Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 32 ของทดลอง
“ก่อนอื่นมานั่นคุยกันก่อนดีกว่าครับ” รามกล่าวพร้อมกับนั่งลงที่พื้นด้วยความอ่อนเพลียเล็กน้อย ทั้งสองคนเมื่อเห็นรามนั่งลงก็นั่งตามทันที
“พวกพี่อยากรู้เรื่องไหนก่อนละครับ” รามกล่าวออกไปเมื่อเห็นทั้งสองคนนั่งเรียบร้อยพร้อมเอาเนื้ออสูรและผลไม้ที่เก็บมาจากโลกแพนตาเซียออกมาให้ทั้งสองคนได้ลองกินดู
“เรื่องแรกรามได้ของพวกนี้มายังไง ทั้งเนื้อที่มีคุณภาพดีกว่าแถมผลไม้ยังแผ่พลังงานบางอย่างออกมาด้วย”(เรื่องนี้ริวจะไม่ยุ่ง) ดีแลนกล่าวถาม
“เอามาจากต่างโลกน่ะครับ” รามกล่าวพร้อมกัดชมพู่ไปคำโตความกรอบหวานกระจายไปทั่วทั้งปาก กินกี่ครั้งก็ประทับใจทุกครั้งจริง ๆ
“หืม? หมายความว่ายังไงที่ว่าได้ของพวกนี้มาจากต่างโลก?” อดิเรกกล่าวถามด้วยความสนใจบวกกับต้องการคำยืนยันอีกครั้ง
“ครับของทุกอย่างนั้นได้มาจากต่างโลก ที่โลกนั้นทั้งทรัพยากรและธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์มากกว่าโลกที่เราอยู่มาก ที่นั่นมีพืชพันธุ์ที่เหมือนกับโลกนี้อยู่เยอะแยะไปหมดเพราะคนที่นั่นคิดว่าของเหล่านี้เป็นอาหารของสัตว์อสูรเท่านั้นที่กินได้น่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เคลียร์เรื่องที่เอ็งดันใช้เวทย์มนต์ได้รวมถึงดันมีอสูรพันธะสัญญาด้วย แล้วเอ็งไปที่นั่นได้ยังไงละไอ้ราม” ดีแลนเพียงแค่ได้ยินที่มาของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็เข้าใจได้ไม่ยาก ต้องเข้าใจว่าธรรมชาติในโลกนี้นั้นเสื่อมโทรมไปมากแน่นอนว่าทั้งหมดเกิดด้วยน้ำมือของเหล่ามนุษย์ทั้งสิ้น
รามยิ้มให้ดีแลนพร้อมกับกล่าวคำสั้น ๆ “ไม่รู้ครับ”
“”อ่าวซะงั้นไป”” ทั้งสองคนกล่าวออกมาพร้อมกัน ส่วนรามได้แต่ยิ้มขำ ๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของรุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะกล่าวต่อ
“ผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าผมเข้าไปอยู่ในโลกนั้นได้ยังไง มันเกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อนในตอนที่ผมนอนหลับทุกครั้ง ในตอนแรกผมวิ่งหนีหมาป่าแทบบ้าคลั่งเลยละครับ แต่ตอนนี้เป็นพวกมันที่ต้องวิ่งหนีผมแทน แถมการไปแต่ละครั้งมันมีภารกิจให้ผมทำตลอดเพื่อปลดล็อคระบบต่าง ๆ ด้วยแถมล่าสุดเมิ่อคืนผมอยู่ที่นั่นถึง 5 ปี เห็นผมแค่นี้แต่ประสบการณ์ของผมคือคนอายุ 20 กว่าแล้วนะครับ” รามกล่าวเท่าที่เขาเข้าใจได้ออกไป
