Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 33 เสือ
หลังจากที่รามได้แยกย้ายกับพวกอดิเรกและดีแลนแล้วเขาก็ตรงไปยังห้องสมุดทันที เมื่อเข้ามาภายในรามก็ตรงไปยังหนังสือหมวดบริหารทันที ที่รามเลือกอ่านหมวดบริหารจัดการเพราะมันสามารถต่อยอดไปได้หลากหลายกว่า ในตอนนี้ทักษะการทำอาหารของเขาก็ถือว่าสูงพอสมควร จากที่ลงทดสอบในช่วงวิชาคหกรรมนั้นทำให้รามได้รู้ว่าฝีมือการทำอาหารไทยของเขาในตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกับเชฟของโรงแรมระดับสี่ดาวเลยก็ว่าได้
“เงินทุนก็มีแล้ว เหลือเพียงที่ตั้งร้านและสิ่งที่จะทำซินะ” รามนั่งอ่านหนังสือพร้อมเริ่มคิดวางแผนให้รอบครอบมากขึ้น หลังจากที่รามอ่านจบไปเล่มหนึ่งแล้วหน้าจอสีฟ้าอันแสนคุ้นเคยก็เด้งขึ้นมาต่อหน้ารามทันที
[ยินดีด้วย Passive Skill – ทักษะการบริหารได้ถูกยกระดับเป็นทักษะการบริหารขั้นต้น กรุณาตรวจสอบภารกิจย่อยเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การยกระดับของสกิลในระดับต่อไป]
รามอ่านแล้วก็กดไปที่หน้าจอสีฟ้าเพื่อดูรายละเอียดการยกระดับ Passive Skill ทักษะการบริหารเป็นขั้นกลาง แน่นอนว่าภารกิจนั้นโหดหินพอ ๆ กับการยกระดับทักษะการทำอาหารเลยก็ว่าได้
[ภารกิจยกระดับทักษะการบริหารขั้นต้น–>ขั้นกลาง]
– สร้างธุรกิจเป็นของตนเอง [×]
– บริหารให้ธุรกิจของคุณมีกำไรจากธุรกิจจำนวน 0/100,000,000฿ [×]
– สร้างความมั่นคงให้กับลูกจ้างของคุณ [×]
[✓]=ภารกิจสำเร็จ,[×]=ภารกิจยังไม่สำเร็จ
รามได้อ่านรายละเอียดภารกิจย่อยถึงแม้จะมีแค่ 3 อย่างแต่คราวนี้เหมือนระบบมันจะรู้ว่าทุกอย่างได้มาง่ายเกินไป การยกระดับ Passive Skill – ทักษะการบริหารเลยจัดให้แบบเต็มที่
“ไว้รักษาพ่อเสร็จก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องนี่ก็แล้วกัน” ที่รามคิดนั้นถือว่าถูกต้องแล้วการเปิดร้านอะไรบางอย่างต้องดูอุปสงค์และอุปทานของพื้นที่นั้น ๆ ด้วยอย่างรามคิดว่าจะเปิดร้านอาหารใกล้ ๆ กับอพาร์ทเม้นท์ที่ไม่ค่อยมีร้านอาหารตามสั่งหรือข้าวราดแกงเท่าไหร่ การจะได้กินอาหารพวกนี้จำเป็นต้องเดินทางไปยังตลาดที่อยู่หน้าซอยเท่านั้น
ต่อมาก็เรื่องของวัตถุดิบที่ต้องสดและมีคุณภาพพอควรแต่ทว่ามันก็จะขัดกับราคาที่ขายและค่าครองชีพที่สูงมากในเวลานี้ แต่ในเรื่องนี้รามไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่เพราะวัตถุดิบต่าง ๆ ก็สามารถนำมาจากต่างโลกได้แถมความอร่อยและความสดยังมากกว่าของในโลกของเขาเสียอีก
