Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา จบแล้ว - บทที่ 190 3 ใน 5? (1)
ไช่ไช่กล่าวอย่างเคร่งเครียด “โจวเหว่ยชิง ในอดีตก่อนที่อาณาจักร เกาทัณฑ์สวรรค์ของเจ้าจะถูกทําลาย หากองค์จักรพรรดิของเจ้ามา เยือนที่เมืองเฟยหลี่เป็นการส่วนตัว แม้แต่ข้าก็ยังไม่ออกมาต้อนรับเขา คราวนี้ข้าไว้หน้าเจ้ามากแล้ว…เจ้ายังต้องการอะไรอีก?”
โจวเหว่ยชิงกล่าวอย่างเฉยชา “เจ้าไม่ได้ไว้หน้าข้า เจ้ากําลังไว้หน้า อาณาจักรจ้งเทียนต่างหาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ สําหรับพวกเราใน ปัจจุบัน แม้แต่การต้อนรับเช่นนี้ก็ยังไม่เพียงพอ ท่านผู้อํานวยการไช่ไช่ ตอนที่ข้าเรียนอยู่ที่โรงเรียนทหารเฟยหลี่ ท่านปฏิบัติกับข้าอย่างดีเสมอ มาและให้โอกาสข้ามากมาย ดังนั้นข้าจึงเคารพท่านอย่างแท้จริง ดังนั้น ข้าจึงต้องแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับบางสิ่งที่ร้ายแรง…โปรดอย่าปล่อย ให้อาณาจักรเฟยหลี่ของท่านกระทําสิ่งที่จะทําให้พวกเขาเสียใจ ภายหลัง”
เมื่อได้ยินคําพูดของโจวเหว่ยชิง ไช่ไช่ก็เงียบลง ทันใดนั้น เธอก็ รู้สึกว่าคําพูดของโจวเหว่ยชิงคล้ายกับที่หมิงหยูเคยพูดกับเธอก่อนหน้า นี้ เป็นไปได้ไหมว่าเขามีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับหมิงหยู? ไม่น่าจะ เป็นไปได้ … ถึงอย่างไรหมิงหยูก็มาจากนิกายปีศาจสวรรค์ โจวเหว่ยชิง
คนนี้มีความเกี่ยวข้องกับวังสวรรค์ไพศาลอยู่แล้ว เขาจะมีความ เกี่ยวข้องกับนิกายปีศาจสวรรค์ได้อย่างไร?
ไม่มีอะไรเหลือให้พูดอีกแล้ว และไช่ไช่ก็เงียบลงโดยไม่รู้ตัว แม้ว่า เธอจะเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด แต่มันก็ยังมีข้อจํากัดมากมาย สิ่งที่โจวเหว่ยชิงต้องการไม่ใช่สิ่งที่เธอสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง การที่จะให้องค์จักรพรรดิเฟยหลี่ออกมาต้อนรับพวกเขาเป็นการ ส่วนตัวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าอาณาจักรเฟยหลี่ทําเช่นนั้น มัน จะไม่เท่ากับการยอมรับว่าเกรงกลัวอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์หรอก หรือ?
