Gate of God - ตอนที่ 1135 ความทรงจำของฉือโหย่ว
ตอนที่ 1135 ความทรงจำของฉือโหย่ว
ฉือโหย่วย่อมเป็นฉือโหย่ว
มีเพียงสองทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการเผชิญหน้านั่นคือยอมแพ้หรือตาย
นอกจากนี้ฉือโหย่วไม่ให้เวลาคิดมากเกินไปแม้คำพูดของฟางเจิ้งจือจะทำให้เขาสนใจเล็น้อยก็ตาม
แต่ในเมื่อเขาแข็งแกร่งมากพอจะปกครองโลกทั้งใบแล้วจะต้องสนใจความสามารถของลูกน้องไปทำไมกัน?
ไม่มีใครมีอำนาจต่อรอง
นั่นคือการปกครองแบบฉือโหย่วการปกครองแบบเผด็จการ
”ท้องฟ้ากำลงถล่มลงมา?!”
”…”
เทพอสูรและปีศาจเริ่มตื่นตระหนกพวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ฟางเจิ้งจือจ้องมองท้องฟ้าพร้อมจับดาบในมือแน่น
ปกติแล้วเขาไม่ชอบจริงจังเท่าไรนักแต่ครั้งนี้นั้นต่างออกไป
เขาสามารถหนีไปได้อย่างไรก็ตามวู่จวี้เอ๋อและคนอื่นๆไม่สามารถทำได้แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะไปซ่อนตัวที่ไหน?จะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง?
ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับฉือโหย่วได้อย่างแน่นอน
”ซวนหยวนห้าปกป้องเหยียนเอ๋อร์และคนอื่นๆรวมถึงหนานกงมู่ด้วย และตามข้ามา ข้าจะ… ฉีกท้องฟ้าออก!”ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมกับเริ่มเคลื่อนไหว
เขากลายเป็นแสงสีทองและพุ่งไปยังท้องฟ้าสีแดงเลือด
”ฉีกท้องฟ้า!”ซวนหยวนห้านิ่งงัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเงาของจักรพรรดิฮวงซวนหยวนสะท้อนบนตัวฟางเจิ้งจือ อย่างไรก็ตามเขาจะสามารถฉีกมันออกได้จริงๆงั้นหรือ?
ซวนหยวนห้าสงสัย
อย่างไรก็ตามเขาไม่ลังเล
นั่นเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นหากท้องฟ้าสีแดงไม่เปิดออก ทุกคนก็จะตาย
เขาทำได้เพียงเชื่อในตัวฟางเจิ้งจือและพุ่งไปข้างหน้า!
”ฉือกูเหยียนปิงหยาง และพวกเจ้ารวมไปถึงหนานกงมู่ ขึ้นมาบนหลังข้าเร็วเข้า!”ซวนหยวนห้าเคลื่อนไหวและก้มตัวลง
”ปิงหยางไปกันเถอะ!”ฉือกูเหยียนกล่าว จากนั้นนางก็กระโดดขึ้นหลังซวนหยวนห้า
”ตกลง”ปิงหยางพยักหน้าและกระโดดขึ้นหลังมังกรเช่นกัน
ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่นางเองก็เชื่อในตัวฟางเจิ้งจือไม่แพ้กัน
นางรู้ดีถ้าฟางเจิ้งจือทำไม่สำเร็จคงไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ”หนานกงมู่ไปกันเถอะ”เหยียนซิวมองไปที่หนานกงมู่และพยักหน้า
”…”หนานกงมู่ไม่ได้พูดอะไรเขากัดริมฝีปากแน่นขณะเงยหน้ามองแสงสีทองที่ส่องประกาย ในที่สุดเขาก็กระโดดขึ้นหลังซวนหยวนห้า
จากนั้นหยุนชิงวูวู่จวี้เอ๋อและโม่ฉานฉือ …
ทุกคนกระโดดขึ้นหลังซวนหยวนห้าและตามแสงสีทองไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันเทพอสูรและเทพปีศาจที่ก้มหัวคุกเข่าต่างก็เงยหน้ามองท่าทีของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสน ความกลัว ความไม่เชื่อ รวมไปถึงความหวัง
ดาบยังคงพุ่งตรงไปด้านหน้า
ฟางเจิ้งจือไม่คิดจะก้มมองลงไปด้านล่างสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ท้องฟ้าสีแดงเลือด
ตู้ม!
