Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 183 หา! (3)
ในฐานะผู้บัญชาการกองพัน กระโจมขนาดใหญ่ของโจวเหว่ยชิงจึง เป็นหนึ่งในไม่กี่หลังแรกๆที่สร้างเสร็จก่อน เทียนเอ๋อร์ยืนอยู่เคียงข้าง เขา และในขณะที่เธอได้ยินเสียงนั้น เธอก็หัวเราะคิกคักและพูดว่า “มี คนตกไหน�าส้ม[1]ล่ะ อ้วนน้อย นั่นไม่ใช่ซ่างกวนปิงเอ๋อร์ใช่ไหม เจ้าทํา ได้น่า!”
เขาพยักหน้าให้กับเทียนเอ๋อร์ด้วยความอับอายพลางกล่าวว่า “ข้า จะไปดูก่อน” หลังยกผนังกระโจมขึ้นเร็วๆ เขาก็หายออกไป
ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ยืนอยู่ไม่ไกลจากกระโจม เมื่อเห็นโจวเหว่ยชิง เดินออกมา เธอก็มองเขาอย่างเย็นชา จิตสังหารที่เยือกเย็นทําให้โจว เหว่ยชิงขนลุกซู่
“เฟยเอ๋อร์ ฟังคําอธิบายของข้าก่อน…ข้าเคยพูดถึงเรื่องนี้กับเจ้า แล้ว…” โจวเหว่ยชิงเดินไปหาพร้อมกับรอยยิ้มขอโทษบนใบหน้า
ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ส่งเสียงหึในลําคอและพูดว่า “ไร้สาระพอแล้ว มากับข้า” หลังพูดเช่นนั้น เธอก็กระโจนขึ้นไปในอากาศ วิ่งออกไปด้าน นอกค่าย
โจวเหว่ยชิงไม่กล้าชักช้า และในพริบตาเดียว เขาก็ไล่ตามเธอ ออกไป เขาต้องอธิบายสิ่งต่างๆให้ชัดเจนก่อน! แน่นอน จะประสบ ความสําเร็จหรือไม่ก็ยังเป็นอีกเรื่อง
ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เท้า ของเธอแตะพื้น เธอจะก้าวไปข้างหน้าเกือบ 10 หลา หากไม่ใช้สถานะ ปีศาจกลายร่างหรือสถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง โจวเหว่ยชิงก็คงต้อง ใช้ความพยายามพอสมควรในการติดตามเธอ
ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ออกจากค่ายไปแล้ว ในสายตา ของโจวเหว่ยชิง ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ไม่ต้องการโต้เถียงกับเขาต่อหน้าทุก คน ความคิดเช่นนี้ทําให้เขาสงบลงเช่นกัน เนื่องจากเฟยเอ๋อร์เต็มใจที่ จะรักษาหน้าของเขา นั่นหมายความว่าเธอยังไม่ได้โกรธอย่างเต็มที่
ทํายังไงดี? ขณะที่โจวเหว่ยชิงพุ่งตามหลังซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ไป ดวงตาของเขาก็กลอกไปมาพลางขบคิดอย่างหัวหมุน ใจของเขาเต็มไป ด้วยความรู้สึกผิด เฟยเอ๋อร์อยู่ที่นี่เพื่อช่วยข้าดูแลทุกอย่าง แม้กระทั่ง ต่อสู้เพื่อเขา แต่เขาก็ยังหนีไปหาเทียนเอ๋อร์ นี่ไม่ใช่อะไรที่น่าภาคภูมิใจ นัก แต่ในเวลาเดียวกัน ในเวลานั้นเขาจะไม่ไปหาเทียนเอ๋อร์ได้อย่างไร? นั่นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน!
เมื่อไม่มีเหตุผลดีๆรองรับเรื่องราวทั้งหมด เขาทําผิดและไม่มี เหตุผลใดที่จะพยายามหาวิธีทางแก้ต่างกับซ่างกวนเฟยเอ๋อร์… ดังนั้น ทางเลือกเดียวก็คือการทําตัวเป็นคนไร้ยางอาย!