สนามฝึกทหารอยู่ไม่ไกลจากประตูทิศตะวันออก และทั้งสองฝ่าย ต่างก็ขี่ม้ากันทั้งคู่ ไม่นานพวกเขาจึงมาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน สนามฝึกทหารถูกเก็บกวาดจนว่างเปล่า เนื่องจากทหารม้าของราชวงศ์ ได้ล่วงหน้ามาจัดการไว้แล้ว ภายใต้คําสั่งของเซินหวัง นอกจากผู้ที่อยู่ที่ นั่นแต่เดิมเพื่อคุ้มกันคณะทูตแล้ว กองทหารม้าของราชวงศ์อีก 5,000 นายก็มาสมทบที่นั่นด้วย หากอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์พยายามทําทุก วิถีทางเพื่อต่อต้านอาณาจักรเฟยหลี่ เขาก็มั่นใจว่าจํานวนของพวกเขา เพียงพอที่จะจัดการอีกฝ่ายได้
กองทหารม้าราชวงศ์ไม่ใช่หน่วยทหารธรรมดา สําหรับทหารที่ได้ เข้าสู่หน่วยดังกล่าว พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องมีภูมิหลังที่สะอาดหมดจด
ครอบครัวของพวกเขาก็ต้องมีเชื้อสายรกรากจากเฟยหลี่เช่นกัน ยิ่งไป กว่านั้น พวกเขาต้องเข้าร่วมในสงครามชายแดน ต่อสู้กับอาณาจักรวั่น โซ่วเพื่อให้ได้รับความดีความชอบเพียงพอจึงจะมีโอกาสได้ถูกคัดเลือก เข้ามา กระทั่งหลังผ่านการคัดเลือกก็จะมีการทดสอบและการฝึกที่ เข้มงวดอีกหลายครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะได้กลายเป็นสมาชิกกองทหาร ม้าราชวงศ์อย่างเป็นทางการในตอนสุดท้าย ในบรรดาทหารเฟยหลี่ ทั้งหมด พวกเขาได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีที่สุด อาจกล่าวได้ ว่าเป็นชนชั้นสูงในหมู่ทหารเลยก็ว่าได้ กองทหารม้าราชวงศ์ทั้งหมด ประกอบด้วยนักรบ 50,000 คน และเป็นกองกําลังระดับสูงที่อยู่ภายใต้ การบังคับบัญชาของราชวงศ์เท่านั้น
ทหารม้าราชวงศ์ 5,000 นายจัดขบวนอยู่รอบสนามฝึกทหาร โดย แบ่งออกเป็น 5 แถว แถวละ 1,000 คน ครอบคลุมแท่นอัฒจันทร์ 4 แห่งและแท่นเวทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงตรงกลาง ปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด เอาไว้
สําหรับเรื่องนี้ โจวเหว่ยชิงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก ไช่ไช่ นําเจ้าหน้าที่ทหารคนอื่นๆไปที่แท่นเวทีตรงกลาง แต่โจวเหว่ยชิงไม่ได้ ตามไปด้วย จนถึงตอนนี้เจ้าหญิงตี้ฝูหยาก็ยังไม่ได้ลงจากรถม้าเช่นกัน
โดยธรรมชาติแล้ว ไช่ไช่สามารถบอกได้ว่าตี้ฝูหยาเป็นเพียงหุ่น เชิดในฉากนี้เท่านั้น และผู้นําที่แท้จริงของคณะทูตนี้ก็คือโจวเหว่ยชิง
เซินหวังไม่ได้ติดตามไช่ไช่ขึ้นไปบนแท่นที่นั่ง แต่ยังคงอยู่ที่ ด้านล่างบริเวณสนาม เขานั่งอยู่บนม้าศึกที่สูงสง่าและแข็งแรง เกราะสี เงินทําให้เขามีบรรยากาศที่นุ่มนวลและสูงส่ง สายตาฟาดฟันของเซิน หวังจดจ่ออยู่ที่โจวเหว่ยชิง ในฐานะรองผู้บัญชาการกองทหารม้า ราชวงศ์ นี่ก็นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ถูกยั่วยุเช่นนี้ สําหรับโจวเหว่ยชิง เขามีเพียงแค่ความรู้สึกเหยียดหยามต่ออีกฝ่ายก็เท่านั้น เด็กอายุไม่ถึง 20 ปีเช่นนี้ แค่ดูมีพละกําลังมากเข้าหน่อยก็กล้ามาท้าทายข้าแล้วงั้นสิ? ร้องขอความตายเสียแล้ว!
