Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 183 หา! (1)
ซู่อ้าวเทียนกล่าวอย่างเฉยเมย “เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั่นคือวัฏจักร ของชีวิต กฎของธรรมชาติ จํานวนสิ่งมีชีวิตที่โลกเราสามารถรองรับได้ ย่อมมีขีดจํากัดเสมอ ตัวอย่างเช่น วันหนึ่งถ้าอาณาจักรวั่นโซ่วไม่ทํา สงครามกับอาณาจักรมนุษย์ของเจ้า… อาณาจักรมนุษย์ของเจ้าก็จะเริ่ม ต่อสู้กันเอง จํานวนผู้เสียชีวิตย่อมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เจ้าเข้าใจ ความหมายของข้าหรือไม่?”
โจวเหว่ยชิงเกาหัวอย่างเขินอาย “ไม่ค่อยเท่าไหร่เลยขอรับ”
ซู่อ้าวเทียนหัวเราะทันที “ดีแล้วที่เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าไม่ได้ถูกสร้างให้ เป็นผู้ปกครองหรือผู้พิชิตแผ่นดิน บางเรื่อง เรียนรู้เร็วเกินไปก็ไม่ดีนัก เจ้าออกไปได้แล้ว นําเทียนเอ๋อร์ไปด้วย มิฉะนั้นแม้ว่านางจะยังอยู่ที่นี่ หัวใจของนางก็ไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป ทุกๆ 3 ปี ข้าต้องการให้เจ้าและเทียน เอ๋อร์กลับมาที่ภูเขาหิมะสวรรค์ ข้าจะตรวจสอบความก้าวหน้าในการ ฝึกปราณของเจ้าทั้งคู่”
โจวเหว่ยชิงรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง “ขอบคุณท่านพ่อตา!”
ซู่อ้าวเทียนยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า “ข้าเห็นปาฏิหาริย์ที่เป็นไปได้ใน ตัวเจ้า สิ่งที่ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตของข้าเอง อย่างไรก็ตาม ข้า
ไม่ต้องการให้ปาฏิหาริย์นี้เป็นเพียงคําทํานายเลื่อนลอยเหมือนดอก โบวตั๋นเบ่งบาน ในโลกนี้มีอัจฉริยะและบุคคลมากพรสวรรค์มากมาย แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่เหลืออะไรเลย นั่นเป็นเพราะคําว่า ‘ทะนง ตน’ “
“หากมีอ้วนหลงอยู่เคียงข้างเจ้า ข้าก็คงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่อง นั้นมากนัก ข้ารู้ว่าเจ้ามีแรงกดดันจากทุกด้าน อย่างไรก็ตาม สําหรับคน หนุ่มสาว แรงกดดันไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องไร้แรงจูงใจ ข้าหวังว่า เจ้าจะทําให้ข้าได้เห็นปาฏิหาริย์มากกว่านี้ จนกว่าจะถึงวันที่ข้าไม่ สามารถสอดมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องของเจ้าได้อีกต่อไป อ้อ ใช่ อีกประการ หนึ่ง เจ้าทั้งคู่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปรากฏตัวบนพรมแดนของอาณาจักร วั่นโซ่วอีก ไม่งั้นข้าจะจับเจ้ากลับมาตีก้นด้วยเอง”
“อ๊าา…” โจวเหว่ยชิงมองไปที่พ่อตาของเขาโดยไม่พูดจา ก่อนจะ วิ่งออกไปอย่างลนลานในที่สุด
หลังจากโจวเหว่ยชิงจากไปแล้ว ซู่อ้าวเทียนก็ถอนหายใจเบาๆ ภรรยาของเขาจากไปแล้ว ตอนนี้ลูกสาวของเขาก็จากไปเช่นกัน และ แม้แต่ศิษย์ของเขาก็จากไป ความเหงาเข้าครอบงําจิตใจซู่อ้าวเทียน อย่างกะทันหัน เขานั่งเงียบอยู่พักหนึ่ง และทันใดนั้นสมองของเขาก็คิด บางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจะพึมพํากับตัวเอง “เด็กน้อยคนนั้นพูดถูก… บางทีอาจถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างแล้ว อย่างไรก็
ตาม ยังคงต้องรอจนกว่าข้าจะจัดการทุกอย่างในอาณาจักรวั่นโซ่วให้ เข้าที่เข้าทางก่อน…”
…
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ก็กล่าวคําอําลากับซู่อ้าว เทียนก่อนจะติดตามหลงซื่อหยาออกจากภูเขาหิมะสวรรค์ไป
หลงซื่อหยาไม่ได้พาโจวเหว่ยชิงและเทียนเอ๋อร์ไปด้วยกันกับเขา แต่ปล่อยให้ทั้งคู่เดินทางไปด้วยตัวเอง ส่วนเขาก็กลับไปที่ค่ายกองพัน ไร้พ่ายก่อน หลงซื่อหยาอ้างว่า “การเดินทางกับคู่หนุ่มสาวอย่างพวก เจ้านั้นมันมากเกินกว่าที่ข้าจะรับไหว เจ้าสองคนมักจะสนิทสนมและรัก ใคร่กัน ปลุกกระตุ้นชายชราผู้น่าสงสารที่ยังบริสุทธิ์แม้อายุได้ร้อยปีแล้ว อยู่เนืองๆ อ๊าาา ช่างไร้มนุษยธรรมเสียจริงๆ!”
