างมาก
ถ้าอาณาจักรนักรบสูงสุดต่อสู้กับอาณาจักรเซี่ยมีโอกาสมากกว่าแปดในสิบส่วนที่จะชนะ
สีหน้าของจักรพรรดิแสงจันทร์และอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนไปพวกเขาจะยอมรับเรื่องที่ตัวเองถูกหลอกง่ายๆได้เช่นไร?
”ถ้าเกิดสงครามอาณาจักรแสงจันทร์ก็ไม่กลัวที่จะเข้าร่วม!”จักรพรรดิอาณาจักรแสงจันทร์กำลังโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ”อาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นกัน!”จักรพรรดิอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์กล่าวสมทบ
”โอ้อย่างงั้นรึ?” หลินมู่ไป่ดูไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย เขามองไปยังจักรพรรดิทั้งสามด้วยความดูถูก จากนั้นหันไปหาเฉียนยู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ “ยู่เอ๋อร์ เจ้ามีความคิดเช่นไร?”
”ฆ่าล้างทั้งสามอาณาจักร!”เฉียนยู่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
”…”
”…”
”…”
จักรพรรดิทั้งสามนิ่งอึ้งไป
จากนั้นพวกเขาก็เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆทันใดนั้นเหตุการณ์หนึ่งก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวของพวกเขา
เมื่อยี่สิบปีก่อน…
มีราชินีแห่งอาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่ตอนนั้นทั้งสี่อาณาจักรไม่ได้มีอำนาจเท่าเทียมกัน ตอนนั้นอาณาจักรเซี่ยนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด
นั่นเป็นเพราะราชินีที่ปกครองด้วยกำลัง
และหลินมู่ไป่เรียกนางว่ายู่เอ๋อร์
”ข้าลืมแนะนำไปนี่คือเฉียนยู่ อดีตราชินีของอาณาจักรเซี่ยและตอนนี้นางคือผู้นำหอคอยหลินหยุน” หลินมู่ไป่ยิ้มอย่างสดใส
”…”
”…”
แค่ชื่อเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้จักรพรรดิทั้งสามกลืนคำพูดกลับไป
อย่างไรก็ตามหลินมู่ไป่ดูเหมือนจะยังไม่พอใจเขาชี้ไปที่ปิงหยาง “ปิงหยางองค์หญิงของอาณาจักรเซี่ย ตอนนี้พลังของนางพึ่งทะลวงเข้าสู่ระดับเทพเจ้า”
”…”
”…”
ใบหน้าของจักรพรรดิทั้งสามซีดขาว ”เหยียนซิวบุตรชายของท่านเหยียนเฉียนหลี่ผู้ปกครองดินแดนเหลียงตะวันตก เขาเองก็พึ่งทะลวงพลังเข้าสู่ระดับเทพเจ้าเช่นกัน” หลินมู่ไป่ชี้ไปที่เหยียนซิว
”…”
”…”
”โอ้ใช่ข้าลืมอีกคนไป พวกท่านคงคุ้นเคยกับเขาดีใช่ไหม? ฟางเจิ้งจือ องค์ชายคังแห่งอาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่ ข้าคงไม่ต้องพูดถึงระดับพลังของเขา ท่านอยากให้ข้าแนะนำอีกรอบไหม?” หลินมู่ไป่ชี้ไปที่ฟางเจิ้งจือ
”ไม่เป็นไรขอบคุณ!”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ส่ายหัวทันที
แนะนำอีกครั้ง?
มันเป็นเรื่องบัดซบอะไรกัน?