ตู้ม! ”…”
สายฟ้าผ่าลงมาแต่เขาปัดป้องและทำลายพวกมันด้วยดาบซวนหยวน
อย่างไรก็ตามสายฟ้ามีจำนวนมากเกินไปพวกมันพุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือจากทุกทิศทาง
ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็ถูกฟ้าผ่า
ตู้ม!
ฟางเจิ้งจือหยุดชะงักเขารู้สึกได้ถึงความหิวกระหายจากสายฟ้าเหล่านั้น มันดูดกินแหล่งพลังงานของเขาในทันที
อย่างไรก็ตามมันจะทำให้พลังของฟางเจิ้งจือหมดไปงั้นหรือ?!
”ทำลาย!”แทนที่จะหยุดฟางเจิ้งจือกลับพุ่งไปข้างอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ดาบปัดป้องสายฟ้าอีกต่อไป
เขาชี้ดาบตรงไปข้างหน้า
เขากำลังจะทำตามที่พูด…ฉีกท้องฟ้าออก! ตู้ม!
ตู้ม!
”…”
เขาพุ่งทะลวงสายฟ้าที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ซวนหยวนห้าบินตามเขาไปอย่างใกล้ชิด
มีสายฟ้าบางสายหลุดรอดมาถึงเขาได้
โฮก!เขาเหวี่ยงหางเพียงครั้งเดียวเพื่อทำลายสายฟ้า
มันทำให้เขาชะงักจากแรงปะทะและถูกดูดกลืนพลังไปเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเขายังคงตามหลังฟางเจิ้งจือและพุ่งขึ้นไปนั่นเพราะเขารู้ดีว่าฟางเจิ้งจือลำบากกว่าเขาแน่นอน
ตู้ม!สายฟ้าผ่าลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันปรากฎขึ้นเหนือซวนหวนห้า ราวมันมีความคิดเป็นของตัวเอง
”ปิงหยางถอยไป!”เสียงหนึ่งดังขึ้น ฉือกูเหยียนเคลื่อนไหวนางไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ เพียงแค่ชี้นิ้วออกไปที่สายฟ้า
ตู้ม!สายฟ้าสลายไปทันที
แรงปะทะทำให้ผมของนางพริ้วไหวไปตามสายลม
”หืม?”ในที่สุดท่าทีของฉือโหย่วก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเหลือบมองฉือกูเหยียนด้วยสัญชาตญานบางอย่าง
อย่างไรก็มันเป็นเพียงการเหลือบมองเท่านั้นไม่ช้าเขาก็หันไปมองฟางเจิ้งจืออีกครั้ง
”จักรพรรดิฮวงซวนหยวนกลับชาติมาเกินงั้นรึ?หึ!”ฉือโหย่วผสานแขนทั้งหกไว้ด้วยกันและส่งเสียงเล็กน้อย
ขณะนั้นเอง..
สายฟ้าบนท้องฟ้าถูกควบคุมไปรวบกันตรงหน้าฟางเจิ้งจือและขวางทางเขาเอาไว้
ตู้ม!
ตู้ม! ”…”
เสียงระเบิดราวกับพายุโหมกระหน่ำใส่ร่างของฟางเจิ้งจือ
ในเสี้ยววินาทีเขาถูกสายฟ้านับสิบผ่าลงบนร่างกาย เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่ยพร้อมกับรอยไหม้
”ฉือโหย่วเลิกทำลายเสื้อผ้าของข้าเสียทีจะได้ไหม? เจ้าตาบอดหรือไงกัน? ไม่เห็นหรือว่ามีสาวๆมากมายอยู่ด้านหลังของข้า?!”ฟางเจิ้งจือตะโกนเสียงดังพร้อมกวัดแกว่งดาบด้วยความโกรธ
อย่างไรก็ตามเสื้อผาของเขายังคงถูกทำลายต่อไปจนสามารถมองเห็นแก้มก้นที่ไหม้เกรียมได้
”…”
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจต่างพูดไม่ออก
”ชายคนนี้ยังคิดเรื่องศักดิ์ศรีในสถาณการณ์เช่นนี้อีกหรือ?” ”สถานการณ์แบบนี้เขาควรจะมีสมาธิกับการทำลายสายฟ้าตรงหน้ามากกว่าไหม?”
