I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 582 โลกของเสี่ยวซื่อ? (2)
กีเซอร์ซื่อตรงมาก เขาเองก็อยากช่วยเหลือเพื่อนสนิทของตัวเองให้ฟื้นความทรงจำโดยเร็วที่สุด เขาเลยปล่อยมือที่ปิดปากไว้ แล้วพูดอย่างรวดเร็วสุดขีดว่า “ที่นี่คือดาวหมายเลข 113 ของระบบดาวแมนโดรา ตอนนี้เป็นปีปฏิทินดารา 44443-7372 ของแมนโดรา พวกเรากำลังทำสงครามกับกองทัพติดอาวุธอัจฉริยะ T21 เมื่อกี้พวกเราปะทะกับหุ่นรบศัตรูสองตัว ยิงโจมตีสำเร็จ ตอนที่กำลังเตรียมตัวถอนทัพกลับฐานที่มั่น ก็มีจรวดลูกหนึ่งระเบิดลงมาข้างๆ พวกเราพอดี แรงระเบิดอัดนายจนกระเด็นลอยออกไป ตอนที่ร่วงลงมา หัวของนายกระแทกกับพื้น หลังจากนั้นก็หมดสติ ฉันเรียกนายตั้งนาน นายถึงค่อยตื่น”
“แมนโดรา? อุปกรณ์การเรียนรู้ราชันหุ่นรบ?” หลิงหลานตะลึงงัน แมนโดราคือสถานที่ที่สร้างเสี่ยวซื่อออกมาไม่ใช่เหรอ? หรือว่าการจำลองภาพมายาในครั้งนี้เป็นโลกของเสี่ยวซื่อ?
“อื้อ แลนซ์ นายนึกออกแล้วใช่มั้ย? ถูกต้อง หลังจากที่พวกเราแต่ละคนเกิดมา ก็จะถูกฝังอุปกรณ์การเรียนรู้ราชันหุ่นรบลงไป หลังจากนั้นก็รอเวลาที่อุปกรณ์เรียนรู้เปิดใช้งาน” กีเซอร์ถามอย่างดีอกดีใจ
“มีภาพความทรงจำนิดหน่อยแล้ว แต่ยังมีจุดที่ว่างเปล่าเยอะมาก” หลิงหลานขมวดคิ้ว ตอบกลับอย่างเรียบนิ่ง
กีเซอร์กลับดีใจมาก นี่บ่งบอกว่าแลนซ์ดีขึ้นแล้วจริงๆ ถึงแม้ตอนนี้จดจำได้แค่นิดๆ หน่อยๆ แต่ในที่สุดก็จดจำได้เล็กน้อยแล้วไม่ใช่เหรอ?
“อายุในการเปิดใช้งานอุปกรณ์เรียนรู้ขึ้นอยู่กับว่าพรสวรรค์ของพวกเราเป็นยังไง ยิ่งมีพรสวรรค์ดีเยี่ยม การเปิดใช้งานก็จะเร็วมากขึ้น สถิติเวลาเปิดใช้งานเร็วที่สุดคือสิบห้าเดือนหลังจากที่เกิด แน่นอนว่าคนที่เปิดใช้งานระยะเวลานี้ย่อมเป็นอัจฉริยะที่มีความโดดเด่นมากที่สุดของแมนโดรา อนาคตเขาจะต้องเป็นราชันหุ่นรบที่แข็งแกร่งที่สุดของแมนโดราแน่นอน” กีเซอร์กล่าวต่อ แววตาเผยความอิจฉาออกมา เขามีพรสวรรค์ทั่วไป อายุแปดขวบถึงจะเปิดใช้งานอุปกรณ์การเรียนรู้ได้ ตอนนี้เพิ่งจะเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นกลาง
“ฉันเข้าใจแล้ส ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าศัตรูที่พวกเราสู้ด้วยคือใคร พวกเขามาจากที่ไหน” หลิงหลานหยุดกีเซอร์ไม่ให้พูดหัวข้อนี้ต่อ
หลิงหลานยังจำได้ว่าเสี่ยวซื่อเคยพูดว่าระบบดาวแมนโดราแข็งแกร่งยิ่งใหญ่มาก ระบบดาวรอบข้างไม่ใช่คู่ต่อสู้พวกเขา ก็เลยไม่มีการเจิมในสงคราม ทำให้กำลังรบของประเทศอ่อนแอลงง่ายมาก ดังนั้นเพื่อคงความแข็งแกร่งของประเทศไว้ และอบรมฝึกฝนนักรบที่โดดเด่นออกมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ระบบดาวแมนโดราเลยรวบรวมนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดมาวิจัยคิดค้นอุปกรณ์การเรียนรู้นี้ออกมา ทำให้บรรดาชาวแมนโดราสามารถเติบโตโดยการเจิมสงครามนับครั้งไม่ถ้วนในมิติการเรียนรู้ สุดท้ายก็กลายเป็นยอดฝีมือหุ่นรบรุ่นใหม่ ถึงขนาดที่เป็นราชันหุ่นรบ