โจวเหว่ยชิงกระโดดลงจากม้าปีศาจผีเขาเดียวของตน หันกลับไป มองที่ธงอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ขนาดใหญ่ที่โบกสะบัดไปมา ท่ามกลางสายลมอ่อนๆ เขาสูดหายใจเข้าลึก ย�าเตือนตัวเองในใจอย่าง เงียบๆ หมัดของเด็กหนุ่มกําแน่นอย่างมุ่งมั่น ได้เวลาเริ่มต้นกอบกู้บ้าน เกิดของข้าแล้ว!
เขาก้าวย�าไปข้างหน้าอย่างอาจหาญ หยุดยืนอยู่ห่างจากเซินหวัง ประมาณ 30 หลา ก่อนจะยื่นมือขวาออกไปกวัดมือในท่าทางเชิญชวน
ในขณะนั้น เสียงของไช่ไช่ก็ดังออกมาจากเวที “ผู้บัญชาการโจว ถึงอย่างไรท่านก็มาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนทางการทูต และเนื่องจากท่าน มาถึงที่นี่แล้ว คงไม่ใช่สัญญาณที่ดีหากมีการนองเลือดเกิดขึ้น เอาเช่นนี้ เป็นอย่างไร ใช้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนกัน ถ้าท่านสามารถ
เอาชนะรองผู้บัญชาการเซินได้จริงๆ ข้าจะให้เขาขอโทษเจ้า ดี หรือไม่?”
โจวเหว่ยชิงมองไปทางแท่นผู้ชมชนชั้นสูงและกล่าวอย่างหยิ่ง ผยอง “ในกรณีนี้ ข้าก็จะไว้หน้าแก่พระองค์ แต่รองผู้บัญชาการเซินคน นี้ดูถูกอาณาจักรของข้า ถ้าข้าชนะ เขาจะต้องก้มหัวให้ธงอาณาจักร ของข้าเพื่อกล่าวขอโทษ”
ก่อนที่ไช่ไช่จะเปิดปากของเธอ เซินหวังก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ได้ ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ ข้าก็จะยอมก้มหัวคํานับและขอโทษ!” เขาเป็น ทหารมือดีที่เจนจัดในสนามรบ และยังสามารถบอกได้ว่าโจวเหว่ยชิง กําลังพยายามปลุกปั่ นยั่วโมโหเขาอย่างเต็มที่ หากเป็นเช่นนี้ สิ่งเขาต้อง ทําก็แค่ยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่ายไปซะ! นี่ไม่เพียงแต่จะแสดงความ เมตตาและความเป็นผู้นําของอาณาจักรใหญ่ให้ปวงชนเห็น แต่ยังแสดง ถึงความมั่นใจในตัวเอง และชายหนุ่มก็ไม่คิดว่าจะตนเองจะแพ้เลยสัก นิด
ในที่สุดรอยยิ้มน้อยๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโจวเหว่ยชิง “ดี มาก เรียบง่ายและตรงไปตรงมาดี ข้าชอบ” ในขณะที่เอ่ย มือของโจว เหว่ยชิงก็ตวัดขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่สามเหลี่ยมทั้งสองจะปรากฏตัว ออกมา
เนื่องจากอายุมากกว่าและระดับพลังเหนือกว่า เซินหวังจึงไม่โจมตี ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงไช่ไช่และเจ้าหน้าที่ ทหารคนอื่นๆเช่นนี้ เขาจะไม่อยากอวดฝีมือได้อย่างไร? เซินหวังเก็บงํา ความรู้สึกที่มีต่อไช่ไช่มาโดยตลอด แต่ฝีมือของหมิงหยูในกองทัพก็ ยังคงโดดเด่นเกินไป เขาจึงไม่เคยมีโอกาสได้แสดงความสามารถของ ตัวเอง ทว่าในแง่ของความแข็งแกร่งส่วนบุคคล หมิงหยูก็เทียบเขา ไม่ได้!
