Isekai WTF ต่างโลก ดับเบิลยู ที เอฟ - ตอนที่ 30 เกิดใหม่เป็นตัวบั๊ก ตอนที่ 4
ปีกขาดก็ตายแน่นอน ฉันยื้อมาได้ขนาดนี้เพราะบินได้นี่แหละ ชิเซลยังพอทนได้ แต่ฉันไม่มีทางหลบลูกไฟของเฟลมเซอร์เพนท์ได้โดยไม่มีปีกช่วย
[คุณได้รับ ‘ฟื้นฟูในพริบตา’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
ความรู้สึกตอนถูกหวยเป็นแบบนี้เอง ได้รับสกิลของชิเซลแถมยังเป็นสกิลสุดหายากอีกด้วย ฉันไม่จำเป็นต้องบอกระบบว่าจะปรับใช้สกิลนี้หรือไม่ เพราะคุณเลขาถือวิสาสะคอนเฟิร์มให้เฉยเลย
ปีกที่หลุดไปงอกกลับมาใหม่ในพริบตา ก็อยากจะบอกว่าเป็นผลมาจากฟื้นฟูในพริบตาอยู่หรอก แต่เหมือนจังหวะมันจะซ้อนทับกับตอนที่เลเวลอัพพอดีล่ะมั้ง เลยกลายเป็นว่าไม่ได้โชว์ความอลังการของการฟื้นสภาพเลย
“หมดธุระกับแกแล้วล่ะชิเซล ร่างหนูก็น่าจะทนกว่าร่างแมลงหรอก แต่คงใช้กับปีกบาง ๆ นี่ไม่ไหว งั้นฉันเลิกสนใจแกแล้วเล็งเจ้างูแทนดีกว่า”
พึมพำคนเดียวเสร็จฉันก็หันไปโจมตีเฟลมเซอร์เพนท์ เป็นอย่างที่คาดไว้ เลเวลอัพคราวนี้ทำให้กรามของฉันสร้างความเสียหายให้ศัตรูได้มากขึ้นอีกนิด
เจ้างูน่าจะโกรธจัด มันระดมยิงลูกไฟออกมาอีกชุดใหญ่ บางลูกกระเด็นไปถูกชิเซลและเกือบจะฆ่ามันได้ แต่ส่วนใหญ่มันยิงพลาด
<อย่าสู้ยืดเยื้อจะดีกว่านะคะ>
“พูดอะไรน่อ นี่เห็นฉันทำเป็นเล่นอยู่เรอะ”
<ศัตรูสามารถเลเวลอัพระหว่างสู้หรือได้สกิลเพิ่มได้ โดยเฉพาะในการสู้ที่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ค่าประสบการณ์ที่ได้ระหว่างสู้จะยิ่งสูง อย่างการที่ยิงลูกไฟไม่โดนหลาย ๆ ครั้งก็อาจทำให้ได้สกิลที่เพิ่มความแม่นยำได้ค่ะ>
“เข้าใจแล้ว แต่มันไม่ได้จัดการได้ง่าย ๆ น่ะสิ”
ยังไม่ทันขาดคำดี เจ้างูก็ได้สกิล ‘เพิ่มความแม่นยำ’ มาเหมือนที่คุณเลขาเตือนเอาไว้ ผลคือมันอ่านทางของฉันออกแล้วยิงลูกไฟดักหน้าได้อย่างงดงาม
แรงกระแทกจากลูกไฟทำเอาร่างของฉันเกือบจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความร้อนก็ทำให้ฉันสะทกสะท้าน
ประมาทไปงั้นเหรอ คงใช่แหละ ไม่ได้มีแต่ฉันที่เดิมพันด้วยชีวิตนี่ เจ้างูหรือเจ้าหนูก็พยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นเหยื่อ
…อา ต้องตายอีกรอบเหรอเนี่ย ไม่สิ ชาติก่อนตายจริงรึเปล่าก็ไม่รู้…
…หืม แปลกแฮะ สติยังไม่หายไป…
ฉันยังไม่ตาย ร่างแหว่งหายไปครึ่งและมีบางส่วนยังลุกไหม้ แต่ก็ยังไม่ตายในทันที
ถ้าถูกซ้ำตอนนี้คงไม่รอด แต่ในโชคร้ายก็ยังมีโชคดี เจ้างูกับเจ้าหนูคิดว่าฉันตายไปแล้ว พวกมันเลยหันไปสนใจกันเอง
ฉันภาวนาขอให้ไม่มีตัวใดตัวหนึ่งในนั้นรู้ตัวว่าฉันยังไม่ตายเพราะว่าถึงจะมีฟื้นฟูในพริบตา แต่ความเสียหายขนาดนี้ก็ยังต้องใช้เวลาอีกนิดกว่าจะตอบโต้กลับได้
