I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 541 ส่ง! (2)
“ไม่ใช่แน่นอนครับ” เหอซวี่หยางยิ้มละไม สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา “คุณชายหลาน ผมเข้าใจคุณดี คนที่คุณสนใจล้วนไม่ใช่คนธรรมดา อย่างหลี่ซื่ออวี๋ อย่างจ้าวจวิ้น ดังน นั้นหลี่หลานเฟิงคนนี้ก็น่าจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน ถึงแม้ตอนนี้เขาดูเหมือนไม่มีอนาคต แต่เขาทำให้คุณยอมรับเขามาอยู่ใต้บังคัญบัญชาได้ แสดงว่าเขาจะต้องมีด้านที่เก่งกาจมากพอที่จ จะดึงดูดความสนใจของคุณได้ และผมก็อยากรู้ว่า เขาเก่งด้านไหน คุ้มค่าให้กองทัพที่ยี่สิบสามของพวกเราลงทุนอบรมบ่มเพาะหรือเปล่า”
หลิงหลานเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นถึงค่อยเอ่ยช้าๆ ว่า “ทำไมผมต้องบอกคุณด้วยล่ะ”
“ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายไงครับ! อย่าบอกนะว่าคุณไม่อยากเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามในอนาคต ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ คุณก็รอให้นายพลหลิงเซียวขับหุ่นรบ IN ขั้นเทวะไล่ล่าพันลี้เลย” ” เหอซวี่หยางเอ่ยข่มขู่อย่างชั่วร้ายมาก “ถ้ามั่นใจว่าหน่วยรบมีความสมบูรณ์พร้อมจะเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อการก้าวหน้าในอนาคตของคุณชายหลานนะครับ และถ้าหลี่หลานเฟิงมีค่าให้อบรม มบ่มเพาะจริงๆ กองทัพที่ยี่สิบสามไม่มีทางพลาดแน่นอน การเพิ่มขุนพลที่แข็งแกร่งได้สักคนย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว คุณชายหลาน อย่าลืมนะครับว่า กองทัพที่ยี่สิบสามคือกองทัพของน นายพลหลิงเซียวคุณพ่อของคุณ”
“ไม่กลัวว่าผมจะบอกข้อมูลเท็จให้คุณเพราะความเห็นแก่ตัวหรือไงครับ” หลิงหลานเลิกคิ้วถาม
“ถ้าคุณชายหลานเป็นคนแบบนี้ งั้นเขาก็ไม่ใช่คุณชายหลานของพวกเราแล้ว” เหอซวี่หยางตอบอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ ผมก็โกหกไม่ได้แล้วจริงๆ เพื่อไม่ให้ผิดต่อความเชื่อใจของเสนาธิการเหอ” หลิงหลานเอ่ยอย่างจริงจัง “ให้เวลาเขาหน่อย การเลื่อนขั้นเป็นระดับราชันไม่ใช่ว ว่าเป็นไปไม่ได้!” แววตาของเหอซวี่หยางเปล่งประกาย แต่นี่ยังไม่มากพอ จากนั้นหลิงหลานก็กล่าวต่ออย่างที่คิดไว้จริงๆ “แล้วก็เขาสามารถกลายเป็นเสนาธิการที่ยอดเยี่ยมได้ด้วย”
พอได้ฟังคำตอบของหลิงหลาน เหอซวี่หยางก็วางสายหลิงหลานด้วยความพึงพอใจ หลิงหลานมองหน้าจอที่จู่ๆ ก็มืดสนิทอย่างพูดไม่ออกมากๆ เหอซวี่หยางคนนี้ทำเกินไปแล้วนะ พอได้ของที่ต ตัวเองต้องการก็เลือดเย็นขนาดนี้เลย? กระทั่งคำว่าขอบคุณก็ไม่ยอมพูดออกมา?
