Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 31พันธะสัญญาสัจจะ
“พันธะสัญญาสัจจะงั้นหรอ” อดิเรกกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดพอสมควร
“ตกลง” ดีแลนกล่าวตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เขาเองก็อย่างรู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้รุ่นน้องของเขามีพลังเวทย์ได้
“ดีแลน!! มึงรู้รึปล่าวว่ามึงพูดอะไรออกไป!!” อดิเรกตะคอกดีแลนออกไป แม้ว่าจะไม่ชอบขี้หน้ากันแต่ทว่าครอบครัวของพวกเขาก็ยังคงอยู่ในสัญญาสงบศึกกันอยู่ อดิเรกจะเป็นห่วงดีแลนก็ไม่แปลก
“กูรู้ตัวดีว่ากูกำลังทำอะไรอยู่ การทำพันธะสัญญาสัจจะก็เหมือนกับเอาชีวิตเป็นเดิมพันหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดคำสัตย์ฝ่านนั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต ใช่มั้ยราม” ดีแลนกล่าวพร้อมจ้องไปที่รามด้วยสายตาที่ต้องการคำยืนยัน
“ความจริงผมก็ไม่อยากทำอย่างนี้หรอกครับ แต่ก็อย่างที่ผมเคยบอกไป เรื่องของผมถ้าเกิดมีคนรู้เข้าไม่ว่าจะเป็นคนในโลกปกติหรือว่าโลกด้านหลังต่างต้องตามล่าตัวผมแน่ ๆ ถึงผมจะไว้ใจพวกพี่ทั้งสองคนมากแค่ไหน แต่เพื่อความปลอดภัยของผมและคนรอบข้างผมก็ต้องทำ”
“เอาเถอะถึงมึงจะว่ายังไงก็ตามแต่กูตกลงไปแล้วนี่นะ” ว่าแล้วดีแลนก็เดินเข้าไปหารามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ชิ! รอกูด้วยไอ้ดีแลน” อดิเรกเองก็เดินตามมาติด ๆ ถึงยังไงซะเขาก็ต้องการรู้อยู่ดีว่าของที่รามครอบคลองมันมีที่มายังไง ถึงจะไม่สามารถบอกกล่าวต่อคนในครอบครัวได้ก็เถอะนะ
“พวกพี่รู้มั้ยว่าพวกพี่เป็นสองคนแรกเลยนะที่ผมจะได้บอกความลับของผมให้ฟังแม้แต่ไอ้การินผมยังไม่เล่าเลย แต่ก่อนอื่นผมขอเอาตัวผู้หญิงคนนี้ไปห้อยไว้ก่อนแล้วกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะสลบจริงแต่ไม่รู้ว่าจะตื่นเมื่อไหร่ ขืนได้ยินเรื่องที่ผมบอกกล่าวไปจะมีปัญหาตามมาเอา” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังเท่าไหร่
“จะยากอะไร ฆ่าทิ้งก็สิ้นเรื่อง” ดีแลนกล่าว
“การฆ่าไม่ใช่ทางออกทั้งหมดหรอกครับ บางครั้งการเก็บเธอไว้ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะครับ” รามกล่าวพร้อมมัดร่างของหญิงสาวก่อนจะเอาไปห้อยที่ระเบียง
“ช่างมันเถอะ ว่าแต่ใครจะเป็นพยานในการทำพันธะสัญญาละ” อดิเรกกล่าวถาม
“อ๋อไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ” รามกล่าวออกไปก่อนที่เสื้อนักเรียนของรามจะหายไปเผยให้เห็นร่างอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามพร้อมรอยสักทั้งสี่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามร่างกายของราม ดวงตาของรามกลับไปเป็นสีแดงดังเดิมเพราะการทำพันธะสัญญาทุกชนิดต้องใช้สถานะจริงเท่านั้นถึงจะทำสำเร็จลุล่วงโดยไม่เกิดข้อผิดพลาด
ทั้งอดิเรกและดีแลนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของรามก็ได้แต่ยืนตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก รอยสักของรามเรืองแสงโดยรอยแรกคือรอยสักรูปเต่า พร้อมกับปรากฎร่างของชายในชุดเกราะสีเขียวมรกตพร้อมกับหอกที่เป็นไอเทมระดับสีรุ้ง “จำเป็นต้องเต็มยศขนาดนั้นมั้ยลุง” รามกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ
“น่า~ นาน ๆ ทีขอเต็มยศหน่อยเถอะ แถมเอ็งก็ไม่ค่อยมีการทำพันธะสัญญาแบบนี้ซักเท่าไหร่ด้วยนิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เกรัสกล่าวจบก็ปล่อยเสียงหัวเราะดังลั่น ส่วนดีแลนเหมือนต้องการถามอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องหยุดไปเพราะดันมีเปลวไฟที่ร้อนดังอยู่ท่ามกลางลาวาพุ่งสยายเหมือนปีกที่โผบินพร้อมทั้งปรากฎร่างของนกเพลิงซิกส์ สัตว์ที่มีแต่เพียงในตำนานเท่านั้น ซิกส์เอาปีกทั้งสองคลุมร่างของตัวเองทำให้ดูเหมือนเป็นลูกไฟกลางอากาศยังไงอย่างงั้น ซูม! ลูกไฟกระจายตัวออกก่อนที่เปลวไฟจะหมุนวนร่างของซิกส์ที่อยู่ในชุดออกรบโดยเธอมีพัดเป็นอาวุธหลัก
“ขอโทษทีเจ้าหนูพอดีข้าแต่งตัวนานไปหน่อยเลยออกมาช้าไปนิดหนึ่ง” ซิกซ์ใช้หน้าอกอันอวบอึ๋มดึงหน้าของรามมาซุก
“อึกอ้อยอ่อนอับอุนอิด” รามพยายามพูดออกไปให้อีกฝ่ายปล่อยเขาเพราะเริ่มหายใจไม่ออก จนในที่เกรัสก็มาดึงอีกฝ่ายออกจากราม “โทษทีพอดียัยนี่ดันดื่มเบียร์ไปน่ะ”
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก มิน่าถึงทำตัวแปลก ๆ แล้วจะไหวมั้ยเนี่ย แล้วก็พวกพี่เลือดออกจากจมูกแล้วนั่นน่ะ” รามบ่นออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ พร้อมกับหันไปมองอีกสองคนที่ยืนอยู่
ทั้งดีแลนและอดิเรกตั้งสติได้ก็รีบเช็ดเลือดก็จะเอ่ยกล่าวกับรามออกไป”ไอ้รามพวกนั้นเป็นใครกัน”
“อสูรในพันธะสัญญาของผมเองน่ะครับ แถมยังเป็นอาจารย์สอนการใช้เวทย์และการต่อสู้ด้วย” รามกล่าวออกไปก่อนที่รอยสักรูปพยัคฆ์จะเปล่งแสงพร้อมกับพายุหิมะขนาดเล็ก ๆ รอบตัวของราม แต่ความรุนแรงของมันก็สามารถทำให้ทั้งดีแลนและอดิเรกต้องใช้ร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์และหมาป่าอย่างเต็มที่ “อึก! พลังอะไรขนาดนี้เนี่ย!” ดีแลนกล่าวอย่างยากลำบากหูและหางของเขาไหวไปตามแรงลมแต่ก็ยังทรงตัวอยู่ ส่วนอดิเรกก็ไม่แพ้กันเขาสามารถยืนตั้งรับได้พอ ๆ กับดีแลนเลยทีเดียว
