I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 583 สละชีพ!
“นี่มันธรรมดามากเลยไม่ใช่เหรอ?” หลิงหลานตอบกลับอย่างเฉยชา
กีเซอร์ได้ยินแล้วก็หันหน้าไปหลั่งน้ำตาเงียบๆ หรือว่าพรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบของเขาจะย่ำแย่สุดขีดจริงๆ ขนาดแลนซ์ที่เงียบๆ เขาก็ยังสู้ไม่ได้เลย?
ตอนที่แลนซ์อยู่ในโรงเรียนก็เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ผลคะแนนสอบตามหลังกีเซอร์ทุกครั้ง กีเซอร์คิดมาตลอดว่าการควบคุมหุ่นรบของตัวเองดีกว่าแลนซ์นิดหน่อย ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาโลกสวยเกินไป
หลังจากทำการเตรียมตัวง่ายๆ แล้ว ทีมของหลิงหลานก็เข้าสู่สนามรบ โชคดีที่กองทัพพันธมิตรชาวมนุษย์แมนโดราไม่ได้ให้ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับต่ำเหล่านี้เป็นเบี้ยใช้แล้วทิ้ง หุ่นรบร่างปัญญาที่ต่อสู้กับพวกเขามีความสามารถที่ไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก
หลังจากที่หลิงหลานสอบถามกีเซอร์แล้วถึงค่อยรู้ว่า หุ่นรบร่างปัญญาที่เกิดสตินึกคิดก็ต้องการเวลาในการเติบโต ไม่ใช่ว่าจะเป็นร่างปัญญาระดับสูงตั้งแต่แรก ร่างปัญญาที่เพิ่งปรากฏสตินึกคิดไม่สามารถกลายเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาทันที พวกเขาจำเป็นต้องพัฒนาจากผู้ควบคุมหุ่นรบระดับต่ำไปทีละก้าว
และโอกาสวิวัฒนาการของพวกเขาก็อยู่ในสนามรบเช่นเดียวกัน ผ่านการต่อสู้นับไม่ถ้วนเพื่อกระตุ้นให้สติปัญญาเกิดการวิวัฒนาการ สุดท้ายถึงกลายเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับกลาง ผู้ควบคุมหุ่นรบระดับสูง ไพ่ราชา ระดับราชัน…ไปจนถึงผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะที่อยู่ระดับสุดยอด
แน่นอนว่าการแบ่งระดับพัฒนาการของผู้ควบคุมหุ่นรบในระบบดาวแมนโดราไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่หลิงหลานเปรียบเทียบกับระดับหุ่นรบของสหพันธรัฐเพื่อความเข้าใจมากขึ้น
เป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับกลางเหมือนกัน แต่โดยธรรมชาติแล้วหุ่นรบระดับกลางของร่างปัญญาจะแข็งแกร่งกว่าผู้ควบคุมหุ่นรบระดับกลางของชาวแมนดา ด้วยเหตุนี้เอง อัตราความเสียหายของชาวมนุษย์แมนโดราเลยสูงกว่าหุ่นรบร่างปัญญามาก ยกตัวอย่างเช่น ทีมหกคนของหลิงหลานได้สูญเสียคนไปมากกว่าครึ่งในสงคราม ท้ายที่สุดก็เหลือแค่กีเซอร์กับหลิงหลานสองคนเท่านั้น ความจริงแล้ว ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะหลิงหลานแอบปกป้องกีเซอร์ไว้ละก็ เกรงว่าสุดท้ายคนที่สามารถเอาชีวิตรอดออกจากสนามรบได้ก็มีแค่หลิงหลานคนเดียวนั้น
หลังจากที่พวกหลิงหลานสองคนพักผ่อนในแนวหลัง ก็มีลูกทีมใหม่เติมเข้ามาอีก คราวนี้หลิงหลานกลายเป็นหัวหน้าทีม