เหอซวี่หยางไม่รู้ว่าหลิงหลานวิพากษ์วิจารณ์เขาในใจ เขาเดินกลับไปที่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วหยิบรายงานฉบับนั้นขึ้นมา หลังจากไตร่ตรองสักพัก เขาก็ค่อยเขียนข้อความท่อนหนึ งแล้วเซ็นชื่อของเขาไว้
อนุมัติให้จ้าวจวิ้นเข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสาม ยศที่กำหนด: ร้อยเอก!
อนุมัติให้หลี่ซื่ออวี๋เข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสาม ยศที่กำหนด: ร้อยเอก!
อนุมัติให้หลี่หลานเฟิงเข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสาม ยศที่กำหนด: ร้อยตรี!
เมื่อเทียบกับยศของหลี่ซื่ออวี๋กับจ้าวจวิ้นแล้ว ยศของหลี่หลานเฟิงดูไม่ค่อยได้จริงๆ ขอเพียงเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูงก็สามารถได้รับยศร้อยตรีได้ ถึงแม้ระดับผู้ควบคุมหุ นรบไพ่ราชาของหลี่หลานเฟิงยังไม่มั่นคง ต่อให้ไม่นับว่าเขาเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชา เขาก็อยู่ในระดับผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษได้อย่างสบายๆ หากอ้างอิงตามยศให้ตรงกับ ระดับของผู้ควบคุมหุ่นรบของสหพันธรัฐ ยศของหลี่หลานเฟิงก็ควรเป็นร้อยโท ไม่ใช่ร้อยตรี
พูดได้ว่า ถึงแม้หลี่หลานเฟิงจะได้รับการอนุมัติจากเหอซวี่หยางให้เข้าสู่กองทัพที่ยี่สิบสาม แต่เขายังกดดันหลี่หลานเฟิงไว้ นี่คือบททดสอบที่เหอซวี่หยางมอบให้หลี่หลานเฟิง!
……
หลิงหลานกลับมาจากในการหวนนึก ก่อนจะอดหัวเราะเจื่อนๆ ในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้เธอไม่อยากสอดมือ แต่สุดท้ายเธอก็ยังสอดมืออยู่ดี เพียงแต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเรื่องดีหร รือว่าเรื่องร้ายต่อหลี่หลานเฟิงกันแน่ หลิงหลานเชื่อว่า หลี่หลานเฟิงที่โดนเหอซวี่หยางจดจำไว้แล้ว การเดินทางไปกองทัพที่ยี่สิบสามครั้งนี้ เขาย่อมไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอย่าง ราบรื่นแน่นอน
หลิงหลานมองสามคนที่สวมชุดเครื่องแบบของกองทัพตรงหน้านี้ ก่อนจะเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมาฉับพลัน เธอพูดให้กำลังใจว่า “กองทัพที่ยี่สิบสามเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา โดยพื้นฐานแล้วพวกเ เขาล้วนทหารที่ผ่านศึกสงคราม คนที่เป็นเด็กใหม่เหมือนกับพวกนายมีอยู่น้อยมาก เดินทางคราวนี้จะต้องมีการเคี่ยวกรำสักรอบแน่นอน แต่ว่ามันก็เป็นโอกาสของพวกนายด้วยเหมือนกัน กอง งทัพที่ยี่สิบสามขาดแคลนทุกอย่าง ขอเพียงทำผลงานได้ดี ก็ไม่ต้องเหมือนกับกองทัพอื่นๆ ที่คนหนึ่งทำแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น อยากจะเลื่อนขั้นก็ต้องเสียเวลาพูดถึงความอาวุโส บางทีต ตอนที่พวกเราอยู่ปีห้าเข้าร่วมกองทัพที่ยี่สิบสาม พวกนายก็เป็นหัวหน้าของพวกเราไปแล้ว”
