Gate of God - ตอนที่ 1137 ทำลายได้ทุกสิ่ง
ตอนที่ 1137 ทำลายได้ทุกสิ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟางเจิ้งจือถูกต้อนให้จนมุมแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฟางเจิ้งจือไร้ความหวังที่จะชนะ
ตู้ม!
”…”
กรงที่สร้างมากจากสายฟ้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆเขาไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว
”เจ้าไร้ยางอายมาร่วมมือกันเถอะ” ฉือกูเหยียนกล่าว
ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากร่วมมือกันอีกแล้ว หนีก็ทำไม่ได้
”ตกลง!”
ในเมื่อไม่มีทางเลือกฟางเจิ้งจือไม่คิดจะลังเลอีก
เขาโจมตีทันที
ขณะเดียวกันฉือกูเหยียน เหยียนซิวและปิงหยางพุ่งตามไปติดๆ รวมถึงคนอื่นๆที่มีพลังมากพอ
”ฮ่าฮ่าฮ่า…”ฉือโหย่วหัวเราะ
ลำแสงสีแดงจากท้องฟ้าสาดส่องไปทั่วร่างกายสร้างภาพลวงตาสีแดงรอบๆร่างของเขาเขาแหลมเองก็กลายเป็นสีแดง
”…”
”…”
ในชั่วพริบตากรงสายฟ้าหดลงเหลือครึ่งหนึ่งของขนาดเดิมฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆไม่สามารถหลบได้ พวกเขาพุ่งหาฉือโหย่วโดยตรง
”ดาบสังหารเทพเจ้า!”ฟางเจิ้งจือฟาดฟันดาบออกไป
อย่างไรก็ตามฉือโหย่วสามารถป้องกันได้
ฉือกูเหยียนเองก็โจมตีเช่นกันเงาดำปรากฎขึ้นด้านหลังพร้อมกับหางงูที่พุ่งไปยังร่างของฉือโหย่ว อย่างไรก็ตามหางของนางกลับถูกมือข้างหนึ่งของฉือโหย่วจับเอาไว้ได้
แขนหกแขน!
ฉือโหย่วไม่เพียงแต่มีพลังโจมตีอันแข็งแกร่งแต่เขายังสามารถป้องกันการโจมตีจากหกคนพร้อมกันได้
”โฮก!”ซวนหยวนห้าคำรามและโจมตีเช่นกัน
แน่นอนว่าฉือโหย่วไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเองฉือโหย่วเคลื่อนไหวกวาดมือไปยังทิศทางที่ปิงหยางและเหยียนซิวอยู่
”ไม่!”ซวนหยวนห้าดิ้นรน พยายามเอาหางรัดร่างฉือโหย่วเผื่อขัดการโจมตี แต่ร่างของเขากลับถูกลากตามไปด้วย
ร่างของฉือโหย่วนั้นใหญ่เกินไป
ตู้ม!
ตู้ม! ปิงหยางและเหยียนซิวถูกตบกระเด็นไปยังกรงสายฟ้า
”สลับตำแหน่ง!”ฟางเจิ้งจือกัดฟันแน่นและใช้เต๋าสวรรค์เพื่อสลับตำแหน่งกับเหยียนซิวและปิงหยาง ทำให้ร่างของเขาปะทะเข้ากับกรงอย่างรุนแรง
”ปั้ง!”
ฟางเจิ้งจือหน้าแดงก่ำเลือดไหลออกมาจากมุมปาก
แข็งแกร่งเกินไป…
แม้พวกเขาจะโจมตีพร้อมกันแต่กลับไม่สามารถทำอะไรฉือโหย่วได้แม้แต่น้อย
”ฮ่าฮ่าสนุกไหมละ?” ร่างของฉือขยับและตรงไปยังตรงกลางกลุ่มฟางเจิ้งจือ
ปั้ง!
ฟางเจิ้งจือพุ่งตัวไปยังตรงกลางของกรงสายฟ้าทันที
ราวกับแมงมุมที่กำลังล่าเหยื่อในอาณาเขตของตัวเอง เทพอสูรและปีศาจต่างเงยหน้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นเงียบๆ
พวกเขามีเพียงความคิดเดียวในใจ…
การต่อสู้ครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะฉือโหย่วได้
”สิ้นหวังแล้วสินะ?”
