I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 568 ลูกรัก!
หุ่นรบสองตัวที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดปรากฏเข้ามาในสายตาของเขาอย่างรวดเร็ว ฉีหลงยังไม่ทันได้ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ก็ได้ยินเสียงหลิงหลานดังขึ้นอีกครั้งว่า “สู้ต่อไป คราวนี ต้องสู้กดดันอีกฝ่าย แต่จะฆ่าทันทีไม่ได้ ต้องให้ความหวังอีกฝ่ายยืนหยัดต่อไปด้วย”
ฉีหลงอดส่งเสียงจุ๊ไม่ได้ คำขอของลูกพี่ปลิ้นปล้อนมากขึ้นทุกทีแล้ว ไม่เพียงเขาต้องโจมตีกดดันอีกฝ่าย เขายังต้องมอบความหวังให้อีกฝ่ายด้วย ลำบากคนที่ต่อสู้รุนแรงป่าเถื่อนอย่า างเขาจริงๆ ควรรู้เอาไว้ว่าวิธีการต่อสู้ของเขาถ้าไม่ซ่อนความสามารถไว้แล้วต่อสู้กับศัตรูอย่างพอฟัดพอเหวี่ยงกัน เขาก็จะทุ่มสุดกำลังเอาชนะอีกฝ่าย ยังไม่เคยลองโจมตีกดดันอีกฝ่ ายแต่ห้ามเอาชนะการต่อสู้มาก่อน
“ยุ่งยากชะมัด!” ฉีหลงพึมพำอย่างหงุดหงิด แต่เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของลูกพี่ กอปรกับเขารู้ว่าการที่ลูกพี่สั่งแบบนี้จะต้องมีเจตนาลึกซึ้งแน่นอน ถ้าเกิดเขาทำไม่ได้แล้วพังแผนการใหญ ญ่ของลูกพี่ขึ้นมา หลังจากสิ้นสุดการประลอง จุดจบของเขาจะต้องน่าอนาถมากแน่ๆ เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่อย่างสบายหน่อย ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำภารกิจที่ลูกพี่มอบหมายมาให้สำเร็จ
ฉีหลงแอบปลุกใจตัวเอง หลังจากนั้นก็หมุนกายเผชิญหน้ากับหุ่นรบเหลยถิงที่ไล่ตามมาตลอดทาง
ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษของเหลยถิงคนนี้ก็มองเห็นร่างหัวหน้าทีมตัวเองเช่นกัน ยังไม่ทันได้ติดต่อกับหัวหน้า คู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่ได้หนีอีกต่อไป และหยิบอาวุธเย็นพุ่งเข้ามา ทันที
ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าตัวเองติดกับแล้ว เมื่อเห็นฉีหลงเข้ามา ในใจก็คิดว่าพอดีเลย ดังนั้นเขาก็ยกอาวุธตัวเองขึ้นไปรับไว้ หลังจากที่อาวุธเย็นกระแทกกันตรงๆ ผู้ควบคุมหุ่นรบเ เหลยถิงก็ใจสะดุดกึก พละกำลังที่ส่งมาจากอีกฝ่ายเหนือกว่าตอนที่ปะทะกันก่อนหน้านี้สองเท่า พละกำลังมหาศาลนี้สกัดอาวุธเย็นของเขากลับมาทันที
ยังดีที่การตอบสนองของเขาเฉียบไว รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถต้านรับได้ อย่างแรกเขาก็ขับหุ่นรบหลบไปก่อน เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้ฉวยโอกาสโจมตีเขา แต่ก็เพราะแบบนี้เอง คมดาบก็แ แฉลบผ่านจากข้างลำตัวหุ่นรบ ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษของเหลยถิงรู้สึกได้เลยว่า ถ้าเกิดเขาโดนโจมตีเข้าจริงๆ ละก็ เขาไม่ตายก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส
