I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 564 เห็นแก่ตัว?
ถึงแม้เฉียวอีคิดว่าการที่หลิงเทียนได้รับระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีนี้จะเพิ่มความยากให้กับเหลยถิง แต่เขายังคงคิดว่าเหลยถิงมีโอกาสชนะมากกว่า สิ่งที่ทำให้เขาเข้าใจผิดแบบนี้เป็น นเพราะหลิงหลานซ่อนตัวได้ลึกล้ำมากเกินไป ในความทรงจำของเขา ต่อให้หลิงหลานแข็งแกร่งอีกสักแค่ไหนก็ไม่มีทางแข็งแกร่งกว่าเถียนเจียจวิ้นลูกศิษย์ของเขา
“ยังดีนะที่สมาชิกของหลิงเทียนไม่ได้มีระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีกันทุกคน ฉันเห็นว่ายังมีหุ่นรบสามตัวกำลังเคลื่อนที่ผ่านป่าไม่ได้ซ่อนตัวเองเลย” พวกอาจารย์ที่ชมการประลองโล่งใจใ ในที่สุด หลายปีมานี้ นักเรียนที่อาจารย์เหล่านี้อบรมสั่งสอนก็ไม่ ถือว่าน้อย มีหลายคนที่เป็นลูกศิษย์ที่พวกเขาภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม แม้แต่ลูกศิษย์เหล่านี้ก็มีไม่กี่คนที่สามารถได ด้รับระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีก่อนเรียนจบ
เมื่อก่อนพวกเขายังสามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะภารกิจนั้นโรคจิตมากเกินไป ถ้าเกิดระบบกิ้งก่าเปลี่ยนสีเป็นเหมือนผักกาดจริงๆ ละก็ มันคงกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของหลิงเทียนไปแล้ว ว ช่องว่างในจิตใจพวกเขาใหญ่มากเกินไปแล้ว น่าจะโมโหจนกระอักเลือดกันหมดเลย
“จริงด้วยสิ พวกนายดูออกว่าไหมว่าหุ่นรบตัวไหนเป็นของหลิงหลานหัวหน้ากลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน?” อาจารย์บางคนที่สนใจหลิงหลานมากสอบถามคนที่อยู่ข้างๆ เดิมทีคิดว่าหุ่นรบที่ หัวหน้ากลุ่มขับจะมีความแตกต่างบ้าง เขาจำได้ว่าเมื่อปีก่อน หุ่นรบที่หลิงหลานขับคือหุ่นรบปรับแต่งระดับพิเศษ แตกต่างจากหุ่นรบระดับพิเศษมาตรฐานตัวอื่นๆ แต่คราวนี้ หุ่นรบสิ บสองตัวของหลิงเทียนแทบจะไม่แตกต่างกัน ดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร
“ไม่แน่ใจ”
“ดูไม่ออก” คนที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้ตอบเหมือนกัน เขาฟังคำถามแล้วก็ส่ายหัวทันที
“ดูหมายเลขสิ หมายเลขหนึ่งน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนะ” มีคนเสนอขึ้นมา
“หาเจอแล้ว พิกัด xx.xx หุ่นรบที่เคลื่อนที่ตัวนั้นก็คือหลิงเทียนหมายเลขหนึ่ง” มีคนหาหุ่นรบหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งเจอแล้ว
สายตาของทุกคนรวมไปที่หลิงเทียนหมายเลขหนึ่ง ก่อนจะเห็นหุ่นรบตัวนั้นรุดหน้าไปอย่างปราดเปรียวรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของหุ่นรบไหลรื่นงดงาม มีคนมากมายเอ่ยชมว่า “สมกับเป็นหัวหน้ ากลุ่มหุ่นรบจริงๆ การควบคุมนี้ไปถึงขอบเขตฝึกฝนจนสมบูรณ์แบบแล้ว
ผู้อำนวยการเห็นแบบนั้นก็ถามว่า “ถังอวี้ หมายเลขหนึ่งคือหลิงหลานไม่ผิดใช่มั้ย”
ถังอวี้มองการเคลื่อนไหวของหุ่นรบหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งอย่างจริงจัง สามวินาทีให้หลังก็ส่ายหน้าบอกว่า “ไม่น่าใช่หลิงหลานนะครับ”
“นายดูออกได้ไงว่าหมายเลขหนึ่งไม่ใช่หลิงหลาน?” ผู้อำนวยการเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
มุมปากของถังอวี้เผยรอยยิ้มจางๆ “เส้นทางการเคลื่อนที่ของหุ่นรบงดงามมากเกินไปครับ”
“ความงดงามก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าวิธีการควบคุมดีไม่ใช่เหรอ?” ผู้อำนวยการเอ่ยด้วยความไม่เข้าใจ
“ใช่ครับ แสดงให้เห็นว่าวิธีการควบคุมดีจริงๆ แต่ก็ไม่ได้จำกัดแค่นี้เหมือนกันนะครับ” ถังอวี้กล่าวถึงตรงนี้ก็อดเอ่ยพลางยิ้มแย้มไม่ได้ “อันที่จริง นักเรียนทหารคนหนึ่งสามารถทำได ด้ถึงขั้นนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว น่าเสียดาย หลังจากที่เคยเห็นการควบคุมของหลิงหลาน ผมก็รู้สึกว่ามันไม่เข้าตาแล้วครับ”
“การควบคุมของหลิงหลานไปถึงขั้นนั้นแล้ว?”