ในส่วนของปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลนั้นตอนนี้รามก็เริ่มสร้างฐานอำนาจของเขาแล้วทั้งอดิเรกและดีแลนแน่นอนว่าพวกเขาต่างต้องช่วยรามอย่างแน่นอนถ้ารามมีปัญหาแต่นั่นก็เป็นส่วนของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเท่านั้นเอง
รามยังคงนั่งอ่านหนังสือต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเสียงกริ่งหมดวันก็ดังขึ้น รามปิดหนังสือบริหารก่อนจะยกมันไปไว้ในส่วนของหนังสือที่อ่านแล้วก่อนจะเดินออกจากห้องสมุดและตรงไปยังโรงยิมบาส
ด้านหน้าโรงยิมเขาก็เห็นการินเดินออกมาพร้อมกับกลุ่มรุ่นพี่ในทีม เมื่อการินเห็นรามเขาก็ขอตัวออกจากกลุ่มนั้นทันทีส่วนดีแลนก็ยิ้มให้รามครั้งหนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนเขาต่อ
“ไงซ้อมหนักมั้ยวันนี้” รามแท๊กมือกับการินก่อนจะถามอีกฝ่ายออกไป
“สุด ๆ เลยวะแม่งยิ่งใกล้แข่งยิ่งซ้อมหนัก เห็นว่าเสาร์นี้ต้องไปเก็บตัวนักกีฬาอีกที่เขาใหญ่” การินบ่นพร้อมแจ้งเรื่องที่โค้ชอนันต์บอกกล่าววันนี้ให้รามรับรู้
“อ๋อ เสาร์นี้งั้นหรอวะ เร็วแหะ” รามพึมพำออกมาพร้อมกับคลุ้มคิดเรื่องบางอย่าง
“เออ ๆ นั่นแหละวันนี้ไปคาเฟ่หมากันปล่าวกูเลี้ยงเอง” การินกล่าวถามรามออกไปด้วยน้ำเสียงที่คาดหวัง
“ไม่ว่ะพอดีต้องไปธนาคารน่ะมีเรื่องนิดหน่อย” รามกล่าวปฏิเสธออกไปแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของเขาชอบสุนัขมากขนาดไหนแต่แม่งก็ไม่ไปถ้าเขาไม่ไปเป็นเพื่อนมันอยู่ดี
“ชิ! ก็ได้งั้นกูกลับก่อนนะโว้ย! ให้กูไปส่งปล่าว”การินสบถออกมาเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงงอน ๆ ก่อนจะถามออกไป
“ไม่ต้องหรอกเพื่อนงั้นแยกกันตรงนี้นะโว้ย! เจอกันพรุ่งนี้”
“เออ เจอกัน” แล้วการินก็ขึ้นรถที่มารับจากไปทันที ส่วนรามจ้องมองไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งก่อนจะเดินไปยังต้นไม้ต้นนั้นแล้วกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบาไม่ดังเกินไป
“ขอโทษนะครับที่ใช้คุณเป็นหนูทดลองยา” รามกล่าวออกไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยใช่คนที่หลบและแอบมองรามอยู่คือคนที่รามได้ช่วยไว้
“….ยานั่นถ้านำไปขายมันมีมูลค่ามหาศาลทำไมเจ้าถึงเลือกใช้กับข้า ถึงบอกว่าใช้ข้าเป็นหนูทดลองก็เถอะ” ชายขอทานที่นั่งพิงต้นไม้อยู่เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากกล่าวถามรามออกไป
รามได้ยินคำถามก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ขอทานคนนั้นอย่างไม่รังเกียจ “แววตามั้งครับ ตอนที่คุณโดนป้าร้านข้าวมันไก่ทำร้าย คุณสามารถโต้ตอบได้ถึงตอนนั้นแขนคุณจะขาดก็เถอะนะ แต่คุณก็ไม่ทำเพราะอะไรละครับ และอีกอย่างมีคนบอกใบ้ให้ผมว่าให้ช่วยเหลือคุณก็แค่นั้นเอง”
“แค่นั้นจริง ๆ ?”