เวลานี้ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษของเหลยถิงยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก เมื่อสักครู่นี้การที่อีกฝ่ายหมดแรงทนไม่ไหวและหลบหนีมาทั้งหมดเป็นการเสแสร้ง เป็นการจงใจล่อเขามาที่นี่ และเข ขาก็หลงกลจริงๆ
เมื่อรู้ว่าตัวเองหลงกลแล้ว ลูกทีมของเหลยถิงก็รู้สึกร้อนใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาเห็นหัวหน้าทีมยึดครองความได้เปรียบได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง ในใจก็สงบ ลงทันที เถียนเจียจวิ้นเป็นยอดฝีมือระดับสุดยอดอีกคนของเหลยถิงที่ทำให้พวกสมาชิกกลุ่มนับถือ เพียงแต่เถียนเจียนจวิ้นค่อนข้างทำตัวไม่เป็นจุดสนใจมาตลอด ถึงได้ไม่มีวาสนารับตำแหน น่งหัวหน้ากลุ่ม และกลายเป็นรองหัวหน้ากลุ่มแทน
แต่เถียนเจาจวิ้นไม่สนเลย เขาไม่เหมือนหลินจื้อตงที่ชื่นชอบอำนาจ พออยู่ปีห้าแล้วก็ยังไม่ยอมวางอำนาจมาตั้งใจทุ่มสมาธิกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินทดสอบของกองทัพ เขาก็ ตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่าจะไปกองทัพที่ยี่สิบสาม ถึงแม้จะติดอยู่ในขั้นสูงสุดของผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษ ไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาได้ แต่เขาก็ ยังอยากสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามอยู่ดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในไม่ช้าการประเมินทดสอบเข้ากองทัพของรุ่นพวกเขาก็จะมาถึงแล้ว และเขาอยากมาตอบแทนบุณคุณของลูกพี่ฮั่วก่อนเข้าไปในกองทัพที่ยี่สิบสาม เถียนเจียจวิ้นเป็นคนที่ฮั่วเจิ้นอวี่ถูกใจ และก็สนับสนุนให้รับเขาเข้ามา เถียนเจียจวิ้นจดจำบุญคุณของลูกพี่ฮั่วมาตลอด และก็อยากตอบแทนเหลยถิงที่ดูแลเขาในหลายปีมานี้ ดังนั้นถึงได้รับหน้าที่เป็นผู้นำในยามวิกฤติ พ พายอดฝีมือคนอื่นๆ ของเหลยถิงเข้าร่วมการประลองแข่งขันที่ตัดสินชะตาของเหลยถิงในอนาคต
ลูกทีมเห็นเถียนเจียจวิ้นยึดครองความได้เปรียบ ก็ทำให้จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างแรงกล้า ขอเพียงเขายืนหยัดต่อไป พอหัวหน้าทีมจัดการคู่ต่อสู้ของเขาได้แล้ว เขาจะต ต้องรีบมาช่วยเหลือแน่นอน เวลานั้น พวกเขาสองคนร่วมมือกันก็สามารถเอาชนะผู้ควบคุมหุ่นรบหลิงเทียนที่ชั่วช้าตรงหน้านี้ได้แล้ว