“ถือว่าไม่เลว แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี” เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นพร้อมดวงตาสีน้ำเงินภายในพายุหิมะก่อนที่มันจะสลายไปพร้อมปรากฎร่างของเรนในรูปแบบของพยัคฆ์สีขาวสง่างามก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ กลายร่างเป็นบุรุษในชุดเกราะสีขาวนวลเส้นผมสีขาวดวงตาสีฟ้าพร้อมทั้งหูเสือที่เป็นเอกลักษณ์ของเรนอาวุธที่เรนใช้คือดาบยาวสีขาวคล้ายคาตานะ
“คุณเรนครับหยุดปล่อยแรงกดดันได้แล้วครับ” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนแกมขอร้องอีกฝ่ายไม่งั้นทั้งดีแลนและอดิเรกได้ตายก่อนแน่ๆ
เรนหันมามองรามด้วยหางตาก่อนจะหยุดปล่อยแรงกดดันแล้วเดินไปประจำตำแหน่งของตัวเขาเองส่วนรามก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจก่อนที่ในคราวนี้เป็นเฟลที่ออกมาแบบเบา ๆ โดยเป็นสายลมอ่อน ๆ หมุนวนร่างของรามพร้อมกับปรากฎร่างของชายในเสื้อขนสัตว์พร้อมทั้งถือดาบยักษ์ได้ที่บ่าของเขา เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเฟลเลยคือหูและหางของหมาป่านั่นเอง รามชอบเข้าไปเกาคางของเฟลทุกทีเวลาที่เผลอแถมเฟลก็เคลิ้มทุกครั้งซะด้วย(ในร่างหมาป่านะ)
“ไงฉันคนสุดท้ายงั้นหรอ เห? แต่ละคนจัดเต็มจริง ๆ นะเนี่ย” เฟลกล้าวพร้อมมองไปรอบ ๆ ตัวของเขา เหลดองแม้จะตื้นเต้นในที่แปลก ๆ ที่เขาพึ่งเคยเห็นแต่ในตอนนี้การทำพันธะสัญญาสัจจะของรามนั้นสำคัญที่สุดเฟลพูดคุยกับรามเล๋กน้อยก่อนจะเดินไปประจำทิศของตัวเอง ส่วนดีแลนและอดิเรกก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาหารามเหมือนมีคำถามมากมายที่ต้องการถามแต่ก็ถูกรามขัดจังหวะไว้ก่อนถึงเวลาแล้วนั่นเอง ราม ดีแลนและอดิเรกเดินเข้าไปกลางวงของทั้งสี่ที่เป็นอสูรพันธะสัญญาของรามก่อนที่เกรัสจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและตามด้วยตนอื่น ๆ
“ข้าหนึ่งในสี่สัตว์เทพเต่าพฤกษาเกรัส ขอเป็นพยานในการทำพันธะสัญญา”
“ข้าหนึ่งในสี่สัตว์เทพนกเพลิงซิกส์ ขอเป็นพยานในการทำพันธะสัญญา”
“ข้าหนึ่งในสี่สัตว์เทพพยัคฆ์เหมันต์เรน ขอเป็นพยานในการทำพันธะสัญญา”
“ข้าหนึ่งในสี่สัตว์เทพหมาป่าเขี้ยววายุเฟล ขอเป็นพยานในการทำพันธะสัญญา”
ทันทีที่ทั้งสี่กล่าวจบก็ปรากฏเส้นแสงสีทองบนพื้นมันค่อย ๆ หมุนวนโดยเริ่มตั้งแต่เกรัสตรงไปยังซิกส์ต่อด้วยเรนและเฟลตามลำดับก่อนที่เส้นแสงจะมาบรรจบลงที่เกรัสอีกครั้ง เส้นแสงทั้งหมดค่อย ๆ ผสานกันเป็นวงแหวนเวทย์ที่ใช้ในการทำพันธะสัญญาสัจจะ รามที่เห็นว่าพร้อมแล้วจึงเอามีดมากรีดที่นิ้วของตัวเองก่อนที่มันจะหยดลงพื้นและมันก็สลายไปทันทีก่อนจะกล่าวออกไป
