Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 12 มูลค่า
หลังจากที่รามทำการชำระเงินค่ามีดให้ชายชราเสร็จแล้วก็พูดคุยกันนิดหน่อยก่อนที่รามและการินจะพากันเดินออกจากหลังร้านก่อน โดยชายชราบอกให้รออยู่หน้าร้านก่อนครู่หนึ่ง รามสังเกตุเพื่อนของเขาเหมือนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง “มึงมีอะไรก็พูดมาไอ้การิน”
“ไม่มีอะไรหรอกกูแค่สงสัยว่าชายชราเจ้าของร้านนี้เป็นใครกันแน่ เพราะดูจากสิ่งของที่อยู่หลังร้านแล้วมันมีแต่ของหายากทั้งนั้นและอีกอย่างมีดที่เอ็งซื้อมาน่ะมันถูกเกินไป” การินกล่าวข้อสงสัยของเขาออกมาเพราะถ้าชุดมีดที่รามซื้อมานั้นคือของจริงละก็ราคาจริง ๆ ของมันมากกว่าเลข 10 หลักเสียอีกและถึงแม้ว่ามันจะของเลียนแบบแต่ราคาของมันก็ยังสูงถึง 8 หลัก แต่ตรงข้อนี้การินไม่ได้กล่าวกับรามออกไปแค่นั้นเอง และเขาได้เรียกผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาตรวจสอบชุดมีดที่รามซื้อมาแล้วด้วย
ทั้งสองคนพูดคุยซักพักชายชราก็เดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับกล่องวัตถุดิบที่ดูแล้วราคาคงสูงน่าดู “เจ้าหนู ในกล่องนี้คือวัตถุดิบที่ข้าสัญญาว่าจะยกให้” ชายชรายื่นกล่องเก็บความสดให้กับราม
รามรับกล่องนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเพราะในการซื้อมีดครั้งนี้เขาถือว่าคุ้มมากเสียแค่ล้านเดียวกลับได้ทั้งมีดที่ดีและวัตถุดิบระดับสูงอีกด้วย “ขอบคุณครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” รามกล่าวของคุณชายชราก่อนจะเดินออกนอกร้านพร้อมกับการิน
ชายชรามองดูภาพของเด็กสองคนที่มีมิตรภาพต่อกันด้วยสายตาที่เอ็นดูพร้อมกับนึกถึงชีวิตของเขาเมื่อก่อน “ช่างเหมือนกับข้าและเจ้าสมัยหนุ่ม ๆ จริง ๆ ว่ามั้ยเจ้าไซโซ” ชายชราพึมพำออกมาพร้อมหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมาเป็นรูปถ่ายสมัยที่พวกเขายังคงหนุ่มแน่นกันอยู่ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน ช่างน่าเศร้าที่ชีวิตนั้นไม่จีรังเพื่อนของชายชราได้เสียชีวิตลงในสงครามโลกครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของยุคสมัยของประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เลยก็ว่าได้แต่มันก็ทำให้บางประเทศนั้นถึงกับล่มสลายด้วยเช่นกัน
“แป๊ปนะรับโทรศัพท์ก่อน ฮัลโหลครับ” การินที่เดินคุยเล่นกับรามโดยมีคนขับรถของการินเป็นคนยกกล่องใส่วัตถุดิบที่เขาได้มาจากชายชราส่วนรามนั้นถือเพียงแค่ชุดมีดเท่านั้น
“ครับงั้นเดี๋ยวพวกผมไปหา” การินคุยกับปลายสายอยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับตอบรับก่อนจะวางสายไปแล้วหันไปคุยกับราม “ไอ้รามไปกับกูหน่อยพอดีกูอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”
“หืม? ก็ได้แต่ไม่นานนะโว้ย กูก่ะว่าจะไปดูของทำอาหารด้วย” รามกล่าวตอบตกลงพร้อมกับดูเวลาที่ตอนนี้เกือนจะ 5 โมงเน็นแล้ว
“เออน่า ไม่นานหรอก” การินตอบแค่นั้นก่อนจะพารามเดินไปยังโซนร้านอาหารที่ดูหรูเป็นอย่างมากแน่นอนว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่รามและการินแต่ก็เพียงไม่นานเพราะเห็นมีคนถือของเดินตามมาด้วยทำให้เดาได้ว่าคงเป็นพวกลูกคุณหนูแน่ ๆ การินพารามเดินไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแห่งหนึ่งพนักงานที่เห็นลูกค้าก็เดินมาต้อนรับทันที “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้รึปล่าวคะ?” พนักงานต้อนรับหน้าร้านกล่าวต้อนรับกลุ่มของรามทันที
“มีคนจองโต๊ะไว้แล้วครับ” การินกล่าวตอบพร้อมกับบอกเลขโต๊ะให้พนักงานเดินไปสอบถามเพื่อกันการก่อกวนหรืออ้างสิทธิ์ไม่นานพนักงานสาวก็เดินออกมาพร้อมกับเชิญให้ทั้งรามการินและคนถือของ(จำเป็น)ตามเธอไปยังโต๊ะที่ถูกจองเอาไว้
เมื่อมาถึงที่โต๊ะก็พบกับบุคคลสามคนนั่งคุยกันอยู่ “สวัสดีครับขอโทษที่รบกวนเวลาของทั้งสามท่านนะครับ”การินกล่าวออกไปด้วยความนอบน้อม
“โอ้ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม พวกเรามาเพราะสนใจสิ่งที่เธอบอกนั่นแหละ” ชายคนที่นั่งอยู่ด้านในสุดเป็นคนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สบาย ๆ
“นั่นซิ การได้ชมและพิสูจน์ผลงานแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่าถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นของจริงรึปล่าวก็เถอะนะ แค่ก ๆ ” หญิงชราสวมแว่นที่นั่งตรงกลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั้นคงแม้จะดูอายุเยอะมากแล้วก็ตาม
“คุณหญิงอารีสไม่ค่อยสบายอยู่ไม่น่าลำบากตอบรับคำเชิญของผมเลยนะครับ” การินกล่าวออกไปด้วยความรู้สึกผิดนิดหน่อย
“เหอะ ๆ คนแก่ก็อย่างงี้แหละมีเจ็บ ๆ ปวด ๆ เป็นธรรมดา ว่าแต่ไหนของที่จะให้พวกเราดูล่ะ” ชายชราที่นั่งอยู่ข้างคุณหญิงอารีสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาพร้อมดันแว่นขึ้น
“เออใครวะ” รามที่อดสงสัยไม่ได้จึงกระซิบกล่าวกับการินไป
“เดี๋ยวค่อยพูดกัน กูขอยืมชุดมีดของมึงหน่อย” การินกระซิบกลับไปก่อนจะของยืมชุดมีดที่รามนั้นถือไว้อยู่ รามนั้นก็ส่งมีดให้การินด้วยความงุนงงก่อนที่การินจะดันให้เขาเข้าไปนั่งด้านใน
“นี่คือของที่ผมอยากให้ทุกท่านช่วยตรวจสอบครับ ส่วนค่าเสียเวลาผมได้โอนเงินเข้าบัญชีให้แล้ว” การินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับวางกล่องไม้ที่บรรจุชุดมีดทั้งสามเล่มไว้ภายใน
