Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 16 พบพานสหายเก่า
เกรัสก้าวเดินเข้าไปภายในหุบเหวที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้งและความร้อนจากลาวาที่แผ่ขึ้นมาบนผืนดินอยู่ตลอดเวลา สถานที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ที่อันตรายระดับต้น ๆ แล้วยังเป็นสถานที่สำหรับนักแสวงโชคที่หากโชคดีพบเจอสมุนไพรหายากมันก็คุ้มกับชีวิตที่จะเสี่ยง และอีกอย่างสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเพิ่มพูลพลังเวทย์สำหรับผู้มีพลังธาตุไฟเป็นหลัก
“เหมือนสหายข้ายังไม่ตื่นจากการจำศีลซินะ” เกรัสกล่าวพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมกับที่ร่างของเขาก้าวเดินต่อและลึกขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งลึงไอเวทย์ธาตุไฟก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นพร้อมทั้งผู้คนที่เคยอยู่กันเยอะแยะต่างหายไปกันหมด เกรัสก้าวเดินมาถึงจุดศูนย์กลางของหุบเหวและเป็นสถานที่สหายของเขาหลับไหลอยู่ เกรัสมองลงไปยังทะเลลาวาที่ที่ปะทุอยู่ตลอดเวลาพร้อมรอบ ๆ ยังปรากฏสมุนไพรและแร่หายากอย่างซีตรัสที่เป็นแร่ที่ได้รับความนิยมสำหรับชนชั้นสูงและผู้คนทั่วไปเพราะมันเป็นแร่ที่ให้แสงสว่างโดยไม่ต้องใช้เวทย์มนตร์เสริม มันจึงเหมาะแก่การนำไปทำอุปกรณ์สร้างแสงสว่าง แต่ที่มันทำให้หายากก็เพราะว่าสถานที่ปรากฏแร่ชนิดนี้มักเต็มไปด้วยความร้อนอย่างปล่องภูเขาไฟนั่นเอง
เกรัสยืนหลับตาก่อนจะแผ่พลังเวทย์ลงไปภายในทะเลลาวาพลังเวทย์ที่เกรัสแผ่ลงไปนั้นเป็นเวทย์เฉพาะตัวของเขาเองเพื่อให้สหายของเขาได้รับรู้ถึงการมาเยี่ยมเยือนในครั้งนี้
ภายใต้ทะเลลาวาอันเงียบสงบ สัตว์เวทย์ที่อาศัยอยู่ภายใต้ทะเลลาวานั้นเมื่อสัมผัสถึงพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งพวกมันต่างรีบว่ายหนีไปคนละทิศคนละทาง ในส่วนลึกที่สุดปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นอนหลับไหลอยู่อย่างสบายใจ “หืม? พลังเวทย์แบบนี้” สิ่งมีชีวิตดังกล่าวลืมตาขึ้นเผยดวงตาสีทองสุกสกาวขนาดใหญ่พร้อมที่ร่างกายของมันค่อย ๆ ปล่อยกลิ่นอายที่สูงศักดิ์และกดดันออกมาปะทะกับพลังเวทย์ที่เกรัสแผ่ลงไปในทะเลลาวา
รอบ ๆ หุบเหวต่างเกิดการสั่นไหวโดยไม่มีสาเหตุสัตว์เวทย์ต่าง ๆ วิ่งหนีตายกันอลหม่านแม้แต่เหล่านักผจญภัยเองก็ต่างวิ่งหนีต่ายเช่นกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” นักผจญระดับสูงคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมกับรับมือเหล่าสัตว์อสูรที่หลบหนีออกจากภูเขาซึ่งดูจากลักษณะท่าทางของพวกมันแล้วเหมือนหนีอะไรบางอย่างมายังไงอย่างงั้นซึ่งมันก็เป็นความจริง
“เหล่ามนุษย์เอ๋ย จงรีบเร่งออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปซะหากไม่อยากพบจุดจบ” ผู้คนรวมถึงนักผจญภัยระดับสูงต่างได้ยินเสียงดังกล่าวด้วยกันถ้วนหน้า แน่นอนว่ามีบางคนที่เชื่อคำเตือนนี้และก็มีบางคนที่ไม่เชื่อตำเตือนเช่นกัน
“เราออกมาแบบนี้ดีแล้วหรอ” หญิงสาวคนที่เข้าไปยุ่งกับการรีดไถกล่าวกับองครักษ์ของตนเองด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