สำหรับฉีหลงจอมโกหกปลิ้นปล้อนแล้ว ลูกทีมของเหลยถิงคนนี้รู้สึกโกรธแค้นจนเข็ดฟัน เรื่องพละกำลังแข็งแกร่งกว่าเขา เขาไม่โกรธและก็ไม่แค้น การพ่ายแพ้ก็เป็นเรื่องปกติมาก แต่เห็นช ชัดๆ ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขา แต่แสร้งทำเป็นอ่อนแอมาหลอกเขา…นี่กำลังหยอกล้อเขาเหรอ? รังแกกันเกินไปแล้ว
ลูกทีมเหลยถิงที่ขุ่นเคืองย่อมไม่ยอมพ่ายแพ้อยู่ในมือไอ้เด็กต่ำช้าฉีหลงแบบนี้แน่นอน บวกกับข้างกายยังมีหัวหน้าทีม มีความหวังว่าจะพลิกกลับมาชนะ ดังนั้นเขาเลยทุ่มสุดกำลังพยา ายามฝืนประคับประคองไว้ ถึงแม้พอเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของฉีหลงแล้ว เขาดูเหมือนใกล้จะตกอยู่ในสภาพอับจนหลายครั้ง แต่เขาก็ยังทนต่อไปได้
ขณะที่เถียนเจียจวิ้นกำลังจู่โจมเซี่ยอี๋ก็สังเกตเห็นสถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมของเขา เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมจะประคับประคองต่อไปไม่ไหวแล้ว เถียนเจียจวิ้นก็รู้ว่าเขารอต่อไปไ ไม่ได้แล้ว
หลังจากที่ลองหยั่งเชิงกันเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา เถียนเจียจวิ้นรู้สึกว่าคู่ต่อสู้ด้อยกว่าเขาในด้านการควบคุมนิดหน่อย แน่นอนว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายตั้งชื่อของเขาออกมา า เถียนเจียจวิ้นไม่แน่ใจว่าเขาจะหลบได้หรือเปล่า ถึงอย่างไรเรื่องก็ยังไม่เกิด ไม่มีใครแน่ใจได้ แต่เถียนเจียจวิ้นมั่นใจในตัวเองมาตลอด ตอนที่อยู่ในเหลยถิง ก็มีแค่เขาเท่านั้ นที่กล้าท้าประลองเฉียวถิงในตอนที่เขาอยู่ระดับพิเศษ ดังนั้น ถึงแม้เขาไม่มั่นใจเกี่ยวกับอีกฝ่าย แต่เถียนเจียจวิ้นยังคงตัดสินใจลงมืออยู่ดี
ถึงแม้เถียนเจียจวิ้นมีจิตวิญญาณต่อสู้แรงกล้ากำลังจะลงมือ แต่เขายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ และค้นหาช่องโหว่ในการควบคุมของหลิงเทียนหมายเลขหนึ่งตรงหน้านี้อย่างจริงจัง เถียนเจี ยจวิ้นรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้เป็นคนที่เคยเอาชนะไพ่ราชาเฉียวถิง ถึงแม้ตอนนั้นหุ่นรบของเฉียวถิงพังเสียหายไปครึ่งหนึ่ง เฉียวถิงเองก็หมดสิ้นเรี่ยวแรง ทำให้ผลการประลองนี้ดูมีชื อเสียงไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงอยู่บ้าง แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านี่เป็นการประลองแพ้เพียงครั้งเดียวของเฉียวถิงในโรงเรียนทหาร เพียงพอที่เถียนเจียจวิ้นจะให้ความสำคัญ
ดังนั้นถึงแม้สถานการณ์ของเพื่อนร่วมทีมดูสุ่มเสี่ยงมาก แต่เถียนเจียจวิ้นยังคงเลือกรอคอยโอกาส ซึ่งการรอคอยของเถียนเจียจวิ้นได้ผล ผ่านไปหลายสิบวินาที เขาหาช่องโหว่ของหลิงเท ทียนหมายเลขหนึ่งเจอแล้ว