“งั้นเริ่มตรวจสอบกันเถอะ” ในตอนนี้รามรับรู้แล้วว่าเพื่อนของเขานำคนมาตรวจสอบมีดที่เขาซื้อมานั่นเอง แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไปทำไม? เงินก็เงินเขา? มีดนั้นก็เป็นมีดที่เขาเลือกเอง? ในตอนนี้รามเริ่มไม่พอใจเพื่อนของเขาเป็นอย่างมากแต่ก็ยอมให้ตรวจสอบมีดต่อไป
“ไม่น่าเชื่อ! นี่มันคือหนึ่งในผลงานของท่านมิคาโดะ เซ็นชิน ไม่ผิดแน่!” ชายกลางคนที่นั่งอยู่ริมสุดจับมีดด้วยมือที่สั่นเทารามกับจับผลงานชั้นเอกยังไงอย่างงั้น
“ใช่แน่นอนเทคนิคการใช้ไฟแล้วทำเป็นลายคลื่นราวกับน้ำทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่งไม่ผิดแน่นี่คือในสุดยอดผลงานที่ดีที่สุดในโลก” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงท่ตื่นเต้นใจของเขาอยากจะครอบครองชุดมีดเล่นนี้เสียเหลือเดิน
“เดี๋ยวนะครับ? ผมงงไปหมดแล้วมีดของผมซื้อมามันมีอะไรน่าตื่นเต้นงั้นหรอครับแล้ว มิคาโดะ เซ็นชิน คือใครหรอครับ?” รามที่สงสัยท่าทางของคนที่การินพามาตรวจสอบจึงกล่าวถามออกไปด้วยความงุนงง
ชายทั้งสองคนหันมาจ้องมองรามราวกับตัวประหลาดก่อนที่หญิงชราเพียงคนเดียวจะหัวเราะคิกคักออกมาพร้อมกับกล่าวตอบข้อสงสัยของราม “ท่านมิคาโดะ เซ็นชิน คือหนึ่งในปรมาจารย์ด้านการตีดาบและมีด ท่านถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ ท่านมิคาโดะนั้นหลังจากที่เลิกสร้างดาบแล้วเขาก็ผันตัวเปลี่ยนมาทำมีดที่ใช้ในการทำอาหาร แต่เจ้าหนุ่มเธอรู้มั้ยว่ามีดทำครัวของท่านมิคาโดะนั้นมีค่ามากกว่าดาบที่เขาสร้ามมาเสียอีก แม้แต่เชฟสามอันดับแรกของโลกยังใช้มีดของท่านมิคาโดะเลย
ในจำนวนมีดที่ท่านมิคาโดะสร้างนั้นมีอยู่ห้าชุดด้วยกันที่ประเมินมูลค่าของมันไม่ได้ สามชุดอยู่ในมือของเชฟระดับโลก อีกชุดหนึ่งอยู่กับมหาเศรษฐีที่อังกฤษ ส่วนอีกชุดนั้นไม่ปรากฏออกมาให้คนพบเห็นมีเพียงแค่รูปถ่ายเท่านั้น โดยชุดมีดทั้งห้านั้นมีฉายาที่แตกต่างกันออกไป มีดที่อยู่ในมือเซฟ ฟูคาเสะ เซอิจิโร่ มีฉายาว่ามังกรสวรรค์ ส่วนอีกชุดอยู่ในมือของเชฟเฉิน อี้เหว่ย มีฉายาว่าพยัคฆ์ขย้ำจันทรา ชุดที่สามอยู่ในมือเชฟเลโอนัส มีฉายาว่าร้อยบุปผา อีกชุดที่อยู่กับมหาเศรษฐี มีฉายาคือวิหกร่ายรำ และชุดสุดท้ายมีฉายา เกลียวคลื่นสยบปฐพี ซึ่งตอนนี้คาดว่าจะเป็นชุดมีดชุดนี้แหละ แค่ก ๆ”คุณหญิงอารีสกล่าวข้องสงสัยรามทั้งหมดพร้อมบอกถึงเหล่าเพื่อนของมีดชุดที่รามถือครองมันไว้อยู่ด้วย ในตอนนี้รามนั้นประมวลผลข้อมูลไม่ทันแล้วเพราะข้อมูลที่เขาได้รับนั้นมันมากเกินไป
“แล้วราคาของมีดชุดนี้พวกฉันประเมินเลยแล้วกันว่ามากกว่าสามร้อยล้านดอลลาร์แน่นอนเผลอ ๆ อาจตะแตะถึงหลักพันถึงหมื่นล้านเลยก็ได้” ทันทีที่รามได้ยินจำนวนเงินที่มีการประเมินชุดมีดที่เขาถือครองอยู่นั้นก็แทบจะเป็นลมเพราะราคาที่ประเมินเบื้องต้นนั้นมันสามารถทำให้ชีวิตเขาและพ่อของเขาสบายไปทั้งชาติยังได้เลย!
