Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 40 ธุรกิจ
หลังจากผ่านเหตุการณ์อันหน้าตื่นตาตื่นใจที่หน้าประตูโรงเรียนแล้วตอนนี้รามกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมโดยประกอบด้วย อดิเรก ดีแลน วีนัสพ่อของดีแลน อดิศร พ่อของอดิเรก รามและคมสันที่ยังไงก็ยืนยันจะอยู่ด้วย
“งั้นไม่เสียเวลาแล้วกัน ฉันขอถามเธอตามตรง เธอมีสิ่งนั้นใช่มั้ย ฉันอยากจะขอซื้อมันหน่อย” อดิศรเข้าประเด็นทันที แต่ทว่ารามก็ไม่ได้ตอบกลับไป พร้อมทั้งมองไปยังรุ่นพี่ทั้งสองคนก่อนจะถอนหายใจออกมา แน่นอนว่าทั้งดีแลนและอดิเรกไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับตัวเขาออกไปแน่ ๆ เพราะสายตาที่มองมายังเขาเต็มไปด้วยคำขอโทษซึ่งรามนั้นสามารถสัมผัสได้ “ถ้างั้นขอให้คนไม่เกี่ยวข้องออกไปด้วยครับ” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
ทั้งอดิศรและวีนัสหันไปสั่งให้คนของตัวพวกเขาออกไปข้างนอกก่อนตามที่รามขอร้อง “แล้วคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอไม่ต้องออกไปด้วยรึไง” อดิศรกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเฉยชา
“รวมถึงพี่ด้วยนะครับพี่คมสัน ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับผมดูแลตัวเองได้” รามหันไปกล่าวกับคมสันก่อนที่คมสันจะเดินออกจากห้องประชุมไป
“เอาละครับในตอนนี้ก็มีแค่คนที่เกี่ยวข้องเท่านั้นแล้วซินะ ก่อนอื่นเลยรุ่นพี่ไปทำอีท่าไหนถึงสาวมาถึงตัวผมได้เนี่ย” รามกล่าวถามทั้งดีแลนและอดิเรกออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวน
“แหะ ๆ ขอโทษนะน้องราม” ดีแลนเป็นคนแรกที่กล่าวขอโทษออกมา
“พี่ด้วย เห้อ~ รู้งี้ไม่ใช้กับพ่อก็ดีหรอก” อดิเรกกล่าวต่อจากดีแลนพร้อมบ่นออกมาแน่นอนว่าอดิศรทำการเขกกระบานอดิเรกไปครั้งหนึ่งด้วยความหมั่นใส่ “นี่พ่อเอ็งนะโว้ย!”
“อูย~ เขกมาได้เจ็บนะพ่อยังไงพี่ก็ขอโทษด้วยนะรามแต่พี่สาบานเลยว่าพี่ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่นิดเดียว” อดิเรกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“คร๊าบ ๆ รู้แล้วพี่ แล้วคุณลุงจะเอาสิ่งนั้นไปทำอะไรงั้นหรอครับ” รามกล่าวถามออกไปด้วยน้เสียงที่จริงจังไอเทมที่เขามีอยู่นั้นหากนำไปใช้ในทางที่ผิดละก็หายนะได้บังเกิดขึ้นแน่ ๆ
“ภรรยาของข้าเอง”ในคราวนี้อดิศรไม่ได้มีท่าทางที่สบาย ๆ ดังเคยแต่กลับแผ่ความน่าเกรงขามออกมาจนรามสามารถรับรู้ถึงมันได้
“เดี๋ยว ๆ กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ยห๊ะ กูงงไปหมดแล้ว แล้วแกไอ้ศรไอ้สิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่วะ พูดกันรู้แค่สามคนใครจะไปรู้วะใช้มั้ยไอ้ดีแลน”
“เอ่อ…ผมกูรู้เหมือนกันว่าที่คุยกันอยู่คือเรื่องอะไรมีแต่พ่อคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนั่นแหละ ง่าย ๆ คือพ่อเป็นคนนอก” ดีแลนกล่าวกับพ่อของตัวเองออกไป รามเหมือนเห็นหูและหางของวีนัสตั้งขึ้นและตกลงในเวลาเดียวกันจึงทำให้รามเกือนกลั้นขำไว้ไม่อยู่
