Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 19 เหตุการณ์ระหว่างเดินทาง
รามนั่งไปได้ซักพักเขาก็ลุงขึ้นและเตรียมกลับเข้าไปภายในถ้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลลาวา “ลุงเฟลมาแล้วหรอครับ” รามที่เดินเข้าไปภายในก็พบกับเฟลที่นั่งดื่มกับเกรัสอยู่และดูเหมือนว่าอารมณ์กำลังดีมากเสียด้วย
“โอ้ว่าไงเจ้าหนู เสร็จงานแล้วรึ เอ้านี่ของที่เจ้าต้องการ” เฟลกล่าวออกไปพร้อมโยนสิ่งของบางอย่างให้ราม
รามรับมันอย่างแม่นยำพร้อมกับสังเกตุลักษณะภายนอก รามรู้สึกถึงสายลมรอบ ๆ ตัวของเขาทันทีที่จับของดังกล่าว “หืม…”
“ใช่อย่างที่เจ้าคิดรีบดูดซับมันซะ”เฟลกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะยกจอกเหล้าดื่ม รามเองก็ทำตามอย่างว่าง่ายเขานั่งดูดซับพลังธาตุวายุหรือว่าธาตุลมทันที สายลมรอบ ๆ กลายเป็นละอองเวทย์เริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของรามแน่นอนว่าความเจ็บปวดนั้นก็เช่นเดียวกับการดูดซับพลังธาตุอื่น ๆ ที่รามเคยดูดซับมันมาแล้ว แต่ที่รามไม่ร้องออกมาเพราะความชินชาซะมากกว่า
“แกคิดว่าเจ้าหนูนี่เป็นยังไงบ้างเฟล”เกรัสที่จ้องมองรามกำลังนั่งดูดซับพลังธาตุวายุอยู่จึงกล่าวถามสหายของเขาออกไป
“ถือว่าไม่เลว การพัฒนาของเจ้าหนูนั่นรวดเร็วอย่างยิ่ง แถมข้ายังสัมผัสไม่ได้ถึงพลังเวทย์ของเจ้าหนูนั่นแล้วด้วย”
“จริงของเจ้าในตอนนี้เจ้าหนูรามถือว่านำหน้าพวกเราไปมากนัก ดีที่พวกเราสอนเรื่องการปรับเปลี่ยนและปกปิดพลังเวทย์เอาไว้แต่ไม่คิดว่าเจ้าหนูรามจะทำได้ดีขนาดนี้”
การสนทนาของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแม้แต่น้อย เวลาหมุนเวียนผ่านเข้าสู่ฤดูใบไม้พลิ บรรยากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในตอนนี้รามได้ฝึกฝนธาตุลมจนแตกฉานทั้งหมดแล้วจึงถึงเวลาออกเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ หุบเขาอารากอน “งั้นเดินทางเลยแล้วกัน”
รามอยู่ในชุดคลุมที่ทำจากขนหมาป่าเพลิง เผยเพียงแผงอกและซิกแพคที่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมสีดำเงาบวกกับหน้าตาที่มีหนวดเคราพองามยิ่งเสริมเสน่ห์ให้รามดูดีขึ้นไปอีก รามเหน็บดาบไว้ที่ข้างเอวของเขาก่อนพร้อมกับสำรวจดูอีกครั้งว่าเขาไม่ได้ลืมอะไรแน่ ๆ
‘เจ้าหนูระวังตัวด้วยละ’ เสียงของเกรัสและเฟลดังขึ้นมาในหัวของราม ซึ่งรามก็ตอบรับสำหรับคำเตือนนั้นเป็นอย่างดี
“เอาละงั้นไปเมืองใกล้ ๆ ก่อนแล้วกัน” รามพึมพำก่อนจะใช้เวทย์ลมเสริมที่เท้าเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทาง รามมุ่งหน้าไปยังทางเข้าหุบเขาอารากอนเพราะนั่นเป็นทางเดียวที่เหล่านักผจญใช้เดินทางเข้ามาในหุบเขาอารากอน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้วก็ยิ่งมีนักแสวงโชคเข้ามาหาสมบัติวิเศษกันอย่างมากมาย