และด้วยเหตุนี้ หกสุดยอดมหาราชาสวรรค์จึงหนีไปเช่นนั้น สําหรับโจวเหว่ยชิง เขาเข้าสู่สถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง กระพือปีก ขนาดใหญ่ขณะอุ้มเทียนเอ๋อร์ในแบบเจ้าสาว ก่อนจะบินข้ามผ่าน ท้องฟ้าไปยังชายแดนตอนเหนืออย่างช้าๆ
หลังทะยานขึ้นสูงและลอยละล่องกลางอากาศ โจวเหว่ยชิงก็ไม่ได้ รีบร้อนกลับไป ถึงอย่างไรสงครามที่พรมแดนทั้งหมดก็สิ้นสุดลงแล้ว ณ เวลานี้ จากคําพูดของพ่อตา โจวเหว่ยชิงก็รู้ว่ากองพันไร้พ่ายของเขายัง
อยู่ดีและสร้างปัญหาให้กับอาณาจักรวั่นโซ่วเสียมากมาย นอกจากนี้ หลงซื่อหยายังกลับไปก่อนล่วงหน้าแล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะ ใช้เวลาและให้ความสําคัญกับเทียนเอ๋อร์ในระหว่างที่พวกเขาเดินทาง กลับด้วยกัน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาใช้เวลาทุกชั่วโมงที่ตื่นลืมตาฝึก ปราณอย่างหนักหน่วงสุดกําลัง ตอนนี้โจวเหว่ยชิงจึงต้องการเวลา พักผ่อนเพื่อใช้เวลาร่วมกับเทียนเอ๋อร์ผู้เป็นที่รักของเขา
“เทียนเอ๋อร์ เจ้าจะว่าอย่างไร…ถ้าเราจะทํา ‘สิ่งนั้น’ กันบนท้องฟ้า นั่นไม่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษหรอกหรือ?”
“เจ้า…หยุดคิดเดี๋ยวนี้!”
“มาเถอะ ลองดูกัน มันจะต้องเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่ เหมือนใครแน่นอน” น�าเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ยั่วยุดังขึ้นในอากาศ
“ไม่ ถ้าข้าร่วงลงไปจะทํายังไง ข้าบินไม่ได้นะ”
“ไม่ เจ้าไม่ตกลงไปแน่นอน…แม้ข้าจะร่วงลงไป ข้าก็จะไม่มีวัน ปล่อยให้เจ้ากระแทกพื้น!”
“ไม่…”
“เทียนเอ๋อร์ ก้นเล็กๆของเจ้าโก่งงอนสู้มือดีจริงๆ แต่…เจ้าน�าหนัก ลดลงไปมากทีเดียว มา ให้ข้าช่วยนวดเถอะ เนื้อของเจ้าจะได้กลับมา เต็มไม้เต็มมือเหมือนเดิม”
“โจวเหว่ยชิง! เจ้าคนสารเลว! เจ้านี่มันเลวถึงเนื้อในเลยจริงๆ!”
“เทียนเอ๋อร์ เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้หรือ? ผู้ชายไม่เลว ผู้หญิงไม่รัก ผู้ชายไม่เหลี่ยมจัด ผู้หญิงไม่หลับนอนด้วย เช่นนี้ผู้ชายดีๆถึงเป็นหนุ่ม บริสุทธิ์ไปตลอดกาล! อย่างไรก็ตาม… ครั้งที่แล้วข้าถูกเจ้าบังคับ ดังนั้น เจ้าต้องรับผิดชอบข้าอย่างเต็มที่!”
“ใครบังคับเจ้ากัน! เจ้า… อ๊าา….”
เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน โชคดีที่พวกเขาบินสูง กว่า 1,000 เมตรขึ้นไปบนท้องฟ้า ตลอดการเดินทางกลับ รางวัลที่โจว เหว่ยชิงได้รับก็คือทักษะการบินที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
…
ชายแดนเหนือ กองทัพจ้งเทียนภาคเหนือเขตตะวันตก กองพันไร้ พ่าย
“ผู้บัญชาการกองพันหายไปนานแล้ว ทําไมเขายังไม่กลับมา!”
ในกระโจมสํานักงานใหญ่ของกองพันไร้พ่ายมีนายทหารระดับสูง ทั้งหมดนั่งอยู่ หัวเฟิง มู่เอิน และเทพธนูหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์คนอื่นๆ เช่นเดียวกับหัวหน้าครูฝึกซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ รองผู้บัญชาการเว่ยเฟิง และหัวหน้ากองร้อยหลักต่างๆ
กองพันไร้พ่ายในปัจจุบันไม่เพียงแต่มีสถานะที่สูงส่งในกองทัพ ภาคเหนือเขตตะวันตก แต่เป็นทั้งชายแดนภาคเหนือของจ้งเทียน ทั้งหมด
สถานที่ตั้งค่ายกองพันไร้พ่ายไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ตอนนี้รอบๆกอง พันไร้พ่ายมีกรมทหารอาวุธหนัก 6 กรมตั้งค่ายอยู่ ซึ่งทั้งหมดนั้น ประกอบด้วย 4 กรมทหารราบหนัก และ 2 กรมทหารม้าหนัก
เดิมทีกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกไม่มีกรมทหารอาวุธหนัก จํานวนมากนัก ทว่าบางส่วนถูกเคลื่อนย้ายมาจากกองทัพภาคเหนือเขต อื่นๆ ภารกิจเดียวของพวกเขาก็คือปกป้องและสนับสนุนกองพันไร้พ่าย นั่นเอง!
ในสงครามชายแดนปีนี้ กองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกได้พบกับ ศัตรูจํานวนมากมายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ใช่แค่ในแง่ของ ปริมาณ แต่ยังรวมถึงคุณภาพด้วย เพราะศัตรูจากอาณาจักรวั่นโซ่วมีถึง 17 กรมทหาร! ไม่เพียงแค่นั้น ยังรวมถึงกรมทหารแมมมอธที่แสนทรง พลังและกรมทหารอินทรีที่บินได้อีกด้วย กระนั้น ในสงครามชายแดน
เหนือที่กองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกปีนี้ ฝ่ายจ้งเทียนก็ประสบ ความสําเร็จอย่างคาดไม่ถึง
เมื่อกองทัพอาณาจักรวั่นโซ่วล่าถอยกลับไป จาก 17 กรมทหารที่ บุกเข้ามา มีเพียง 8 กรมเท่านั้นที่เหลือรอดกลับไป และเหตุผลเดียวที่ เป็นเช่นนี้ก็เพราะทหารกลุ่มใหม่ที่กองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกมี นั่น ก็คือกองพันไร้พ่าย
ความสามารถในการต่อสู้ของกองพันไร้พ่ายได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าทรงพลังถึงขีดสุดตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรกที่พวกเขาเข้าร่วม ในความ เป็นจริง เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขานั่นเองที่ทําให้จ้งเทียน สามารถพลิกสถานการณ์การต่อสู้ได้ เปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็น ชัยชนะที่น่าตกใจ การรุกคืบเต็มกําลังครั้งแรกของอาณาจักรวั่นโซ่ว พลันกลายเป็นการพ่ายแพ้อย่างเต็มรูปแบบในที่สุด และกองทัพจ้ง เทียนก็ยังสามารถตามไล่ล่าสังหารศัตรูได้มากขึ้น ภายหลังสงคราม กองพันไร้พ่ายก็ได้กลายเป็นเสาหลักที่มั่นคงของกองทัพภาคเหนือเขต ตะวันตก อาณาจักรวั่นโซ่วได้ทดลองใช้ทุกวิถีทางและกลยุทธ์โจมตีที่ แตกต่างกันเพื่อเล่นงานพวกเขา แต่นอกจากกรมทหารแมมมอธแล้วก็ ยังไม่มีกรมทหารอื่นใดที่สามารถต้านทานห่าฝนลูกศรศาสตรามณียุทธ์ อันทรงพลังได้