“เอาละครับ ๆ ผมไม่รู้หรอกว่าพวกลุงไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน เอาเป็นว่าผมของที่ลุงอดิศรกล่าวขอครับ” รามกล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม
“บอกราคามาได้แม้แต่หุ้นส่วน 50 ของบริษัทฉันก็ให้ได้หากมันทำให้ภรรยาของข้าฟื้นขึ้นมา” ดวงตาของอดิศรแปลเปลี่ยนจากสีน้ำทะเลเป็นสีแดงเลือดอย่างลืมตัวจนวีนัสต้องสะกิดเตือน
“ไม่เห็นอะไรใช่มั้ย” อดิศรที่รู้สึกตัวจึงกล่าวถามรามออกไป ส่วนรามก็ยังคงนั่งยิ้มอยู่
“เห็นเต็มตาเลยละครับ ดวงตาของแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์”สิ่งเสียงคำกล่าวของรามราวกับบรรยากาศภายในห้องติดลบทันที
“แกเป็นใครกับแน่!” อดิศรเตรียมจะเข้ามาปิดปากราม วีนัสเอวก็ด้วยเพราะเรื่องพวกนี้เขาห้ามให้มนุษย์รับรู้ถึงการมีตัวตนเป็นอันขาด
“โอ้? ใจเย็น ๆ เจ้าหนูค้างคาวและก็เจ้าด้วยนั่งลงซะ!” เฟลที่ปรากฏตัวขึ้นมาจับกงเล็บของของอดิศรไว้ก่อนจะใช้ดวงตาสีเหลืองทองมองไปที่วีนัสก่อนจะสั่งให้นั่งลง
‘บ้าน่า! ทำไมขยับตัวไม่ได้ แล้วไอ้ดวงตาสีทองสั่นมันคืออะไรกันแน่!’ วีนัสได้แต่สับสนมึนงงก่อนจะหันไปมองลูกของเขาที่นั่งดื่มน้ำอย่างสบายใจรวมถึงลุกของอดิศรด้วยนั่นทำให้เขารู้สึกแปลกใจมาก
“อัก!” อดิศรกลายร่างเป็นค้างความเพื่อให้หลุดตฝจากการจับกุมก่อนจะไปยืนข้าง ๆ อดิเรก “แกไม่คิดจะช่วยพ่อสู้หน่อยหรือไง!”
“ไม่อ่ะ ไม่จำเป็นเพราะน้องรามรู้ตัวตนของพวกผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้ว แถมพ่อลองคิดดูถ้าน้องรามต้องการให้เราตายก็คงง่ายนิดเดียวโดยที่พ่อยังไม่รู้ตะวด้วยซ้ำ” อดิเรกอธิบายให้พ่อของตัวเองรับรู้
“อดิศรเมื่อได้ลองฟังคำพูดของลูกชายก็เริ่มคิดได้ก่อนจะนั่งลงพร้อมกับสายตาที่ไม่วางใจรามอยู่ดีแล้วยิ่งคนที่อยู่ดี ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมายิ่งทำให้เขาเริ่มเครียดอย่างช่วยไม่ได้
“ขอบคุณมากครับลุงเฟล ว่าแต่ลุงเถอะดื่มมาอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย” รามหันไปหาเฟลพร้อมกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
“ว๊ะ! เอ็งนี่มันจมูกคนหรือจมูกหมาวะ ดีกว่าข้าเสียอีก อุตส่าห์ไม่ดื่มเยอะแล้วนะเนี่ย เอาเถอะคุยธุระของเอ็งต่อเถอะ ส่วนเจ้าเด็กน้อยอย่าลืมเรื่องนั้นละ” เฟลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่งุนงงพร้อมกับหันไปพูดกับดีแลน
“ไม่ลืมครับ” ดีแลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นประกายจนวีนัสสงสัยกันอาการของลูกชายตน จะกล่าวถามออกไปก็กลัวจะได้คำตอบว่า’ไม่ยุ่งซิครับพ่อ’
หลังจากที่ทุกอย่างเริ่มกลับสู่สภาวะสงบเรียบร้อยในตอนนี้รามได้อนุญาติให้ทั้งดีแลนและอดิเรกสามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้แน่นอนว่าทั้งสองไม่ได้เปิดเผยเรื่องที่รามสามารถข้ามโลกไปอีกโลกหนึ่งได้ออกไปด้วย
“ลุงต้องขอโทษด้วยที่กระทำวู่วามแบบนั้น”