ตูม! อ้ากกกก!! ภายในส่วนกลางปรากฏกลุ่มคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอยู่ หากสังเกตุดี ๆ จะพบถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองกลุ่มนั้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายได้โปรดหนีไปด้วยพะยะคะ! พวกข้าจะต้านมันไว้!” ชายที่สวมชุดเกราะเต็มยศกล่าวกับชายที่มีผมสีแดงเพลิงที่กำลังหันหลังชนกับเขาอยู่
“ไม่! ถ้าข้ารอดเจ้าก็ต้องรอดด้วยอาราส! ข้าไม่ยอมเสียใครให้พวกมันอีกแล้ว!!” องค์ชายกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง
ฉึบ! ฉูด! “องค์ชายได้โปรด! พลังเวทย์ของข้าใกล้หมดแล้ว!” อาราสกล่าวออกไปพร้อมทั้งพาดฟันศัตรูตรงหน้าของเขาไป
“โอ้? ไม่น่าเชื่อว่าองค์ชายเลโอจะรับมือคนของข้าได้ขนาดนี้ หึหึ”
“อันเฟรนด์! นี่เจ้าจะก่อกบฏงั้นรึ!” เลโอกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่โกรธจัดเพราะเขาไม่คิดว่าคคนที่ไว้ใจเป็นที่ปรึกษาจะทำกับเขาแบบนี้
“โอ้? พวกข้ามิได้คิดจะก่อกบฏอันใดหรอกองค์ชาย จะโทษก็โทษความสามารถขององค์ชายเองที่มันอาจจะขัดขวางแผนการของพวกข้าได้ในอนาคต” อันเฟรนด์กล่าวจบก็โชว์สัญลักษณ์บางอย่างให้องค์ชายเลโอเห็น
“นี่เจ้า! เป็นพวกลักธิราตรีมารงั้นรึอันเฟรนด์!” อาราสที่เห็นสัญลักษณ์ของลักธิราตรีมารก็กล่าวก็ตวาดลั่นออกไปด้วยความโกรธอย่างสุดขีดเพราะลักธิราตรีมารนั้นถือได้ว่าเป็นศัตรูของทุกอาณาจักรด้วยทั้งการทดลองที่ขัดต่อธรรมชาติของมนุษย์รวมถึงเรื่องเลวร้ายมากมายที่ลักธินี้ก่อขึ้น ทางอาณาจักรอารากอนก็พยายามจะกำจัดกลุ่มพวกนี้แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถจับหรือสังหารได้ซักคน
“หึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้วพวกเจ้าต้องตายและทิ้งร่างให้เป็นภาชนะให้พวกข้าใช้งาน!” อันเฟรนด์กล่าวจบวงเวทย์สีดำทมิฬก็ปรากฏขึ้นมาด้านหลังของอันเฟรนด์พร้อมกับร่างขององครักษ์ที่เสียชีวิตไปทั้งทางฝั่งขององค์ชายและของฝั่งลักธิราตรีมารก็ตาม ร่างทั้งหมดค่อย ๆ แห้งเหี่ยวกลายเป็นผงก่อนมี่ทันจะลอยเข้าไปในวงแหวนเวทย์สีดำที่อันเฟรนด์สร้างมันขึ้น
“องค์ชาย! หนีไป!” อาราสที่เห็นวงเวทย์ดังกล่าวเรืองแสงก็หน้าซีดก่อนจะตวาดลั่นให้องค์ชายเลโอหนีไปให้เร็วที่สุด
ปึก! อาราสปัดดาบลงพื้นพร้อมวงเวทย์สีทองปรากฏขึ้นบนพื้นพร้อมกับพลังเวทย์รอบ ๆ ของอาราสหมุนวนรอบตัวของเขาก่อนที่มันจะสลายหายไป อาราสในชุดเกราะสีทองพร้อมกับดาบที่มีสายฟ้าวิ่งวนอยู่ “ข้อขอเอ่ยคำขอต่อเทพีแห่งแสงช่วยปััดป้องความชั่นร้ายด้วยเถิด มหาเวทย์ต้องห้ามคำพิพากษาจากห่วงสวรรค์!!”
“ปล่าวประโยชน์! มหาเวทย์ต้องห้าม หมอกทมิฬ!” อันเฟรนด์ก็ไม่ยอมรับการโจมตีของอาราสตรง ๆ ทั้งสองต่างพยายามผลักดันเวทย์ของตนเองให้ชนะอีกฝ่าย อาราสเองเขารู้ตัวว่าใกล้ถึงขีดจำกันดแล้วต่างจากอันเฟรนด์ที่ยังมีพลังเวทย์เหลือเฟือ
“อัก! กาเรน! พาองค์ชายหนีไป! ข้าจะต้านไม่ไหวแล้ว”อาราสหันไปสั่งลูกน้องหนึ่งเดียวที่ยังคงเหลือรอดจากการต่อสู้
“ไม่! กาเรนปล่อยข้านะโว้ย!” กาเรนพยักหน้ารับคำก่อนจะพาองค์ชายวิ่งหนีไปออกจากหุบเขาอารากอนทันที!