ภายใต้การนําของหัวเฟิงและผู้นําคนอื่นๆ กองพันไร้พ่ายจึง สามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทั้งหมดของพวกเขาได้อย่าง เต็มที่ หากพบกรมทหารแมมมอธ พวกเขาจะหลีกเลี่ยงทันที แม้ว่ากรม ทหารอื่นๆของกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกจะไม่มีใครสู้กรมทหาร แมมมอธหรือกรมทหารอื่นๆจากอาณาจักรวั่นโซ่วได้ แต่พวกเขาก็ยัง สามารถเสี่ยงชีวิตเพื่อต้านกรมทหารแมมมอธไว้ได้ในระยะหนึ่ง จากนั้นกองพันไร้พ่ายก็จะฉวยโอกาสโจมตีกรมทหารที่อ่อนแอกว่ากลุ่ม อื่นๆจากอาณาจักรวั่นโซ่ว ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของธนู ศาสตรามณียุทธ์ จํานวนผู้เสียชีวิตในกองทัพอาณาจักรวั่นโซ่วจึงพุ่งขึ้น สูงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าศัตรูของพวกเขาจะมีกําลังแข็งแกร่ง ที่สุด แต่นี่ก็เป็นพรมแดนทางตะวันตกที่ยุติสงครามชายแดนประจําปี เร็วที่สุดเช่นกัน
เนื่องจากนี่เป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะที่น่าอัศจรรย์ ด้วยทหาร จํานวนนับไม่ถ้วนที่เสียชีวิตภายใต้คมธนูของพวกเขาในช่วงเวลาสั้นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้แต่เจ้าเหนือหัวแห่งภูเขาหิมะสวรรค์ซู่อ้าวเทียนก็ ยังรับรู้เรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องด้วยความสําเร็จทางทหารของพวกเขา การจะเลื่อนระดับ กองพันไร้พ่ายเป็นกรมทหารที่แท้จริงจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ นับประสา อะไรกับกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตก แม้แต่กองบัญชาการหลัก
กองทัพภาคเหนือก็ส่งตัวแทนเข้ามาหลายคนเพื่อหวังว่าจะเข้ายึดกอง พันไร้พ่าย
อนิจจา ด้วยภูมิหลังจากวังสวรรค์ไพศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ การปรากฏตัวของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ในฐานะผู้ขัดขวางที่มีสถานะน่าตก ตะลึง กองพันไร้พ่ายจะยังถูกส่งมอบให้ผู้อื่นได้อย่างไร? กองพันนักเลง ที่ทุกคนเคยมองเหยียดอย่างดูถูกกลายเป็นที่ชื่นชมและอิจฉาของทหาร กองทัพภาคเหนือทั้งหมด ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝันที่จะเข้าสู่กองพันไร้ พ่าย แม้แต่ผู้บัญชาการกรมทหารหรือรองผู้บัญชาการบางคนก็ไม่ใช่ ข้อยกเว้น
กองพันไร้พ่ายปฎิบัติต่อทหารของพวกเขาดีเกินไป หลังจากพูดคุย กับเจ้าหน้าที่ทุกคน หัวเฟิงก็ตัดสินใจที่จะแลกเปลี่ยนความดีความชอบ ทางทหารทั้งหมดเป็นทองคําและของใช้ที่จําเป็นอื่นๆ ในช่วงไม่กี่เดือน ที่ผ่านมากองพันไร้พ่ายได้ทําการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์อย่าง ต่อเนื่อง ฝึกฝนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง อาจกล่าวได้ว่าทุกๆวันล้วนเป็น ความก้าวหน้าของกองพันไร้พ่าย ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม สิ่ง เดียวที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือจํานวนของพวกเขา
หัวเฟิงนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ กวาดสายตามองไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งหมดที่มารวมตัวกัน เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างสะเทือน อารมณ์ อาจกล่าวได้ว่าเมื่อพวกเขาละทิ้งอาณาจักรที่กําลังจะตายไว้
เบื้องหลัง สมาชิกทั้ง 7 แห่งหน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์ก็เต็มไปด้วยความสิ้น หวังและท้อแท้ พวกเขาไม่คาดหวังว่าภารกิจกอบกู้อาณาจักรจะ ประสบความสําเร็จได้ แม้แต่ความคิดในการแก้แค้นก็ยังดูห่างไกล เหลือเกิน ทว่าตอนนี้หัวใจของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวังอันไร้ที่ สิ้นสุด ความแข็งแกร่งของกองพันไร้พ่ายทําให้หัวใจของพวกเขารู้สึก อบอุ่น มองเห็นความเป็นไปได้ในการกอบกู้ฟื้ นฟูบ้านเกิดในช่วงชีวิตที่ เหลืออยู่นี้