“องค์หญิงโปรดเชื่อคำเตือนนั่นเถิดขอรับ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งถึงสองสายภายในหุบเหวนั่น” พีก้า สัตว์อสูรขององค์หญิงกล่าวตอบคำถามแทนองครักษ์เพราะมนุษย์นั้นไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งดังกล่าวแน่นอน
“แบบนี้ก็เหมือนกับตอนแผ่นดินไหวที่ป่าใหญ่จูร่าเลยน่ะซิ” องค์หญิงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแม้ว่าตนจะห่วงประชาชนแค่ไหนก็ตามแต่ตัวเธอก็ต้องเอาชีวิตให้รอดไปก่อนเหมืินกัน
กลับมาที่เกรัสในตอนนี้รับรู้ได้ถึงสัญญาณตอบกลับจากสหายของเขา ซูม! ทะเลลาวากลายเป็นวังน้ำวนโดยมีจุดศูนย์กลายคือตรงกลายพร้อมกลับที่ลาวาส่วนหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหากมองจากภายนอกก็เปรียบเหมือนภูเขาไฟละเบิดแต่ภายในมันไม่ใช่อย่างนั้น เสาลาวาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะแตกตัวออกเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศ แม้แต่คนที่อยู่รอบนอกก็ยังสามารถเห็นลูกไฟนั่นได้อย่างชัดเจน
“ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะซิกส์” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบพร้อมจ้องมองลูกไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ลูกไฟเริ่มหมุนวนเป็นเส้นพร้อมกับเผยให้เห็นเส้นผมสีแดงเพลิงเต็มไปด้วยความร้อนแรงใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา หน้าอกคับอีที่หากชายใดเห็นคงได้เพ้อฝันไปตาม ๆ กัน ไฟที่เหลือเริ่มหล่อหลอมเป็นชุดเดรสสีแดงปักด้วยลายเปรวเพลิงหญิงสาวนามว่าซิกส์ค่อย ๆ ล่อนกายลงบนผืนลาวาที่ปั่นป่วนก่อนที่พวกมันจะสงบลง
ซิกส์ลืมตาขึ้นเผยดวงตาสีแดงสด คิ้วโค้งหนาราวกับเหยี่ยวจ้องมองไปยังชายที่ยืนอยู่ริบทะเลสาบลาวาก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ก้าวเดินไปยังที่เกรัสยืนอยู่
ทันทีที่ซิกส์เดินมาถึงเธอก็เอ่ยปากกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ชวนเคลิ้มตามแต่นั่นคงใช้ได้เฉพาะมนุษย์เท่านั้น “ไม่ได้พบเสียตั้งนานเจ้าก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเกรัส ข้าอยากรู้เสียจริงเหตุใดเจ้าถึงได้ตื่นก่อนกำหนดถึง 2,000 ปี”
“เจ้ารู้ด้วยงั้นรึว่าข้าตื่นก่อนกำหนด ก็จริงในบรรดาพวกเราทั้งสี่ตนนั้นข้าต้องพักฟื้นนานกว่าตนอื่น ๆ ถึงเท่าตัว”
“แล้วเพราะเหตุใดเจ้าถึงตื่นจากจำศีลก่อนกำหนดเล่าสหาย” ซิกส์กล่าวถามออกไปด้วยความสงสัยแน่นอนว่าเธอเองก็ใกล้ได้เวลาตื่นจากการจำศีลแล้วเช่นกันซึ่งมันเหลืออีก 100 ปีเท่านั้นเอง
“พอดีข้าเจอมนุษย์ที่น่่าสนใจเข้าให้น่ะ แล้วก็ความจริงตอนนี้ข้าต้องดับสูญไปแล้ว หึหึ น่าแปลกมั้ยละเพียงแค่คำพูดของเจ้าเด็กนั่นทำให้ข้าถึงกับอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ในตอนนี้ข้าก็เป็นอสูรพันธะสัญญาของเจ้าเด็กนั่นด้วยละนะ”เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ภายในน้ำเสียงและแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความสุขและความอบอุ่น