“ว่าแต่มันสามารถพาคนอื่นไปด้วยได้มั้ยไอ้ราม” ดีแลนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเข้มแต่ทว่าหางที่ยังไม่ได้เก็บมันสบัดไปมาราวกับเจอเรื่องตื่นเต้น
“ยังไม่รู้ครับพี่ ที่ถามนี่อยากไปใช่มั้ยครับ”รามกล่าวด้วยเสียงขำ ๆ
“เออดิวะ! ต่างโลกเลยนะเว้ย!” ดีแลนกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเป็นว่าถ้ารู้ถึงกฎเกณฑ์แล้วผมจะชวนไปผจญภัยก็แล้วกันครับ ตอนนี้ผมยังสำรวจได้แค่ 10% เอง”
“เอ็งสัญญาแล้วนะโว้ยไอ้ราม แล้วมึงไอ้อดิเรกจะทำหน้าเครียดไปถึงไหนวะ” ดีแลนหันไปกล่าวหับอดิเรกที่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“น้องรามพี่บอกตามตรงนะ เรื่องที่น้องเล่ามามันดูน่าเหลือเชื่อมากและพี่ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องทำพันธะสัญญาสัจจะกัน แต่ว่านะรามก็ยังไม่ปลอดภัยดูดีจริงมั้ย เอาละพี่เชื่อว่ารามดูแลตัวเองได้ แต่ว่าคนรอบข้างของรามจะมีอันตรายแน่นอน เรื่องนี้จะให้ใครรับรู้ไม่ได้ถึงมีพันธะสัญญาสัจจะอยู่แล้วก็ตามที” อดิเรกกล่าวตามความคิดของเขาเองเพราะนี่มันเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรอดิเรกเตรียมพร้อมให้ความคุ้มครองครอบครัวของรามที่มีเพียงคนเดียวหากรามกล่าวขอร้องออกมาเพียงเท่านั้น
รามที่คิดตามก็พบว่ามันมีช่องโหว่อยู่มากหากอยู่ดี ๆ ดันมีคนที่สามารถกำหนดการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ปรากฏตัวขึ้นมาคราวนี้แหละปัญหาตามมาแน่นอน แต่รามก็ยกยิ้มขึ้นพร้อมกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สบาย ๆ “ไม่ต้องห่วงครับถ้าผมรู้วิธีพาคนอื่นไปที่ต่างโลกด้วยในตอนนั้นถ้าโลกนี้มีปัญหามากก็ย้ายไปอยู่อีกโลกก็สิ้นเรื่อง ที่สำคัญอย่าลืมว่าผมมีอสูรพันธะสัญญาอยู่นะครับและอีกอย่าง” รามกล่าวพร้อมหยิบใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมา
“ใบอะไรน่ะรามทำไมมันเหมือนใบห้าแฉกสีเขียวที่ไอ้ดีแลนชอบสูบบ่อย ๆ ” อดิเรกสงสัยสิ่งที่รามหยิบออกมา
“เห้ย! ไอ้อดิเรกอย่าพูดหมา ๆ นะเฟ้ย!” ดีแลนเริ่มร้อนรนจนรามจับสังเกตุได้เพราะหางของดีแลนตั้งตรงเด่ราวกับเจอเรื่องตกใจ
“ไม่ใช่ครับใบนี้คือใบชุบชีวิตครับ” รามหัวเราเบา ๆ ก่อนจะแก้ข้อสงสัยออกไป
“”ห๊ะ!! ใบชุบงั้นหรอ!!”” ทั้งสองกล่าวออกไปด้วยความตกใจ
“นี่แหละครับใบชุบของจริงเพราะผมเคยใช้มันครั้งหนึ่งแล้วมันก็ได้ผลดีด้วย”
“มะ ไม่น่าเชื่อว่าของที่เหมือนในเกมแบบนั้นจะมีอยู่จริง ว่าแต่รามมีกี่ใบงั้นหรอ”อดิเรกกล่าวด้วยสายตาที่คาดหวัง
“อ๋อ มีเกือบ 600 ใบได้แถมไปเอาเพิ่มได้เรื่อยด้วยครับ” รามกล่าวออกไปตามตรงแต่ตอนนี้ทั้งอดิเรกและดีแลนดูเหมือนวิญญาณหลุดลอยไปแล้วเรียบร้อย