เขาไม่ได้ตาบอดจนไม่เห็นตอนที่ฟางเจิ้งจือไล่ตามเทพอสูร
ด้านจักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์เขาตัวสั่นเล็กน้อยเขากำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกรังแกแต่ไม่อยากจะยอมรับมัน
เขากวาดสายตามองไปทั่วจนพบกับชายชราที่สวมชุดสีขาว
มู่ฉิงเฟิง
ผู้นำของศาลาเต๋าสวรรค์
คนที่น่าจะยุติธรรมที่สุด
”ท่านมู่ข้าจำได้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นมีข้อตกลงที่ชัดเจนกับสี่อาณาจักร ผู้ที่อยู่ระดับเซียนขึ้นไปไม่ได้รับให้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ของสี่อาณาจักร ท่านมู่จำได้ไหม?” จักรพรรดิอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นมาอย่างมีความหวัง
นับตั้งแต่สงครามครั้งใหญ่เมื่อยี่สิบปีที่แล้วผู้ที่อยู่เหนือระดับเซียนห้ามมีส่วนร่วมในความขัดแย้งของทั้งสี่อาณาจักร เขาไม่เชื่อว่าหลินมู่ไป่จะกล้าต่อต้านมัน
”กฎอะไรกัน?”มู่ฉิงเฟิงทำหน้ามึนงง จากนั้นเขาก็หันไปมองโม่ฉานฉือที่บาดเจ็บหนักและถามออกมา “ตาเฒ่าโม่ พวกเราเคยมีกฎแบบนั้นด้วยงั้นรึ?”
”ข้าจำไม่เห็นได้”โม่ฉานฉือเองก็ดูสับสนเช่นกัน
”ผู้นำนิกายวู่เซียนสวรรค์พักพิง ท่านเหยียน พวกท่านจำกฎนี้ได้หรือไม่?” มู่ฉิงเฟิงหันไปถามพวกเหยียนเฉียนหลี่ทันที
”มันเป็นเรื่องไร้สาระอะไรกันแค่ต่อสู้ก็จบแล้ว ถ้าพวกคนเถื่อนแดนเหนือกล้าโจมตี ข้าก็แค่จะฆ่าพวกมันก่อน!” เหยียนเฉียนหลี่ตะโกน
”ข้าเห็นด้วยกับเฒ่าเหยียนนิกายเงาพร้อมส่งคนไปสนับสนุน ข้าพร้อมส่งทหารไปช่วยเหลือสามพันคน” เซียนสวรรค์พักพิงพยักหน้าและมองไปที่วู่จวี้เอ๋อ “ยังไงเจ้าก็ไม่ขัดข้องใช่ไหม?”
”ข้าจะกล้าคัดค้านการตัดสินใจของท่านได้เช่นไร?”วู่จวี้เอ๋อกล่าวด้วยใบหน้าอันใสซื่อ
”….”
”เฮ้อ…”มู่ฉิงเฟิงถอนหายใจออกมาและมองไปยังจักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง”ดูสิ ไม่มีใครจำได้ ทำไมไม่ไปลองถามคนอื่นๆดูล่ะเผื่อจะมีใครจำได้”
”…”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์จะสามารถพูดอะไรได้อีก
เขาไม่เคยเห็นคนมากมายขนาดนี้รวมหัวกันกลั่นแกล้งคนอื่นมาก่อน
ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน?!
จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่าหลินมู่ไป่ต้องติดสินบนอะไรบางอย่างกับมู่ฉิงเฟิงแน่นอน
ด้านจักรพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบสูงสุดใบหน้าที่หงุดหงิดของเขากลับดูเบ่งบานขึ้น
”โอ้มันเป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้ว จากความเห็นของข้าอดีตจักรพรรดิของอาณาจักรเซี่ยได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว เขาจะหนีไปได้ยังไง? องค์ชายคัง เนื่องจากพวกเราได้มอบศิลาเซียนให้ท่านไปแล้ว เรื่องแหล่งพลังเทพเจ้า…”
”ร้อยห้าสิบคนเป็นจำนวนสูงสุดที่ข้าให้ท่านได้”ฟางเจิ้งจือกล่าวออกไปตรงๆ
”มันน่าอัศจรรย์มาก!ข้าต้องขอขอบคุณแทนประชากรของอาณาจักรนักรบสูงสุดเป็นอย่างมาก!”
ด้านจักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์หันหน้าไปหาฟางเจิ้งจือเช่นกัน
ช่างหัวเรื่องดินแดน!
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ทุกคนกำลังชิงความได้เปรียบกันอยู่
หลังจากมอบศิลาเซียนไปแล่วพวกเขาก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
”องค์ชายคังสำหรับอาณาจักรแสงจันทร์ของข้า..”
