I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 584 ทะลวงขีดจำกัด!
ดังนั้น หลิงหลานที่ต่อสู้วันแล้ววันเล่าก็เริ่มเปลี่ยนจากความเกลียดชังมาเป็นความชาชิน เธอไม่คิดอะไรทั้งนั้น เธอที่เงียบงันไม่พูดไม่จาทำให้เธอกลายเป็นสมาชิกที่สันโดษที่สุดในทีม พวกลูกทีมก็ไม่พูดคุยกับเธอ ในสงครามแต่ละครั้ง เธอต่อสู้เพียงลำพังตลอด ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ช่วยเหลือปกป้องกัน…
สมาชิกทีมสละชีวิตไปก็มีสมาชิกคนใหม่เพิ่มเข้ามาอีก แล้วพอสละชีวิตไปอีกก็มีเพิ่มเติมเข้ามาอีกเช่นนี้เอง ผ่านไปห้าปี เธอกลับตะลึงงันและพบว่าภายในทีม นอกจากหลิงหลานที่มีชีวิตรอดแล้ว สมาชิกในตอนแรกเหล่านั้นต่างสละชีพบนสนามรบไปนานแล้ว ต่อให้ร่วมแรงร่วมใจกันอีกแค่ไหน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอีกแค่ไหน พวกเขายังคงตายอยู่ดี
หลิงหลานมาที่หน้าหลุมศพของกีเซอร์อีกครั้ง และมอบดอกแมนโดราที่เขาชอบที่สุดให้ นี่เป็นดอกไม้ประจำชาติของระบบดาวแมนโดรา และก็เป็นตัวแทนสิ่งที่กีเซอร์ต้องการถวายความจงรักภักดีอย่างแท้จริง
“ผ่านไปห้าปีแล้ว ฉันยังคงมีชีวิตอยู่” หลิงหลานเอ่ยกับป้ายหลุมศพอย่างเรียบนิ่ง “ส่วนคนอื่นๆ ก็ตายหมดแล้ว”
“ทำไมฉันรอดมาได้ แต่คนอื่นๆ ถึงตายกันหมดล่ะ?” หลิงหลานเผยรอยยิ้มเยาะหยัน “นั่นเป็นเพราะพวกเขาแข็งแกร่งไม่พอ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าฉันทำอะไรผิดพลาด ฉันควรฝึกนายหนักๆ หลังจากที่รู้จักนายเหมือนที่ทำกับพวกฉีหลง ทำให้นายแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ แบบนั้นนายถึงจะเป็นเหมือนฉัน มีชีวิตรอดต่อไป ไม่ใช่มาสละชีวิตในสงครามครั้งนั้น”
“ฉันใช้เวลาห้าปีกว่าจะทำให้ตัวเองมองดูอย่างเย็นชาอยู่ทางด้านข้าง ถึงค่อยเข้าใจเรื่องนี้” หลิงหลานมองหลุมศพอย่างลุ่มลึก “ โชคดีที่การตระหนักรู้ของฉันไม่ถือว่าสายไป ถ้ากลับโลกของฉันแล้ว ไม่สามารถแก้ไขความรู้สึกของฉันที่เหมือนกับคุณแม่ได้ และช่วยกำบังลมฝนให้พวกฉีหลงโดยไม่ได้ตั้งใจละก็ ฉันก็ไม่มีทางทำให้พวกเขาเติบโตได้อย่างแท้จริง แล้วก็จะเกิดเรื่องเหมือนอย่างนายอีกเรื่อยๆ”
“หนทางต้องอาศัยตัวเองเดิน ฉันต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยมือ ให้พวกเขาเดินบนเส้นทางของตัวเอง” แววตาของหลิงหลานกระจ่างแจ้ง เวลานี้พวกฉีหลงในใจเธอไม่ใช่พวกเพื่อนตัวน้อยของเธออีกต่อไป หากแต่เป็นเพื่อนร่วมรบที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเธออย่างแท้จริง
หลิงหลานเพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกได้ว่าหลุมศพของกีเซอร์เบื้องหน้าหมุนขึ้นมาฉับพลัน หลิงหลานรู้ว่าเธอตามหาสิ่งที่อาจารย์หมายเลขสามอยากให้เธอตระหนักได้เจอแล้ว เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ วินาทีถัดมา เธอก็มาถึงมิติของอาจารย์หมายเลขสาม
“ในที่สุดเธอก็เข้าใจสักที” อาจารย์หมายเลขสามมองหลิงหลานด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