“เอ่อไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจความรู้สึกดี แหะ ๆ ส่วนนี้ของที่ลุงต้องการครับ” ว่าแล้วรามก็หยิบใบชุบออกมาจากช่องเก็บของ 1 ใบ ในขณะที่อดิศรกำลังจะเขียนเช็คให้รามก็เอ่ยขัดก่อน
“เอ่อ…ผมไม่ขอรับเป็นเงินได้มั้ยครับ” รามกล่าวถาม
“หืม? ทำไมละ ไม่ต้องเกรงใจจะพันล้านหรือหมื่นล้านฉันก็ให้ได้หรือจะเอาหุ้นบริษัทก็ได้ถ้าเธอพึงพอใจ” รามที่ได้ยินก็ตาโตทันที แค่ใบเดียวถึงกับสามารถหาได้เป็นพันล้าน ตอนแรกเขาไม่ค่อยสนใจคำเตือนที่ระบบชี้แจงเขาซักเท่าไหร่แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่ามันน่ากลัวยังไง
รามสูมลมหายใจปรับอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนะเอ่ยออกไป “ผมสัญญากับพี่อดิเรกไว้แล้วน่ะครับว่าจะขอยให้แค่ 1 ล้านเท่านั้นครับเพราะงั้นสัญญาต้องเป็นสัญญาครับ”
“เป็นเรื่องจริงงั้นหรออดิเรก” อดิศรหันไปถามลูกชาย
“จริงครับพ่อ ทั้งยาฟื้นร่างกายที่พี่กิน ใบไม้ชุบชีวิตที่ใช้กับพ่อมันคือของท่น้องรามให้ไปทดลองใช้ฟรีก่อน และอีกอย่างราคา 1 ล้านบาทก็แค่ช่วงนี้เท่านั้นที่รามบอกผมมานะครับ” อดิเรกกล่าว
“….ไม่ได้! หนูรามมีอะไรให้ลุงช่วยได้ไหม ยังไงราคาแค่ล้านเดียวลุงก็รับมันไม่ได้จริง ๆ ” อดิศรกล่าวด้วยความรั้น มีแต่คนอยากได้ของถูกแต่มีคุณภาพแต่นี่อะไรเขาอยากจ่างเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของไอเทมนี้งั้นหรอ!
ทั้งสองคนเถียงกันอยู่นานจนในที่สุดรามก็ยอมแพ้กับความรั้นของอดิศร “ก็ได้ครับ ช่วยรีโนเวทอาคารให้ผมได้มั้ยครับ พอดีผมจะเปิดเป็นร้านอาหาร” รามกล่าวออกไปอย่างจำใจ ทองที่เขาก่ะจะเอาไปแลกก็น่าจะยังคงนอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บเงินต่อไป
“แค่นี้? ไม่มีอะไรเพิ่มแล้วงั้นหรอ อะไรก็ได้” อดิศรเองยังคงไม่พอใจกับข้อเสนอของราม
“เห้อ~ งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับลุง ลุงให้ราคาเท่าไหร่ก็ว่ามาเลยครับ แต่ต้องมีในส่วนของการรีโนเวทอาคารเข้าไปด้วยนะครับ” รามยอมแพ้ในบัดดล
“เอานี้รับมันไว้ด้วยส่วนอาคารที่จะให้ลุงรีโนเวทเดี๋ยวให้อดิเรกไปดูแทนลุงแล้วกัน” อดิศรกล่าวแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นไปคุยโทรศัพท์
รามรับเช็คมาก็ตกใจกับยอดเงินเล็กน้อยก่อนจะเก็บมันเข้าช่องเป็บของไป “จบไปอีกหนึ่งแล้วลุงละครับจะเอาอะไรงั้นหรอ” รามหันไปหาพ่อของดีแลนพร้อมกล่าวถามออกไป
“อ๋อ ลุงแค่อยากได้เนื้อที่รามเก็บไว้นะรบกวนขายให้ลุงได้มั้ย”
“ก็ได้ครับ” แล้วรามก็เอาหมูป่าเขี้ยววายุ สัตว์อสูรระดับสูงออกมาสองตัวใหญ่ “คงพอนะครับเพราะผมต้องเก็บของไว้ทำอาหารตอนเปิดร้านด้วยส่วนราคาก็ตกอยู่ตัวละ 10 ล้าน” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังเท่าไหร่
ในตอนนี้วีนัสเริ่มหน้าซีดไม่ใช่เพราะราคาของมัน ตัวละ 10 ล้าน? ยังไม่ได้ครึ่งของเศษเงินในกระเป๋าด้วยซ้ำ ไม่ใช่ทั้งน้ำหนักรวมของหมูป่าเขีเยววายุแต่เป็นการขนย้าย! ‘ตูจะเอากลับยังไงฟร๊ะ!’