Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 189 ตัวปัญหา![1] (1)
วันนี้ไช่ไช่แต่งกายด้วยชุดทางการเหมือนอย่างเคย แต่ทว่าก็เป็น ชุดที่ดีที่สุดของเธอด้วย ใบหน้าของหญิงสาวไร้ซึ่งการแสดงออก หรือ อาจจะกล่าวได้ว่าเคร่งขรึมจริงจังในขณะที่กําลังยืนรออยู่
เบื้องหลังแถวทหารม้าราชวงศ์มีพลเมืองของอาณาจักรเฟยหลี่ รวมตัวกันเฝ้าดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงมีขบวนพาเหรดเช่นนี้ในตอนเช้า
ทหารม้าของราชวงศ์ได้เดินออกมาเป็นขบวนแถวเรียงราย โดยมี เจ้าหญิงไช่ไช่เป็นหัวหน้าขบวนยืนรออยู่นอกประตูเมือง การต้อนรับ อย่างเป็นทางการเช่นนี้อาจกล่าวได้ว่าหาได้ยากมากในเมืองหลวง เฟยหลี่ มีเพียงต้องต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากอาณาจักรใหญ่ๆ พิธีการ เช่นนี้เป็นรองเพียงแค่องค์จักรพรรดิลงมาต้อนรับด้วยตัวเองเท่านั้น ถึง อย่างไรองค์หญิงไช่ไช่ก็มีสถานะค่อนข้างสูงแม้แต่กับราชวงศ์เฟยหลี่ เอง นอกจากนี้เธอก็มีชื่อเสียงเลื่องชื่อและได้รับความนิยมในหมู่ ประชาชนอย่างสูง
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า เมื่อถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงใน ยามซื่อ[2] ฝ่ายต้อนรับก็ยืนคอยมาระยะหนึ่งแล้ว ทว่าก็ยังไม่เห็นวี่แวว ของคณะทูต
“ รายงาน ” หน่วยสอดแนมจากทหารม้าราชวงศ์ตรงเข้าหาไช่ไช่ และคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ
“พูดมา” ไช่ไช่กล่าวอย่างเฉยเมย ปัจจุบันเธอดูไม่ยินดียินร้ายทว่า ก็ยังคงสง่างาม แสดงให้เห็นถึงอากัปกิริยาสูงส่งของเจ้าหญิงจาก อาณาจักรใหญ่
“ฝ่าบาท คณะทูตจากอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ใกล้จะมาถึงแล้ว เราควรอนุญาตให้กองทหารคุ้มกันของพวกเขาเข้ามาในเมืองด้วย หรือไม่?”
ไช่ไช่โบกมือและพูดว่า “อืม ให้พวกเขาเข้ามาได้ อาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์เป็นอาณาจักรพันธมิตรของเรา จะทิ้งพวกเขาไว้ที่หน้า ประตูได้อย่างไร?”