หลิงหลานยิ้มเจื่อน “ที่แท้ฉันก็หัวรั้นไป”
“ใช่แล้ว แรงจูงใจที่อยากแข็งแกร่งขึ้นของเธอละเอียดซับซ้อนมากเกินไป นี่ก็เลยเหนี่ยวรั้งจิตใจของเธอเอาไว้” หมายเลขสามถอนหายใจ นี่ไม่ใช่ไม่ดี แต่เกินขีดจำกัดของหลิงหลานเท่านั้น ไม่มีความคิดที่ผ่อนคลายเป็นอิสระ จะฝ่าด่านนั้นได้อีกยังไง
หลิงหลานได้ยินคำกล่าวก็เบ้ปาก “อาจารย์หมายเลขสาม ไม่ต้องไว้หน้าฉันหรอกค่ะ ไม่ใช่ฉันโลภมากเกินไปเหรอคะ? โลภมากจนอยากแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องพวกเพื่อนๆ และครอบครัวทุกคนที่รักและไว้ใจฉัน…” แต่มันมากเกินไป และก็เพิ่มแรงกดดันให้ตัวเองเยอะเกินไป นี่ถึงทำให้เธอไม่สามารถฝ่ากำแพงกั้นนั้นได้
ในที่สุดหมายเลขสามก็หัวเราะออกมา ไม่คาดคิดว่าหลิงหลานที่เคร่งขรึมเย็นชามาตลอดก็ทำผิดแล้วไม่แก้ไขแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ไม่ไว้หน้าตัวเองเลยสักนิดเดียว เขาเอ่ยอย่างสองแง่สองง่ามว่า “เธอรู้ก็ดีแล้ว จำไว้นะ ครอบครัวกับเพื่อนของเธอเป็นแรงจูงใจไม่ใช่อุปสรรคของเธอ”
หลิงหลานพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว อาจารย์หมายเลขสามถึงค่อยโบกมือทีหนึ่งแล้วไล่หลิงหลานออกไปจากมิติการเรียนรู้
หลิงหลานกลับมาถึงโลกความจริงก็ทอดถอนใจ นับตั้งแต่ที่เธอเรียนจบออกมาแล้ว อาจารย์ทั้งหลายล้วนไม่ค่อยหวังให้เธอไปรบกวนพวกเขาในมิติการเรียนรู้ นี่ถือว่าเป็นการโดนทอดทิ้งได้หรือเปล่า?
หลิงหลานทอดถอนใจเท่านั้น ไม่นานก็เก็บความรู้สึก แล้วเริ่มทะลวงขีดจำกัดความเร็วมือของตัวเองต่อ…”
หลิงหลานเริ่มสะบัดนิ้วมือไปอย่างราบรื่นมาก ไม่นานนิ้วมือของหลิงหลานก็โบกสะบัดจนเข้าสู่การควบคุมที่เธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด
หลิงหลานเข้าไปโดยธรรมชาติแล้ว หลิงหลานที่ทุ่มสุดกำลังตะลึงงันไปครู่หนึ่ง นิ้วมือพลันอืดอาดลง…
“ติ๊ดๆๆ การทะลวงขีดจำกัดล้มเหลว ต้องการทำต่อหรือว่าล็อกเอาท์?” อุปกรณ์วัดความเร็วมือตอบรับโดยพลัน การอืดอาดลงของหลิงหลานทำให้เธอล้มเหลวทันที
หลิงหลานยกมุมปากขึ้นมา “ดูท่าจิตใจของฉันยังนิ่งไม่มากพอ ดังนั้นถึงได้สูญเสียการควบคุมจิตใจในช่วงเวลาสำคัญ” หลิงหลานสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วไล่ความคิดซับซ้อนในใจออกไปทั้งหมด ถึงค่อยเลือกทำต่อ
นิ้วมือโบกสะบัดต่อ มือของหลิงหลานเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดคือ มือของเธอวางคลุมอยู่ตรงนั้นเฉยๆ คล้ายกับไม่มีการเคลื่อนไหวก็ไม่ปาน
คนอื่นอาจจะมองเห็นไม่ชัด แต่หลิงหลานรู้ว่าครั้งนี้ความเร็วของเธอไวกว่าครั้งก่อน ไม่สิ ไวกว่าครั้งไหนๆ เธอเข้าสู่การควบคุมที่เคยทำให้นิ้วมือของเธอปรากฏเป็นภาพแข็งทื่อโดยตลอดอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความรู้สึกแปลกพิกลเลยสักนิดเดียว
‘แกรก’ หลิงหลานกรอกคำสั่งควบคุมสุดท้ายลงไป