”เจ้าไร้ยางอายก้นของเจ้า….เปิดโล่งอยู่…”หลังจากฉือกูเหยียนทำลายสายฟ้าด้วยนิ้วอีกครั้งนางก็พูดอย่างนุ่มนวล
”…”
”…”
ท่าทีของเทพอสูรและเทพปีศาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่ฟางเจิ้งจือคนเดียวที่สนใจเรื่องนั้นแม้แต่ฉือกูเหยียนเองก็ด้วย? แต่ทำไมนางถึงพูดกวนใจเขาในตอนนี้?
ในขณะที่พวกเขากำลังคิด…
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธก็ดังขึ้นอีกครั้ง
”ฉือโหย่วบัดซบ! ทุกคนเห็นก้นของข้าหมดแล้ว ข้าจะไม่มีวันยกโทษให้เจ้า!” ฟางเจิ้งจือตะโกนออกมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแสงสีทองก็เริ่มส่องสว่างมากยิ่งขึ้น
มันกลายเป็นดวงอาทิตย์สีทองอีกดวง
เมื่อเทียบกับก่อนหน้าดาบซวนหยวนกลายเป็นดาบขนาดใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ ลายภูเขาและแม้น้ำบนตัวดาบเริ่มมแสดงเห็นได้อย่างชัดเจน
ที่สำคัญที่สุดคือฟางเจิ้งจือกวัดแกว่งดาบใหญ่เล่มนั่นอย่างโกรธเกรี้ยว
ครืน!
ครืน…
”…”
เสียงดังราวกับคลื่นยักษ์ซัดกระทบกัน
สายฟ้าที่พุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือแทบจะถูกฉีกกระชากในทันทีดาบซวนหยวนมีขนาดใหญ่จนสามารถเปิดทางได้กว้างมากกว่าเดิมเกือบสิบเท่า
พูดตรงๆคือมันมีขนาดใหญ่เกินไป
ราวกับซุนหงอคงกวนมหาสมุทรด้วยกระบองสีทอง
”…”
เทพอสูรและเทพปีศาจต่างตกตะลึง
มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจพวกเขาไม่คิดเลยว่าฟางเจิ้งจือจะทำได้ถึงขั้นนี้เพียงเพราะแค่ถูกทำให้เสื้อผ้าฉีกขาด
ราวกับเขากำลังบ้าคลั่ง!
ยิ่งไปกว่านั้นการที่ดาบมีขนาดใหญ่กว่าเดิมสิบเท่านั่นหมายความว่าฟางเจิ้งจือต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นสิบเท่า?!
มันบ้าบอขนาดไหนกัน!
สายฟ้าสีแดงแต่ละสายสามารถดูดกลืนพลังไปได้
”เขาไม่ห่วงเรื่องว่าจะใช้พลังจนหมดเลยงั้นหรือ?”
”ชายคนนี้บ้าไปแล้ว!”
”ถ้าเขายังคงรักษาพลังเอาไว้ได้ก็ยังคงพอมีโอกาส อย่างไรก็ตามถ้าเขาใช้พลังเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ…”
”ไม่มีความหวังอีกต่อไป!”
เทพอสูรและเทพปีศาจรู้สึกว่าฟางเจิ้งจือโง่เกินไปแล้ว
ฉือโหย่วเหล่มองด้วยความประหลาดใจ
เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับความบ้าเลือดของฟางเจิ้งจือ
สงครามโบราณ…
ความพ่ายแพ้ครั้งเดียวในชีวิตของเขา…
ก่อนสงครามครั้งนั้นเขาได้พิชิตเผ่าอสูรและปีศาจจากนั้นก็กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าอสูรและปีศาจ
อย่างไรก็ตามเขาพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้น
ร่างกายที่เจาะไม่เข้า!
มันเป็นพลังที่เขาเชื่อมั่นมาตลอด
แต่ถึงกระนั้นร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าก็ยังไม่สามารเอาชนะสงครามนั้นได้ แม้จะพ่ายแพ้แต่ศัตรูก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้เขาต้องแบกรับความอัปยศหลบหนีจากสนามรบ
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเขาได้รับบาดเจ็บแสนสาหัสทั้งเผ่าอสูรและเผ่าปีศาจต่างก็ยอมจำนนต่อมนุษย์ จักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานได้รับชัยชนะ กลายเป็นฝ่ายมนุษย์ที่ได้ปกครองโลก
เขาต้องการตอบโต้แต่ไม่สามารถทำได้เพียงลำพังยิ่งกว่านั้นจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานมีวิธีปราบเขา
ความล้มเหลว
เขาจะยอมรับความล้มเหลวนั้นได้อย่างไร?!
เมื่อพบกับความสิ้นหวังเขาได้รู้ว่ายังมีโอกาสชนะหลงเหลืออยู่
มันคือแหล่งพลังเทพเจ้า!
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นโลกทั้งใบถูกรวมเข้าด้วยกันเขาจะครอบครองแหล่งพลังเทพเจ้าได้อย่างไร?
จักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานจะไม่ยอมให้เขาดูดซับเรกิจากแหล่งพลังเทพเจ้าอย่างแน่นอน
โชคยังดีที่ภัยพิบัติก่อตัวขึ้นทำลายโลกหลังจบสงคราม
ในตอนนั้นทำให้จักรพรรดิฮวงและจักพรรดิหยานไม่สามารถไล่ล่าเขาได้และนั่นทำให้เขามีความหวังอีกครั้ง
การคาดเดาของหยุนชิงวูถูกต้องแล้วเขาตั้งใจจะใช้พลังจากแหล่งพลังเทพเจ้าในการรักษาตัว อย่างไรก็ตามมีความผิดพลาดเล็กน้อยในแผนการของเขา
แหล่งพลังเทพเจ้าคือดวงตาแห่งสวรรค์และโลกอีกทั้งยังเป็นแหล่งที่รวบรวมเรกิทั้งหมด
เขาต้องการกลืนกินแหล่งพลังเทพเจ้า?
นั่นเป็นเรื่องที่ยากอย่างน่าขัน
ฉือโหย่วพยายามมาเป็นเวลานานแต่ก็ไม่สำเร็จ
จากนั้นมารดาแห่งโลกก็นำเผ่าพันธ์ทั้งสามเพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติขนสำเร็จและคืนความสงบให้กับโลกอีกครั้ง
ที่สำคัญที่สุกคือ…
ทั้งจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานยังไม่ตาย!
พวกเขาไม่ได้ถูกกักขังอยู่ในจักรวาลเหมือนกับคนอื่นๆแต่พวกเขาพามารดาแห่งโลกที่สูญเสียพลังไปยังแหล่งพลังเทพเจ้า
พวกเขาเองก็คิดเช่นเดียวกับฉือโหย่วพวกเขาต้องการใช้แหล่งพลังเทพเจ้าเพื่อฟื้นฟูพลังให้กับมารดาแห่งโลก
”…”
ในตอนนั้นความหวังสุดท้ายของฉือโหย่วก็ต้องดับสลาย
ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสเขาต้องพยายามต้อสู้ครั้งสุดท้าย แต่ความพยายามของเขาเปล่าประโยชน์ จักรพรริดฮวงและจักรพรรดิหยานเอาชนะเขาได้อีกครั้ง
”…”
ฉือโหย่วหมดหวังเขาจึงใช้วิธีสุดท้าย…
เขาปลดปล่อยพลังปีศาจทั้งหมดของเขาและระเบิดตัวเองเพื่อฆ่าจักรพรรดิทั้งสองรวมไปถึงมารดาแห่งโลก
จนสุดท้ายเขาทำได้เพียงฆ่ามารดาแห่งโลกเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเขาต้องประหลาดใจเพราะวิญญาณของเขาเริ่มหลอมรวมเข้ากับแหล่งพลังเทพเจ้า!
วิญญาณที่แตกสลายส่วนหนึ่งรวมเข้ากับแหล่งพลังเทพเจ้าจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกันกล่าวอีกนัยหนึ่ง แหล่งพลังเทพเจ้าก็คือตัวเขาในตอนนี้
ในตอนนั้นเขามีความสุขอย่างมาก
นั่นเพราะเขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลและมองเห็นแสงแห่งชัยชนะเขามั่นใจว่าสามารถสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าและจะต่อสู้กับจักรพรรดิทั้งสองอีกครั้ง
เขาจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปคืนมา
หลังจากนั้น…
ไม่มีจากนั้น
ในขณะที่เขากำลังเฝ้ารอให้วันนั้นมาถึงจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานก็กลับมาอีกครั้ง พวกเขาพานักรบที่แข็งแกร่งที่สุดมาเพียงคนเดียว นั่นคือซิงเทียน