”ฉือโหย่วไม่ใช่ฉือโหย่วในยุคโบราณอีกต่อไป…”
”เขามีพลังมากเกินไปต่อให้จักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานยังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้!”
เทพอสูรและปีศาจรู้ดีว่าทางเลือกเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอดต่อไปคือยอมจำนนแม้พวกมันอาจจะต้องถูกกดขี่ไปตลอดกาลก็ตาม
อย่างน้อยก็ดีกว่าตาย
”โฮก!”ซวนหยวนห้าพุ่งไปข้างแต่กลับถูกตบกระเด็นอีกครั้ง ฟางเจิ้งจือโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มีแต่ผลลัพธ์นั้นเหมือนเดิม
ใบหน้าของฉือกูเหยียนซีดขง
อาการบาดเจ็บของนางยังไม่หายดีร่างกายของนางเปื้อนไปด้วยเลือด เหงื่อชโลมทั่วร่าง
ด้านปิงหยางและเหยียนซิว…
พวกเขาต้องพึ่งพาปี่ฟางและจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้้
การต่อสู้ดำเนินไปได้ไม่นาน
ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆในเวลาสั้นๆได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมากโม่ฉานฉือนอนหมอบอยู่บนหลังของซวนหยวนห้าและยังไม่สามารถลุกขึ้นได้
”เจ้าแข็งแกร่งพอๆกับจักรพรรดิฮวงซวนหยวนในอดีตแต่น่าเสียดายนัก…ข้าไม่ต้องการเล่นสนุกกับเจ้าอีกต่อไป” หลังจากพูดจบฉือโหย่วได้ปล่อยหมอกควันสีดำออกมาปกคลุมรอบตัวจนอัดแน่นทั่วกรง
ร่างของโม่ฉานฉือลอยออกมาจากตัวของซวนหยวนห้าใบหน้าของเขากลายเป็นสีม่วงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอของเขาไว้อยู่
ต่อจากนั้นก็เป็นปิงหยาง เหยียนซิวและหยุนชิงวู…
หมอกสีดำยกร่างของพวกเขาขึ้นบนอากาศหมอกควันสีดำไหลเข้าไปในร่างของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
”เจ้าไร้ยางอาย…ข้า…ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว…”ปิงหยางเบิกตากว้าง นางพยายามดิ้นรนจากมือที่มองไม่เห็น
”…”หยุนชิงวูไม่ได้ทำอะไร นางเพียงมองฟางเจิ้งจือเงียบๆ
”ไปซะ…อย่าสนใจพวกเรา…”เหยียนซิวมองฟางเจิ้งจือด้วยดวงตาที่หม่นหมอง
ในฐานะนักรบของดินแดนเหลียงตะวันตกแม้ตัวจะตายแต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้แม้ดูเหมือนว่าเขายอมรับผลการต่อสู้แล้วแต่มือของเขากลับเคลื่อนไหวราวกับต้องการบอกอะไรบางอย่างกับฟางเจิ้งจือ
”เหยียนซิวปิงหยาง หยุนชิงวู!” ฟางเจิ้งจือต้องการเข้าไปช่วยพวกเขา แต่มีคลื่นพลังแปลกๆเคลื่อนไหวมาที่เขาเช่นกัน
ตู้ม!
เขาป้องกันบริเวณหน้าอกของตัวเองทันที
จากนั้นร่างของเขาก็กระเด็นไปด้านหลังอย่างรุนแรง
ด้านฉือกูเหยียนร่างของนางถูกกระแทกด้วยบางสิ่งและชนเข้ากับกรงสายฟ้าเช่นกัน
ปั้ง!
”อั๊ก!”ฉือกูเหยียนกระอักเลือดออกมา
เลือดสาดกระเซ็นไปโดนใบหน้าของฟางเจิ้งจือ
ร่างของเขานิ่งงัน สายตามองไปยังฉือกูเหยียน เหยียนซิว ปิงหยาง หยุนชิงวูและโม่ฉานฉือที่กำลังดิ้นรน เขารู้สึกราวกับหัวใจของตัวเองถูกแทงด้วยดาบนับพันเล่ม
พูดตามตรงแล้วนั้น…ตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเห็นคนที่ตัวเองรักตายต่อหน้าต่อตา
บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาคิดว่าตัวเองมีพลังมากพอทุกครั้งที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์สิ้นหวังมานับถ้วน เขาสามารถผ่านมันไปได้โดยไม่ต้องสูญเสียอะไร
พวกเขาต้องไม่ตายแบบนี้…
มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?!