“วางใจเถอะ ลูกพี่ ต่อให้เป็นแบบนั้น นายก็ยังเป็นลูกพี่ของพวกเรา” จ้าวจวิ้นฉีกยิ้มกว้าง
หลี่ซื่ออวี๋ก็กล่าวว่า “ไว้พวกนายมาแล้ว ต่อให้โดนฝึกจนเหลือแค่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฉันก็จะทำให้พวกนายฟื้นตัวกลับมาทันที” คำพูดของหลี่ซื่ออวี๋ดูชั่วร้ายอยู่นิดๆ แต่ควา ามหมายภายใต้คำพูดนี้คือเขาจะครองตำแหน่งแพทย์ทหารนี้แน่นอน พวกเขาไม่ต้องเป็นห่วงเป็นกังวล
หลี่หลานเฟิงมองหลิงหลานด้วยแววตาซับซ้อน เขาไม่คาดคิดว่าตอนที่พวกเขาจากกัน หลิงหลานจะมอบเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้เขาแบบนี้ เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยราวกับเป็นการสาบานอยู่ราง งๆ ว่า “กระต่าย ฉันจะฝึกฝนจนสำเร็จให้ได้ ไว้นายมาถึงกองทัพที่ยี่สิบสามแล้ว นายจะได้เห็นหลี่หลานเฟิงที่ไม่มีจุดอ่อน”
ที่แท้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแอบแฝงบนร่างกายของหลี่หลานเฟิงโดยเร็วที่สุด หลิงหลานได้ทำการศึกษาค้นคว้าออกมาเป็นตารางการฝึกฝนชุดหนึ่ง รวมถึงทักษะการต่อสู้มือเปล่าพื้นฐานสาม มชุดที่ล้ำค่าอย่างยิ่งในมิติการเรียนรู้ และบอกหลี่หลานเฟิงอย่างชัดเจนว่า ขอเพียงยืนหยันฝึกฝนทุกวัน และฝึกทักษะการต่อสู้มือเปล่าพื้นฐานสามชุดนั้นให้สำเร็จ ก็จะสามารถแก้ไขป ปัญหาเรื่องสุขภาพร่างกายของเขาได้ ของขวัญที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้หลี่หลานเฟิงซาบซึ้งใจมาก
ตารางฝึกฝนชุดนี้ของหลิงหลานดูเหมือนเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาสุขภาพร่างกายของหลี่หลานเฟิงเท่านั้น มีเพียงตัวหลี่หลานเฟิงที่รู้ว่าหลิงหลานให้มอบอะไรให้เขา อีกฝ่ายมอบควา ามเป็นไปได้ในการเกิดใหม่ให้เขา ทำให้เขามีโอกาสเปลี่ยนชะตาชีวิต
เวลานี้เอง เสียงแจ้งเตือนให้นักเรียนเตรียมตัวขึ้นยานก็ดังขึ้นในท่าอวกาศ ทำให้ทั้งสามคนที่กำลังจากโรงเรียนทหารและเข้าสู่กองทัพเผยสีหน้าอาลัยอาวรณ์ พอมองย้อนหลับไปที่ห้า ปีในโรงเรียนทหาร กลับมีแค่ปีสุดท้ายเท่านั้นที่ตื่นเต้นระทึกใจ และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะคนตรงหน้านี้นำมาให้
“รุ่นพี่ ไปสำรวจก้นบึ้งของกองทัพที่ยี่สิบสามให้พวกเราทีนะ ต่อไปทุกคนต้องพึ่งพวกนายแล้ว” คนของกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนเห็นทั้งสามคนกำลังจะจาดไป ก็พากันตะโกนเสียงดัง
“รุ่นพี่ สู้เขานะ!”