แล้วเวลาที่รอก็มาถึง เนื้อเยื่อส่วนที่ไหม้เกรียมหลุดร่อนออกไปเผยให้เห็นร่างกายใหม่ที่ทนทานกว่าเดิม เมื่อขยับได้อีกครั้ง ฉันก็ไม่รอช้าที่จะโจมตีอีกครั้ง
เฟลมเซอร์เพนท์ถูกกัดเข้าคำโต ๆ ทั้งมันและชิเซลคงตกใจที่ฉันซึ่งน่าจะตายไปแล้วดันฟื้นกลับมาอีกหน ฉันไม่ปล่อยจังหวะดี ๆ แบบนี้หลุดมือ การโจมตีซ้ำระลอกต่อมาเริ่มขึ้นแล้ว
เฟลมเซอร์เพนท์ไม่เหมือนชิเซล ทุกบาดแผลที่เกิดส่งผลถึงกำลังกายของมัน ยิ่งบาดเจ็บมันก็ยิ่งโกรธ แต่ยิ่งคลั่งมากเท่าไหร่โอกาสพลิกเกมของมันก็ยิ่งหมดไป
[คุณได้รับ ‘ลำตัวของเฟลมเซอร์เพนท์’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
[คุณได้รับ ‘หางของเฟลมเซอร์เพนท์’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
[คุณได้รับ ‘ต้านทานความร้อน’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
[คุณได้รับ ‘พ่นไฟ’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
ฉันยังยืนยันว่าอยากบินได้ จึงไม่เก็บอะไรที่ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไป สิ่งที่เลือกไว้จึงมีแค่สกิล พ่นไฟและต้านทานความร้อน
หลังจากนั้น มันก็แทบไม่ใช่การต่อสู้เสี่ยงชีวิตอีก ฉันแข็งแกร่งกว่าเดิมมากด้วยสกิลใหม่และสเตตัสที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดตัวปัญหาอย่างเจ้างูถูกจัดการไปหลังจากการกัดครั้งที่น่าจะสี่สิบหรือห้าสิบ ส่วนชิเซล ฉันก็ไม่จำเป็นต้องกินมันอีก ฉันจึงลังเลว่าควรปล่อยมันไปหรือจัดการมันให้เรียบร้อย
<ขออนุญาตแนะนำนะคะ ฉันคิดว่าควรจำกัดมันทิ้งค่ะ>
“มีเหตุผลอะไรไหม”
ฉันแปลกใจที่คุณเลขาแนะนำแบบนั้น เดิมทีชิเซลก็ทำอะไรฉันไม่ได้มาก ยิ่งตอนนี้ฉันแข็งแกร่งขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เจ้าชิเซลตัวนี้ไม่น่าจะเป็นอันตรายได้เลย
<อย่าประมาทมอนสเตอร์ค่ะ แม้จะว่าชิเซลจะไม่มีวิวัฒนาการไร้ขีดกำจัด แต่มันก็สามารถเลเวลอัพได้ ถ้าปล่อยมอนสเตอร์ที่มีความแค้นหลุดรอดไป วันหนึ่งมันอาจจะกลับมาเอาคืนได้>
…นั่นสินะ ในโลกเก่าที่จากมาก็มีเรื่องเล่าแบบนี้ การเล่นงานสัตว์ร้ายแต่ปลิดชีพมันไม่ได้เป็นเรื่องที่อันตราย…
“ขอโทษนะ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าแล้วก็ได้ แต่ขอจบชีวิตแกเลยดีกว่า”
เป็นครั้งแรกที่ใช้สกิลพ่นไฟ ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าร่างกายของตนไม่เหมาะกับการโจมตีนี้ ฉันเผาชิเซลไปพร้อมกับเผาลำคอของตัวเองจนไหม้เกรียม
โชคดีเหลือเกินที่มีสกิลฟื้นฟู ไม่อย่างนั้นก็นึกภาพออกเลยว่านี่จะเป็นจุดจบที่งี่เง่าที่สุด