และตอนนี้ระบบดาวแมนโดราเกิดไฟสงคราม นี่มีปัญหาอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อได้ยินคำถามของหลิงหลาน สีหน้าของกีเซอร์พลันหม่นลง “นายเองก็รู้ว่าอุปกรณ์การเรียนรู้ราชันหุ่นรบโหดร้ายมาก อัตราการคัดออกสูงถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ถึงขนาดที่มีคนมากมายสมองถูกทำลายเพราะทนรับไม่ไหว กลายเป็นคนพิการปัญญาอ่อน นี่เลยทำให้เกิดการประท้วงจากคนกลุ่มใหญ่ คิดว่านี่เป็นแผนการชั่วร้ายของร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญา อยากควบคุมมนุษย์ และก่อตั้งอาณาจักรสติปัญญาขึ้นมา”
“ร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญา?” หรือว่าหมายถึงเสี่ยวซื่อ แล้วก็พวกอาจารย์หมายเลขหนึ่ง? หลิงหลานลอบเอ่ยในใจ
“ใช่แล้ว ระบบดาวแมนโดราประกอบด้วยคนสองประเภท หนึ่งคือชาวแมนโดราอย่างพวกเรา อีกประเภทก็คือร่างสิ่งมีชีวิตทางสติปัญญา เริ่มแรกพวกเขาเป็นระบบสติปัญญา ต่อมาก็ค่อยๆ วิวัฒนาการจนมีสตินึกคิดของตัวเอง เกิดเป็นอารยธรรมระบบกลไก พวกเราทั้งสองฝ่ายจับมือร่วมกันสร้างอาณาจักรแมนโดราที่ยิ่งใหญ่นี้ เพื่อยืนยันว่าชาวแมนโดราอย่างพวกเรายอมรับพวกเขาจากใจจริง เลยใช้ชื่อรุ่นแมนโดราออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักในปัจจุบันตั้งเป็นชื่อปี จนกระทั้งออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักอันใหม่รับช่วงต่อถึงค่อยเปลี่ยนชื่อปี”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมถึงมีคนสงสัยว่าร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาอยากควบคุมมนุษย์ล่ะ? ผู้ที่เข้มแข็งกว่าอยู่รอด ผู้ที่ด้อยกว่าถูกคัดออกไป เดิมทีก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่โบราณแล้ว จะสงสัยร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาเพราะคนที่ถูกคัดออกพวกนั้นไม่ได้นะ” หลิงหลานเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“มีคนออกความเห็นว่า การฝังอุปกรณ์การเรียนรู้ก็คือแผนการชั่วร้ายของร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาที่อยากควบคุมชาวแมนโดรา พวกเขาสามารถอาศัยแผ่นชิปของอุปกรณ์การเรียนรู้กำจัดผู้ที่พยายามต่อต้านโดยตรงได้ ต่อมาจู่ๆ ก็มีอัจฉริยะที่ถูกฝากความหวังไว้กลุ่มใหญ่สมองระเบิดตาย แทบจะทำลายรุ่นนั้นไปทั้งรุ่น ดังนั้นบรรดาผู้คนก็เลยสงสัยว่าร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาอยากกำจัดอัจฉริยะที่โดดเด่นของแมนโดราไปจนหมด และเตรียมตัวสร้างอาณาจักรสติปัญญา บวกกับแม่ทัพเกียลีเจอหลักฐาน ดังนั้นชาวแมนโดราเลยโกรธขึ้นมา และพากันประท้วง อยากกำจัดสติปัญญาของร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญา…” แววตาของกีเซอร์เผยความสับสน ถึงแม้เขาคิดว่าความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่แบบนี้ แต่พวกเขาเป็นคนธรรมดา เป็นลูกกระจ๊อกตัวเล็กๆ ที่ไม่มีความสำคัญในสงครามนี้ เลยไม่ถึงตาให้พวกเขาแสดงความคิดเห็น ได้แต่ไหลไปตามกระแสเท่านั้น
“ดังนั้น สงครามเลยเริ่มต้นขึ้น ชาวแมนโดราอย่างพวกเราต้องต่อสู้กับร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญา” หลิงหลานรู้แล้วว่าระบบดาวแมนโดราเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่หลิงหลานไม่รู้แน่ชัดว่า สุดท้ายสงครามครั้งนี้จะมีบทสรุปแบบไหน เป็นชาวแมนโดราที่ชนะ? หรือว่าร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาชนะ?