“ข้านายอรรถพล ผู้ยื่นคำร้องขอในการทำพันธะสัญญาสัจจะในครั้งนี้กับนายดีแลนและนายอดิเรก” หลังจากที่รามกล่าวจบก็เป็นดีแลนและอดิเรกกล่าวต่อ
“ข้านายดีแลนขอให้สัจจะต่อวงเวทย์แห่งพันธะว่า เรื่องราวที่ได้รับรู้ในวันนี้จะไม่มีการแพร่งพรายต่อบุคคลอื่นแม้จะเป็นครอบครัวของข้าก็ตาม มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะสิ้นสุดแห่งพันธะนี้!” ดีแลนกล่าวด้วยน้พเสียงที่ทรงพลังพร้อมทั้งกัดปลายนิ้วก่อนเลือดจะหยดลงไปบนวงเวทย์เช่นเดียวกัน
“ข้านายอดิเรกขอให้สัจจะต่อวงเวทย์แห่งพันธะว่า เรื่องราวที่ได้รับรู้ในวันนี้จะไม่มีการแพร่งพรายต่อบุคคลอื่นแม้จะเป็นครอบครัวของข้าก็ตาม มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะสิ้นสุดแห่งพันธะนี้” อดิเรกเองก็กล่าวเหมือนกับดีแลนเป๊ะทันทีที่ทั้งสามกล่าวจบวงแหนเวทย์ก็เรืองแสงพร้อมเส้นแสงสีทองสามเส้นพุ่งไปที่ข้อมือของทั้งราม ดีแลนและอดิเรก โดยของรามเป็นสีทองส่วนของดีแลนและอดิเรกจะเป็นสีเงิน แล้ววงแหวนเวทย์ก็สลายหายไปทันทีเป็นอันสิ้นสุดการทำพันธะสัญญาสัจจะ
“เหนื่อยวุ้ยข้าขอตัวเขาไปนอนก็แล้วกัน เออแล้วก็เจ้าหนูที่ชื่อดีแลนว่าง ๆ ก็มาหาเจ้ารามมันซะนะข้าจะสอนทักษะให้ ข้าไปละ” ว่าแล้วเฟลก็หายเข้าไปภายในรอยสักทันทีก่อนมันจะถูกเวทย์ปกปิดอีกครั้ง ตนอื่น ๆ ก็หายเข้าไปในรอยสักเช่นกันเพื่อฟื้นพลังที่เสียไป
ดีแลนได้แต่ยืนงงพร้อมมองไปที่รามด้วยความสงสัยราวกับว่าต้องการคำตอบ”อ๋อ ลุงเฟลเป็นหมาป่าน่ะจะไม่แปลกที่ลุงเขาอยากจะสอนพี่หรอกนะ” รามที่เห็นสายตาของดีแลนก็ตอบออกไปนามความเข้าใจของตัวเอง
“จริง ๆ นะไอ้ราม! เอ็งไม่ได้โกหกพี่ใช่มั้ย” ดีแลนพุ่งเข้าไปเขย่าตัวของรามด้วยแววตาที่เป็นประกาย” จนอดิเรกต้องมาดึงดีแลนออกจากตัวของราม
‘เหมือนเคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแหะ’ รามได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ออกไปเพราะรู้สึกคุ้นเคยเหตุการณ์แบบนี้แปลก ๆ
หลังจากนั้นก็ผ่านไปซักพักทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะสงบสุขโดยในตอนนี้ทั้งสามคนกำลังนั่งล้อมวงคุยกันอยู่ด้วยความสบายใจ ลืมบอกไปอาณาเขตที่กางไว้มีสภาวะเวลาหยุดหมุนคือเวลาภายใน 1 วันเท่ากับภายนอก 1 นาทีเพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าเวลาจะคลาดเคลื่อนแม้แต่นิดเดียว
=======
มาแล้วครับผมตอนเหรียญทองคงยาวประมาณนี้ละนะ 6,000 อักขระ++ ส่วนตอนปกติขอหยุดที่ 4,000-5,000 นะครับ เกลาคำไปพอสมควรถ้ามีคำตกหล่นก็ขออภัยครับ