“หืม? ช่างเรื่องของเจ้าเถอะว่าแต่เจ้ามาเรียกข้ามีอะไรงั้นรึ” ซิกส์กล่าวถามจุดประสงค์การมาเยือนของเกรัสออกไปด้วยความสงสัย
“โอ้ พอดีข้าอยากให้เจ้าสอนวิชาต่อสู้และตีดาบให้มนุษย์ที่ข้าทำพันธะสัญญาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?” เกรัสกล่าวจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ออกไป
“ขอปฏิเสธ” ซิกส์กล่าวออกไปทันทีโดยไม่คิดแม้แต่นิดเดียว
“โอ้! งั้นรึน่าเสียดายสงสัยข้าคงต้องเอาเจ้านี่ไปให้เจ้าเรนเสียละมั้ง” เกรัสไม่พูดปล่าวเขาหยิบขวดสุราในโลกของรามออกมาพร้อมกับเปิดฝาให้กลิ่นสุรากระทบกับจมูกของซิกส์
“อึก! สุรานั่นเจ้าไปเอามาจากไหน!” ซิกส์ที่ได้กลิ่นของสุราที่มันหอมมากเสียกว่าสุราของโลกนี้ซะอีก
“โอ้? ข้าลืมบอกไปมนุษย์ที่ข้าทำพันธะสัญญาด้วยนั้นมีความพิเศษก็คือสามารถข้ามมิติไปอีกโลกหนึ่งได้ ช่างเถอะในเมื่อเจ้าไม่สนใจข้าไปหาเจ้าเรนที่ทางเหนือก็ได้” เกรัสกล่าวจบก็เริ่มก้าวเดินออกจากสถานที่ตรงนั้นทันทีแน่นอนว่าเขาก็รินเหล้าออกมาจอกหนึ่งแล้วดื่มมันลงไปก่อนจะเก็บสุรานั้นลงไปในมิติส่วนตัว
“ดะ เดี๋ยวก่อน!” ซิกส์ที่เห็นว่าเกรัสกำลังจากไปก็เรียกอีกฝ่ายไว้ด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อน ส่วนเกรัสเมื่อได้ยินเสียงเรียกให้หยุดก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายในใจ เขาค่อย ๆ หันไปก็พบกับซิกส์ยืนกัดฟันหน้าแดงอยู่
“เรียกข้าไว้มีอะไรงั้นรึ” เกรัสกล่าวถามออกไปด้วยใบหน้าตีมึน
“……นี่เจ้าแกล้งข้าใช่หรือไม่”ซิกส์กล่าวถามด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเพราะทุกตนนั้นมีจุดอ่อนที่เหมือนกันคือสุรา
“หึหึ ข้าปล่าวแกล้งเจ้าเสียหน่อย งั้นเอาอย่างนี้ข้านั้นมีสุราที่น่าลิ้มลองอีกเยอะ ถ้าเจ้าไปสอนวิชาให้กับผู้ที่ข้าทำพันธะสัญญาด้วยแล้วข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลองอีปซักสองสามขวด ว่าเยี่ยงไร” เกรัสกล่าวถามออกไปอีกรอบด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าเล็กน้อย
“ชิ! อย่าให้ถึงคราวของข้าบ้างก็แล้วกัน ตกลง!” ซิกส์กัดฟันตอบออกไปด้วยความจนใจ เธอคิดเพียงว่าเธอคืออสูรชั้นสูงไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปสอนมนุษย์อย่างแน่นอน แต่เธอกลับถูกหลอกล่อสุราซึ่งเป็นจุดอ่อนของหล่อน
“งั้นตกลง” ว่าแล้วเกรัสก็โยนสุราขวดที่เขาดื่มให้กับซิกส์ไป แน่นอนว่าเธอรับมันอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอาแก้มแดง ๆ ของเธอถูที่ขวดอย่างหวงแหนราวกับว่าจะมีใครแย่งของรักของเธอไป
“งั้นเดินทางกันเถอะ ป่านนี้เจ้าหนูนั่นคงกำลังหลับคาหนังสือของข้าอยู่กระมั้ง หึหึ” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ขนลุกแม้แต่ซิกส์ยังอดหน้าซีดไม่ได้
‘ไอ้บ้านี้ให้ผู้ทำพันธะสัญญาอ่านตำรามหาตำรานั่นนะหรอ! แล้วกี่ปีจะอ่านจบกันวะนั่น!’ ซิกส์ได้แต่คิดในใจ หนึ่งในอาวุธที่เธอเกรงกลัวที่สุดคือตำราที่ครอบคลองโดยเกรัส ไม่ใช่เพราะมันมีมหาเวทย์หรือเวทย์ต้องห้ามอะไร แต่เพราะเพียงแค่เธอเปิดหน้าแรกก็หลับคาตำรานั่นแล้ว แน่นอนว่ารวมถึงเรนและเฟลด้วยต่างขยาดไอ้ตำรารวมสมุนไพรของเกรัสกันอย่าางถ้วนหน้า
========