Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 34 ไปธนาคาร
หลังจากที่รามให้เสือเข้าไปอาบน้ำเวลาก็ผ่านไปได้ 20 นาที เสือก็ออกจากห้องห้ำพร้อมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินผมถูกรวบไว้ด้านหลังเนื่องจากไม่ได้ตัดผมมานานดวงตาสีน้ำตาลอมดำที่ดุดันจ้อมมองรามด้วยความเคารพ รูปร่างที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับชายไทยนั้นหากยึดหลักอาชีพดารานายแบบเรียกได้ว่าอยู่ในแถวหน้าของประเทศแน่ ๆ
“โห ดูดีกว่าที่คิดนะครับพี่เสือแบบนี้อย่สงกับนายแบบแนะ” รามกล่าวชมเสือออกไป
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับนายน้อย” เสือเกาหัวด้วยความเขินแม้จะเป็นผู้ชายที่ชมเขาก็ตามแต่หากชายคนนั้นเป็นผู้มีพระคุณของเขาก็อีกเรื่องหนึ่ง รามเขียนอักขระเวทย์ล่องหนใส่เสือก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากโรงเรียนไปแน่นอนว่าเสือมีคำถามที่อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถามออกไป “ยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะบอกพี่ครับ” รามที่สังเกตุดูสีหน้าของเสือก็รับรู้ได้ว่าเขาต้องสงสัยแน่ ๆ ว่าทำไมเขาถึงเดินเข้าออกจากโรงเรียนที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาได้จึงกล่าวออกไปให้อีกฝ่ายเลิกคิด
“ครับนายน้อย” เสือรับคำของรามก่อนจะไปโบกแท็กซี่ให้รามเพื่อเดินทางไปยังธนาคาร
“ไปธนาคารเอแบงค์สาขา….” รามเดินขึ้นไปนั่งบนรถด้านหลังส่วนเสือก็ไปนั่งด้านหน้ากับคนขับก่อนที่แท็กซี่จะออกตัวไปเพื่อไปธนาคารดังกล่าว ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงธนาคารเป้าหมาย รามจ่ายค่ารถไปก่อนจะลงจากรถโดยเป็นเสือที่ลงมาเปิดประตูให้ราม
“ขอบคุณครับพี่เสือ” รามกล่าวขอบคุณไปก่อนจะเดินนำเข้าไปในธนาคาร
เมื่อเข้าไปถึงก็พบกับพนักงานกดบัตรคิวเข้ามาต้อนรับรามทันที “ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามาทำธุรกรรมอะไรคะ”
“พอดีผมมาอัพสมุดบัญชีพร้อมถอนเงินด้วยครับ” รามกล่าวออกไป
“รับทราบคะกรุณารอประมาณ 3 คิวนะคะ” ว่าแล้วพนักงานก็กดบัตรคิวให้กับรามทันทีซึ่งรามก็นั่งรอในส่วนบริการลูกค้าส่วนเสือนั้นก็ยืนอยู่ด้านหลังของรามจนรามเริ่มเกร็งกับสายตาที่หลาย ๆ คนมองมาที่เขา
“พี่เสือครับมานั่งเป็นเพื่อนผมเถอะครับ” เสือรับรู้สถานการณ์ก็มานั่งข้าง ๆ รามโดยดีจนในที่สุดก็ถึงคิวของราม
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการทำรายการอะไรคะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์กล่าวถามรามด้วยน้พเสียงที่หวานอต่ก็มิวายส่งสายตาไปหาเสือแม้ว่าผมจะยาวเหมือนผู้หญิงแต่ก็ไม่สามารถซ่อนความหล่อของเสือไว้ได้
“มาถอนเงินครับ 200,000 บาทรวมถึงอยากทราบถึงราคาอาคารภายในซอยรีอาร์ 20 ที่หลุดตลาดด้วยครับ” รามกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมยื่นสมุดบัญชีให้อีกฝ่ายไป
“ขอบัตรประจำตัวประชาชนและสมุดบัญชีด้วยคะ” พนักงานสาวกล่าว
“นี่ครับ” รามยื่นบัตรประชาชนพร้อมทั้งสมุดบัญชีให้อีกฝ่าย