แม้ว่าเซินหวังจะไม่โจมตีก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ ประมาทโจวเหว่ยชิง จงอย่าลืมว่าเขาเป็นนักรบผู้เจนประสบการณ์! มณีสวรรค์ 9 ชุดปรากฎขึ้นทันที ก่อนจะเปล่งประกายเรืองรองขณะที่ หมุนวนรอบข้อมือของเขา
มณียุทธ์บนข้อมือขวาของเขาเป็นประเภทเดียวกับของโจวเหว่ย ชิง หยกน�าแข็งที่แสดงถึงคุณสมบัติความแข็งแกร่ง สําหรับมณีธาตุที่ ข้อมือซ้ายของเขาเป็นทุรมาลินที่แสดงถึงธาตุลม จ้าวมณีสวรรค์ ประเภทความแข็งแกร่งและธาตุลมในระดับ 9 มณี เขามีพลังและสิทธิ์ ที่จะมั่นใจในความสามารถของตัวเองได้อย่างแท้จริง การที่เซินหวังได้ ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการกองทหารม้าราชวงศ์ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เพราะภูมิหลังพิเศษใดๆที่ผลักดันให้เขาก้าวไปสู่ตําแหน่ง ดังกล่าว ชายหนุ่มต่อสู้ปีนป่ายขึ้นมายังตําแหน่งนี้ และสิ่งที่ทําให้เซิน หวังประสบความสําเร็จก็คือความแข็งแกร่งของเขาเอง
หลังจากปลดปล่อยมณีสวรรค์ออกมาแล้ว เซินหวังก็มองเห็นว่าฝั่ ง โจวเหว่ยชิงเองก็ทําเช่นเดียวกัน มณีสวรรค์ 6 ชุดของเขาเผยตัวออกมา ในพริบตานั้น รอบข้อมือขวาของโจวเหว่ยชิงมีหยกน�าแข็ง 6 ดวงซึ่ง เป็นประเภทเดียวกับของเซินหวัง นอกจากนี้ ที่รอบๆข้อมือซ้ายของโจว เหว่ยชิง เซินหวังก็ยังเห็นทุรมาลินทักษะธาตุลมจํานวน 6 ดวงเช่นกัน
โดยปกติแล้ว นี่ย่อมเป็นเพราะแหวนปกปิดตัวตนที่ถังเซียน มารดาของพี่น้องแฝดซ่างกวนทั้ง 3 ได้มอบให้เขาในอดีต โจวเหว่ยชิงรู้ ดีว่าอาณาจักรเฟยหลี่ไม่ทราบเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงของเขามากนัก ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเชื่อมโยงเขากับโจวเหว่ยชิงที่พากลุ่มนักรบเฟยหลี่ ไปสู่ชัยชนะในงานประลองมณีสวรรค์ ดังนั้นเขาจะต้องฉวยโอกาสนี้ทํา ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจความสามารถของเขาผิดไปให้ได้
หากเซินหวังมองเห็นว่าโจวเหว่ยชิงอยู่ในระดับ 6 มณี เจ้าหน้าที่ ทหารจากเวทีผู้ชมก็สามารถมองเห็นได้เช่นกัน อากัปกิริยาและสายตา ดูถูกเหยียดหยามพลันบังเกิดขึ้นเมื่อพวกเขามองไปที่โจวเหว่ยชิง บาง คนถึงกับกระซิบกระซาบกันว่าเด็กน้อยคนนี้บ้าบิ่นและโง่เขลาขนาด ไหน ถึงขั้นมาร้องขอความตายถึงที่!