“กลับคืนสู่ธรรมชาติครับ!” คำพูดของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการใจสั่นสะท้าน นี่ก็คือพื้นฐานในการเลื่อนขั้นสู่ระดับราชัน หรือว่าหลิงหลานไปถึงขั้นนี้แล้ว?
“การควบคุมของหลิงหลานไม่ได้แสวงหาความงดงามราบรื่นอีกต่อไป แต่ว่าเป็นความเรียบง่ายครับ” ถังอวี้อุทานด้วยความชื่นชม นึกถึงตอนนั้นการควบคุมของเขาพัฒนาจากซับซ้อนตระการตามาเป็นควา ามเรียบง่ายแม่นยำ เป็นเพราะเขาผ่านสงครามความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงได้ตระหนักถึงมัน แต่หลิงหลานอยู่ในโรงเรียนทหารก็เข้าใจเองโดยธรรมชาติแล้ว พรสวรรค์ในการควบคุมเช่นน นี้น่าอัศจรรย์แค่ไหน ราวกับเขาไม่มีสิ่งที่เรียกว่าด่านกั้นในด้านการควบคุมเลย และหาทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องเจอได้ง่ายๆ
“การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่ามันงามสง่า ตรงกันข้ามมันดูไม่เข้าตานิดหน่อย แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับสมบูรณ์แบบขณะเดียวกันก็ยิ่งเร็ว แรงและแม่นยำ” ถังอวี้อธิบาย “ถ้า าเกิดไม่ตั้งใจมอง ก็จะถูกคนอื่นมองข้ามได้ มีเพียงตั้งใจดูการควบคุมถึงจะสังเกตเห็นความลับข้อนี้ครับ สำหรับหลิงหลานแล้ว ผมวางใจมาก เพราะว่าบนสนามรบ นักเรียนที่ผมเคยสอนอาจจะ ะรบจนตายได้ มีแค่หลิงหลานเท่านั้น ต่อให้เขาตกอยู่ในสภาพจนตรอก ผมก็เชื่อว่าเขาจะรอดชีวิตกลับมาได้ครับ”
เวลานี้ความสนใจของผู้อำนวยการไปอยู่ที่คำพูดว่า ‘กลับคืนสู่ธรรมชาติครับ’ จากนั้นเขาก็ถามเบาๆ ว่า ถังอวี้ บอกฉันมาตรงๆ นะ หลิงหลานมีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นระดับราชันก่อนปีห้ามั้ ย?” ถ้าเกิดโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมีนักเรียนที่เลื่อนขั้นเป็นระดับราชันได้ปรากฏตัวขึ้นมา ยังมีโรงเรียนไหนกล้าแตะตำแหน่งโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งของสหพันธรัฐอีก? ผู้อำนวยการคิด ดถึงตรงนี้ เขาก็กระตือรือร้นฮึกเหิมขึ้นมา
“ไม่ครับ!” ถังอวี้ตอบกลับอย่างเฉียบขาด
ผู้อำนวยการเหมือนโดนน้ำเย็นสาด รู้สึกผิดหวังมาก เขามองไปทางถังอวี้ และสังเกตเห็นว่าถังอวี้ทำสีหน้าเคร่งเครียด เขาก็ฉุกใจขึ้นและใจเย็นลง “ขอโทษที ถังอวี้ ฉันหลงผิดไปแล้ว” บอกว่าจะปกป้องหลิงหลาน แต่พอรู้ว่าหลิงหลานมีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นระดับราชัน ความโลภก็ยึดครองสติสัมปชัญญะ จนเกือบจะทำเรื่องโง่เง่าไปเสียแล้ว
“ผู้อำนวยการก็เป็นห่วงไปเรื่อย หลิงหลานจะเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาตอนปีห้าครับ และก็เลื่อนขั้นได้แค่ไพ่ราชาด้วย” ถังอวี้เอ่ยมีความนัย
ผู้อำนวยการยิ้มอย่างรู้เท่าทัน และก็ไม่พูดหัวข้อที่อันตรายนี้อีก จากนั้นเขาก็เอ่ยแนะนำว่า “ในเมื่อนายบอกว่าหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งไม่ใช่หลิงหลาน งั้นพวกเรามาดูกันว่าเขา าเป็นใครกันแน่”
ผู้ชมสามารถค้นดูรายชื่อโดยละเอียดของสมาชิกหน่วยทั้งสองฝ่ายได้ ผู้อำนวยการใส่หลิงเทียนหมายเลขหนึ่งเข้าไปก็ปรากฏข้อความสั้นๆ ง่ายๆ เกี่ยวกับหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งบนอุปกรณ์สื่ อสาร
“หลิงเทียนหมายเลขหนึ่ง “ชื่อนามสกุล: เซี่ยอี๋ ชนชั้น: ลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์ อายุ: 19 ทักษะการต่อสู้มือเปล่า: พลังปราณขั้นต้นชั้นสูง ระดับการควบคุมหุ่นรบ: ระดับพิเศษ ผลคะแนน การเลื่อนขั้นจากระดับสูงไประดับพิเศษ: ล้ำเลิศ!”
“เซี่ยอี๋? ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย ถังอวี้ นายรู้จักมั้ย? ไม่นึกเลยว่าหลิงเทียนยังมียอดฝีมือแบบนี้อยู่” ผู้อำนวยการทอดถอนใจ
นักเรียนทั่วไป ถ้าทักษะการต่อสู้มือเปล่าดี พรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบก็จะอ่อนด้อยเล็กน้อย ถ้าพรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบดี ก็จะไม่ค่อยให้ความสำคัญด้านทักษะการต่อสู้มือเปล่า บ บ่อยครั้งที่ทักษะการต่อสู้เปล่าอยู่ในระดับสูง ระดับการควบคุมหุ่นรบก็จะต่ำ และคนที่มีระดับการควบคุมหุ่นรบสูง ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าก็จะอ่อนด้อยกว่าคนอื่นๆ นิดหน่อย แต่ข ข้อมูลของนักเรียนเซี่ยอี๋ที่ปรากฏออกมา ไม่ว่าทักษะการต่อสู้เปล่าหรือว่าการควบคุมหุ่นรบล้วนไปถึงระดับสูงสุดเท่าที่คนอายุเท่านี้สามารถไปถึงได้ เป็นการก้าวหน้าร่วมกันอย่างแท้จริง ง สาเหตุที่ผู้อำนวยการทอดถอนใจแบบนี้เป็นเพราะ มีเพียงไปถึงระดับเขาถึงจะเข้าใจว่า คนที่สามารถกลายเป็นยอดฝีมือระดับท็อปด้านหุ่นรบที่แท้จริงก็มีทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่ไม่ด้อ อยเลยเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น ผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะทั้งสิบสองคนของสหพันธรัฐ ทักษะการต่อสู้มือเปล่าของพวกเขาล้วนเข้าสู้ระดับเขตแดนแล้ว เห็นได้ว่าทั้งสองทักษะนี้เติมเต็มซึ่งกันและกัน คนท ที่สนใจแค่การควบคุมหุ่นรบโดยมองข้ามทักษะการต่อสู้มือเปล่า ท้ายที่สุดก็จะไม่มีทางได้เข้าสู่ระดับสูงสุดของหุ่นรบ
