Gate of God - ตอนที่ 1134 ชะตาเหนือกว่าเทพเจ้า
ตอนที่ 1134 ชะตาเหนือกว่าเทพเจ้า
ตู้ม!
แสงสีทองสว่างขึ้นดาบปะทะเข้ากับสายฟ้าสีแดง ราวกับมังกรกำลังต่อสู้กับปีศาจ
ตู้ม!เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง
พื้นดินแตกออกลาวาพุ่งออกมาเป็นจำนวนมากทำให้พื้นดินกลายเป็นทะเลเพลิงราวกับเป็นนรกบนดิน มันร้อนระอุจนผู้คนไม่สามารถเข้าใกล้ได้
โม่ฉานฉือยืนอยู่ในอากาศและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
’เจ้าเด็กนั่นหยุดมันได้?’
โม่ฉานฉือโชคดีต่างจากมู่ฉิงเฟิงแต่เขากลับไม่ดีใจเลยแม้แต่น้อย
”ฉือโหย่ว!”โม่ฉานฉือกำหมัดแน่นจนซีด
”ท่านโม่พาวู่จวี้เอ๋อและคนอื่นๆหลบไป!”ดาบของฟางเจิ้งจือเคลื่อนไหวอีกครั้ง คลื่นพลังอันแหลมคมพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า สายฟ้าสีแดงหายไป
แม้ฟางเจิ้งจือจะหยุดสายฟ้าสีแดงได้แต่เขาก็รับรู้ได้ว่ามันทรงพลังขนาดไหน
’แค่เพียงเศษเสี้ยวเดียวยังทรงพลังขนาดนี้?’
ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆและพบสายฟ้านับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า
หรือพูดง่ายๆก็คือไม่มีทางหนีพ้น!
’ทรงพลังเกินไป!’
’นั้นคือวิชาสังเวยเลือดจริงๆงั้นหรือ?’
’มันคือพลังที่แท้จริงของฉือโหย่ว?’
ฟางเจิ้งจือรู้สึกหนาวสั่นโดยไม่รู้ตัวเทพอสูรและปีศาจต่างก้มหัวลงบนพื้น ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองสิ่งที่เกิดขึ้น
”อ๊าก!”เสียงของซิงเทียนดังขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้ร่างกายของเขากลับมามีขนาดเท่ามนุษย์ปกติแล้วยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีร่างกายที่ซูบผอม ”ซิงเทียน!”ใบหน้าของหนานกงมู่ซีดขาว เขาต้องการจะช่วยซิงเทียนจริงๆ แต่ซวนหยวนห้ามาหยุดเขาเอาไว้
”หนานกงมู่ตั้งสติไว้ ซิงเทียนนั้นได้ตายไปแล้ว!” ซวนหยวนห้าเองก็บาดเจ็บเช่นกัน บริเวณลำคอมีแผลบาดลึกจนเห็นเนื้อสีแดงสดที่อยู่ด้านใน
”ไม่เขายังไม่ตาย หลีกทางให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
”…”
”ฉือโหย่วข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า!” ซิงเทียนยังคงตะโกนต่อไป แสงสว่างส่องออกมาจากร่างกายของเขา อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถหลุดออกมาจากวิชาสังเวยเลือดได้
ตู้ม!
ในที่สุดร่างของซิงเทียนได้ระเบิดออกกลายเป็นดวงแสงนับไม่ถ้วน
ร่างของเทพอสูรและปีศาจต่างสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงระเบิดใบหน้าของพวกเขาซีดขาว ”ซิงเทียนไม่!!!!!” หนานกงมู่ตะโกนออกมาด้วยความเศร้า
อย่างที่เคยกล่าวไว้หนานกงมู่ไม่ได้มีมิตรสหายมากมายนัก หนานกงเฮา หนานกงเทียน…พวกเขาทั้งหมดได้ตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามซิงเทียนนั้นพิเศษสำหรับเขาราวกับพวกเขาเชื่อมต่อกันด้วยสายเลือด
”ซิงเทียน…ตายไปแล้วจริงๆงั้นหรือ?!”วู่จวี้เอ๋อไม่อยากจะเชื่อ
ซิงเทียนเคยถูกขนานนามว่าเทพสงครามในยุคโบราณ
เขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของแม่ทัพหยานแต่ตอนนี้ฉือโหย่วกลับฆ่าเขาทิ้งอย่างง่ายดาย
”…”
วู่จวี้เอ๋อไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี
บางทีซิงเทียนอาจจะสู้มานานเกินไปทำให้เหลือพลังไม่มากนัก
…. ….