“เอาละเจ้าหนูฉันเสนอเงินให้พันล้านดอลลาร์ขอซื้อชุดมีดเล่มนี้ต่อ สนใจขายมันให้ฉันมั้ย” ชายชรายิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมเสนอราคาให้รามทันทีเพราะของตรงหน้าที่เขาประเมินนั้นมันมีมูลค่ามากกว่านั้นแน่นอน
“เอ่อ….” รามคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดีถึงแม้ว่าตัวเขาในตอนนี้จะไม่ลำบากมากแต่ถ้าได้เงินก้อนนั้นมาพ่อของเขา….
“ผมขอปฏิเสธครับ” รามสูดลมหายใจพร้อมกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“หืม? ทำไมละหรือว่าเงินมันน้อยไป” ชายชรากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงสัยเพราะจำนวนเงินที่เขาเสนอไปนั้นแม้จะไม่มากมายสำหรับเขาแต่เท่าที่เขาได้ยินมาเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นมีฐานะปานกลางเท่านั้นเอง
“ผมกลัวครับ อะไรที่มันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปมันก็ย่อมมีผลเสียตามมามากครับ จำนวนเงินที่คุณลุงเสนอให้ผมมันไม่ได้น้อยครับมันเยอะ เยอะมากจนผมกลัว…” รามกล่าวตอบกลับไปเพื่อคลายข้อสงสัยของผู้อาวุโสทั้งสามและแน่นอนว่ามันทำให้พวกเขาคิดได้ว่าเรื่องบางเรื่องเร่งมันเร็วเกินไปก็ไม่ดีมันจะกลายเป็นผลเสียตามมา
“ฉันเข้าใจแล้ว หวังว่าเธอจะดูแลมีดชุดนี้ให้ดีนะ” ชายชรายิ้มออกมาพร้อมกล่าวตัดใจจากชุดมีดเล่มนี้และอีกอย่างไม่ใช้ว่าเขาสัมผัสไม่ได้ เขาสัมผัสได้ว่ามีดชุดนี้นั้นได้เลือกเด็กหนุ่มคนนี้ให้กลายเป็นเจ้าของของมัน อย่างที่มีคนเคยบอกไว้อุปกรณ์มันมีจิตวิญญาณของมันและชุดมีดเล่มนี้ก็เลือกเด็กหนุ่มคนนี้เรียบร้อย
“ว่าแต่พ่อหนุ่มซื้อมีดชุดนี้มาเท่าไหร่งั้นหรอ”คุณหญิงอารีสกล่าวถามรามออกไปด้วยความสนใจ
“เออหนึ่งล้านครับ” รามกล่าวตอบกลับไป
“อืมสำหรับเธอคงแพงน่าดูนะตั้งหนึ่งล้านดอลลาร์นี่เนอะ” คุณหญิงกล่าวออกมาเธอเตรียมหยิบเช็คเพื่อเป็นค่ามีดให้กับรามเพราะเธอรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นอย่างมากทั้งทัศนคติและการควบคุมอารมณ์มันทำให้เธออดที่จะชื่นชมรามไม่ได้
“ไม่ใช่ดอลลาร์แต่เป็นเงินบาทครับ” รามกล่าวออกไปเพื่อแก้ความเข้าใจผิดนี้ หลังจากที่ทุกคนในโต๊ะได้ยินจำนวนเงินที่รามจ่ายไปนั้นก็ได้แต่ตกตะลึงเงียบทั้งโต๊ะ
‘เอ๊ะ เราพูดอะไรผิดไปหว่า’ รามเอียงคอสงสัยเพราะแต่ละคนอ้าปากเหวอเว้นเพียงการินที่ตอนนี้กำลังเช็คข่าวสารอยู่แค่นั้นเอง
=========