Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 13 คำขอร้องจากเพื่อน
หลังจากที่ทั้งสามคนทราบราคามีดที่รามซื้อมาแล้วรามก็เหมือนตกเป็นนักโทษปลาย ๆ ให้เหล่าผู้อาวุโสทั้งสามนั้นสัมภาษณ์ รามเงยหน้ามองดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว “เออ...ผมขอกลับบ้านก่อนได้มั้ยครับวันนี้ผมมีนัดเตะบอลกับพ่อน่ะครับ” รามกล่าวออกไปเพราะไม่ว่ายังไงทั้งสามคนก็ไม่มีท่าทางว่าจะปล่อยรามกลับได้ง่าย ๆ
“เวลาขนาดนี้แล้วหรือนี่ หนุ่มน้อยป้าขอโทษที่รบกวนเวลานะจ๊ะ” คุณหญิงอารีสกล่าวกับรามด้วยสายตาที่เอ็นดูรวมถึงชายทั้งสองที่การินเชิญมาด้วย ทั้งสามพูดคุยกับรามอีกซักพีกก็ขอตัวกลับก่อน
หลังจากทั้งสามคนกลับไปแล้วทั้งการินและรามเองก็เดินออกจากร้านเช่นกันระหว่างทางไม่มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นเพราะรามรู้สึกว่าเพื่อนของเขาจะมาบงการชีวิตของเขามากเกินไปแล้ว
“ไอ้รามมึงโกรธกูหรอ” การินที่เงียบมานานก็เป็นฝ่ายเปิดปากถามรามออกไป
“ใช่ กูโกรธมึงมากตอนนี้ มึงทำอะไรไม่เคยถามกูซักคำ” รามกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
การินเองเมื่อได้ฟังคำพูดที่ออกจากปากเพื่อนสนิทของเขาก็เริ่มรู้สึกผิด เขาลืมคิดไปว่าเรื่องนี้อาจจะนำอันตรายมาสู่ตัวของรามและครอบครัว ใช่เขาลืมคิดในส่วนนั้น “กูขอโทษ กูปล่อยให้ความอยากรู้มันครอบงำกูเกินไปเลยไม่ได้ขอความคิดเห็นมึงก่อน” น้ำเสียงที่การินเปล่งออกมานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดสุด ๆ
“เห้อ~ ไอ้การินกูขอเลยนะเว้ย ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย จะทำอะไรช่วยบอกกูด้วย ช่วยถามกูหน่อยว่ากูต้องการมั้ย ถือว่ากูขอร้องเลยแล้วกันในฐานะที่มึงกับกูเป็นเพื่อนกันมาเกือบ 10 ปี”รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าทั้งสามคนที่การินพามานั้นจะนำปัญหาอะไรมาให้เขาอีก
“ได้กูสัญญา” การินกล่าวตอบรามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง หลังจากนั้นรามก็ขอแยกกับการินทันทีแม้ว่าอีกฝ่ายจะขอให้ไปส่งก็ตามแต่รามก็ปฏิเสธไปเพราะเขาไม่ต้องการให้การินรู้เรื่องถึงช่องเก็บของและเรื่องที่เขาปกปิดไว้
หลังจากที่แยกจากการินแล้วนั้นรามก็หามุมที่ไม่มีคนผ่านก่อนจะเก็บกล่องวัตถุดิบและกล่องมีดเข้าไปในช่องเก็บของทันทีก่อนจะตรงกลับอพาร์ทเม้นท์ที่เขาพักอยู่กับพ่อ
[การินพาร์ท]
“คุณหนูครับถึงบ้านแล้วครับ” คนขับรถกล่าวกับการินดมื่อรถเคลื่อนตัวเข้ามาภายในบริเวณคฤหาสน์
“อ่า” การินตอบแค่นั้นก่อนจะก้าวลงจากรถแต่ก่อนจะเดินเข้าคฤหาสน์การินก็หันไปกล่าวกับคนขับรถ “เรื่องในวันนี้เป็นความลับถ้าเพื่อนฉันเป็นอะไรไปคนแรกที่จะโดนคือนาย”
“รับทราบครับคุณหนู” คนขับรถกล่าวออกไปพร้อมโค้งหัวรับคำของการิน การินพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินเข้าคฤหาสน์ไป
“ยินดีต้องรับกลับครับคุณหนู” พ่อบ้านพร้อมเมดสองคนเดินมารับกระเป๋านักเรียนของการินไปเพื่อเอาไปเก็บไว้ที่ห้องของการิน
“ท่านพ่อละ” การินกล่าวถามพ่อบ้านเพราะเขาต้องการปรึกษาเรื่องบางอย่าง