ต่อให้พูดเช่นนั้นเขาก็ยังเป็นเทพสงครามอยู่ดี
ฉือโหย่ว!
ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?!
ฟางเจิ้งจือตกตะลึงเช่นกัน
ต่อให้เป็นตัวเขาเองที่มั่นใจว่าแข็งแกร่งกว่าซิงเทียนเล็กน้อยยังไม่สามารถฆ่าซิงเทียนได้ง่ายๆ
นี่่เป็นครั้งแรกที่ฟางเจิ้งจือรู้สึกหวาดกลัว
ยิ่งไปกว่านั้นฉือโหย่วฆ่าซิงเทียนด้วยวิชาสังเวยเลือดนั่นหมายความว่าตอนนี้พลังของซิงเทียนกลายเป็นของฉือโหย่วแล้ว
”ฉือโหย่วบวกซิงเทียน…”
”พลังจะน่ากลัวขนาดไหนกัน?”
”ข้าจะเอาอะไรไปสู้กับฉือโหย่ว?”
…
ทั่วทั้งโลกตกอยู่ในความเงียบงัน หยุนชิงวูจ้องมองไปยังร่างยักษ์ที่อยู่ในหมอกควันสีดำ
ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
”ฉือโหย่วถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาฉางหยาง….หัวของซิงเทียนเองก็ถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาฉางหยางยิ่งไปกว่านั้นภูเขาแห่งนี้ยังเป็นแหล่งพลังเทพเจ้า ทุกอย่างมันบังเอิญเกินไปไหม? หรือว่าฉือโหย่วได้กลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้าเข้าไปหมดแล้ว…”
หยุนชิงวูตกใจหากทุกอย่างเชื่อมโยงกัน บทสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แต่สงครามครั้งใหญ่ในยุคโบราณก็อาจจะถูกเขียนขึ้นใหม่
”เจ้าคิดอะไรอยู่?”วู่จวี้เอ๋อถามอย่างกังวล
”ข้าไม่แน่ใจนักอย่างไรก็ตามถ้าข้าเดาถูกมีความเป็นไปได้มากที่…ฉือโหย่วได้กลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้าด้วยวิชาสังเวยเลือดไปหมดแล้ว!” หยุนชิงวูกล่าวออกมาด้วยความไม่แน่ใจ ตอนนี้นางเองก็ไม่รู้ว่าฉือโหย่วแข็งแกร่งแค่ไหนแล้ว
”อะไรนะ?!เจ้ากำลังบอกว่าฉือโหย่วได้กลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้าไปหมดแล้ว?” วู่จวี้เอ๋อสั่นสะท้าน
แม้ว่าหยุนชิงวูจะบอกว่ามันเป็นเพียงการคาดเดาแต่ด้วยสติปัญญาของวู่จวี้เอ๋อ นางรู้ดีว่าสิ่งที่หยุนชิงวูคาดเดามักจะเป็นจริงตลอด
กลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้า…
มันจะน่ากลัวขนาดไหนกัน?