เมื่อคิดไปถึงจุดนั้น โจวเหว่ยชิงก็วางแผนหนึ่งขึ้นมา ด้วยประกาย สีม่วงในดวงตา โจวเหว่ยชิงก็เข้าสู่สถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่างทันที ปีกที่อยู่ด้านหลังของเขาคลี่ออกหลังพลังขุมใหม่ระเบิดเข้ามาเติมเต็ม ด้วยจังหวะการก้าวกระโดดที่เงียบกริบ ทั้งร่างของเขาก็บินออกไป เหมือนลูกศรที่พุ่งเข้าหาซ่างกวนเฟยเอ๋อร์
ถึงเวลานี้ ทั้งก็คู่ได้ออกจากค่ายกองพันไร้พ่ายมาเป็นระยะทาง ค่อนข้างไกลแล้ว และพื้นที่นี้ก็ยังค่อนข้างกว้างขวางและรกร้าง ปราศจากผู้คน ในขณะที่โจวเหว่ยชิงเริ่มขยับตัว ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ก็คิด ว่านี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมแล้วจึงชะลอตัวลงและหันหลังกลับไป
ทันทีที่เธอหันหลังกลับ ใบหน้าสีม่วงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันที ไม่ ว่าเธอจะแข็งแกร่งแค่ไหน ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ก็ยังคงเป็นหญิงสาวคน หนึ่ง และเมื่อตื่นตกใจกับใบหน้าสีม่วงที่ดูแปลกประหลาดเช่นนั้น เธอก็ ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง
ในขณะนั้น เจ้าของใบหน้าสีม่วงพลันส่งจูบปิดริมฝีปากของเธอ อ้อมแขนโอบกระชับรอบเอวในขณะที่ปีกขนาดใหญ่คู่หนึ่งกางห่อหุ้ม คนทั้งสองเอาไว้ภายใน
ท่อนแขนของเขาแข็งแรงมาก และริมฝีปากก็รุกรานด้วยความ ร้อนแรง ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์เพียงรู้สึกราวกับว่าศีรษะของเธอวิงเวียน ก่อนจะถูกร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามผลักลงไปที่พื้นและคร่อมทับ เอาไว้
“อ๊าา ไม่!”
เสียงร้องอู้อี้ดังออกมาจากปากซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ในขณะที่เธอต่อสู้ ดิ้นรนอย่างสุดกําลัง อย่างไรก็ตาม ภายใต้การโจมตีของริมฝีปากที่ ร้อนแรงดั่งไฟ ร่างกายของเธอจึงรู้สึกอ่อนยวบและไม่สามารถใช้ พละกําลังได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกับท่อนแขนทรงพลังที่จับยึดร่าง เธอเอาไว้ มือข้างหนึ่งกําอยู่ที่จุดตายด้านหลังของเธอ ทําให้หญิงสาวไม่ สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่
โจวเหว่ยชิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจับซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ไว้ก่อน มิฉะนั้นด้วยความโกรธและพละกําลังที่น่ากลัวของเธอ เขาก็รู้ว่าตนเอง จะไม่สามารถควบคุมอีกฝ่ายไว้ได้ง่ายๆ
ภายใต้สถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง โจวเหว่ยชิงทั้งตัวเบา รวดเร็วและมีพละกําลังมหาศาล เนื่องจากเขาตั้งใจซุ่มโจมตีเธอ ซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์จึงไม่ได้สังเกตเห็นจนกระทั่งตอนนี้ และมันก็สายเกินไปที่ เธอจะดิ้นรนขัดขืน!
จะทําตัวเป็นคนไร้ยางอายได้อย่างไรน่ะหรือ? แน่นอนว่าต้องกวน น�าให้ขุ่นก่อนเปิดการสนทนาใดๆ ทั้งเขาและซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ต่างก็รัก กัน แม้ว่าพวกเขาจะเคยสนิทสนมกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ข้ามเส้นสุดท้าย ไป ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น โจวเหว่ยชิงได้ตัดสินใจแล้วว่าการกระทํา สําคัญกว่าคําพูด ให้พวกเขาได้ใกล้ชิดก่อน ถึงแม้ว่าเฟยเอ๋อร์จะตําหนิ เขาในภายหลัง แต่เธอก็คงจะไม่ทุบตีเขาแรงเกินไปหรอกใช่ไหม? หึๆ