“ตอนนี้คุณท่านอยู่ที่สนามซ้อมยิงปืนครับ เดี๋ยวกระผมไปเรียนให้นายท่านทราบว่าคุณหนูต้องการขอพบนะครับ” ำ่อบ้านกล่าวออกไปตามหน้าที่ของเขา
“ไม่ต้องฉันไปหาท่านพ่อเอง” การินกล่าวจบก็ตรงไปยังสนามซ้อมยิงปืนระหว่างทางก็ผ่านสวนที่เขาและรามมักเคยเล่นกันตอนเด็ก ๆ มองแล้วการินก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้เพราะเขานั้นไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจแม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่ที่เข้าหาเขาก็มีแต่ผลประโยชน์แอบแฝงทั้งนั้นจะมีก็เพียงรามเท่านั้นที่มองเห็นเขาเป็นเพื่อนที่จริงใจจริง ๆ ถึงไหนถึงกันเลยก็ว่าได้
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับที่กระสุนปืนนั้นเข้าเป้าทั้งห้าอย่างแม่นยำ ชายวัยกลางคนวางปืนลงพร้อมถอดหูฟังออกก่อนจะหันไปทักทายลูกชายของตนเอง “ว่าไงไอ้รินนึกยังไงมาหาพ่อถึงสนามยิงปืนหืม?” พ่อของการินกล่าวภามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจปนประหลาดใจ
“ความจริงผมก็ไม่อยากมาหรอกหนวกหูจะตายไป แต่พอดีผมมีเรื่องต้องคุยกับพ่อนิดหน่อย” การินกล่าวอ้อม ๆ ออกไป
พ่อของการินเดินไปนั่งที่โซฟาพร้อมเปิดวิสกี้เทใส่แก้วแบบออนเดอะร็อคก่อนจะยกดื่มไปนิดหน่อย “มีเรื่องอะไรก็ว่ามาไอ้ลูกชาย”
การินที่ได้ยินคำพูดของพ่อก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้ให้ผู้เป็นบิดาฟังแน่นอนว่าเพียงแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่การินเล่าออกมา “ทำอะไรทำไมไม่เคยปรึกษาเพื่อนก่อนห๊ะ! รู้มั้ยว่าถ้าข่าวหลุดออกไปใครจะเดือดร้อนไม่ใช่ไอ้หนูรามงั้นหรอที่จะเดือดร้อน โอ้ยนี่กูเลี้ยงลูกไม่ได้เรื่องขนาดนี้เลยงั้นหรอวะเนื่ย!” พ่อของการินโมโหมากตำหนิการินไปยกหนึ่งเต็ม ๆ
“ผมขอโทษครับที่ผมทำโดยไม่คิด ผมจึงอยากให้พ่อส่งมือดีคอยคุ้มครองไอ้รามมันหน่อยน่ะครับส่วนค่าใช้จ่ายหักจากเงินค่าขนมผมก็ได้” การินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อน ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอก! ไอ้วศินมันไม่ปล่อยให้ลูกของมันเป็นอะไรไปหรอก เหอะ! แต่ตอนนี้มีทางเดียวคือเอ็งไอ้ลูกชายมึงต้องไปรับไปส่งไอ้หนูรามแต่เพื่อความปลอดภัยอีกชั้นพ่อจะส่งคนคอยดูตามห่าง ๆ แล้วกัน เห้อ~” พ่อของการินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่ายกับลูกชายของเขาอยู่ ม.ปลายแล้วยังไม่รู้จัดคิดให้รอบครอบ
“เห้อ~ ขอบคุณครับพ่อ ผมไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไปจริง ๆ แต่ผมก็ผลักมันให้ไปอยู่ขอบเหวจนได้” การินกล่าวขอบคุณพ่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย
“ดี จำคำพ่อไว้เพื่อนกินมันหาง่าย เพื่อนตายน่ะหายากนะไอ้ลูกชายเจอแล้วก็รักษามิตรภาพไว้ให้ดี” พ่อของการินกล่าวสอนไปอีกนิดหน่อยก่อนจะตรงไปยังห้องทำงานเพื่อติดต่อมือดีเพื่อคอยคุ้มครองลูกของเพื่อนเขาอยู่ห่าง ๆ แม้จะมั้นใจในฝีมือของวศินแต่เขาก็ไม่ประมาทกันไว้ก่อนดีกว่ามาเกิดเรื่องทีหลัง
==========