พนักงานดูชื่อบัญชีก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำรายงานให้รามอย่างรวดเร็ว “รบกวนลูกค้าเซ็นชื่อผู้รับเงินด้วยนะคะ”
รามอ่านรายละเอียดในใบถอนเงินเล็กน้อยก่อนจะเซ็นชื่อของเขาลงไป”นี่ครับ” พรักงานรับใบถอนเงินมาก่อนจะหยิบเงินจำนวน 200,000 ออกมาใส่เครื่องนับเงินให้รามดูว่ามันครบหรือไม่
“นี่คะเงินจำนวนสองแสนบาท” พรักงานเอาเงินใส่ซองน้ำตาลให้รามพร้อมกับสมุดบัญชีและบัตรประชาชน “แล้วเรื่องอาคารพาณิชย์ที่ผมสอบถามละครับ” หลังจากส่งเงินให้เสือเก็บไว้เรียบร้อยแล้วเขาก็ถามถึงอาคารทันที
“กรุณารอซักครู่นะคะ ดิฉันติดต่อผู้จัดการสาขาให้ค่ะ” ว่าแล้วพนักงานสาวก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องผู้จัดการพูดคุยกันเล็กน้อยก่ินจะออกมาพร้อมกับชายสวมแว่นแต่งตัวเนียบ “สวัสดีครับคุณอรรถพล ผมนายอดิศักดิ์เป็นผู้จัดการสาขานี้ครับ เชิญคุณอรรถพลเข้ามาคุยในห้องส่วนตัวก่อนดีกว่าครับ”
‘กลิ่นอายคุ้น ๆ เหมือนรุ่นพี่อดิเรกเลยแหะต้องเตือนให้เสือระวังตัวหน่อยดีกว่า’ ว่าแบ้วรามก็กระซิบกับเสือว่าอย่าลดการระวังตัวเพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเหมือนกับรุ่นพี่อดิเรกหรือไม่
“นี่คืออาคารที่หลุดตลาดครับสนใจอาคารไหนบอกได้เลยนะครับ แล้วก็ทางเราต้องขออภัยในเรื่องเมื่อเช้าด้วยนะครับ นี่เป็นสิ่งแทนคำขอโทษที่ส่งมาจากสำนักงานใหญ่ครับ”
รามเงยหน้าจากสมุดภาพก่อนจะรับซองที่ปิดผนึกมาดูและแกะมัน ภายในนั้นปรากฏบัตรสีเงินเงาราวกับเพชรพร้อมหน้าบัตรยังมีชื่อของเขาและลายเซ็นของนายธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย “นี่คือ??”
“บัตรเครดิตที่มีเฉพาะคนพิเศษเท่านั้นครับ โดยบัตรนี้ต้องได้รับคำอนุมัติจากนายธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังก่อนครับถึงจะออกให้ได้ เท่าที่ทราบมานี่เป็นใบที่สามครับที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติครับ ภายในบัตรสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการอื่น ๆ ทั่วโลกโดยมีวงเงินไม่จำกัดครับ” อดิศักดิ์กล่าวอธิบายให้รามเข้าใจซึ่งรามก็พยักหน้าตกลงทันทีและเขาเองก็ไม่คิดจะใช้มันเด็ดขาดถ้าไม่จำเป็นอะนะ
“อืม…ผมสนใจอาคารนี้น่ะครับ” รามชี้ไปที่อาคารห้าชั้นที่ดูใหม่แถมยังใกล้กับอพาร์ทเม้นท์ที่เขาอยู่อีกด้วย
“อาคารห้าชั้นสภาพประเมิน ดี มูลค่าตลาดคือ 25,000,000 บาท บวกค่าดำเนินการต่าง ๆ แล้วราคาสุทธิอยู่ที่ 30,000,000 บาทครับ”
“ตกลงครับ รบกวนหักเงินจากบัญชีของผมด้วยครับ” รามกล่าวพร้อมยื่นสมุดบัญชีให้อดิศักดิ์ไป
อดิศักดิ์รับสมุดบัญชีของรามมาพร้อมนำสัญญาซื้อขายมาให้รามเซ็นเป็นหลักฐานโดนแบ่งเป็นสองฉบับคือฉบับหนึ่งทางธนาคารเก็บไว้ส่วนอีกฉบับให้ลูกค้า รามอ่านทุกบรรทัดทุกรายละเอีดก่อนจะเซ็นมันลงไป “เรียบร้อยแล้วครับส่วนโฉนดที่ดินทางเราจะส่งให้ตามทีหลังครับ”
“หืม? นี่ขายพร้อมที่ดินด้วยหรอครับ” รามกล่าวไปด้วยความงุนงง
“ครับทุกอาคารในเล่มนี้ขายพร้อมที่ดินครับและบวกภาษีโรงเรือนเรียบร้อยแล้วด้วยครับ”