”ร้อยยี่สิบ!”ฟางเจิ้งจือกล่าวอย่างไม่อดทน
”120?”จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบโค้งคำนับ”ขอบคุณองค์ชายคังมาก”
ผู้ที่ให้ค่ากับเวลาคือคนที่ฉลาด
จักรพรรดิแห่งอาณาจักรแสงจันทร์เป็นตัวอย่างตอนนี้อาณาจักรเซี่ยกำลังแข็งแกร่งมาก การที่อาณาจักรแสงจันทร์ไม่ถูกรุกรานก็ดีแค่ไหนแล้ว
พูดถึงความยุติธรรม?
มันไม่เคยมีอยู่แล้วตั้งแต่อดีตกาลมีหลักการเดียว ผู้ชนะคือผู้ที่ได้ทุกอย่าง
โดยเฉพาะในอาณาจักรนักรบสูงสุดที่ใช้หลักการนี้อยู่แล้วย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดีเขาจึงตัดสินใจได้รวดเร็ว
”เฮ้อ…”จักพรรดิแห่งอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจและก้มศีรษะลง “หลินมู่ไป่ แม้ว่าอาณาจักรของข้าที่พวกเจ้าเรียกว่าดินแดนคนเถื่อนจะมีความบาดหมางกับอาณาจักรเซี่ยอยู่บ้าง แต่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมดอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์ ข้าหวังว่าท่านจะเมตตา…” ”เก็บความพยายามของเจ้าไว้เถอะ”หลินมู่ไป่กล่าวก่อนจะหันไปมองฟางเจิ้งจือ “องค์ชายคังพวกเราควรจัดการยังไงกับอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์ดี?”
”อืม…ดินแดนของพวกเขาก็ใหญ่พออยู่แล้ว”ฟางเจิ้งจือกล่าวเรียบๆ
”ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ร้อยคนเช่นเดิมสำหรับอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์”หลินมู่ไป่ถอนหายใจ เขากลัวว่าฟางเจิ้งจือจะไม่ยอมรับ
จากมุมมองของเขาตอนนี้เขากำลังเอาเปรียบอาณาจักรอื่นๆอยู่
”ขอบคุณอดีตจักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซี่ย!”จักรพรรดิอาณาจักรนักรบศักดิ์สิทธิ์โค้งคำนับให้หลินมู่ไป่ก่อนจะหันไปหาฟางเจิ้งจือ “ขอบคุณองค์ชายคังที่ช่วยเหลือ!”
”อื้ม”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าตอบรับ เขาไม่ชอบเท่าไรนักที่ตอนนี้ตัวเองกลายเป็นคนดูใจกว้าง
อย่างไรก็ตามเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาติเขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก
…
หลังจากได้รับศิลาเซียนทั้งหมดแล้วตอนนี้รวมทั้งหมดที่เขามีคือสามสิบสองแผ่นจากสามสิบหกเขาต้องการอีกสี่เท่านั้น
คำถามคืออีกสี่แผ่นที่เหลืออยู่ที่ไหน?
ฟางเจิ้งจือหันไปมองหยุนชิงวูที่อยู่ใกล้ๆในขณะเดียวกันหยุนชิงวูหันไปมองฟางเจิ้งจือ ราวกับนางไม่เต็มใจที่จะตอบคำถาม
ฟางเจิ้งจือรู้สึกแปลกๆ
ในเมื่อหยุนชิงวูเต็มใจที่จะเตือนฟางเจิ้งจือเกี่ยวกับศิลาเซียนที่อยู่กับจักรพรรดิของทั้งสามอาณาจักรนางไม่น่าจะปิดบังอะไรจากเขาอีก
แต่ทำไมนางถึงไม่บอกเขาต่อ?
ฟางเจิ้งจือไม่สามารถอ่านใจหยุนชิงวูได้
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิของทั้งสามอาณาจักรได้เลือกผู้เยี่ยมยุทธออกไปอย่างรวดเร็ว ฟางเจิ้งจือไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีก