Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 17 พลังเวทย์สายที่สอง
หลังจากที่เกรัสทำข้อตกลงกับซิกส์แล้วพวกเขาก็เดินทางออกจากหุบเหวอารากอนทันทีแน่นอนว่าเกรัสไม่ลืมเก็บสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อรามอย่างแน่นอน ทั้งแร่หายากและสมุนไพรต่าง ๆ รวมถึงบัวอัคคีที่สามารถเพิ่มพลังธาตุอัคคีหรือไฟได้กลับไปด้วย
ซิกส์เตรียมจะกลับเป็นร่างสัตว์อสูรแต่ก็โดนเกรัสเบรกไว้ก่อนโดยให้เหตุผลว่า ‘ร่างอสูรของพวกเขาจะทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว’ ซิกส์เองก็พยักหน้าแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ก่อนที่ทั้งสองจะทะยานบินไปยังป่าใหญ่จูร่าที่รามนั่นอยู่
กลับมาที่รามในตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยไป 12 ชั่วโมงแล้วในตอนนี้เขาได้อ่านตำราดังกล่าวไปถึง 3/4 ของทั้งหมดแต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงกระเพาะของเขาร้องประท้วงออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จ๊อก~~
“อ่าห์ อ่านเพลินไปหน่อยแหะเรา” รามหาใบไม้มาคั้นตำราก่อนจะปิดมันลงพร้อมกับหลับตาและบิดขี้เกียจเบา ๆ พร้อมกับมองดวงตะวันที่กำลังคล้อยต่ำลง แสงสีทองยามเย็นพร้อมด้วยสายลมที่พัดผ่านเบา ๆ มันทำให้รามคิดถึงพ่อของเขา ‘ถ้าพ่อมาด้วยคงดีไม่น้อย’ แต่มันก็เป็นได้เพียงในความคิดเท่านั้นเพราะเขายังไม่รู้เลยว่าเงื่อนไขการพาคนมาที่โลกฝั่นนี้คืออะไร
“อืม…หิวแล้วแหะ หาอะไรกินดีกว่า” รามลุกขึ้นก่อนจะมองซ้ายมองขวาว่าจะไปทางไหนดีก็แน่ละทางซ้ายก็ป่าขวาก็ป่าตรงด้านหน้าเป็นหน้าผาที่มีต้นไม้สีทองตั้งตระหง่านอยู่ส่วนด้านหลังก็เช่นเดิมมันคือป่า!
“เอาวะเสี่ยงทายแล้วกัน” รามเอาไม้มาหนึ่งอันก่อนจะตั้งมันถ้ามันชี้ไปทาไหนเขาก็จะไปทางนั้นยกเว้นมันจะชี้ไปทางหน้าผาละนะ
“อ่าทางขวาซินะ” รามกล่าวจบเขาก็เดินไปยังทางขวาทันที ระหว่างทางการเดินแม้จะใกล้มืดแล้วแต่ก็มีแสงจากสัตว์อสูรเวทย์อย่างผีเสื้อราตรีที่ส่องแสงนำทางรามอยู่ ถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่ามันนำทางรามเพราะเขามีสกิลที่สามารถสื่อสารกับสัตว์อสูรได้แถมรามยังเป็นคนที่มีธาตุพฤกษาบริสุทธิ์จึงทำให้เหล่าสัตว์อสูรเวทย์ไม่ทำร้ายรามเพราะพวกมันคิดว่ารามนั้นคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติในโลกนี้นั่นเอง
รามเดินมาได้ซักพักก็พบเจอกับดงผลไม้ที่มีอยู่มากมาย “ว้าว” รามร้องอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ในโลกของเขาการที่เขาจะได้กินผลไม้ดี ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากเพราะผลไม่เกรดดี ๆ ต่างถูกจับจองโดนคนที่มีฐานะค่อนข้างดีไปจนถึงดีมากแถมราคาของมันก็แพงเป็นเท่าตัว
“ขอบคุณนะที่นำทางมา” รามยิ้มกล่าวกับผีเสื้อราตรีก่อน มันค่อย ๆ ร่อนลงแล้วเกาะที่ไหล่ของรามเบา ๆ รามมองมันด้วยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลไม้ทันที แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่รามเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ เหล่าสัตว์อสูรที่กินพืชผักเป็นส่วนใหญ่ก็อยู่ด้วยเช่นกัน อย่าง กวางคริสตัลที่เขาของมันนั้นเปร่งประกายราวกับคริสตัล แรบบิทรัน กระต่างแสนหน้ารักที่มีความเร็วเป็นเลิศรวมถึงเนื้อของมันยังเป็นของชั้นสูงในโลกนี้ด้วย ว่ากันว่าเพียงแค่เนื้อ 1 ขีดก็ตีเป็นเงินได้ราว ๆ 1,000,000 เหรียญทองแล้ว
รามเก็บผลไม้ที่เขารู้จักอย่างเช่น แอปเปิ้ล องุ่นแดง ราสเบอร์รี่ กล้วย กีวี่ เป็นต้น เขาเก็บมันไปไม่มากเท่าไหร่แต่ก็เพียงพอสำหรับทำให้คนทั้งโรงเรียนอิ่มได้ รามเก็บจนพอใจแล้วเขาก็เตรียมกลับไปที่ต้นไม้สีทองโดยมีผีเสื้อราตรีนำทางเช่นเดิม
รามกลับมาถึงด้วยความปลอดภัยโดยไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนเข้ามาทำร้ายรามแม้แต่นิดเดียว “อ้าวลุงกลับมาแล้วหรอครับ” รามที่กลับมาถึงก็เห็นเกรัสนั่งรออยู่พร้อมกับหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง งดงามมากเสียงจนรามเผลอมองหน้าอกของหญิงดังกล่าวนานไปนิดหน่อย
“นี่หรอมนุษย์ที่เจ้าทำพันธะสัญญาด้วย แค่ร่างกายก็ไม่เหมาะแก่การเป็นช่างตีอาวุธแล้ว” ซิกส์กล่างกับเกรัสออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแน่นอนว่ามันทำให้รามถึงกับสะดุ้งตกใจ
“เจ้าหนูมาแล้วงั้นรึ ข้าขอโทษด้วยที่ข้าไม่ได้เอาอาหารไว้ให้เจ้าเพราะไม่คิดว่าจะไปนานขนาดนี้ ขอแนะนำให้รู้จักกับสหายของข้าเธอมีนามว่าซิกส์ เป็นสัตว์อสูรประเภท’นก’เพลิงหรือที่โลกของเขาเรียกว่าฟินิกซ์นั่นแหละ” เกรัสกล่าวแนะนำซิกส์ออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุกสนานโดยที่เขาเน้นคำว่านก แน่นอนว่ารามรู้ความหมายของคำนี้แต่เขาสงสัยว่าเกรัสรู้ความหมายของมันงั้นหรอถึงกล่าวเน้นคำว่า’นก’อย่างนั้น?
“สวัสดีครับ ผมมีชื่อว่ารามยินดีที่ได้รู้จักครับ” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สุภาพพร้อมกับโค้งหัวลงเล็กน้อย
หมับ! ซิกส์ที่อยู่ดี ๆ เข้ามาจับและสำรวจร่างกายของรามทันที มันทำให้เขาถึงกับตัวแข็งเกร็ง “ไม่ผ่าน! กล้ามเนื้อน้อยเกินไป พลังเวทย์ก็ไม่มีธาตุที่สามารถใช้เปลวเพลิงได้ เกรัส! นี่เจ้าเล่นตลกอะไรกับข้าห๊ะ!”
“ใจเย็น ๆ ก่อนสหาย เพราะงั้นข้าถึงนำสิ่งนี้มาด้วยยังไงละ” ว่าแล้วเกรัสก็เอาบัวอัคคีออกมาส่วนรามนั้นก็ได้แต่ยืนตะลึงเพราะเขาพึ่งอ่านผ่านสมุนไพรตัวนี้ไปนั่นเอง
ึ
“นั่นมันบัวอัคคี หนึ่งในพืชสมุนไพรที่สามารถเพิ่มพลังธาตุในร่างกายได้ไม่ใช่หรอครับ!” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ
“โอ้แสดงว่าเจ้าอ่านตำราของข้าไปถึงส่วนนั้นแล้วงั้นรึ? ช่างเรื่องนั้นเถอะในภารกิจของเจ้าคือต้องสามารถใช้พลังเวทย์ทั้ง 10 ธาตุให้ได้ซินะ ปกติแล้วมนุษย์ปกติในโลกนี้จะมีธาตุในตัวแค่คนละธาตุมากหน่อยก๋เพียงแค่สามธาตุเท่านั้น แต่สำหรับเจ้ามนุษย์ที่มาจากต่างโลกคงเป็นข้อยกเว้นแถมตอนนี้ข้าสัมผัสได้ว่าพลังเวทย์พฤกษาของเจ้าเองก็อยู่ที่ขั้นสูงสุดแล้วด้วย เหลือเพียงแค่การประยุกต์ใช้เท่านั้น” เกรัสกล่าวออกไปอย่างยืดยาวส่วนซิกส์ที่ได้ยินที่เกรัสกล่าวก็ใช้พลังเวทย์ของเธอตรวจสอบรามทันทีและก็เป็นอย่างที่เกรัสกล่าวเพราะเธอสัมผัสได้ถึงเวทย์พฤกษาที่เข้มข้นภายในร่างของรามเพียงสายเดียว
“คงงั้นมั้งครับ เพราะตอนผมอ่านตำราผมก็แบ่งสมาธิไปดูดซับพลังเวทย์ด้วย…” รามเองก็ตอบไปด้วยใบหน้าที่มึน ๆ ส่วนซิกส์ได้แต่ยืนอ้าปากค้างหมดมาดสาวสวยสุดเซ็กซี่ไปโดยปริยาย
“โอ้ถ้างั้นรับไปดูดซับมันซะ” บัวอัคคีค่อย ๆ ลอยเข้ามาในมือของรามแน่นอนว่ามันไม่ได้ร้อนแต่มันกลับอบอุ่นเป็นอย่างมาก ฟึบ! เพียงไม่นานละอองสีแดงค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ร่างกายของรามอย่างบ้าคลั่งความร้อนใต้พื้นพิภพค่อย ๆ แผ่พลังออกมาเพื่อเกื้อหนุนให้การดูดซับพลังใหม่ของรามเป็นไปอย่างราบรื่น
“อึก! อ้ากกกกกกกก!!” รามร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับร่างกายจะหลอมละลายเสียอย่างนั้น ร่างของรามค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นพร้อมกับที่ละอองสีแดงค่อย ๆ หมุนวนและเริ่มปรับเปลี่ยนโคลงสร้างกล้ามเนื้อของรามให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“นี่เจ้าจะไม่ช่วยนายของเจ้าหน่อยรึ” ซิกส์กล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงสัยเพราะดูแล้วเด็กคนนั้นคงทรมานเป็นอย่างมาก
“หึ ไม่ละเจ้าหนูนั่นแกร่งกว่าที่เจ้าคิดนะ ดูซะซิปกติมนุษย์ที่เจอความเจ็บปวดระดับนี้ต้องสิ้นสติไปแล้วแต่ตอนนี้เจ้าหนูกลับยังคงรักษาสติของมันไว้ได้” เกรัสกล่าวแค่นั้นก่อนจะหันไปนั่งจิบสุราต่อส่วนซิกส์เองก็เริ่มรู้สึกสนใจรามขึ้นมาแล้วนิดหน่อยเช่นกัน
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงกับความทรมานก็ปรากฏหน้าจอสีฟ้าขึ้นมาต่อหน้าราม แต่รามแทบจะไม่สนใจมันเพราะเขาทั้งหิวแล้วมาแบบนี้มันทำให้เจาสลบไปในที่สุด ก่อนที่ร่างของรามจะกระทบพื้นก็ปรากฏร่างของเกรัสมารับไว้ก่อน “ทำได้ดีมากเจ้าหนู” เกรัสกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะพาร่างขอฃรามไปวางไว้ที่โคนต้นไม้สีทอง
“แล้วจะให้ข้าเริ่มสอนเมื่อไหร่” ซิกส์ที่เห็นเกรัสวางรามนอนเรียบร้อยแล้วก็ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย
“รอข้าไปตามอีกสองตนก่อนค่อยว่ากัน” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“เจ้าเฟลยังพอคุยกันได้ แล้วเจ้าคิดว่าเรนมันจะยอมงั้นรึ” ซิกส์กล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดไม่แพ้กัน จะไม่ให้เครียดก็ไม่แปลกเพราะเรนนั้นเกลียดมนุษย์เป็นอย่างมาก
“ข้าไม่รู้ ถ้ามันไม่ช่วยก็ขอเพียงอย่ามาขวาทางเจ้าหนูของข้าก็เพียงพอแล้ว” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่จะปกป้องรามหากสหายของเขาคิดจะเล่นงานผู้ที่เขาทำพันธะสัญญาด้วย แม้จะเป็นสหายเขาก็ขอสู้!