แน่นอน โจวเหว่ยชิงจะโง่เขลาหรือมาร้องขอความตายหรือไม่ … จะได้รู้กันหลังจากการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม โชคไม่ดีที่
เซินหวังถูกหลอกโดยรูปลักษณ์ภายนอกของโจวเหว่ยชิง… ดั่งที่เขาคาด เอาไว้
ในบรรดาผู้สังเกตการณ์จากอาณาจักรเฟยหลี่ มีเพียงไช่ไช่เท่านั้น ที่ขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นมณีทั้ง 6 ของโจวเหว่ยชิง เธอจําช่วงเวลาที่ โจวเหว่ยชิงนํากลุ่มนักรบเฟยหลี่คว้าชัยชนะในงานประลองมณีสวรรค์ เมื่อหลายปีก่อนได้อย่างชัดเจน ในเวลานั้น ระดับพลังเขาอยู่ในขั้น 4 มณีเท่านั้น … อันที่จริงแล้ว ในระหว่างการแข่งขันส่วนใหญ่ เขาอยู่ใน ระดับ 3 มณีเท่านั้น!
ไช่ไช่รู้ดีว่างานประลองมณีสวรรค์นั้นยากเย็นเพียงใด และพวกเขา จะได้เผชิญกับสัตว์ประหลาดรุ่นเยาว์ชนิดใดที่นั่นบ้าง คนเหล่านี้ล้วน เป็นนักรบชนชั้นที่ดีที่สุดจากทุกอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวกะทิ รุ่นเยาว์จาก 5 มหาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โจวเหว่ย ชิงที่เป็นเพียงจ้าวมณีสวรรค์ระดับ 4 ชุดกลับยังคงสามารถสร้าง ประวัติศาสตร์ นํากลุ่มนักรบเฟยหลี่เอาชนะคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังเหล่านี้ และคว้าชัยชนะกลับมา ตอนนี้โจวเหว่ยชิงอยู่ในระดับ 6 มณีแล้ว พลัง ของเขาจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหนกัน? หากไร้ซึ่งความมั่นใจ เขาจะกล้า มาที่นี่เพื่อสร้างความเดือดร้อนหรือ? จะกล้าท้าสู้กับเซินหวังหรือ?
อันที่จริงความเร็วในการฝึกปราณของเจ้าเด็กเหลือขอนั่นก็น่า ประหลาดใจเกินไป ไม่ถึง 2 ปีนับตั้งแต่ที่เขาออกจากอาณาจักรเฟยหลี่
ระดับพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จาก 4 ชุดไปเป็น 6 ชุด! นั่น เป็นเรื่องน่าตกใจเกินไปแล้ว แทบไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ปรากฏมาก่อนใน ประวัติศาสตร์! ในขณะนี้ ไช่ไช่เริ่มเชื่อคําพูดของหมิงหยูเข้าไปทุกขณะ การเป็นศัตรูกับโจวเหว่ยชิงไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆได้ดําเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว…และตอนนี้พวก เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ไปก่อน นอกจากนี้ แม้ว่าไช่ไช่จะ คาดหวังเกี่ยวกับพลังของโจวเหว่ยชิงไว้สูงมาก แต่เธอก็ยังไม่เห็นความ เป็นไปได้ที่โจวเหว่ยชิงจะสามารถเอาชนะรองผู้บัญชาการที่มีมณี 9 ชุด ได้เลย
ท้ายที่สุด เมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น ช่องว่างระหว่างระดับก็จะยิ่งมาก ขึ้นเรื่อยๆ! ความแตกต่างระหว่างมณี 6 ชุดและมณี 9 ชุดนั้นยิ่งใหญ่ กว่ามณี 4 ชุดกับ 6 ชุดมาก! นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เซินหวังเป็นนักสู้ที่มี ประสบการณ์โชกโชนท่ามกลางบรรดาเหล่านักรบระดับ 9 มณี มิฉะนั้น เขาจะได้รับตําแหน่งรองผู้บัญชาการได้อย่างไร?
เซินหวังย่อมไม่ทําให้ไช่ไช่ผิดหวัง แม้ว่าเขาจะไม่โจมตีก่อน แต่ ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เรียกศาสตรามณียุทธ์ออกมาทันที
ขณะที่เซินหวังปลดปล่อยศาสตรามณียุทธ์ทั้งหมดของเขาออกมา ริมฝีปากของโจวเหว่ยชิงก็โค้งขึ้นด้วยความเหยียดหยาม นี่ไม่ใช่การ
แสดงละคร แต่เป็นการดูถูกศาสตรามณียุทธ์นั้นจริงๆ อย่าลืมว่าเหล่า บุคคลที่เขาคลุกคลีด้วยเป็นใครกันบ้าง!