“รุ่นพี่ สามปีให้หลัง พวกเรามารวมตัวกันใหม่!” นี่คือนักเรียนปีสอง หลังจากที่ไปมาหาสู่กันเกือบหนึ่งปี ทำให้พวกเขาอาลัยอาวรณ์พวกรุ่นพี่สามคนนี้ที่ดีต่อพวกเขามาก นอกจากนี้พอรู้ ว่าต่อไปลูกพี่หลานจะไปกองทัพที่ยี่สิบสาม พวกเขาก็เตรียมตัวไปกองทัพที่ยี่สิบสามเหมือนกัน
“สี่ปีให้หลัง ยังมีพวกเราด้วยนะ!” นี่คือนักเรียนปีหนึ่ง พวกเขาเพิ่งเข้าร่วมกลุ่ม ยังไม่มีความรู้สึกเกี่ยวข้องกับบุตรรักของสวรรค์ทั้งสามคนนี้ แต่พวกเขาก็จะเข้ากองทัพที่ยี่สิ บสาม นี่ทำให้พวกเขาเสียใจมาก เวลานี้พวกเขาพากันตะโกนขึ้นมาโดยไม่สนว่าพวกหลี่หลานเฟิงสามคนจะได้ยินหรือเปล่า และจะมีความประทับใจต่อพวกเขาหรือเปล่า
น้ำใจไมตรีของบรรดาสมาชิกกลุ่มหุ่นรบทำให้ทั้งสามคนตื้นตันใจ หลี่ซื่ออวี๋เดิมทีก็เป็นคนใจอ่อนมากที่สุด เขาตาแดงแทบจะน้ำตาไหลลงมา ถึงแม้เขาเข้าร่วมหลิงเทียนเพราะแผนการของ งหลิงลหาน แต่หลังจากที่อยู่ร่วมกันมาหนึ่งปีนี้ ทำให้เขามองตัวเองเป็นคนของหลิงเทียนไปแล้ว ฉากนี้ในเวลานี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกอาลัยอาวรณ์
“เอาล่ะ” พอเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะสูญเสียการควบคุม หลิงหลานก็รีบเอ่ยปากทันที เสียงนี้ทำให้ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ สมาชิกทุกคนล้วนมองไปที่หลิงหลาน แล้วรอลูกพี่หลานของพว วกเขาเอ่ยคำ
“พวกนายต้องจำไว้ว่า ถึงแม้พวกนายมีกันแค่สามคน แต่พวกนายเป็นตัวแทนกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนของพวกเรา เป็นตัวแทนของหลิงหลาน ถ้าเกิดโดนรังแกในกองทัพที่ยี่สิบสามจริงๆ ละก็ อย ย่าทำให้หลิงเทียนของพวกเราขายหน้า” หลิงหลานเอ่ยอย่างเย็นชา
ดวงตาจ้าวจวิ้นโชนแสง นี่หมายความว่า ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ให้ลูกพี่จัดการใช่หรือเปล่า เขาพยักหน้าอย่างมีความสุขและพูดว่า “เข้าใจแล้ว ลูกพี่!”
ท่าทางเช่นนี้ของจ้าวจวิ้นทำให้หลิงหลานปวดขมับสองข้าง เธอรีบมองไปยังหลี่หลานเฟิง แล้วเอ่ยเสริมว่า “ห้ามรังแกคนด้วย”
ใช่แล้ว คนที่เธอควรจะเป็นห่วงคือทหารของกองทัพที่ยี่สิบสามสิ ไม่ใช่สามคนตรงหน้านี้ หลี่หลานเฟิงมีแผนการอยู่เต็มท้อง หลี่ซื่ออวี๋ก็เป็นนักเรียนดีเด่นของภาควิชาแพทย์ทหารที ล้ำค่า จ้าวจวิ้นก็เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ นี่บ่งบอกว่าพวกเขาไม่ทางโดนคนอื่นรังแก เมื่อกี้เธอเป็นห่วงไม่เข้าเรื่องจริงๆ ทำเอาเธอเวียนหัวแล้ว