“อ่าห์ ชีวิตข้าจบแล้วซินะ” อาราสที่เห็นองค์ชายที่เขาปกป้องมาตั้งแต่ทรงเยาว์วัยออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้วเขาก็หลับตาและระบายยิ้มออกมาพร้อมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็วเนื่องจากพลังเวทย์ในตัวของเขาหมดแล้วนั่นเอง ‘ลาก่อนวีนัสภรรยาของข้า ลาก่อนองค์ชาย’
หืม? อาราสที่หลับตาอยู่นานแต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดก็แปลกใจก่อนจะลืมตาขึ้นข้า ๆ ภาพตรงหน้ามันทำให้เขาถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างมาก ภาพของบุคคลคนหนึ่งที่ใช้ดาบของเขากันหมอกทมิฬไว้
“เห้อ~ แค่ผ่านทางมาแค่นี้ถึงกับจะฆ่ากันเลยรึไง” พึบ! ชายที่อยู่ตรงหน้าของอาราสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เซ็ง ๆ ก่อนที่ชายคนนั้นจะสบัดดาบครั้งหนึ่งแล้วเก็บมันเข้าฝักดาบเบา ๆ หมอกทมิฬที่กำลังจะกลืนกินอาราสต่างสลายหายไปในทันที
“กะ แกเป็นใคร!” อันเฟรนด์ที่เห็นหมอกทมิฬหายไปต่อหน้าต่อตาก็กล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากที่อยู่ดี ๆ มีคนมาทำลายแผนการของมัน!
“โอ้? พบเจอคนไร้มารยาท 1 EA แหะ ว่าแต่ทำไม่พี่ชายถึงนั่งทรุดอยู่อย่างงั้นละ” ชายหนุ่มกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่ายก่อนจะหันไปถามอาราส
“เอ่อ….ระวัง!” อาราสที่กำลังจะบอกชายหนุ่มตรงหน้าแต่ก็ต้องตะโกนลั่นเพราะปรากฏร่างของอดีตหน่วงองครักษ์ที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้กำลังฟาดดาบใส่ชายหนุ่มตรงหน้าเขา
“เห้อ~”
ฉับ! ตูม! ฟู่~ รามฟันหัวร่างดังกล่าวก่อนที่มันจะระเบิดกลายเป็นควันแล้วลอยหายไปในอากาศทันที
“ผมว่าจะไม่อยากยุ่งแล้วนะเนี่ย! เอ้าพี่ชายดื่มนี่ซะ ผมขอจัดการคนไร้มารยาทครู่หนึ่ง” ชายหนุ่มกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย
“อย่า! เจ้าหนีไปซะ!” อาราสพยายามกล่าวให้ชายหนุ่มตรงหน้าหนีไปแต่อีกฝ่ายไม่ฟังเขาแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ อ่อผมยังไม่ได้บอกชื่อผมเลยนิ ผมชื่อรามแล้วพี่ชายชื่ออะไรงั้นหรอครับ” รามกล่าวแนะนำตัวของเขาออกไปพร้อมกับถามชื่ออีกฝ่ายกลับ
“อาราส ข้าชื่ออาราส” เขากล่าวบอกชื่อตัวเองให้รามได้รับรู้พร้อมที้งยังคงจ้องมองทุกก้าวการเดินของชายหนุ่มตรงหน้า
“เหอะ! แค่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมจะมาสู่อะไรกับกองทัพอมตะของข้าได้ จงออกมา!กองทัพอันเกรียงไกรของข้า!” ทันทีที่อันเฟรนด์กล่าวจบด้านหลังของอันเฟรนด์ก็ปรากฏทั้งกองทหารนับหมื่นพร้อมกับที่อันเฟรนด์สั่งให้เข้าโจมตีรามทันที “จงสังเวยชีวิตของเจ้าแล้วกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพข้าซะ!”
“งั้นหรอ หึ ถ้าอย่างนั้นก็ต้อง…” รามหลับตาพร้อมทั้งเสื้อคลุมของเขาหายไปในช่องเก็บของรอยสักฟินิกซ์ที่อยู่ด้านหลังของรามส่องแสงเจิดจ้าพร้อมกับเปลวไฟสีทองแผ่ออกมาจากด้านหลังของราม เปลวไฟดังกล่าวกลายเป็นปีกด้านหลังของรามทันที รามจับดาบของเขาขึ้นมากก่อนจะชักมันช้า ๆ พร้อมกับที่เขาเริ่มร่ายเวทย์บทหนึ่ง
“เหล่าวิญญาณที่ถูกกักขังเอ๋ย ข้าขอเป็นผู้ปลดปล่อยพวกเจ้าจากบ่วงทั้งหมด จงชำระล้างซะ! มหาเวทย์ เพลิงสวรรค์!”