“ติ๊ดๆๆ คำสั่งทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ 59.93 ทะลุภายในหนึ่งนาที ยินดีด้วย คุณผ่านด่านแล้ว” ในที่สุดอุปกรณ์วัดความเร็วมือก็เด้งข้อมูลตัวเลขที่หลิงหลานตั้งตาคอยมาเนิ่นนาน การควบคุมออกคำสั่งชุดนั้นของเธอทะลุขีดจำกัดภายในเวลาหนึ่งนาทีแล้วจริงๆ นี่ก็หมายความว่าความเร็วมือของเธอเลื่อนขั้นไปถึงเงื่อนไขต่ำสุดของผู้ควบคุมหุ่นรบระดับราชันแล้ว
หลิงหลานดีใจอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดความเร็วมือที่ค้างเติ่งมาหนึ่งปีกว่าก็มีการพัฒนาแล้ว นี่ทำให้เธอดีใจกว่าอะไรทั้งหมด หลังจากที่ตื่นเต้นแล้ว หลิงหลานพลันรู้สึกว่าปวดนิ้วมือของตัวเองขึ้นมา ที่แท้หลังจากที่ระเบิดพลังแล้ว นิ้วมือของเธอได้รับผลสะท้อนกลับจากการทนรับความเร็วเช่นนี้ในครั้งแรก หลิงหลานโคจรเคล็ดวิชาลมปราณบำรุงร่างกายทันที เพื่อเยียวยานิ้วมือตัวเองดีๆ รอบหนึ่ง ครู่ต่อมาถึงค่อยรู้สึกว่านิ้วมือไม่ค่อยปวดขนาดนั้นแล้ว
แน่นอนว่าความเร็วนิ้วมือไปถึงเงื่อนไขแล้วไม่ได้บ่งบอกว่าหลิงหลานสามารถเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับราชันจริงๆ การเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบระดับราชันจะต้องบรรลุสามเงื่อนไข หนึ่ง ความเร็วมือไปถึงเงื่อนไข สอง จำเป็นต้องควบคุมทักษะระดับ S ของระดับราชันได้สามทักษะขึ้นไป สาม จำเป็นต้องเลื่อนทักษะหุ่นรบระดับ A ไปถึงทักษะระดับ S หรือว่าเลื่อนทักษะระดับ B สามทักษะไปถึงทักษะระดับ A ของไพ่ราชา
แน่นอนว่าความเร็วมือเป็นเงื่อนไขที่ยากที่สุด มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชามากมายที่ค้างเติ่งอยู่บนความเร็วมือนี้ไปชั่วชีวิต แต่ทักษะระดับ S ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น ผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาที่เก่งกาจบางส่วนสามารถฝึกฝนทักษะข้ามระดับได้ ปกติแล้วไพ่ตายของผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาพวกนี้ล้วนเป็นทักษะระดับ S หรือว่าทักษะระดับ A ที่เลื่อนขั้นเป็นทักษะระดับ S เพียงแต่เมื่อผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาที่มีความเร็วมือไม่ถึงใช้ทักษะระดับ S ออกมา ก็จะไปถึงขีดจำกัดแล้ว…
และอุปสรรคอีกอย่างของผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาในการเลื่อนขั้นเป็นระดับราชันก็คือการเพิ่มระดับทักษะที่เพิ่งกล่าวไป
อันที่จริงแล้วการเพิ่มระดับทักษะก็เป็นการเสริมสร้างและขยายทักษะเหมือนกัน นำทักษะเดิมที่มีอยู่มาสร้างใหม่อีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่นทักษะระดับพิเศษมหาวินาศระดับ B สามารถทำการสร้างขึ้นอีกครั้งตามความคุ้นชินของผู้ควบคุมหุ่นรบ เปลี่ยนเป็นมหาวินาศ-ดัดแปลง ขอเพียงหน่วยคิดค้นทักษะหุ่นรบของกองทัพยอมรับว่าอานุภาพไปถึงระดับ A ก็ถือว่าสำเร็จ แน่นอนว่าทักษะหนึ่งอาจจะถูกพัฒนาออกเป็นเวอร์ชั่นดัดแปลงมากมาย ดังนั้นอาจจะเป็นดัดแปลง 1 ดัดแปลง 2 และก็สามารถเป็นดัดแปลง N ก็ขึ้นอยู่กับว่าก่อนหน้านี้มีคนเคยดัดแปลงทักษะที่คุณดัดแปลงมาก่อนหรือเปล่า และทำสำเร็จหรือเปล่า
—————–