หลี่หลานเฟิงข่มกลั้นรอยยิ้มตรงมุมปากไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นกระต่ายทำท่าทางปวดหัวและหงุดหงิดที่คิดผิดพลาด นี่ทำให้ความรู้สึกของเขาที่เดิมทีอาลัยอาวรณ์ไม่สบายใจพลันอ่อน ลงไปมาก เขายิ้มพลางพยักหน้าเอ่ยปลอบใจว่า “เข้าใจแล้ว ฉันจะดูแลจ้าวจวิ้นให้ดีๆ”
“พรืด!” คำตอบของหลี่หลานเฟิงทำให้หลี่ซื่ออวี๋หลุดหัวเราะขึ้นมา ดูแลจ้าวจวิ้น? ควรเป็นสมรู้ร่วมคิดกับจ้าวจวิ้นไม่ใช่หรือไง
จ้าวจวิ้นมองไปทางหลี่หลานเฟิงด้วยใบหน้าเฉยเมย ก่อนจะแลกเปลี่ยนสายตาที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่เข้าใจ
ทันใดนั้นหลิงหลานก็ตระหนักได้ว่า ให้หลี่หลานเฟิงคอยดูจ้าวจวิ้นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดแน่นอน เธอแน่ใจได้เลยว่า จ้าวจวิ้นก่อเรื่อง หลี่หลานเฟิงไม่เพียงไม่ห้ามปราม เขายังจะว วางแผนการให้อีกฝ่ายด้วย…
พอเห็นทั้งสามคนไม่มีความโศกเศร้าที่ต้องแยกจากกันเหมือนในตอนแรกอีกต่อไปแล้วเพราะคำพูดของเธอ หลิงหลานก็ใจอ่อน ช่างมันละกัน ขอเพียงพวกเขาไม่โดนรังแกก็พอ ส่วนเรื่องรังแกค คนอื่นในกองทัพที่ยี่สิบสามอย่างไร หลิงหลานก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เรื่องเดียวที่เธอทำได้ก็คือ ตอนที่พวกเขาก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ แล้วไม่สามารถเก็บกวาดได้ เธอก็แจ้งพ่อของเธอให้ ลงมือช่วยพวกเขาจัดการได้ทันเวลา
ถึงแม้คิดแบบนี้ แต่ในใจหลิงหลานยังคงไม่สบอารมณ์นิดหน่อย เธอชี้ไปที่ยานรบแล้วพูดไล่ว่า “พวกนายไปกันได้แล้ว” ถ้าขืนอยู่ต่อไป เธอจะต้องคันไม้คันมือจนอัดพวกเขาสักยกแน่นอน แ แม่งเอ๊ย ที่เธอหามาคือลูกทีมอะไรกันเนี่ ไม่มีคนที่ทำให้เธอหมดห่วงเลยสักคน
พวกหลี่หลานเฟิงสามคนได้ยินคำกล่าวก็ทำหน้าจริงจัง รู้ว่าเวลาจากไปมาถึงแล้ว พวกเขาสามคนสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นมาวันทยหัตถ์ให้หลิงหลานพร้อมกัน “หัวหน้า ขอบคุณนะ!”
‘ขอบคุณที่นายทำให้ฉันเข้าใจความหมายของเพื่อน! ฉันไม่ใช่หมาป่าเดียวดายอีกต่อไปแล้ว!’ เวลานี้ขอบตาของจ้าวจวิ้นก็แดงก่ำขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
‘ขอบคุณที่นายทำให้ฉันเดินออกมาจากความสับสน ช่วยฉันหาเส้นทางที่ถูกต้อง!’ หลี่ซื่ออวี๋อดกะพริบตาไม่ได้ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอย่างเงียบเชียบ
‘ขอบคุณที่นายมอบมิตรภาพที่ฉันเฝ้าคอยมานาน ขอบคุณที่นายทำให้ฉันมีโอกาสเปลี่ยนแปลงโชคชะตา! ขอบคุณนะ!’ แววตาของหลี่ซื่ออวี๋ฉายความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาแวบหนึ่ง ถึงค่อยลดมือลง แ แล้วพูดกับจ้าวจวิ้นและหลี่ซื่ออวี๋ว่า “พวกเราไป!” ทั้งสามคนหมุนกายเดินเข้าไปในยานรบ หายไปจากหน้าทางขึ้นยาน