“เซี่ยอี๋เป็นสมาชิกทีมของหน่วยรบหลิงเทียน ตอนนี้บทบาทหน้าที่ของเขาคือขุนพลรองปีกขวาครับ ระดับการควบคุมของเขาสามารถติดห้าสิบอันดับแรกจากทั้งโรงเรียน” ถังอวี้อธิบายให้ผู อำนวยการฟัง
“เขายังอยู่ปีสามไม่ใช่เหรอ? อยู่ปีสามก็เบียดเข้าไปอยู่ในห้าสิบอันดับแรกได้ ต้องเป็นอัจฉริยะแน่นอน อาจารย์หุ่นรบของเขาคือใคร? ทำไมตอนนั้นนายไม่รับเขาเป็นนักเรียนล่ะ?” ผู้อ อำนวยการเอ่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า อัจฉริยะถูกเตะถ่วงไปอีกคนแล้ว
ถังอวี้อดกลอกตาไม่ได้ เขาดูแลได้แค่นักเรียนห้าคนต่อเทอม หลินจงชิงลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจก็เป็นเพราะเขาชอบพรสวรรค์ถึงได้เปิดประตูหลังรับเป็นกรณีพิเศษ ต่อมาเขาก็ค้นพบว่า คนของหน่วยรบหลิงเทียนแต่ละคนล้วนเป็นหน่ออ่อนที่ดี เขาก็ตื่นเต้นไม่หยุด
แต่กฎของโรงเรียนทหารไม่ใช่สิ่งที่ฝ่าฝืนได้ง่ายขนาดนั้น ในเมื่อมีอาจารย์แล้ว ต่อให้ถังอวี้ชอบพรสวรรค์อีกสักแค่ไหน ตื่นเต้นอีกสักแค่ไหน ก็ไม่สามารถแหกกฎมาเป็นอาจารย์ได้ ไม่เช่นนั้นคงวุ่นวายกันทั้งโรงเรียน ไม่ต้องพูดถึงอาจารย์คนอื่นๆ จะคัดค้านเลย อาจจะทำให้พวกนักเรียนทั้งโรงเรียนไม่พอใจขึ้นมา พวกเขาจะคิดว่าในเมื่ออาจารย์ถังอวี้สามารถชี้แนะนั กเรียนของอาจารย์คนอื่นๆ ได้ แล้วมีสิทธิ์อะไรถึงไม่ชี้แนะพวกเขา?
“วางใจเถอะครับ ผู้อำนวยการ อาจารย์ของเขาคือหลัวจี้หนาน เป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาที่เก่งมากคนหนึ่งครับ เขาใส่ใจเซี่ยอี๋มาก พูดหลายครั้งว่าเซี่ยอี๋เป็นลูกศิษย์ที่เขาภาค คภูมิใจ ไม่มีทางเตะถ่วงเขาแน่นอนครับ” ต่อให้หลัวจี้หนานสอนไม่ดี ก็มีหลิงหลานคอยดูอยู่ ถังอวี้รู้ดีว่าหลิงหลานฝึกฝนให้พวกลูกทีมของเขาเป็นการพิเศษอยู่บ่อยๆ ไม่เช่นนั้นอาศ ศัยแค่ความสามรถของอาจารย์เหล่านี้จะสั่งสอนนักเรียนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ออกมาได้เหรอ? ต่อให้เป็นเขาก็ไม่มีความมั่นใจเหมือนกัน
“จริงด้วยสิ คนเก่งขนาดนี้เป็นได้แค่รองปีกขวาเท่านั้นเหรอ? เจ้าหนูหลิงหลานเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า?” หน่วยรบแต่ละหน่วยล้วนมีคนสนิทของตัวเอง บ่อยครั้งที่จะมอบตำแหน่งที่ไม่สอดคล้ องกับความสามารถเจ้าตัวเพราะปัจจัยด้านอารมณ์ความรู้สึก ผู้อำนวยการกังวลมากว่าหลิงหลานจะใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งมาตัดสิน
มุมปากของถังอวี้กระตุกขึ้น แค่เซี่ยอี๋คนเดียวก็ทำให้ผู้อำนวยการตื่นเต้นขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดรู้ว่าคนของหน่วยรบหลิงหลานเป็นปีศาจอัจฉริยะทั้งหมด ผู้อำนวยการจะตื่นเต้นจนหัวใจ รับไม่ไหวแล้วหมดสติไปเลยหรือเปล่า?