”นังปีศาจหยุนชิงวูกำลังพูดเรื่องไร้สารอะไรกัน?!”ปิงหยางและเหยียนซิวได้พาฉือกูเหยียนมารวมกลุ่มกับวู่จวี้เอ๋อ
นางย่อมได้ยินบทสนทนาที่เกิดขึ้น
มันย่อมทำให้นางตกใจเป็นธรรมชาติ
”ปิงหยางสิ่งที่หยุนชิงวูกล่าวอาจจะเป็นความจริง” ในที่สุดฉือกูเหยียนก็ลืมตาตื่น ในดวงตาของนางราวกับมีดวงดาวนับแสนลอยอยู่ ”พี่เหยียนคิดเหมือนกันงั้นหรือ?แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง?” ปิงหยางประหลาดใจ
”ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ฉือโหย่วตอนนี้ไม่ใช่ฉือโหย่วในสมัยโบราณอีกต่อไป” ฉือกูเหยียนมั่นใจมาก
ตัดสินจากสมัยโบราณฉือโหย่วไม่ควรมีพลังมากมายขนาดนี้
ตอนนี้ราวกับระดับของเขานั้นเหนือเทพเจ้าขึ้นไปแล้ว
”ถ้าเช่นนั้น…พวกเราจะทำยังไงกันดี?”เห็นได้ชัดว่าปิงหยางไม่เข้าใจคำพูดของฉือกูเหยียน แต่นางก็อดหวั่นใจไม่ได้
หากฉือโหย่วกลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้าเข้าไปต่อให้ถูกขังอยู่ใต้ภูเขาคังหยางไว้เป็นนับล้านปีมันกลับทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แค่คิดก็ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
…
”ก้มหัวให้ข้าไม่เช่นนั้นตาย!” เสียงของฉือโหย่วดังก้องไปที่ภูเขาคังหยาง แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขามุ่งเน้นไปที่ฟางเจิ้งจือ
”…”
”…”
เทพอสูรและปีศาจยังคงเงียบ
ฟางเจิ้งจือเองก็เงียบ
มังกรทองซวนหยวนห้าต้องการโจมตีฉือโหย่วอีกครั้งแต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเตือนใจชั้นดีไม่ให้เขาผลีผลาม
”แล้วพวกเจ้าสองคนเล่า?”ฉือโหย่วถามอีกครั้ง แต่หันไปมองซวนหยวนห้าและหนานกงมู่
”ข้ายอมตายดีกว่าก้มหัวให้เจ้า”ซวนหยวนห้านั้นมีศักดิ์ศรีมากพอ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะฉือโหย่วได้แต่ก็ไม่ยอมก้มหัวให้ฉือโหย่ว
ยิ่งไปกว่านั้นเขายอมตายดีกว่าทำให้ชื่อ’ซวนหยวน’เสื่อมเสีย
”ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปลงนรกซะ!”เห็นได้ชัดว่าฉือโหย่วไม่คิดจะถามอีกต่อไป เพราะสายฟ้าสีแดงเลือดสองอันได้ปรากฎขึ้นเหนือหัวของซวนหยวนห้า
ตู้ม!
”…”
แทนที่จะเผชิญหน้าซวนหยวนห้าพาหนานกงมู่หนีไปกับเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ด้านฟางเจิ้งจือเขากล่าวออกมา”เดี๋ยวก่อนข้าอยากจะรู้ประโยชน์ในการยอมจำนนต่อเจ้า?”
”…”
ทุกคนหันไปมองฟางเจิ้งจือทันที
”ประโยชน์?”ฉือโหย่วหัวเราะ จากนั้นเขาค่อยๆชี้ไปยังสายฟ้าสีแดงบนท้องฟ้า “ชีวิตของเจ้าเองนับว่าเป็นประโยชน์ได้หรือไม่?”
”แน่นอนแต่ข้าต้องการมากกว่านั้น อย่างน้อยเจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นจักรพรรดิฮวงกลับชาติมาเกิด เจ้าไม่ต้องการลิ้มรสความสุขจากการที่จักรพรรดิฮวงซวนหยวนคุกเข่าให้งั้นรึ?” ฟางเจิ้งจือยังกล่าวต่อไป ”โอ้?”ฉือโหย่วดูสนใจเล็กน้อย เขามองไปยังดาบซวนหยวนในมือของฟางเจิ้งจือและถามออกมา “เจ้าเป็นคนฆ่าสิบสองพ่อมด?”