ตามแผนเดิมของโจวเหว่ยชิง เขาต้องการที่จะสนิทสนมกับซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์ก่อนสักพักเพื่อให้เธอมีความสุขและสงบลงก่อนที่เขาจะ ค่อยๆอธิบายสิ่งต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลังกดจูบที่ริมฝีปากอันแสนหอม หวานของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ เขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ริมฝีปากเหล่านั้นเป็นเหมือนยามหัศจรรย์ที่ดีที่สุดในโลก เบา สบายดุจปุยนุ่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าทักษะการจูบของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ จะงุ่มง่ามมากกว่าแต่ก่อน ในที่สุดโจวเหว่ยชิงก็เลาะผ่านไรฟันของเธอ เข้าไปคลําหาปลายลิ้นที่นุ่มนวล มือข้างหนึ่งของเขายังคงตรึงไว้ที่จุด ตายด้านหลังของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์เพื่อป้องกันไม่ให้เธอวิ่งหนีไป ในขณะที่อีกข้างหนึ่งกําลังเคลื่อนไปตามส่วนโค้งเว้าด้านหลัง ไฟ ปราถนาในกายของเขาลุกโชน และตัณหาอันป่าเถื่อนของสายเลือด อสูรก็ทําให้ลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้น
หากต้องชี้ให้เห็นข้อเสียของสถานะพยัคฆ์มังกรกลายร่าง มันก็คง จะเป็นสิ่งนี้ ไม่ว่าพยัคฆ์เทพอสูรมืดหรือมังกร ทั้งคู่ต่างก็เป็นสัตว์ร้ายที่ เต็มไปด้วยตัณหาตามธรรมชาติ ด้วยการรวมสายเลือดทั้งสองเข้า ด้วยกัน นั่นจึงทําให้สิ่งต่างๆยิ่งแย่ลง และในแง่ของ ‘ความต้องการทาง กายภาพ’ ขั้นพื้นฐาน ตอนนี้โจวเหว่ยชิงย่อมมีอยู่ในระดับที่เหนือกว่า มนุษย์ทั่วไป หลังเดินทางร่วมกับเทียนเอ๋อร์ แม้จะเป็นร่างกายที่ทรง พลังของเธอ หญิงสาวก็ยังแทบจะไม่สามารถอดทนได้
ตอนนี้ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาแล้ว โจวเหว่ยชิงที่ทาบ ทับลงมาเบื้องบนนั้นเปรียบเหมือนเตาเผาขนาดใหญ่ที่พยายามหลอม ละลายร่างกายของเธอ กําแพงป้องกันของหญิงสาวจึงค่อยๆถูกกัด กร่อนทีละนิดจากความร้อนที่แสนแผดเผานั้น
จูบของโจวเหว่ยชิงเคลื่อนไปที่ลําคอของเธอ และเขาก็ยังคงพึมพํา “เฟยเอ๋อร์ ข้ารักเจ้า”
เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านั้น ร่างกายของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ก็สั่น สะท้านอย่างเงียบๆ ดวงตาที่เลื่อนลอยของเธอพลันฟื้ นสติกลับคืนมา เธอร้องอีกครั้งว่า “ปล่อย! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าอีกต่อไปแล้ว ถ้าเกิดเจ้าหนีไปล่ะ?” โจว เหว่ยชิงหัวเราะเบาๆอย่างช่วยไม่ได้ วาดมือไปที่เนินเนื้ออันอุดม สมบูรณ์ด้านหน้าพลางลูบไล้มันเบาๆ
“ปล่อยข้านะ!” เสียงของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์สั่นสะท้านและน�าตาก็ เริ่มร่วงหล่นจากดวงตาของเธอ
เมื่อโจวเหว่ยชิงเห็นน�าตาของเธอ ความปรารถนาของเขาก็หล่น ฮวบลง เด็กหนุ่มจ้องมองด้วยความตกใจ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์จะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงเช่นนี้ เขาจูบซับน�าตาบนแก้มของ เธออย่างรวดเร็วและพูดว่า “เฟยเอ๋อร์อย่าร้องไห้ มันเป็นความผิดของ ข้าเอง เป็นความผิดของข้าทั้งหมด ข้าแบ่งปันความรักของตนเองมาก เกินไป แต่ข้าก็ไม่สามารถอยู่ได้หากปราศจากพวกเจ้าทุกคน ถ้าข้าไม่ ไปนําเทียนเอ๋อร์กลับมาตอนนี้ นางก็คงตายไปแล้ว ข้าไม่อาจทําให้ทั้ง เจ้าและนางผิดหวังได้ เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่? ข้ารู้ว่าตัวเองโลภเกินไป แต่ … นั่นก็คือข้า จิตวิญญาณที่แสนโลภมากผู้นี้ ข้าอยากจะกอดเจ้าไว้ แน่นๆ ไม่อยากปล่อยไป”
“เจ้า… เจ้าคนสารเลว… ” ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์พูดด้วยน�าเสียงสั่น เครือ
เมื่อเห็นริมฝีปากที่โกรธเกรี้ยวและสั่นระริกของเธอ โจวเหว่ยชิงก็ เต็มไปด้วยความรักใคร่ เขาประกบริมฝีปากอีกครั้ง สารเลวก็สารเลวสิ ในทันใดนั้น โจวเหว่ยชิงก็ตัดสินใจจะ ‘เปลี่ยนข้าวสารให้เป็นข้าวสุก’ ด้วยวิธีนี้ เฟยเอ๋อร์จะไม่สามารถหนีเขาไปได้แล้ว!