“น้อยราม!! พี่ขอมันซักห้าใบได้มั้ย!” อดิเรกที่ได้สติก่อนเป็นคนแรกกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ไอ้อดิเรกอย่าบอกนะว่ามึง”ดีแลนกล่าวด้วยเสียงเข้ม
“เรื่องของกูตอนนี้กูมีความหวังแล้วกูจะไม่ยอมให้มันหลุดไปแน่!” อดิเรกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่แพ้กัน
“เดี๋ยวก่อนพี่อดิเรกจะเอาไปทำอะไรครับ” รามกล่าวถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้พ่อของพี่พึ่งเสียเมื่อคืนวานจากพวกนักล่าปีศาจ! ทั้ง ๆ ที่พวกเราอยู่กันอย่างสงบสุขและไม่เคยทำร้ายพวกมนุษย์แท้ ๆ แถมพี่ชายของพี่ตอนนี้ก็หลับไหลไม่ได้สติเหมือนกัน!” อดิเรกกัดฟันก่าวด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้นดวงตาสีแดงฉานของอดิเรกปรากฎถึงไฟโทสะ
รามคลุ้มคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป”ผมตกลง แต่ทว่าผมให้พี่เอาไปทดลองแค่ใบเดียวนะครับ วีธีใช้เอามันทาบไว้ที่อกของคนที่ต้องการชุมชีวิต ส่วนถ้าพี่อยากได้เพิ่มผมขายนะครับใบละล้านเท่านั้นถ้าชื้อช่วงนี้ ส่วนของพี่ชายของรุ่นพี่อดิเรกผมก็มีสิ่งนี้ครับยารักษา สามารถรักษาได้ถึงแก่นจิตวิญญาณ 1 ขวดมีทั้งหมด 3 เม็ดเพราะงั้นคิดให้ดี ๆ ก่อนใช้นะครับ”
“ขอบคุณน้องราม ขอบคุณจริง ๆ ” อดิเรกรับของทั้งสองอย่างมาก่อนจะขอตัวจากไปทันทีเพราะเขาต้องการลองสิ่งดังกล่าวทันที
“เอ่อ…ไอ้รามมีอย่างอื่นที่พอมีประโยชน์กับพี่บ้างมั้ยวะ” ดีแลนกล่าวถามด้วยความคาดหวัง ใบชุบนั้นเขาก็สนใจอยู่แต่ทว่าเขาไม่รู้จะเอาไปใช้กับใครแค่นั้นเองครอบครัวของเขาก็ยังอยู่ครบทั้งพี่ชายและน้องสาวด้วย
“อืม…อ่ะ! นี่เลยครับเนื้อสัตว์อสูรผมว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับพี่นะครับ” ดีแลนรีบรับกล่องใส่วัตถุดิบมาไว้ทันทีเพื่อที่มีคุณภาพดีกว่าเนื่อที่วางขายอยู่ใครจะไม่อยากได้ละ
“งั้นพี่ขอตัวเหมือนกัน เอ็งก็อย่าลืมละวันศุกร์มีซ้อมนะโว้ยไปละ” ดีแลนถือกล่อนเนื้อพร้อมกับหางที่ส่ายไปมาอย่างมีความสุขก่อนที่ทั้งหูและหางจะหายไปกลายเป็นร่างมนุษย์หุ่นกระชากใจสาวแท้สาวเทียมเดินลงอาคารไปด้วยอารมณ์ที่ดี
“อืม…เหมือนลืมอะไรแหะ คงไม่มั้ง?” ว่าแล้วรามก็เดินจากไปอีกคนโดยที่เขาเองก็คิดไม่ออกว่าลืมอะไร
ส่วนอาณาเขตนั้นก็ยังคงกางไว้อยู่เพราะเป็นอดิเรกที่ยังไม่ได้ยกเลิกนั่นเองที่สำคัญคือเขาเอาไว้ขังเครื่องสังเวยคนหนึ่งที่เขาต้องการย่ำยีอีกฝ่ายในคืนนี้
=====
**ต่อเรือกันรึยังครับ หึหึ ยังไม่ได้ตรวจคำผิดและเกลาคำเด้อ