ปีแล้วปีเล่า วันแล้ววันเล่า หลิงหลานใช้ชีวิตที่ตึงเครียดยุ่งวุ่นวายและเสี่ยงอันตรายออกรบพักผ่อนแล้วก็ออกรบแบบนี้ ตอนแรกเธอยังมีเวลาว่างใคร่ครวญว่าอาจารย์หมายเลขสามโยนเธอเข้ามาในโลกใบนี้เพราะอยากให้เธอตระหนักรู้อะไรกันแน่ ต่อมาหลิงหลานก็ไม่มีเวลาไปคิดแล้ว ทุกวันอาจจะเกิดการต่อสู้ติดต่อกันหลายชั่วโมง ถ้ามีศึกใหญ่ก็ถึงขนาดที่ต่อสู้ติดต่อกันหลายวันหลายคืน ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะหลิงหลานชินกับการจัดเตรียมตลับพลังงานไว้อย่างเต็มเปี่ยมละก็ เกรงว่าเธออาจจะถูกเด็ดปีกในสนามรบเหมือนกับผู้ควบคุมหุ่นรบทั้งหมดนั้นแล้ว
หลายปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งหลิงหลานก็เข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นคนของที่นี่ สหพันธรัฐและชีวิตนักเรียนในโรงเรียนเป็นเพียงแค่ความฝันของเธอเท่านั้น โชคดีที่หลิงหลานอดทนผ่านการทรมานทางจิตใจในมิติการเรียนรู้มาหลายครั้งแล้ว เธอจึงรักษาจิตใจของตัวเองเอาไว้ได้โดยที่ไม่ได้เกิดการสั่นคลอนเลย
เมื่อเวลาผ่านไป สงครามยิ่งขยายอิทธิพล สถานการณ์ก็เอื้อต่อชาวแมนโดรามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทีมของหลิงหลานกลับมีพวกเพื่อนร่วมทีมสละชีวิตอย่างต่อเนื่องในสงคราม กีเซอร์ที่เดิมทีเป็นคนร่าเริงมีชีวิตชีวาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเงียบขรึม แววตายิ่งดูสบสันมากขึ้นไปทุกที
มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากสงคราม พวกเขาบอกลาเพื่อนร่วมทีมที่สละชีวิตอีกครั้ง กีเซอร์อดถามหลิงหลานไม่ได้ “ทำไมต้องมีสงครามด้วย? ทำไมถึงพูดคุยกันดีๆ ไม่ได้? ตอนนั้นบรรพบุรุษของพวกเราสามารถรับเผ่าพันธุ์อื่นได้ อยู่ร่วมกับร่างปัญญาอย่างสันติ และร่วมกันสร้างอาณาจักรแมนโดราที่ยิ่งใหญ่นี้ขึ้นมา ทำไมพอถึงรุ่นพวกเราถึงทำไม่ได้แล้วล่ะ? พวกเราผิด? หรือว่าร่างปัญญาเปลี่ยนไป?
หลิงหลานไม่สามารถตอบข้อสงสัยของกีเซอร์ได้ สุดท้ายก็เป็นหายนะจากอำนาจ หลิงหลานเดาว่าคนที่มีอำนาจบางส่วนของชาวแมนโดราคิดว่าอำนาจของพวกเขาถูกร่างปัญญาแบ่งไป ดังนั้นพวกเขาเลยอยากเอาอำนาจส่วนนี้กลับคืนมา แต่ร่างปัญญาไม่มีทางยอมแน่นอน พวกเขาที่มีฐานะเท่าเทียมกันไม่อยากกลายเป็นเครื่องมือทาส พวกเขาอยากมีอิสระของพวกเขาต่อไป ทั้งสองฝ่ายที่ไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันได้ย่อมไม่คำนึงถึงความคิดของชาวมนุษย์แมนโดราเบื้องล่าง ไม่ช้าก็เร็วสงครามนี้ก็ปะทุขึ้นมา
แน่นอนว่าหลิงหลานเองก็รู้ว่าเป็นเพราะเสี่ยวซื่อรวมถึงบรรดาอาจารย์ในมิติการเรียนรู้ ความคิดของเธอเลยโน้มเอียงไปทางร่างปัญญา เธอไม่เชื่อว่าร่างปัญญาต้องการควบคุมชาวแมนโดรา ต้องการทำให้ชาวแมนโดรากลายเป็นทาสของพวกเขาจริงๆ
เช่นนี้เอง พวกเขาก็อยู่บนสนามรบมาห้าปีแล้ว พวกเขาที่ผ่านคลื่นมรสุมลูกใหญ่ก็เลื่อนขั้นจากผู้ควบคุมหุ่นรบระดับกลางมาถึงผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชา
อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้ามศัตรูของพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน กลายเป็นหุ่นรบไพ่ราชาในกองทัพเอไอ สงครามของพวกเขายิ่งดุเดือดอันตรายมากขึ้น ปีที่หก ศึกใหญ่ของหุ่นรบระดับสูงปะทุขึ้นมาอีกครึ้ง คราวนี้ระดับสูงของกองทัพชาวแมนโดราตัดสินใจผิดพลาด ทำให้กองทัพของหลิงหลานโชคร้ายตกอยู่ในวงล้อมของกองทัพเอไอสามกอง