ทันทีที่ความคิดนั้นวาบเข้ามาในสมอง การกระทําของโจวเหว่ยชิง ก็ยิ่งรุกเร้ามากขึ้น คราวนี้เขาไม่ยอมผละจากริมฝีปากของเธอง่ายๆ ต้องรีบฉวยโอกาสตอนนี้ และแม้ว่าจะต้องถูกตบตีในภายหลัง มันก็เป็น ยังคงเป็นชัยชนะอยู่ดี! นอกจากนี้ เฟยเอ๋อร์จะยังทนทุบตีเขาไหวหรือ?
เสื้อผ้าของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ลดน้อยลงทีละชิ้น และความปั่ นป่วน ในดวงตาของเธอก็เข้มข้นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มือของโจวเหว่ยชิงที่อยู่ ด้านหลังก็ยังคงควบคุมเธอไว้ ไม่ปล่อยให้ปราณสวรรค์อันทรงพลังของ หญิงสาวระเบิดออกมา และก่อนหน้านี้เธอก็ไม่สามารถปัดป้องเขาได้ เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของ ตนเองได้แม้แต่น้อย ภายใต้การรุกรานและประสบการณ์ช�าชองของ โจวเหว่ยชิง กระทั่งจิตวิญญาณของเธอก็ยังสั่นสะท้าน แนวป้องกันใน หัวใจกําลังล่มสลายลง
ไม่ ไม่ ไม่! ซ่างกวนเฟยเอ๋อร์รู้สึกเสียใจกับการกระทําของตนเอง ในตอนนี้ เสียใจที่เธอไม่ได้พูดให้ชัดเจนเมื่อมีโอกาส อย่างไรก็ตาม ดู เหมือนว่าตอนนี้มันจะสายเกินไปแล้ว…
น�าตาเริ่มไหลรินจากดวงตาของหญิงสาว สายตาของเธอดูซับซ้อน เป็นความโกรธ ความเศร้า ความเจ็บปวด … และความสิ้นหวัง
เดิมทีโจวเหว่ยชิงจมอยู่กับความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่ มือของ เขาอยู่ในกางเกงขายาวของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ จับบั้นท้ายกลมกลึงและ โก่งงอนของเธออย่างขะมักเขม้น กางเกงเกือบจะหลุดออกมาแล้วด้วย ซ�า ทันใดนั้น น�าตาที่เปียกชื้นก็สัมผัสโดนใบหน้าของเขา โจวเหว่ยชิง พลันลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว สายตาของเข้าจับจ้องไปที่อีกฝ่ายทันที
ภายในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้นโจวเหว่ยชิงก็ มองเห็นความสิ้นหวังอย่างแรงกล้าในสายตาของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์
ไอเย็นแล่นลงไปตามกระดูกสันหลังของเขา แม้จะอยากทําให้เฟย เอ๋อร์เป็นผู้หญิงของตัวเองก่อนที่จะ ‘ยอมรับผิด’ แต่เมื่อเขาเห็นความ สิ้นหวังภายในส่วนลึกของดวงตาหญิงสาว หัวใจของเขาก็อัดแน่นไป ด้วยความเจ็บปวด โจวเหว่ยชิงบังคับผลักไฟปรารถนาในกายของเขา กลับเข้าไปอย่างรุนแรง
เขาเงยศีรษะขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือหยุดลงโดยสิ้นเชิง “เฟยเอ๋อร์ เจ้า … ”
น�าตาของซ่างกวนเฟยเอ๋อร์ไหลลงมาหนักขึ้น “เจ้า… เจ้ามันสาร เลว ข้าไม่ใช่เฟยเอ๋อร์”
ข้าไม่ใช่เฟยเอ๋อร์ คําพูดที่ดังอยู่ในหูของโจวเหว่ยชิงเหมือนกับ ระเบิดที่ปะทุขึ้น ทําให้สมองของเขาแตกละเอียดกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้น น้อย
ไม่ใช่เฟยเอ๋อร์? งั้นใครล่ะ? ไม่ใช่ปิงเอ๋อร์แน่… ด้วยนิสัยของปิง เอ๋อร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปิงเอ๋อร์รู้เรื่องเทียนเอ๋อร์กับเขาเมื่อนาน มาแล้ว เธอจะดูสิ้นหวังเช่นนั้นได้อย่างไร? ถ้าไม่ใช่ปิงเอ๋อร์หรือเฟย เอ๋อร์… ก็คงเป็นได้แค่ …
นาง… นางเป็น….
ร่างกายของโจวเหว่ยชิงผงะถอยหลังราวกับโดนไฟฟ้าดูด เซ กลับไปเกือบ 10 หลาในขณะที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ‘กระโจมชั่วร้าย’ ที่อยู่ระหว่างขาตั้งตระหง่านอย่างเต็มที่
“เจ้า… เจ้า… เจ้าคือซ่างกวนเสว่เอ๋อร์?!”
……………………………………………………
[1] ตกไหน�าส้ม คืออิ