ตอนนี้แหละ! เถียนเจียจวิ้นลงมือโจมตีใส่จุดนั้นโดยไม่ลังเล การโจมตีมาอย่างกะทันหันเกินไป เซี๋ยอี๋รู้ว่าเขาแย่แล้ว เขาพยายามแก้ไขอย่างสุดความสามารถ แต่ยังคงช้าไปก้าวเดียว
‘ปัง’ อาวุธเย็นของเถียนเจียจวิ้นโจมตีโดนไหล่ของหุ่นรบเซี่ยอี๋ เซี่ยอี๋ถูกพลังอันรุนแรงสายนี้ซัดจนกระเด็นไปทันที ก่อนจะกระแทกกับต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าอย่างหนักหน่วง
‘เปาะ!’ กิ่งของต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าถูกเซี่ยอี๋ที่พยายามทรงตัวหุ่นรบหักลงมาแล้ว แต่ก็เพราะมีกิ่งไม้ใหญ่นี้ลดทอนพลังลง ทำให้เซี่ยอี๋ควบคุมหุ่นรบได้อีกครั้ง
เถียนเจียจวิ้นที่มองเห็นโอกาสไม่มีทางปรานีแน่นอน เขาฉวยโอกาสพุ่งตามเข้าไปในตอนที่เซี่ยอี๋ยังไม่ทันทรงตัวหุ่นรบได้อย่างสิ้นเชิง แล้วจู่โจมใส่เซี่ยอี๋อย่างบ้าคลั่ง เวลานี้เ เซี่ยอี๋สูญเสียโอกาสในการหลบอีกครั้งไปแล้ว ได้แต่ต้านรับการโจมตีของเถียนเจียจวิ้น
ดังนั้น ฉากของฉีหลงกับลูกทีมเหลยถิงก็เกิดขึ้นซ้ำบนตัวเซี่ยอี๋กับเถียนเจียจวิ้น เพียงแต่เซี่ยอี๋ในขณะนี้เล่นบทบาทของลูกทีมเหลยถิง เขาที่โดนเถียนเจียจวิ้นโจมตีได้แต่ป ปัดป้องทว่าไม่มีแรงโต้กลับ สถานการณ์วิกฤติขึ้นมาทันที
“อย่างที่คิดไว้เลย ตราบใดที่เถียนเจียจวิ้นทุ่มสุดความสามารถ นอกจากหลิงหลานแล้ว เกรงว่าคงไม่มีใครในหลิงเทียนเป็นคู่ต่อสู้ของเขา เซี่ยอี๋คนนั้นใกล้จะไม่ไหวแล้วใช่มั้ย” พวกอาจารย์มีสายตาแหลมคม ดูออกถึงความห่างชั้นระหว่างเซี่ยอี๋กับเถียนเจียจวิ้น ทุกคนล้วนคิดว่าครั้งนี้เซี่ยอี๋น่าจะรอดยากแล้ว
ถังอวี้ไม่ได้รับผลกระทบจากความคิดเห็นของคนรอบข้างเลย เวลานี้เขากำลังค้นดูข้อมูลหลิงเทียนหมายเลขหกที่เข้าไปใกล้เซี่ยอี๋ ไม่นาน ชื่อของฉีหลงก็เด้งเข้ามาในสายตาของเขา พอ อเห็นนักเรียนที่เขาภาคภูมิใจปรากฏตัวขึ้นอีกคน เขาก็อดหัวเราะปนสบถขึ้นมาไม่ได้ว่า “เป็นเจ้าหนูนี่จริงๆ ด้วย! เมื่อกี้ผมยังงงอยู่เลยว่าทำไมการเคลื่อนไหวของหลิงเทียนหมายเล ลขหกถึงดูคุ้นๆ ขนาดนี้”
ถังอวี้นึกมาตลอดว่าหมายเลขของฉีหลงไม่ใช่หมายเลขสองก็เป็นหมายเลขสาม ไม่คิดเลยว่าจะเป็นหมายเลขหก เห็นได้ว่าพวกเขาไม่ได้จัดตำแหน่งความสามารถ
เวลานี้ถังอวี่ไม่รู้เลยว่า นอกจากหมายเลขหนึ่งที่หลิงหลานจัดให้เซี่ยอี๋เป็นพิเศษแล้ว หมายเลขอื่นๆ ล้วนตัดสินโดยการให้ทุกคนจับฉลาก ฉีหลงถึงเป็นหมายเลขหก ดังนั้นย่อมไม่มีทา างเป็นไปได้เลยที่อจะคาดเดาว่าผู้ควบคุมคือใครจากหมายเลข
ผู้อำนวยการได้ยินเสียงหัวเราะปนสบถของถังอวี้ เขาก็ถามอย่างสงสัยว่า “หมายเลขหกคือใครเหรอ?”