“อ๋อเข้าใจแล้วครับ เสร็จเรื่องแล้วงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ว่าแล้วรามก็เดินออกจากห้องผู้จัดการทันทีโดยมีอดิศักดิ์เดินมาส่งถึงหน้าธนาคาร
“เห้อ~ ลืมถามเรื่องรีโนเวทอาคารเลยแหะ” รามบ่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะหาที่ปลอดคนแล้วจึงเก็บบัตรและซองเอกสารเข้าช่องเก็บของไปก่อน ส่วนเสือก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง อยู่กับนายใหม่มันทำให้ตกใจแทบนับไม่ครั้งไม่ได้แล้วตอนนี้ รามหลังจากที่เก็บของเสร็จก็หันไปมองเสือที่ยังคงถือเงินของเขาอยู่อย่างปลอดภัย
“พี่เสือขอเงินหน่อยครับ” เสือที่ได้ยินเสียงของรามก็ได้สติก่อนจะยื่นซองเงินให้รามทันทีเพราะเขาไม่ใช้นิสัยในการหยิบของนายมาเป็นของตัวเอง เงินมากกว่านี้เขาก็เคยจับมาแล้วจะอะไรกับเงินแค่แสนสองแสน
รามรับเงินมาก่อนจะแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กันรามเก็บแสงหนึ่งเข้ามิติส่วนอีกแสนก็ยื่นให้เสือไป “หมายความว่ายังไงครับนายน้อย” เสือรับเงินและกล่าวถามด้วยความงุนงง
“เงินเดือนของพี่ไง ผมรู้ว่าพี่ต้องจัดการอะไรบางอย่างถ้าแสนหนึ่งไม่พอก็บอกผมได้เดี๋ยวผมให้เพิ่ม แล้วก็นี่กำไลสวมมันไว้นะพี่มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าพี่คือคนของผมแล้ว”
เสือรับเงินกับกำไลมาด้วยมือที่ลั่นเทาก่อนที่เขาจะสวมกำไลอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย กำไลเมือ่ถูกสวมเข้าไปแล้วก็เปล่งแสงก่อนที่มันจะกลายเป็นรอยสักรูปสิงห์ที่ข้อมือของเสือ
“ขอบคุณครับนายน้อย ผมสัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยครับแล้วรีบกลับมาปกป้องนายน้อยตราบเท่าชีวิตผมจะสูญสิ้นครับ” เสือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังก่อนที่เขาจะเดินจากรามไปเพื่อจัดการสิ่งที่เขายังค้างคาใจไว้อยู่ ส่วนรามก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินกลับอพาร์ทเม้นท์ของเขาไป แน่นอนว่าเขารู้อยู่แล้วว่ามีคนสองคนจับตามองเขาอยู่แต่เขาก็ไม่สนใจแม้จะได้ยินทุกคำที่พวกเขาพูดก็ตาม
“นี่หรือคนที่นายน้อยต้องการให้คุ้มครอง” ชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนริบดาดฟ้าของอารารสูงพร้อมต้องมองรามด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“คิก คิก ดูแล้วเขาก็น่ารักดีนะ น่ารักน่ากัด อ่าห์อยากลองชิเลือดของเขาเสียจริง แต่น่าเสียดายที่เขาดันเป็นผู้มีพระคุณของนายน้อยซะงั้น ริสาเซ็ง” หญิงสาวผมสีน้ำตาลวเลียนิมฝีปากพร้อมกับกล่าวออกไปด้วยความห่อเหี่ยว
“เลิกคุยกันก่อนหน้าที่ของเราคือคุ้มครองคนที่ชื่อราม แต่ว่าคนที่เดินออกจากเป้าหมายก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะแข็งแกร่งใช้ได้ ชักอย่างสู้ด้วยแล้วซิ” พวกเขาทั้งสองไม่รู้เลยว่าสิ่งที่สนทนานั้นรามได้ยินหมดทุกคำนี่คือเหตุผลที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่นั่นเอง
=====
** จบไปอีกตอน เห้อ~ เหนื่อยกว่าจะเขียนจบ