“ขอรับ”
ไม่กี่วันนี้ ไช่ไช่ได้รับข่าวมากมายเกี่ยวกับกองกําลังจากอาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์ มีหลายคนอธิบายว่ากองทหาร 700 คนนั้นแปลก
ประหลาดเพียงใด รวมถึงการปรากฏตัวของพวกเขาดูน่ากริ่งเกรงมาก เพียงใด
สําหรับรายงานดังกล่าว ไช่ไช่ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ในสายตา ของเธอ โจวเหว่ยชิงได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรจ้งเทียน จึงไม่น่า แปลกใจที่อาณาจักรจ้งเทียนจะส่งทหารชั้นยอดมาหลายร้อยนายเพื่อ แสดงการสนับสนุน ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็มีจํานวน เพียง 700 เท่านั้น หลังจากฟังคําแนะนําของหมิงหยู เธอก็ได้ยกระดับ การต้อนรับสําหรับคณะทูตอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ขึ้นไปอีกขั้น
ในขณะนั้น พวกเขาก็สามารถมองเห็นธงขนาดใหญ่โบกสะบัดได้ ในระยะไกลๆ
มันเป็นธงขนาดใหญ่ยักษ์อย่างแท้จริง แม้จากระยะไกลๆก็ สามารถประเมินได้ว่าเสาธงน่ามีความยาวอย่างน้อย 40 เมตร หนาเท่า ถังน�า และถูกยกจนลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า ปลายยอดมีธงผืนใหญ่ยาว 8 เมตร กว้าง 5 เมตรแขวนอยู่ มันกําลังโบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามสายลม
ธงถูกตัดเย็บด้วยฝีด้ายสีทอง โดยมีสัญลักษณ์ตรงกลางเป็น เกาทัณฑ์ไม้ดาราขนาดมหึมา มีตัวอักษรขนาดใหญ่ถูกจารึกไว้ด้านล่าง มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในระยะไกลว่า “อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์”
เมื่อเห็นธงขนาดใหญ่เช่นนี้ ฝ่ายต้อนรับก็อดไม่ได้ที่จะหันไป แลกเปลี่ยนสายตาซึ่งกันและกัน นั่นคืออะไรกันแน่?! เหตุใดจึงดูเหมือน ธงกองทัพหลักอาณาจักรจ้งเทียน? สิ่งนี้จะสามารถใช้เป็นธงทหาร อาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ได้จริง หรือ?
ในความเป็นจริง การคาดเดาของพวกเขาถูกต้อง เสาธงนั้น เหมือนกับเสาธงหลักของกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกจ้งเทียนทุก ประการ เพียงแต่ว่าโจวเหว่ยชิงได้มอบหมายให้ใครบางคนสร้าง เลียนแบบขึ้นมา
เกือบจะทันทีที่ได้เห็นธง พวกเขาก็เริ่มมองเห็นตัวสมาชิกของคณะ ทูตแล้ว ที่ส่วนหน้าสุดของกลุ่มมีบุคคลหนึ่งนั่งอยู่บนม้าขนาดมหึมา ตัว ม้าถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดํามะเมื่อมโดยสิ้นเชิง บริเวณจมูกของมัน เหมือนปากสิงโต เขาเพียงหนึ่งเดียวส่องแสงเรืองรองบริเวณด้านบน ของหน้าผาก ในขณะที่ดวงตาของมันเป็นสีแดงก�า กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดูทั้งดุร้ายและป่าเถื่อน แม้แต่สิงโตตัวผู้ก็ ยังเทียบรัศมีไม่ติด
ผู้ที่ควบขี่อยู่ด้านหลังสวมชุดเกราะสีทองเต็มยศ มีเสื้อคลุมสีแดง เข้มที่ส่องประกายระยิบระยับประดับอยู่ที่ด้านหลังของเขา จากมุมมอง ทางด้านข้าง พวกเขาจึงเห็นว่ามีการตัดเย็บดวงตรารูปเกาทัณฑ์ไม้
ดาราที่คล้ายกันบนเสื้อคลุม มันคือสัญลักษณ์ของอาณาจักรเกาทัณฑ์ สวรรค์นั่นเอง
หมวกเกราะสีทอง ชุดเกราะสีทอง และเสื้อคลุมสีแดงเนื้อดี พริบตาที่แม่ทัพคนนี้ปรากฏตัวในสายตา เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของ ทุกคนขึ้นมาทันที สําหรับความประทับใจแรก การแต่งกายของเขาดูไร้ รสนิยมและเกือบจะดูเหมือนพวกอวดรวย ชุดเกราะสีทอง…นั่นไม่ใช่สิ่ง ที่จะหาได้ในสนามรบ ไม่ว่าแม่ทัพหรือผู้บัญชาการทหารคนนั้นจะ มั่นใจแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีวันสวมชุดเกราะทองคําเช่นนี้แน่
นอกจากความจริงที่ว่าชุดเกราะสีทองนั้นดูสะดุดตาเกินไปและ การดึงดูดความสนใจของศัตรูเช่นนี้ก็จะทําให้เขากลายเป็นเป้านิ่งได้ อย่างง่ายดายแล้ว… เพียงแค่ความจริงที่ว่าทองคําเป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม มากก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน นอกจากจะใช้โอ้อวด ชุดเกราะนี้ก็แทบใช้ งานจริงไม่ได้เลย!