“ฉีหลง หนึ่งในนักเรียนห้าคนที่ผมดูแลครับ” ถังอวี้ยิ้มมุมปาก เทียบกับนักเรียนในฉากหน้าอย่างหลิงหลานแล้ว ฉีหลงถึงเป็นนักเรียนที่แท้จริงของเขา นอกจากหลินจงชิงลูกศิษย์ที่เข ขาภาคภูมิใจแล้ว ฉีหลงก็เป็นคนที่เขาให้ความสนใจมาก และทุ่มความคิดสั่งสอนไปไม่น้อย
“อ้อ~คนที่นายเพิ่งบอกว่ารับหน้าที่เป็นนักสู้หลักของหน่วยรบหลิงหลานใช่หรือเปล่า?” ผู้อำนวยการนึกขึ้นมา
“ใช่ครับ” ถังอวี้พยักหน้ากล่าว
“ดูเหมือนเซี่ยอี๋ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเถียนเจียจวิ้นนะ นายว่าฉีหลงจะรับมือไหวหรือเปล่า?” ผู้อำนวยการถามด้วยความสนใจมาก
ถังอวี้เผยความภาคภูมิใจออกมาเล็กน้อย “แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าเขาจะเป็นฉีหลงจะเป็นเฉียวถิงคนถัดไป”
คำพูดของถังอวี้ทำให้ผู้อำนวยการทำหน้าตกตะลึง เขามองถังอวี้อย่างอึ้งๆ อยากให้แน่ใจว่าถังอวี้พูดความจริง
ถังอวี้พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ตอนนี้ฉีหลงไปถึงขั้นสูงสุดของระดับพิเศษแล้ว เขาเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาตอนครึ่งปีแรกของชั้นปีสี่ได้ไม่มีปัญหาครับ นอกเสียจากว่าหลิงหลานจะมีแผนการ รอื่น”
ผู้อำนวยการสูดลมหายใจที่ถี่กระชั้นเล็กน้อย การปรากฏตัวของเฉียวถิงเป็นเรื่องที่หายากในรอบทศวรรษ ไม่นึกเลยว่าเพิ่งผ่านไปสามปี โรงเรียนพวกเขาก็จะมีอัจฉริยะแห่งยุคปรากฏตัวขึ้นม มาอีกคน? ผู้อำนวยการอ้าปากรู้สึกตื่นเต้นมาก ผู้อำนวยการสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ถึงค่อยฝืนข่มกลั้นความประหลาดใจแกมยินดีจนอยากจะหัวเราะลั่น “เลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชา ไม่ใช่ว่าจะเ เจอจุดคอขวดเหรอ? นายแน่ใจขนาดนี้เชียวว่าฉีหลงจะทะลวงจุดคอขวดได้ในอีกหนึ่งปี?”
“เมื่อก่อนไม่กล้ายืนยันหรอกครับ แต่ไม่นานมานี้ ผมสังเกตเห็นจุดคอขวดบนจิตใจของฉีหลงหายไปแล้ว ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะการควบคุมของฉีหลงในตอนนี้ยังไปไม่ถึงระดับนั้น ตอนนี้ไม่แน่ว่า เขาสามารถเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาได้แล้วครับ” ตอนที่ถังอวี้กล่าวคำพูดประโยคนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาริษยาคับแค้นใจ ตอนพวกเขาเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชาก็ติดอยู่บนคอขวดของสภ ภาพจิตใจมานานมากถึงค่อยฝ่าไปได้
“บางคนก็คือลูกรักของสวรรค์!” ผู้อำนวยการเคยเห็นคนแบบนี้มาก่อน คนผู้นั้นก็คือหลิงเซียว เดิมทีการเลื่อนขั้นเป็นไพ่ราชา ราชันและเทวะล้วนต้องมีจุดคอขวดของจิตใจ ผู้คนมาก กมายติดอยู่ตรงนี้ไปชั่วชีวิต แต่หลิงเซียวกลับไม่มีจุดคอขวดอะไรเลย และก็เลื่อนขั้นจากไพ่ราชา ระดับราชันไปจนถึงขั้นเทวะได้ภายในระยะเวลาหกปี ใช้ความเร็วที่ทำให้ผู้คนอ้าปากค ค้าง กลายเป็นอาวุธสุดยอดของสหพันธรัฐ และเป็นเพราะความเร็วในการเลื่อนขั้นที่ทำให้ผู้คนคาดไม่ถึงของหลิงเซียว ก็ทำให้เขาอยู่รอดมาได้อย่างปลอดภัย
เนื่องจากพอคนของประเทศศัตรูได้สติกลับมาและเห็นหลิงเซียวก็เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง หลิงเซียวก็กลายเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะแล้ว วิธีการลอบสังหารไม่มีผลแล้ว สุกท้ายถึงต้ องพยายามทุ่มเทความคิด จ่ายค่าตอบแทนด้วยกลุ่มกองทัพมากมายของพวกเขา ถึงวางกับดักใส่หลิงเซียวได้…