”ใช่แล้ว”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”อืมงั้นถ้าเจ้าฆ่าซวนหยวนห้า ข้าจะให้เจ้าแทนที่สิบสองพ่อมด” ฉือโหย่วชี้ไปยังทิศที่ซวนหยวนห้าหนีไปและกล่าวออกมา
”ได้แต่ข้าขอถามอะไรบางอย่างก่อนได้ไหม?” ฟางเจิ้งจือชี้ไปที่ฉือกูเหยียนและคนอื่นๆ
”เจ้าพูดมากเกินไปแล้วเจ้าเลือกเอาจะฆ่าซวนหยวนห้าหรือตาย!” ฉือโหย่วไม่ต้องการเสียเวลาคุยกับฟางเจิ้งจืออีก
”ถ้าข้าเดาไม่ผิดในอดีตเจ้าตายด้วยเงื้อมมือของจักรพรรดิฮวงในสงครามโบราณใช่หรือไม่?” ฟางเจิ้งจือพูดโดยไม่สนใจสื่งที่ฉือโหย่วกล่าว
”ฮึ่ม!”ฉือโหย่วกระแอมเตือน
สวรรค์และโลกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท้องฟ้าสีแดงราวกับจะถล่มลงมาที่พื้น
จิตสังหารกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
ซวนหยวนห้าที่หนีไปไม่ไกลมีท่าทีเปลี่ยนไปทันทีเขารีบพุ่งเข้าไปหาฟางเจิ้งจือในชั่วพริบตา
”ฟางเจิ้งจือพวกเราไม่มีทางหนีแล้วหากฉือโหย่วได้ครองโลกสิ่งมีชีวิตนับล้านจะต้องตายลง เราต้องสู้กับฉือโหย่วจนสุดกำลัง!” ซวนหยวนห้าตะโกนเสียงดัง เขากลัวว่าฟางเจิ้งจือจะยอมจำนนต่อฉือโหย่ว
”ข้าไม่ได้โง่”ฟางเจิ้งจือหน้าบึ้งเล็กน้อย”เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้ากำลังซื้อเวลา”
”เจ้ากำลังรออะไรอยู่?รีบมาช่วนกันโจมตีฉือโหย่ว!” ซวนหยวนห้ายังคงกังวล
”เจ้าและจักรพรรดิฮวงซวนหยวนเคยเอาชนะฉือโหย่วได้ไม่ใช่งั้นรึ?อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้จุดอ่อนของเขา ฟางเจิ้งจือสงสันเล็กน้อย
อย่างไรก้ตามตอนนี้ไม่มีเวลามากนักฉือโหย่วแข็งแกร่งเกินไป ดาบของเขาไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย
เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคำใบ้เดียวที่เขารู้คือวิชาสังเวยเลือด ถ้าไม่มีเบาะแสมากกว่านี้คงเป็นเรื่องยากที่จะสู้ต่อไป
เขาต้องการหลอกล่อให้ฉือโหย่วเปิดเผยพลังออกมา
น่าเศร้าที่ฉือโหย่วไม่คิดจะเสียเวลา
แสดงว่าฉือโหย่วนั้นฉลาดเกินกว่าจะถูกหลอก
”ฉือโหย่วไม่มีจุดอ่อนแต่…”ซวยหยวนห้าอยากจะกล่าวบางอย่างออกมาแต่เขากลับลังเล
”แต่อะไร?”
”สิ่งที่เจ้าพูดทำให้ข้านึกได้ว่าฉือโหย่วตอนนี้แต่กต่างจากฉือโหย่วในสมัยโบราณ”
”แล้วโลกนี้มีฉือโหย่สองคนหรือไง?”ฟางเจิ้งจือประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินซวนหยวนห้ากล่าวออกมา
”…”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออก ’เจ้าจะบอกว่ายังมีเนื้อเรื่องที่น่าเบื่ออย่างจริงๆแล้วฉือโหย่วมีสองคนคนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง ฉือโหย่วคนหนึ่งตายไปแล้ว ส่วนอีกคนต้องการล้างแค้น….’
”บัดซบ!มีเพียงฉือโหย่วคนเดียวเท่านั้น ข้าหมายความว่าฉือโหย่วในตอนนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากในอดีต” ในที่สุดซวนหยวนห้าก็หมดความอดทน
’เจ้าเด็กนี่มันจินตนาการบ้าบออะไรของมัน?’
’ใช้อะไรคิดว่ามีฉือโหย่วสองคน?’
”แตกต่าง?เจ้าหมายความว่าตอนนี้….เขาน่าเกลียดกว่าแต่ก่อนงั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือมองไปยังแขนทั้งหกของฉือโหย่ว
’อืม…ยังไงก็ดูน่าเกลียดจริงๆนั่นแหละ’
’อา…แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรสนใจหรือเปล่า?’
”น่าเกลียด…น่าเกลียดบ้าบออะไรกัน…เดี๋ยวก่อนนะ!”ซวนหยวนห้าที่กำลังระเบิดความโกรธออกมามีท่าทีเปลี่ยนไป เขาหันไปมองฉือโหย่วและกล่าวออกมา “ร่างกายของฉือโหย่วในตอนนี้แตกต่างออกไปจากในอดีต!”
’ไม่เหมือนในอดีต?งั้นก็หมายความว่ามีฉือโหย่วสองคน?” ฟางเจิ้งจือเบิกตากว้าง ทันทีที่เขาพูดจบ ฟางเจิ้งจือรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลกำลังโจมตีมาที่เขา
ครืน!
ครื่น!
”…”
เสียงสายฟ้าดังลั่น
สายฟ้าสีแดงเลือดนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่กระจายไปทั่วสนามรบ