เขาอยากเห็นสีหน้าตอนที่ผู้อำนวยการรู้ความจริงมาก ถึงอวี้เผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก “ขุนพลหลักของหน่วยรบหลิงหลานชื่อว่าฉีหลงครับ ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าคือพลังปราณช่ วงปลายขั้นต้น ระดับหุ่นรบคือระดับพิเศษ อืม อยู่ปีสองก็เลื่อนขั้นแล้ว เร็วกว่าเซี่ยอี๋แปดเดือนกว่า ส่วนรองขุนพลปีกซ้ายชื่อว่าลั่วล่าง ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าคือพลังป ปราณขั้นกลางชั้นสูง ระดับหุ่นรบคือระดับพิเศษ เลื่อนขั้นตอนอยู่ปีสองเหมือนกันครับ เร็วกว่าเซี่ยอี๋สี่เดือนกว่า”
“ยังมีหลินจงชิง ลูกศิษย์ที่ผมภาคภูมิใจ ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าคือพลังปราณขั้นต้นช่วงกลาง ระดับหุ่นรบคือระดับพิเศษ เลื่อนขั้นช้ากว่าเซี่ยอี๋แค่วันเดียวครับ แต่ก็เพราะ ช้าไปหนึ่งวัน เขาเลยเป็นได้แค่คนคุ้มกันสนับสนุน” ถังอวี้เอ่ยด้วยความเสียใจ “ขนาดเสนาธิการหน่วยรบพวกเขา ก็มีทักษะการต่อสู้มือเปล่าไปถึงระดับพลังปราณขั้นต้นช่วงต้นเหมือนกันครับ บ แน่นอนว่าเลื่อนขั้นช้ากว่าเซี่ยอี๋สองเดือน แต่ว่าต่อให้ช้าอีกยังไง เขาก็สามารถเข้าสู่ระดับพิเศษได้ตอนปีสาม พรสวรรค์ด้านการควบคุมของเขาไม่ด้อยกว่าไปกว่าพวกเขาเท่าไหร่เลยค ครับ”
ผู้อำนวยการสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง หลิงหลานหาปีศาจอัจฉริยะเยอะแยะขนาดนี้จากที่ไหนกัน? แต่ละคนล้วนมีความสามารถเป็นนักเรียนดีเด่นได้เลย
แต่ว่าเรื่องที่น่าตกตะลึงไม่ได้มีแค่เรื่องพวกนี้เท่านั้น คำพูดต่อมาของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการหัวหมุนอย่างสิ้นเชิง
“นี่เป็นแค่สมาชิกทีมที่อยู่ในโรงเรียนนะครับ เมื่อกี้ผมบอกว่า เซี่ยอี๋สามารถเป็นรองขุนพลปีกขวาได้แค่ในช่วงนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีคุณสมบัติพอ เพราะว่าหลิงหลานย ยังมีลูกทีมอีกสามคน ตอนนี้เป็นนักเรียนชั้นปีหก เข้าไปฝึกงานจริงหนึ่งปีในกองทัพที่ยี่สิบสามแล้วครับ หนึ่งในนั้นเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาตอนปีห้า ตอนนั้นเขารับหน น้าที่เป็นขุนพลหลักของหน่วยรบ และอีกคนก็เลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาได้ตอนปีห้าเหมือนกัน แต่เพราะว่าไม่สามารถต่อสู้ในระยะเวลานานได้ สุดท้ายเลยถูกตัดสินว่าเป็นไพ่ราชาเสมือน ตอ อนนั้นเขารับตำแหน่งเป็นรองขุนพลปีกซ้ายของหน่วยรบครับ!”
ผู้อำนวยการอ้าปากเหวออย่างควบคุมไม่อยู่แล้ว ในที่สุดก็ได้เห็นสีหน้าที่ตัวเองอยากเห็นสักที ถังอวี้รู้สึกพอใจแล้ว แต่เขากลัวว่าจะโดนผู้อำนวยการแก้แค้นคืนก็เลยฝืนอดทนอย่างยา ากลำบาก คงสีหน้าเคร่งขรึมของตัวเองต่อไป แล้วซัดการโจมตีครั้งสุดท้ายออกมาว่า “จริงสิ ผู้อำนวยการ คุณยังจำเรื่องเหรียญตราเสียงหลงที่กองบัญชาการมอบให้เมื่อปีก่อน เพราะหวังจะรับนั กเรียนดีเด่นปีห้าภาควิชาวิจัยแพทย์ทหารของโรงเรียนเราเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษเสียงหลงได้หรือเปล่าครับ?