“ใช่ครับแค่นั้นจริง ๆ เอาละผมต้องไปแล้วละครับ นี่ก็สายมากแล้วผมต้องไปธนาคารต่อ” รามกล่าวจบก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจากไปทันที
“เดี๋ยวก่อน ในเมื่อเจ้าได้ช่วยและมอบชีวิตใหม่ให้ข้าทั้ง ๆ ที่เจ้าจะปล่อยให้ข้าตายไปก็ได้ ตัวข้าถือว่าบุญคุณย่อมทดแทนหนี้แค้นต้องชำระ รับข้าเป็นลูกน้องได้หรือไม่”
“เอาซิครับแต่ว่าถ้าไปในชุดนี้ผมว่ามีหวังคุณได้ถูกจับเข้าคุกแน่ ๆ งั้นตามผมมาก่อนดีกว่า” รามใช้เวทย์ล่องหนให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินนำเขาไปในโรงเรียน รามทักทายอาจารย์เล็กน้อยส่วนขอทานที่ตามรามมาติด ๆ ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่ไม่มีใครเห็นเขาแม้แต่คนเดียว เขาพยายามจะถามรามถึงเรื่องดังกล่าวแต่ก็เจอสายตาของรามห้ามปรามเอาไว้แน่นอนในตอนนั้นชายขอทานไม่ได้คิดว่ารามเป็นเด็กอายุ 17 แม้แต่น้อย สายตาของรามตอนที่จ้องห้ามเขานั่นราวกับคนที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนาน
“ถึงแล้วครับ นี่ชุดของคุณน่าจะใส่ได้” รามเปิดห้องอาบน้ำห้องหนึ่งแล้วให้ชายขอทานเข้าไปอาบน้ำให้เรียบร้อยแน่นอนว่าภายในห้องนั้นอุปกรณ์อาบน้ำครบครันพร้อมกับเอาชุดที่เขาพกไว้ใส่นอนที่โลกแพนตาเซียให้อีกฝ่ายใส่
“ครับนายท่าน” ชายขอทานเปลี่ยนสัพนามเรียกพร้อมกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่นำเกรงและเคารพอีกฝ่าย
รามขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกล่าวห้ามให้เรียกว่านายท่านเพราะเขาไม่ชินแต่ให้เรียกว่านายน้อยแทนซึ่งชายขอทานก็รับคำทันที
“แล้วพี่ชื่ออะไรครับ” รามกล่าวถามชื่ออีกฝ่ายออกไปพร้อมกับเปลี่ยนคำเรียกว่าคุณเป็นพี่ทันที เพราะในตอนนี้อีกฝ่ายถือว่าเป็นครอบครัวของเขาเหมือนกัน
“เสือ ผมชื่อเสือครับนายน้อย” ชายขอทานถอดเศษผ้าที่ติดตัวออกเผยให้เห็นหุ่นที่แข็งแกร่งและกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักมีรอยสักรูปเสืออยู่ด้านหลังซึ่ดูเหมือนว่ามีการลงอาคมไว้ด้วยแต่ตอนนี้มันกลับอ่อนแสงเป็นอย่างมาก อาจเพราะของเสื่อมแล้วก็ได้ ภายหลังเสือได้บอกว่าเพราะโดนเอากระโปรงที่ยังมีเลือดของสตรีอยู่คลุมหัวทำให้อาคมที่เขารักษาไว้เสื่อมทันทีและนั่นทำเขาถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
=======
** เป็นคนดีต้องมีลูกน้องที่ดีแถมยังอาคมเสื่อมอีก โธ่ ๆ อาจจะมองว่ารามไว้ใจคนอื่นง่ายไปแต่ทุกอย่างรามก็ทำอย่างรอบคอบนะเออ ในส่วนของดีแลนและอดิเรกนั้นอาจจะมองว่าเปิดไพ่ไปหมดแต่ไม่เลย รามไม่ได้บอกว่าเขาใช้เวทย์อะไรได้และความรุนแรงระดับไหนและนิยายเรื่องนี่ไม่เน้นดราม่าหักแล้วหักอีกนะครับ
*** เนื้อเรื่องเดินช้ามาก เอ่อ…บางเรื่องที่เคยอ่านผ่านไป 6-7 ตอนแม่งยังคุยกันไม่จบเลยมั้งนั่น – -*