สงครามครั้งนั้น ผู้ควบคุมหุ่นรบทั้งหมดของกองทัพหลิงหลานต่อสู้ในสภาวะสิ้นหวัง ทำสงครามสามวันสามคืนกับหุ่นรบร่างปัญญาที่เยอะกว่าพวกเขาสามเท่า แต่ยังไม่ทันที่กองหนุนจะมาถึง สุดท้ายพวกเขาก็พ่ายแพ้ยับเยิน ในสงครามครั้งนี้หลิงหลานตกอยู่ในวงล้อมของหุ่นรบไพ่ราชาร่างปัญญาสามตัวเหมือนกัน เธอที่ทำเรื่องสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ต้องเบิกตามองกีเซอร์สละชีพไปต่อหน้าต่อตา
สุดท้ายหลิงหลานโชคดีหนีรอดจากวงล้อมโจมตีของหุ่นรบไพ่ราชาของร่างปัญญาสามตัวนั้นได้ เมื่อหลิงหลานหาฐานที่มั่นของชาวแมนโดราเจอถึงค่อยรู้ว่าในสงครามครั้งนั้น ไม่ได้มีเพียงหน่วยรบของเธอที่ล้มตายจนหมดสิ้น กระทั่งผู้ควบคุมหุ่นรบของทั้งกองทัพพ่ายแพ้ที่นั่นกันหมด ในหมู่ผู้ควบคุมหุ่นรบชั้นยอดหนึ่งล้านคน มีเพียงผู้ควบคุมหุ่นรบไม่ถึงห้าพันคนเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ แต่การสละชีวิตก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีค่าเลย พวกเขาทำลายกองทัพของฝ่ายร่างปัญญาได้สองในสามของกองทัพโดยอาศัยผู้ควบคุมหุ่นรบหนึ่งกองทัพ ส่วนกองทัพที่ยังคงรักษาขบวนรบไว้ได้เพียงหนึ่งเดียวก็สละชีวิตหุ่นรบไพ่ราชาไปหนึ่งในสามเช่นกัน
สงครามในครั้งนี้สั่นคลอนจิตใจของหลิงหลานหนักมาก เมื่อก่อนหลิงหลานไม่ใส่ใจสมาชิกคนอื่นในทีมมากๆ ถึงแม้หลิงหลานจะเสียใจต่อการสละชีวิตของพวกเขาแต่ไม่ได้โศกเศร้า ก็เหมือนกับตอนเล่นเกม พอเห็น NPC ทีมเดียวกันตายก็อาจจะอินไปกับเนื้อเรื่อง เสียใจและหดหู่ใจได้ ทว่าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใจ
แต่กีเซอร์ไม่เหมือนกัน กีเซอร์เป็นคนที่อยู่ข้างกายเธอมาตลอดตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในโลกใบนี้ เมื่อเวลาผ่านไป หลิงหลานก็เห็นกีเซอร์เป็นเพื่อนตัวเองจริงๆ หลิงหลานคิดว่าก่อนหน้าที่เธอจะหาสิ่งที่ตัวเองต้องการเจอและออกไปจากโลกใบนี้ เธอจะต้องปกป้องกีเซอร์ไว้ให้ดีๆ แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเธอ เธอก็มีเวลาที่ทำไม่ได้เหมือนกัน
“ฉันยังแข็งแกร่งไม่พอ ถ้าเกิดฉันเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับราชันแล้ว จะติดพันกับหุ่นรบไพ่ราชาสามตัวนั้นได้ยังไง และก็จะช่วยกีเซอร์ไว้ได้ด้วย…” หลิงหลานเจ็บปวดใจ เธอกำหมัดแน่น เงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขต “อาจารย์หมายเลขสาม คุณอยากให้ฉันตระหนักเรื่องอะไรได้กันแน่คะ? ถ้าเกิดอยากให้ฉันรู้ความอ่อนแอของตัวเอง ฉันรู้แล้ว ทำไมฉันต้องอยู่ที่นี่อีก?
ใช่แล้ว หลิงหลานไม่ชอบโลกที่มีสงครามแต่ไม่รู้ว่าต่อสู้ทำไม นี่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือเข่นฆ่าที่ไม่มีความคิดเท่านั้น ความรู้สึกที่เหมือนเป็นของราคาถูกทำให้เธอรู้สึกเกลียดชัง
น่าเสียดาย สิ่งที่หลิงหลานคิดไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง เธอยังคงอยู่ในโลกใบนี้ ยังคงกลายเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาที่ต่อสู้ในสงครามต่างๆ
—————–