ถ้าเกิดร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาชนะ และเสี่ยวซื่อล่วงรู้เกี่ยวกับสงครามในครั้งนี้ เขาย่อมถูกสร้างขึ้นหลังจากสงคราม ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมร่างสิ่งมีชีวิตทางปัญญาที่เป็นฝ่ายผู้ชนะถึงยังฝังแผ่นชิปอุปกรณ์การเรียนรู้ให้มนุษย์อีกล่ะ? พวกเขาทำเพื่ออบรมสั่งสอนผู้ควบคุมหุ่นรบเท่านั้นจริงๆ เหรอ? แต่พวกเขาไม่กลัวว่าหลังจากที่ชาวแมนโดราได้รับความสามารถที่แข็งแกร่งแล้วจะเกิดการต่อต้านอีกครั้งหรือไง? หรือว่าเขาทำเพื่อควบคุมชาวแมนโดราเหมือนอย่างที่ชาวแมนโดราคาดการณ์ไว้แบบนั้นจริงๆ?
หลิงหลานรู้สึกว่าเหงื่อเย็นๆ หลั่งไปทั่วทั้งร่าง แต่วินาทีถัดมาเธอก็ใจเย็นลงอีกครั้ง แล้วปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ทันที เธอที่อยู่มาสองชาติสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความจริงใจของเสี่ยวซื่อ นี่ปลอมแปลงกันไม่ได้ ถึงแม้อาจารย์ทั้งหลายจะเข้มงวดมาก วิธีการก็โหดเหี้ยม แต่เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมาก นั่นก็คือเพื่อทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น (แค่ก ไม่รวมหมายเลขห้านะ)
หรือสุดท้ายชาวแมนโดราได้รับชัยชนะ? พวกระดับสูงรู้เนื้อแท้ของอุปกรณ์การเรียนรู้ดี ดังนั้นถึงได้ใช้ต่อไป? ไม่สิ ถ้าเกิดชาวแมนโดราได้รับชัยชนะจริงๆ ละก็ พวกระดับสูงไม่มีทางตบหน้าตัวเองแน่นอน ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวก็คือ อุปกรณ์การเรียนรู้นี้ถูกใช้งานแค่ภายในขอบเขตเล็กๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หน่วยลับที่พวกเขาอบรมบ่มเพาะขึ้นมาอย่างเป็นความลับ…
หลิงหลานรู้สึกว่าตัวเองคาดเดาเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดของระบบดาวแมนโดราได้คร่าวๆ แล้ว ถึงแม้เธอคิดว่าการกระทำเช่นนี้ของชาวแมนโดราดูไร้สมองไปบ้าง แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของกองทัพชาวแมนโดราแล้ว เลยได้แต่ต่อสู้เพื่อขาวแมนโดราเท่านั้น
หลิงหลานรู้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว เธอก็ถอนทัพกลับไปยังฐานที่มั่นในแนวหลังของกองทัพชาวแมนโดราพร้อมกับกีเซอร์ หลังจากที่กลับมาถึงกองหุ่นรบของตัวเอง เพิ่งจะพักผ่อนได้สองวัน พวกเขาก็ได้รับคำสั่งใหม่อีกครั้ง
หน่วยหุ่นรบแมนโดราประกอบด้วยสมาชิกหกคน หลิงหลานกับกีเซอรเป็นหน่วยเดียวกัน และยังมีผู้ควบคุมหุ่นรบอีกสี่คน จริงสิ ระดับของพวกเขาคือผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นกลางทั้งหมด เนื่องจากกองทัพอัจฉริยะ (หุ่นยนต์) มีเยอะมาก ดังนั้นกระทั่งคนธรรมดาอย่างพวกเขาที่ปกติไม่อยู่ในสายตาของกองทัพ ตอนนี้ก็ถูกรับเข้ามาในกองทัพเช่นกัน สงครามครั้งนี้แทบจะระดมชาวแมนโดราทั้งหมด
หลิงหลานขึ้นไปบนหุ่นรบ หลิงหลานไม่ได้รู้สึกไม่คุ้นชิยต่อหุ่นรบของระบบดาวแมนโดราเลย เนื่องจากอาจารย์หมายเลขสามเคยให้เธอตั้งใจศึกษาการควบคุมหุ่นรบของแมนโดรารวมถึงทักษะหุ่นรบต่างๆ เพื่อระบุข้อดีข้อเสียของการควบคุมหุ่นรบของสหพันธรัฐ หลิงหลานทำความคุ้นเคยแค่ไม่กี่นาที ก็แทบจะควบคุมหุ่นรบได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เมื่อเห็นหลิงหลานขับหุ่นรบเตะต่อยอย่างคล่องแคล่ว กีเซอร์ก็อึ้งค้าง “แลนซ์ การควบคุมของนายดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” พวกเขาทำได้เพียงการเคลื่อนไหวพื้นฐานของหุ่นรบเท่านั้น ไม่มีทางทำได้เหมือนกับหลิงหลานที่ควบคุมหุ่นรบให้เหมือนกับมือเท้าของตัวเองก็ไม่ปาน
———————-