แน่นอน ด้วยสถานะของเซินหวังในอาณาจักรเฟยหลี่ เขาจะต้องมี ศาสตรามณียุทธ์ครบ 9 ชิ้นสําหรับมณีสวรรค์ทั้ง 9 ดวงของเขา แต่หาก ดูจากศาสตรามณียุทธ์ของทั้งหมดของฝ่ายนั้น เราก็สามารถบอกได้ว่า อาณาจักรเฟยหลี่ยังคงขาดแคลนอาจารย์ศาสตรามณียุทธ์ วัตถุดิบ และม้วนคัมภีร์มากเพียงใด
ศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 9 ชิ้นที่เซินหวังสวมใส่ก็เป็นชุดศาสตรามณี ยุทธ์เช่นกัน แต่ทว่าเป็น 3 ชิ้นต่อชุด รวมทั้งหมด 3 ชุด โดยมีหลุมบรรจุ มณีอยู่บ้างบางส่วน
ในบรรดาศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 3 ชุดนั้น ชุดหนึ่งถูกสร้างขึ้นโดย อาจารย์ศาสตรามณียุทธ์ระดับเทวะอย่างชัดเจน ในขณะที่อีก 2 ชุด เป็นเพียงระดับปรมาจารย์ ถึงกระนั้น จากการแสดงออกของเซินหวังก็ เห็นได้ชัดว่าเขาภาคภูมิใจในศาสตรามณียุทธ์ของตนมากเพียงใด อันที่ จริง สําหรับอาณาจักรเฟยหลี่ การที่จ้าวมณีสวรรค์ระดับเทวะสามารถ ครอบครองศาสตรามณียุทธ์ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
แม้ว่าศาสตรามณียุทธ์ของเซินหวังจะถูกแยกออกเป็น 3 ชุด แต่ก็ เพียงพอแล้วที่จะป้องกันพื้นที่ส่วนใหญ่บนร่างกายของเขา หมวก เกราะ 1 ชิ้น เกราะไหล่ 2 ชิ้น รวมเป็น 1 ชุด เกราะอก คาดเอว และ
เกราะหุ้มขาท่อนบนรวมเป็นอีก 1 ชุด ส่วนชุดสุดท้ายเป็นระดับเทวะ ซึ่งก็คืออาวุธของเขา ดาบยาว 1 เล่ม และเกราะหุ้มขาท่อนล่าง 2 ชิ้น ตามลําดับ ดูเหมือนว่าชุดนี้จะยังไม่สมบูรณ์ อาจจะขาดรองเท้าอีกสัก 2 ข้าง แต่แน่นอนว่าระดับพลังปราณของเซินหวังยังคงอยู่ห่างไกลจากจุด นั้นมาก อันที่จริง การที่เขาจะไปถึงระดับมหาราชาสวรรค์นั้นไม่น่าจะ เป็นไปได้ บางทีก็อาจไม่มีวันนั้นเลยด้วยซ�า
เมื่อมองเห็นเซินหวังปล่อยศาสตรามณียุทธ์ทั้ง 9 ชิ้นโดยไม่ลังเล ไช่ไช่ก็แอบผ่อนคลายเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ ต้องสงสัยเลยว่าคําพูดก่อนหน้านี้ของเธอไม่ได้เอ่ยออกมาเพื่อรักษา สัมพันธ์ที่ดีกับโจวเหว่ยชิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการบอกเซินหวังกลายๆว่า อย่าประมาทโจวเหว่ยชิง แต่ก็อย่าฆ่าเขาด้วยเช่นกัน
……………………………………………..