เมื่อเห็นเงาหลังของพวกหลี่หลานเฟิงสามคนหายไปแล้ว หลิงหลานก็เตรียมตัวพาพวกฉีหลงจากไป ขณะที่เธอกำลังจะหมุนกายก็เห็นคนที่คุ้นเคยเดินมาทางนี้
คนผู้นั้นเห็นหลิงหลาน แววตาก็ไหววูบทันที ก่อนจะชะงักเท้า
“นายมาส่งเหรอ?” หลิงหลานยังคงเป็นนักเรียนปีสอง ตอนนี้ยังไม่ถึงตาเขาไปกองทัพที่ยี่สิบสาม
หลิงหลานเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ “รุ่นพี่เนี่ย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“ไม่เจอกันนานเลย นายมาส่งคนของกลุ่มหุ่นรบนายสินะ? ไม่งั้นนายไม่มีทางโผล่มาที่นี่หรอก” เนี่ยเฟิงหมิงกวาดตามองรอบๆ อย่างเรียบนิ่ง กลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนแทบจะมากันทั้งหมด คน นที่ส่งไม่ใช่คนของกลุ่มหุ่นรบแล้วจะเป็นใคร เขาส่ายหน้าครุ่นคิดรายชื่อที่ผ่านการประเมินปีนี้สักพัก แล้วก็คิดออกว่า “หลี่หลานเฟิง หลี่ซื่ออวี่ จ้าวจวิ้น สามคนนี้ใช่มั้ย”
“ใช่แล้ว รุ่นพี่เนี่ย” หลิงหลานมองชุดเครื่องแบบบนตัวเขาแวบหนึ่ง ซึ่งมีตรากองทัพที่ยี่สิบสาม “ยินดีด้วยรุ่นพี่เนี่ยที่สอบผ่านเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามได้อย่างราบรื่นเหมือนกัน ”
เนี่ยเฟิงหมิงมองหลิงหลานอย่างเงียบงันแวบหนึ่ง ทันใดนั้นก็พูดว่า “หลิงหลาน หนึ่งปีก่อน ฉันเกลียดนายมาก บนสนามประลอง นายลงมือโหดเหี้ยมจนทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บสาหัส พลาดการ รสอบในปีนั้น ทำให้ฉันเสียเวลาไปเปล่าๆ หนึ่งปี ถึงต้องมาเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามปีนี้”
หลิงหลานพยักหน้ากล่าวว่า “ฉันรู้ แต่ฉันไม่เสียใจหรอกนะ ถ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง ฉันก็ยังทำแบบนี้อยู่ดี” คนที่คิดจะทำร้ายพี่น้องของเธอ เธอไม่มีทางปล่อยมันไป การเอาคืนด้วยท่า เดียวกันก็เป็นการแก้แค้นที่เบาที่สุดของเธอแล้ว”
“ฉันรู้ นายไม่ผิด หลังจากที่ฉันสงบจิตใจมาหนึ่งปี ฉันก็ใจเย็นลงแล้ว รู้ว่าฉันหาเรื่องเอง” เนี่ยเฟิงหมิงเอ่ยเยาะตัวเอง “ถึงฉันจะรู้ว่าเป็นความผิดของฉัน แต่ความแค้นนี้ ฉัน นยังต้องเอาคืน ไม่งั้นหัวใจของฉันคงปล่อยวางไม่ได้”
เนี่ยเฟิงหมิงตบหัวใจตัวเองเบาๆ หลังจากที่นอนมาเกือบเจ็ดเดือนให้แคปซูลรักษาที่มีพื้นที่แคบเล็กและปิดสนิทนั้น แทบจะทำให้เขาอึดอัดจนเป็นบ้า เขาอาศัยเพียงความแค้นในใจถึงฝืน ยืนหยัดต่อไปได้ ถ้าเกิดเขาไม่ล้างแค้นด้วยมือตัวเอง เขาก็ไม่มีทางสงบสุขไปชั่วชีวิต ไม่มีโอกาสเลื่อนขั้นแล้ว