ทุกคนจะตายไม่ได้!
”ฟางเจิ้งจือรีบหนี…เจ้าไม่สามารถเอาชนะเขาได้!!!!”เสียงของโม่ฉานฉือดังก้องอยู่ในหัวของเขา หมอกควันสีดำและแดงหมุนวนอยู่รอบร่างของโม่ฉานฉือ
ปั้ง! ร่างของโม่ฉานฉือระเบิดออกเลือดสาดกระเซ็นราวกับสายฝน
”อืม…อ่อนแอเกินไปแค่คนรับใช้ก็ไม่สมควรเป็นด้วยซ้ำ” ฉือโหย่วกล่าวอย่างเย็นชาก่อนจะหันไปหาฟางเจิ้งจือ “จักรพรรดิซวนหยวนกลับชาติมาเกิด? ฮ่าฮ่า…น่าขัน ดูเหมือนเจ้ายังคงไม่รู้ถึงความห่างชั้นของพวกเรา?”
”ฉือโหย่วข้าจะฆ่าเจ้า!” ฟางเจิ้งจือไม่คิดจะให้ฉือโหย่วพูดจบ เขาไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว ต้องช่วยเหยียนซิว ปิงหยางและคนอื่นๆ
”โอ้?เจ้าไม่ถ่วงเวลาต่องั้นรึ? ก่อนหน้านี้เจ้าอยากจะอาบน้ำไม่ใช่งั้นรึ? ฮ่าฮ่า…เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าไม่เข้าใจว่าใครแข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้!” ฉือโหย่วหัวเราะเสียงดัง
ตู้ม!
ดาบพุ่งไปหาฉือโหย่ว
แน่นอนว่ามันไม่ทำให้เขาเจ็บปวดแม้แต่น้อย ”เจ้าไม่รู้สึกสิ้นหวังงั้นรึ?ไรประโยชน์สิ้นดี ข้าบอกให้เอาบุญ เจ้าไม่มีวันชนะข้าได้! ข้าจะกลายเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้!” หลังจากพูดจบฉือโหย่วก็หันไปมองปี่ฟาง
”อ๊าก!!”ปี่ฟางพยายามต่อสู้
อย่างไรก็ตามไม่นานลูกไฟค่อยๆแผดเผาร่างของนาง
ปี่ฟางดูเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก
”ปี่ฟางที่เกิดมาจากเปลวไฟแต่ข้ากลับแผดเผานางด้วยไฟได้ พลังของข้านั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง!”
”ปั้ง!”ลูกไฟระเบิดออก
ร่างของปี่ฟางหายไปเหลือเพียงแสงจางๆบนอากาศ
”…”
”…”
อสูรและปีศาจต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ภาพที่ปี่ฟางหายไปยังฝังลึกอยู่ในสมองพวกเขา
ปี่ฟางเทพแห่งไฟถูกไฟของฉือโหย่วแผดเผาถ้าพวกเขาไม่ได้เห็นกับตาคงไม่เชื่อ
เป็นไปได้ยังไง?!
เปลวไฟควรจะเป็นแหล่งพลังของปี่ฟางไม่ใช่รึ?!
พวกเขาไม่เชื่อ
อย่างไรก็ตามเรื่องตรงหน้านั้นเป็นความจริง
”ดูเหมือนเจ้ายังคงไม่เชื่อข้า?ไม่เป็นไร ข้าจะพิสูจน์โดยใช้พลังของเจ้า!” ฉือโหย่วยิ้มเยาะและมองไปยังฟางเจิ้งจือ
”ไปตายซะ!”ฟางเจิ้งจือไม่เชื่อ
เขาใช้เต๋าชีวิตสร้างโซ่หลากสีพุ่งไปหาฉือโหย่วและพันรอบตัวของเขาเอาไว้
”ข้าพันธนาการเขาไว้ได้?”ฟางเจิ้งจือไม่เชื่อ ฉือโหย่วไม่หลบ?