ในสายตาของผู้พบเห็นส่วนใหญ่ แม่ทัพห่มทองคนนี้ก็เหมือนกับ คนรวยที่โผล่พรวดเข้ามาโดยไม่รู้ประสีประสา อย่างไรก็ตาม ในสายตา ของเจ้าหญิงไช่ไช่นั้นกลับแตกต่างออกไปมาก
นี่เป็นชุดเกราะที่ทําจากทองคําจริงๆหรือ? คําตอบนั้นชัดเจนมาก เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
มองเพียงปราดเดียว ไช่ไช่ก็สามารถบอกได้ว่าชุดเกราะสีทองนี้มี อะไรมากกว่าที่ปรากฏภายนอก สีดูซีดจางกว่าสีทองเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ ใต้ดวงอาทิตย์ มันก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งสุกใสมากขึ้น
สิ่งนี้จะสามารถสร้างขึ้นจากทองคําบริสุทธิ์ได้หรือไม่? ราคาจริง ของมันจะเท่าไหร่กัน? หัวใจของไช่ไช่กระสับกระส่ายเล็กน้อยเมื่อ ความคิดหนึ่งบังเกิดขึ้นในใจของเธอ
ทองคําบริสุทธิ์มีค่ามากจนแม้แต่โลหะผสมไทเทเนียมก็เทียบไม่ ติด อาวุธธรรมดาใดๆ หากเพียงแค่เพิ่มทองคําบริสุทธิ์เข้าไปเล็กน้อย มันก็จะเปลี่ยนเป็นอาวุธคุณภาพสูงในทันที นอกจากนี้ ทองคําบริสุทธิ์ ยังเป็นสื่อกลางนําพลังปราณสวรรค์ที่ดีมาก แม้กระทั่งสามารถขยาย ขนาดหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้พลังปราณได้ น�าหนักของมันใกล้เคียง กับโลหะผสมไทเทเนียม แต่ความเหนียวและความยืดหยุ่นนั้น เหนือกว่าเกือบ 5 เท่าของโลหะผสมไทเทเนียม แน่นอนว่าราคาย่อม แพงกว่าโลหะผสมไทเทเนียมหลายร้อยเท่า! การสร้างชุดเกราะทั้งชุด จากทองบริสุทธิ์นั้นเหนือเกินกว่าความหรูหราหรือฟุ่มเฟือยไปแล้ว…ถือ ว่าเป็นการสิ้นเปลืองด้วยซ�า! ถึงกระนั้น ไช่ไช่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับว่านอกจากศาสตรามณียุทธ์แล้ว ชุดเกราะที่สร้าง จากทองคําบริสุทธิ์ก็แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เช่นกัน
บางทีอาจไม่มีใครอื่นนอกจากไช่ไช่ที่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นชุด เกราะที่ทําจากทองคําบริสุทธิ์หรือไม่ แต่พวกเขาก็ยังคงตกใจจน ขากรรไกรแทบร่วงไปอยู่ที่พื้น นั่นเป็นเพราะธงขนาดมหึมาที่ได้เห็น ก่อนหน้านี้ถูกถือไว้ในมือข้างเดียวของแม่ทัพคนนั้น! มือข้างเดียวที่ยื่น ออกมาตรงหน้าเขา! ในขณะที่ม้าปีศาจผีเขาเดียวก้าวเดินไป ธงอัน ใหญ่โตก็เคลื่อนไหวตามอย่างสม�าเสมอ แกว่งไปมาอย่างเฉื่อยชา ท่ามกลางสายลม การปรากฏตัวดังกล่าวสามารถดึงดูดสายตาของทุก คนได้อย่างแท้จริง