“ข้าแน่ใจว่าเขาจะกลับมาในไม่ช้า เนื่องจากผู้บัญชาการกองพัน ถูกผู้อาวุโสหลงพาตัวไป ข้าแน่ใจว่าเขากําลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนแบบ ปิด เขาต้องอยู่ในช่วงที่สําคัญมากแน่ๆ มิฉะนั้นเขาก็คงจะไปจากไป ยามมีศึกสงครามเช่นนี้” หัวเฟิงยิ้มเลือนลางขณะที่เขาเอ่ยอย่างใจเย็น
ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์นั่งอยู่ไม่ไกลจากหัวเฟิง และเมื่อได้ยินคําพูดของ เขา เธอก็เม้มริมฝีปาก ดูจากรูปการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจกับ มันมากนัก
เว่ยเฟิงกล่าวว่า “ผู้บัญชาการกองพันหัวเฟิง สงครามได้สิ้นสุดลง มาระยะหนึ่งแล้ว เราควรกลับไปที่ตั้งค่ายกองพันไร้พ่ายเดิมดีหรือไม่? หากเรายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป ข้าเกรงว่ากองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกที่ เหลืออาจจะจบลงที่การก่อกบฏ” เมื่อพูดถึงจุดนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะ หัวเราะออกมาเสียงดัง
เว่ยเฟิงไม่ได้ล้อเล่นหรือตื่นตระหนกเกินไปแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ กองพันไร้พ่ายได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของพวกเขาในศึก สงคราม ผู้คนนับไม่ถ้วนก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าร่วมกับกองพันไร้ พ่าย นี่รวมถึงกองกําลังอาวุธหนักทั้ง 6 กรมที่ตั้งค่ายอยู่รายรอบพวก เขา… โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทหารราบหนักที่เคยร่วมรบกับพวกเขาใน สงคราม
มีเพียงผู้ที่เคยต่อสู้ร่วมกับกองพันไร้พ่ายและได้เห็นพวกเขาลงมือ เท่านั้นที่จะตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด ใน ฐานะทหาร ใครไม่ปรารถนาที่จะมีสหายร่วมรบและพันธมิตรที่ แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่เคียงข้างบ้าง? ใครไม่ฝันจะอยู่ยงคงกระพันในสนาม รบบ้าง? ความดีความชอบทางทหารและรางวัลต่างๆก็ดูเหมือนจะ ได้มาโดยง่ายราวกับเก็บของตกพื้น!
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลใดๆกับกองพันไร้ พ่าย กองบัญชาการใหญ่กองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกได้ส่งตัวแทน มาหลายคน ด้วยหวังว่ากองพันไร้พ่ายจะขยับขยายออกไปเป็นกรม ทหาร หรือแม้แต่กองพล พวกเขาสัญญาว่าผู้นําและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของกองพันไร้พ่ายทุกคนจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาจะมอบกรม ทหารที่แข็งแกร่งให้เพื่อจัดตั้งกองพลไร้พ่าย ปั้ นจนกลายเป็นกองพลที่ แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพจ้งเทียนและสยบอาณาจักรวั่นโซ่ว
ข้อเสนอแนะนี้ถูกคิดขึ้นมาโดยกองบัญชาการใหญ่กองทัพ อาณาจักรจ้งเทียนจริงๆ ไม่ใช่แค่กองทัพชายแดนภาคเหนือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หัวเฟิงและคนอื่นๆก็ได้ทําการปฏิเสธไป
สําหรับเรื่องนี้ กองบัญชาการใหญ่แห่งอาณาจักรจ้งเทียนได้ส่ง เรื่องไปจนถึงองค์จักรพรรดิอย่างซ่างกวนเทียนซิน เมื่อซ่างกวนเทียน ซินได้รับรู้เกี่ยวกับกองพันไร้พ่ายและภูมิหลังของพวกเขา เขาก็เดินทาง ไปที่วังสวรรค์ไพศาลด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผลที่ออกมากลับสร้าง ความตกตะลึงให้กับทุกคน วังสวรรค์ไพศาลได้ออกคําสั่งว่าการ ตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะปล่อยให้ผู้บัญชาการกองพันไร้พ่าย โจวเหว่ยชิง เป็นผู้ตัดสินใจ กล่าวคือถ้าโจวเหว่ยชิงยินดีที่จะจัดตั้งกองพลขึ้นมา พวกเขาก็สามารถดําเนินการต่อไปได้ แต่ถ้าหากไม่ การคงสภาพไว้ เช่นเดิมก็ไม่เป็นไร
……………………………………………………..