มันคือเต๋าชีวิตผู้ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ทั้งหกพลังจะค่อยๆหมดไปแม้จะเป็นฉือโหย่วก็ตาม
”เหยียนซิวปิงหยาง หยุนชิงวู ข้ามาช่วยพวกเจ้าแล้ว!” ฟางเจิ้งจือพุ่งไปหาพวกเขาโดยไม่ลังเล
”ฟางเจิ้งจือช่วยหยุนชิงวูและซวนหยวนห้า ข้าจะช่วยปิงหยางและเหยียนซิวเอง!” ฉือกูเหยียนกล่าวและพุ่งหาปิงหยางทันที
ซวนหยวนห้ากวาดหางของเขาผ่านลำคอของเหยียนซิว
ตู้ม
ตู้ม!
”…”
เหยียนซิวปิงหยางและหยุนชิงวู ทรุดลงกับพื้น
”ข้าช่วยพวกเขาได้จริงๆ?ฉือโหย่วเจ้าไม่ประมาทเกินไปงั้นรึ?” ฟางเจิ้งจือมีความสุขมาก เขาหันไปพูดกับฉือโหย่ว อย่างไรก็ตามเขากลับต้องตัวแข็งค้าง เพราะบนร่างของฉือโหย่วไม่มีโซ่ที่สร้างขึ้นมาจากเต๋าชีวิตอีกแล้ว
”อะไรกัน…”ฟางเจิ้งจือตัวสั่นเทา เขานั้นเชี่ยวชาญเต๋าแห่งการจุติทั้งหกเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อน
”เจ้ายังไม่เข้าใจงั้นหรือ?ข้าบอกแล้วว่าข้าเป็นผู้ปกครองของโลกใบนี้ไม่มีเต๋าหรืออาวุธใดๆทำร้ายข้าได้ เต๋าชีวิตของเจ้าก็ไม่สามารถทำอันตรายข้าได้” ฉือโหย่วกล่าวออกมาเรียบๆ
”ไม่มีอะไรทำร้ายฉือโหย่วได้?”
”แม้แต่เต๋าก็ตาม….”
”…”
”ฟางเจิ้งจืออย่าเชื่อฉือโหย่วมันแค่หลอกเจ้า!” ซวนหยวนห้ากล่าวขัดความคิดของฟางเจิ้งจือ จากนั้นเขาก็พุ่งไปหาฉือโหย่ว “ฉือโหย่วลองวิชาห้ากรงเล็บของข้าหน่อยเป็นไง!”
ตู้ม! กรงเล็บล่องหนโจมตีใส่หัวฉือโหย่ว
ฉือโหย่วไม่เคลื่อนไหวเขายิ้มมองซวนหยวนห้าเงียบๆ
”เทพอสูรอันดับหนึ่งยุคโบราณ….วิชาห้ากรงเล็บ…เจ้าอยากจะลองอีกครั้งไหม?”ฉือโหย่วกล่าวและโจมตีด้วยแขนข้างหนึ่ง
”อั๊ก!”ซวนหยวนห้าอุทานอย่างเจ็บปวด
เขาต้องการหนี!
แต่หัวและหางของเขาถูกแขนฉือโหย่วจับเอาไว้ไม่ว่าดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่สามารถหนีไปได้
”เหยียนซิว!”เสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นอีกครั้ง
”อืม!”
”เต๋านรก!”
”เต๋าอาชูร่า!”เหยียนซิวโจมตีพร้อมกับฟางเจิ้งจือ
เต๋านรกและอาชูร่าผสานกันกลางอากาศ แสงสีแดงสามารถมองเห็นได้ข้างในเปลวเพลิงสีดำแปดลูกเต๋าทั้งสองผสานเข้าด้วยกัน มันเป็นวิชาผสานที่เหยียนซิวและฟางเจิ้งจือเคยคิดค้นขึ้น
อาชูร่านรก!
ครืน!พลังรุนแรงทำให้อากาศสั่นไหว
อย่างไรก็ตามฉือโหย่วยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขาจับซวนหยวนห้าไว้อย่างสบายๆและปล่อยให้ไฟสีแดงดำกลืนกินร่างของตัวเอง
”ซู่!”เสียงไฟค่อยๆดับลงดังขึ้น อาชูร่าสีแดงได้หายไป
”เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?ข้าสามารถทำลายได้ทุกสิ่งต้นไม้ ดอกไม้ ภูเขา แม่น้ำ…หืม…นั่นรวมไปถึงประตูเทพเจ้าที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า!” ฉือโหย่วมองไปยังประตูเทพเจ้าทั้งสามบานที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า