ด้านหลังแม่ทัพผู้นี้มีอีก 4 คนตามมาเป็นแถวขบวนที่ด้านหลัง บาง คนสวมชุดเกราะ ในขณะที่บางคนสวมชุดที่ดูเรียบง่าย อย่างไรก็ตาม แม้จะกวาดตามองเพียงครั้งเดียวก็เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คน ธรรมดาทั่วไปเช่นกัน โดยเฉพาะ 2 สาวงามอันดับต้นๆที่ดึงดูดความ สนใจผู้คนได้อย่างถนัดตา
ที่ด้านหลังพวกเขาคือรถม้าขนาดใหญ่และหรูหรา ลากด้วยม้าชั้น ดี 16 ตัว คนขับรถม้าเป็นนักรบที่ดูดุร้ายในชุดเกราะหนักสีดํา สูงเกือบ 2 เมตรครึ่ง ดูใหญ่โตและน่าเกรงขามอย่างแท้จริง นักรบคนนั้นกุม บังเหียนม้าทั้ง 16 ตัวด้วยมือเดียว ควบคุมพวกมันทั้งหมดได้ด้วยข้อมือ ของเขา และม้าที่แข็งแกร่งเหล่านั้นก็เชื่อฟังอย่างว่าง่ายในขณะที่พวก มันขยับเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ
เดิมทีเมื่อพวกเขาเลือกคนขับสําหรับรถม้า ข้อกําหนดเพียงอย่าง เดียวก็คือความสูง ในท้ายที่สุด แม้แต่นายน้อยแห่งเผ่าคนเถื่อนอย่าง หม่าฉุนก็ยังไม่ได้ตําแหน่งนั้นมาครอง เวลานี้ คนที่นั่งอยู่บนนั้นเป็น ญาติผู้พี่ของเขา เป็นที่รู้จักในหมู่ชนเผ่าคนเถื่อนในเรื่องความสูงใหญ่ และความแข็งแกร่ง
ในขณะที่สายตาของพวกเขากวาดผ่านรถม้า ก็ราวกับว่าทุกคน สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายและรังสีแห่งการฆ่าฟันที่รุนแรงได้
ในขณะนี้ บรรดากลุ่มคนที่เฝ้าดูต่างก็ทําสิ่งเดียวกันอย่างพร้อม เพรียง นั่นก็คือขยี้ตา อันที่จริง พวกเขาทั้งหมดก็คิดว่าจู่ๆตัวเองดันเกิด ภาพหลอน นี่พวกเขากําลังมองอะไรอยู่กันแน่?!
ด้านหลังรถม้าขนาดใหญ่ กองทหารม้าที่อยู่ข้างหลังไม่ได้ขี่ม้าศึก… คงไม่มีม้าศึกตัวใดที่มีรูปร่างสูงใหญ่และทรงพลังได้เช่นนี้อีกแล้ว… ยิ่ง ไปกว่านั้น พวกมันยังมีปีกที่ด้านข้างและเขาแหลมกริบที่แสนสง่าผ่า เผยอยู่บนศีรษะ!
สวรรค์! เหล่านี้คืออสูรยูนิคอร์นจากอาณาจักรวั่นโซ่ว! ทหารม้า ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่บนหลังอสูรยูนิคอร์น! ทหารม้า 700 นาย…อสูรยูนิ คอร์น 700 ตัว !!
………………………………………………..
[1] 滚刀肉 คือเนื้อที่เวลาเอามีดไปตัดแล้วมันมักจะไถลออกเสมอ ใช้อธิบายบุคคลที่รับมือยาก เป็นตัวแสบ ตัวปัญหา คนขี้โมโห
[2] วิธีการบอกเวลาแบบจีนโบราณโดยใช้เงาของเสาไม้ โดยทั่วไป หมายถึงช่วงสาย