วันนี้เหนื่อยแล้ว ฉันใช้รังของเฟลมเซอร์เพนท์เป็นที่พักชั่วคราว รังของเจ้างูมันคือหลุมที่ใหญ่พอที่มนุษย์ทั้งคนสามารถตกลงมาได้ ฉันไม่คิดว่าการอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอกมากนัก แต่ก็ดีกว่าไม่มีที่พักเลย
วันที่สองเริ่มขึ้น
วันนี้ภารกิจหลักมีสองอย่าง อย่างแรกคือเรื่องที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันอย่างการเติมเต็มกระเพาะให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และอีกเรื่องคือการมองหารัง
ไม่อยากเสียเวลาสร้างรังเอง เลยคิดว่าจะยึดจากตัวอะไรสักอย่าง แต่เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากัน เรื่องกินสำคัญกว่า
ฉันเจอศัตรูหน้าเดิม ๆ หลายตัว
ผลประกอบการในวันนี้คือ ฉันจัดการกับจิ้งเหลนเรืองแสงไปได้อีก 2 ตัว คาโคโซลเยอร์อีก 4 ตัว และมอนสเตอร์ที่คล้ายกระแตอีก 1 ตัว
ถือว่าล่าได้ไม่เยอะแต่ก็ไม่น้อย ที่แย่คือนอกจากเลเวลอัพธรรมดาแล้วฉันไม่ได้สกิลหรือวิวัฒนาการสักอย่าง
อ้อ จริง ๆ แอบเสี่ยงชีวิตใช้ยิงลูกไฟ ไปอีกสองครั้ง ผลคือเกือบตายแถมยังทำให้อาหารไหม้เสียของไปด้วย
เรื่องของรัง วันนี้ฉันยึดรังของตัวอะไรสักอย่างที่ทิ้งรังไปแล้ว มันเป็นรังที่เกิดจากการเจาะรูบนต้นไม้ใหญ่ รังนี้ไม่ได้สะดวกสบายเลยเพราะบางครั้งจะมีมดเฉียดเข้ามาใกล้ ฉันไม่รู้ว่าควรดีใจที่ได้อาหารสำรองเพิ่มหรือควรรู้สึกรำคาญกันแน่
เช้าวันที่สาม
ฉันเริ่มกังวลมากขึ้น เมื่อวานทั้งวันไม่ได้วิวัฒนาการเลย เวลาชีวิตของฉันจึงเหลืออีกแค่หกวันรวมวันนี้แล้วด้วย ฉันต้องจริงจังกับการล่ามากขึ้น
[สายพันธุ์: เมทัลแมนทีส]
[ไม่สามารถประเมินได้]
“สุดยอด เจ้านี่เท่จัด ๆ หน้าตาคล้ายตั๊กแตนตำข้าวในโลกที่จากมา แต่ตัวสูงเกือบเมตรแน่ะ แถมขาคู่หน้าก็เหมือนเคียวเหล็กด้วย อยากได้ขานั่นจังง่ะ”
ฉันไม่ได้ประมาทเลย ตำแหน่งที่บินอยู่ก็ห่างออกมาอยู่พอประมาณ แถมยังมั่นใจแล้วว่าถึงเจ้านี่จะมีปีกแต่มันบินไม่ได้
แต่เพียงอึดใจ เมทัลแมนทีสก็กระโจนขึ้นมาจนถึงหน้า บินได้หรือไม่ไม่สำคัญถ้ามันมีพลังกระโดดขนาดนี้ก็กลายเป็นตัวอันตรายขึ้นมา ฉันบินหลบได้ก็จริง แต่ตระหนักว่าหากขยับตัวช้าแค่เสี้ยววินาที หัวคงหลุดกระเด็นไปแล้ว
“ในป่ามีตัวอันตรายแบบนี้อยู่ด้วยแฮะ ประมาทไม่ได้จริง ๆ”
ฉันไม่เข้าปะทะด้วยโดยตรง สิ่งที่ทำในช่วงแรกมีเพียงแค่บินวนไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตการเคลื่อนไหว ยิ่งมองก็ยิ่งพบว่านี่ไม่น่าใช่ศัตรูที่จะจัดการได้เลย
แต่เพราะแบบนั้นเลยยิ่งท้าทายยังไงละ อยากรู้ชะมัดว่าเจ้านี่จะอร่อยไหม